เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48: แนนซี่ (1)

ตอนที่ 48: แนนซี่ (1)

ตอนที่ 48: แนนซี่ (1)


พวกเขาไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากที่บทสนทนาสุดท้ายจบลงเพราะหัวข้อล่าสุดเกี่ยวกับระดับพรสวรรค์มันทำให้ทุกคนรู้สึกเสียใจ พวกเขาเดินลงบันไดอย่างรวดเร็วและไปถึงชั้นที่ห้า มันไม่มีแม้แต่เทียนเล่นเดียวที่ชั้นห้ามันจึงมืดไปหมด เวลเว็ตเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล เธอมีก้อนหินสีดำขนาดเล็กอยู่ในมือสองก้อน หลังจากที่เธอเอาหินสองก้อนกระแทกใส่กันมันก็เริ่มสองแสงราวกับว่าทั้งสองก้อนนี้เป็นอัญมณีที่กำลังส่องแสง ในที่สุดทั้งสี่คนก็มองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน

"สิ่งเหล่านี้คืออะไร" แลนโด้ ลุคถามขณะที่จ้องไปที่ก้อนหิน

"หินแสง อุปกรณ์พื้นฐานพ่อมด" เวลเว็ตตอบเสียงเบา แองเจเล่มองไปที่ก้อนหินและบอกให้ซีโร่วิเคราะห์ ผลที่ได้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองก้อนมีรังสีพลังงานจำนวนหนึ่งที่จะทำให้พวกมันส่องแสงหลังจากที่กระแทกกัน แต่ปริมาณพลังงานน้อยเกินไปที่จะทำอะไรนอกเหนือจากการส่องแสงสว่าง

พวกเขามาถึงที่พักอาศัยอย่างรวดเร็ว ไม่มีแสงสว่างหรือคนอื่นๆอยู่รอบๆ แองเจเล่เปิดประตูห้องหนึ่งทันทีและได้กลิ่นเหม็นสาบจากภายใน ห้องเปียกชื่นมาก ไม่มีใครกลัวความมืดดังนั้นพวกเขาจึงเลือกห้องพักของพวกเขาในทันที ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่สี่คนที่ชั้นห้าดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะอยู่ห้องตรงข้ามกันในกรณีที่เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันได้

แลนโด้เลือกห้องตรงข้ามกับแองเจเล่และเวลเว็ตเลือกห้องตรงข้ามกับห้องของยูริที่อยู่ข้างแองเจเล่ แองเจเล่จุดไฟน้ำมันบนโต๊ะ เขามองไปรอบๆห้อง มันเป็นห้องที่ปกติมาก เตียงเดี่ยวหนึ่งเตียง เก้าอี้สองตัวและโต๊ะไม้ขนาดเล็ก มีราทั่วทั้งโต๊ะ ผนังและบนพื้น

"เพียงเพราะพวกเราไม่มีความสามารถงั้นหรือ" แองเจเล่ส่ายหัวและออกจากห้องด้วยการบีบจมูก เขาเห็นคนอื่นๆออกจากห้องของพวกเขาด้วยการทำเหมือนเขา

"มาทำความสะอาดห้องของพวกเรากันเถอะ" ยูริ

"แน่นอน" ทุกคนตกลงกันทันที ยกเว้นยูริพวกเขาทุกคนรู้วิธีทำความสะอาดและพวกเขาก็ทำความสะอาดห้องของพวกเขาอย่างรวดเร็วหลังจากที่พบอุปกรณ์จากห้องน้ำ แลนโด้ลงเอยด้วยการทำความสะอาดให้ยูริ ตอนนี้ห้องของพวกเขาดูดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยก็ไม่มีราเลย หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับไปที่ห้องของตนเองเพื่อฝึกฝนและเรือค่อยๆออกจากฝั่ง

ในวันต่อมาแองเจเล่ก็แทบไม่ได้คุยกับคนอื่นๆเพราะพวกเขาฝึกฝนและอ่านหนังสือที่นำมาอยู่ในห้องของพวกเขา เขาสามารถมองเห็นคนอื่นๆได้เฉพาะตอนมื้ออาหารและตอนที่เขาขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อรับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์ แองเจเล่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากการอ่านหนังสือและการฝึกฝน ทุกวันเขาเห็นเวลเว็ตซึ่งมักจะดูเจ็บปวดบนดาดฟ้า แลนโด้เคยบอกเขาว่าพ่อมดฝึกหัดบางคนที่มีพรสวรรค์ระดับหนึ่งจะประสบความเจ็บปวดระหว่างการฝึกฝน มันดูเหมือนว่าเวลเว็ตจะเป็นหนึ่งในพ่อมดฝึกหัดเหล่านั้น แองเจเล่ไม่ทราบว่าเจ็บปวดแค่ไหนเพราะเขามีพรสวรรค์ระดับสอง

แองเจเล่รู้สึกเสียใจกับเธอแต่เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับคนอื่นๆ เมื่อเร็วๆนี้การฝึกฝนของเขาก้าวหน้าไปได้ดี นอกจากนี้เขายังพบว่าวิธีการฝึกฝนจะต้องได้รับโดยการอ่านหนังสือพ่อมดหรือรู้สึกถึงคาถาพิเศษ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะสอนคนฝึกฝนด้วยการพูด นอกจากนี้รูนที่เก็บไว้ในใจของพ่อมดฝึกหัดจะเป็นตัวช่วยพวกเขาให้ไม่มีความคิดที่จะอธิบายคำเหล่านี้ด้วยคำพูด

ยูริบอกแองเจเล่ว่ามีข้อจำกัดด้านอายุในการเรียนรู้รูน ทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีจะไม่มีคุณสมบัติในการอ่านและจดจำรูน ถ้าพวกเขาพยายามที่จะอ่านและจดจำรูนมันก็จะมีโอกาสสูงที่จะสูญเสียจิตใจของตัวเอง หลังจากที่ฝึกฝนไปห้าวันแองเจเล่ก็สามารถเก็บได้ 10 รูนแต่ความเร็วก็มันก็อยู่ระดับทั่วๆไปเนื่องจากเขามีพรสวรรค์ระดับหนึ่ง ผู้ชายชุดคลุมดำไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับพ่อมดฝึกหัดขั้นที่หนึ่งเพราะพวกเขาเกือบจะใกล้เคียงกับคนปกติ

ผ่านไปครึ่งเดือน เรือหยุดเพียงครั้งเดียวและรับพ่อมดฝึกหัดมากกว่า 10 คน มีเพียงผู้หญิงคนเดียวที่เพิ่มในชั้นห้าหลังจากที่ทดสอบ สำหรับคนอื่นๆแองเจเล่ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขา ผู้หญิงที่มาใหม่มีผมสีเขียวและมีผิวคล้ำ มีธนูยาวห้อยอยู่ที่หลังของเธอ เธอดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอารมณ์พูดดังนั้นทั้งสี่คนจึงปล่อยให้เธออยู่คนเดียวและเธอก็พบห้องตัวเองที่สุดทางเดิน

********************

"บัดซบ....ในที่สุดก็ถึง 12" แองเจเล่ที่นั่งขัดสมาธิบนเตียงมีใบหน้าซีดเล็กน้อย เขาอยู่ในที่เย็นและพื้นที่เปียกชื้นนานเกินไป ผิวของเขาได้ซีดลงและขาวขึ้นเนื่องจากไม่ถูกแสงแดด ด้วยเหตุผลบางอย่างเขามองดูเปล่งปลั่งมากกว่าก่อนหน้านี้

"ข้ามาถึงขั้นที่หนึ่งแล้วดังนั้นตอนนี้ข้าจะต้องรู้สึกถึงพลังงานที่ไม่รู้จักในอากาศ ถ้าข้าสามารถนำพวกมันเข้าไปในร่างกายของข้าได้ข้าก็จะถึงขั้นที่สอง" แองเจเล่พึมพำขณะที่เขากำลังค้นหาข้อมูลที่เก็บไว้ในชิป

'มันต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเพื่อไปขั้นนั้น ตามที่ยูริบอกการเป็นพ่อมดฝึกหัดขั้นที่หนึ่งในหนึ่งเดือนเป็นความเร็วที่ปกติ ความคืบหน้าหลังจากนั้นจะกลายเป็นเรื่องยาก พ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามที่อ่อนที่สุดจาเร็ดใช้เวลาสองปีในการไปถึงขั้นที่สาม ข้าอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้' แองเจเล่คิดขณะที่เขาเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต แองเจเล่เคยแอบดูรายชื่อบนดาดฟ้าเรือ เขาเห็นจาเร็ดมีพรสวรรค์ระดับสี่ขณะที่แนนซี่และอลิมีพรสวรรค์ระดับสาม เขาหยุดคิดและมองไปที่นาฬิกาคริสตัลที่เขานำมา มันเป็นเวลาตี 4 ดังนั้นเขาจึงสามารถฝึกฝนได้อีกเพียงหนึ่งชั่วโมง แองเจเล่หลับตาและเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง

แองเจเล่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับรูนอีกต่อไปและเขาพยายามรู้สึกถึงพลังงานพิเศษในอากาศ พลังงานควบจะลึกลับและยากที่จะหา ประเภทของพลังงานที่แองเจเล่สามารถรู้สึกได้จะกำหนดอนาคตของเขา แองเจเล่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงภายในความมืด ดวงตาของเขาปิดและไม่ส่องแสงเหมือนตอนที่เขาพยายามจดจำรูน มันดูเหมือนเขากำลังหลับ

'ซีโร่ ตรวจจับพลังงานในอากาศและใช้ข้อมูลใดๆก็ตามที่เจ้าต้องการ' แองเจเล่ถาม

[เริ่มภารกิจ.....กำลังค้นหา....] ซีโร่เริ่มใช้ความอึดของแองเจเล่พยายามที่จะวิเคราะห์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ภายไป 10 นาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แองเจเล่ไม่สามารถรอได้อีกต่อไปดังนั้นเขาจึงลืมตา

'ข้าควรจะอดทนมากขึ้น' แองเจเล่ถูคางของเขาและเริ่มคิด

'แม้แต่ชิปก็ไม่สามารถตรวจจับพลังงานใดๆในอากาศได้ ข้าเดาว่าจะต้องใช้เวลาสักพัก เดี๋ยวก่อน ข้ามีแหวนเวทมนต์ ชิปสามารถดูดซับและเก็บรังสีพลังงานได้ ถ้าข้ามีอุปกรณ์เวทมนต์อีกข้าก็อาจจะปลดปล่อยพลังงานไปรอบๆตัวข้าได้และข้าก็จะกลายเป็นพ่อมดฝึกหัดขั้นที่สอง' แองเจเล่ยังคงคิดต่อไป

'อย่างไรก็ตามกระบวนการในการค้นหาพลังงานอาจจะเป็นจุดประสงค์ทั้งหมดในการฝึกนี้ รากฐานของข้าในขั้นพื้นฐานจะไม่แข็งแรงถ้าข้าพยายามใช้กลไกนี้ ข้าจะต้องหาวิธีที่เหมาะสมแทน' แองเจเล่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงถอนหายใจ เขาหลับตาและเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง

ยังไงก็ตามแองเจเล่ยังสามารถใช้อุปกรณ์เวทมนต์ได้แม้ว่าจะยังไม่ไปถึงขั้นที่สองดังนั้นเขาจึงมีความสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าเขามีอุปกรณ์เวทมนต์เขาก็จะปลอดภัยขึ้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาคิดมากเกินไป

วันต่อมาแองเจเล่ก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงฝีเท้าที่วุ่นวาย เขาได้ยินผู้คนพูดถึงการต่อสู้ของแนนซี่และอลิบนดาดฟ้าเรือ

'แนนซี่?' แองเจเล่รู้ว่าเป็นผู้หญิงที่อดอล์ฟเคยพูดถึงและคนที่จะช่วยเขาบนเรือ เธอเป็นลูกสาวของดยุค

"เกิดอะไรขึ้น" แองเจเล่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและใส่เสื้อผ้า เขาล็อคประตูและตามคนอื่นๆไปที่บันได เขาเห็นทุกคนวิ่งไปที่ดาดฟ้า ดูเหมือนทุกคนจะได้ยินเกี่ยวกับการต่อสู้

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่" แองเจเล่ถามยูริขณะวิ่ง

"แนนซี่และอลิจะต่อสู้กัน ข้าได้ยินว่าอลิจ้องไปที่ผู้หญิงและเข้าไปหาเธอในทางไม่ดี แนนซี่เห็นมันและพวกเขาก็เริ่มต่อสู้กันหลังจากที่คุยกัน" ยูริตอบขณะที่วิ่งไปด้วย

"พวกเขาทั้งหมดมีอุปกรณ์เวทมนต์ดังนั้นพวกเราจึงต้องดูการต่อสู้" แลนโด้หัวศีรษะมาและพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น แองเจเล่เดินตามฝูงชนไปที่ดาดฟ้าและเห็นมือของแนนซี่ถือดาบกางเขน อลิกำลังยืนอยู่ตรงข้ามเธอ พ่อมดฝึกหัดหลายคนกำลังเฝ้าดูการต่อสู้ แนนซี่ยังสวมชุดสีขาวและกางเกงขายาวยืนบนดาดฟ้าเรือด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับสายลมที่พัดผมหางม้าของเธอขึ้นไปในอากาศ

"อลิถอนคำพูดที่เจ้าเพิ่งพูดไปและข้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" แนนซี่พูด

"ถอนคำพูดของข้า? ฮ่าฮ่าฮ่า" อลิพูดก่อนที่จะหัวเราะอย่างไม่เกรงกลัว เขาดูดุร้ายขณะที่เขามีมีดสีดำยาวในมือและสวมชุดนักดาบสีขาวทอง แต่ละทับทิมที่อยู่ในใบดาบมีรูปแบบที่ซับซ้อน มีดมันดูพิเศษ

"แนนซี่เรากำลังอยู่บนเรือ ดยุคร็อคกี้จะไม่มาที่นี่ เราอยู่ที่นี่เพราะเราแข็งแกร่งแต่ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดการกับผู้หญิงเจ้าก็จะต้องทำด้วยพลังของเจ้า" อลิพูดเสียงดัง หน้าตาที่ดูดีของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

"ด้วยพลังของข้า?" แนนซี่จับดาบแน่น

"ตามที่เจ้าขอ! เอลวิน!" หลังจากที่พูดคำนั้นแหวนทองแดงที่นิ้วกลางมือขวาของเธอก็เริ่มส่องแสง แสงสีขาวและมันสว่างมากแองเจเล่แทบมองไม่เห็น อลิขยับมือและเล็งทับทิมที่ดาบของเขาไปที่แนนซี่

"มาคาซา!" ทับทิมเริ่มส่องแสงและดูราวกับมีดวงตาสีเลือดสองดวง แนนซี่ลดร่างกายของเธอและวิ่งไปทางอลิ อลิยกมีดของเขาและพุ่งไปทางแนนซี่ เมื่อพวกเขาปะทะกันพวกเขาก็แลกเปลี่ยนการโจมตีกันนับไม่ถ้วน แองเจเล่ได้ยินเสียงโลหะเบากระทบกันและเห็นแสงสีแดงและแสงสีขาวกระพริบในสายตาของเขา

หลังจากที่ผ่านไปชั่วครู่แองเจเล่ก็เห็นดาบของแนนซี่อยู่ที่คอของอลิ มีบาเรียบางๆกั้นที่คอของอลิทำให้ใบดาบเลื่อนไปแต่ไหล่ซ้ายของแนนซี่ก็ได้รับบาดเจ็บ แองเจเล่สามารถเห็นเลือดไหลออกมาจากส่วนที่ถูกแทงด้วยมีด

"เจ้าชนะ" อลิยิ้มก่อนที่เขาจะผลักดาบออกจากคอของเขา

"ข้าจะถอนคำพูดของข้า ผู้หญิงคนนั้นเป็นของเจ้า" เขาพูดขณะที่ชี้ไปที่หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นข้างๆ เธอผมสั้นและเธอดูสวย

จบบทที่ ตอนที่ 48: แนนซี่ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว