- หน้าแรก
- ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในวันสิ้นโลก
- บทที่ 135 ความลับของผู้ถูกเลือก ซอมบี้วิวัฒนาการประเภทพิเศษ II!
บทที่ 135 ความลับของผู้ถูกเลือก ซอมบี้วิวัฒนาการประเภทพิเศษ II!
บทที่ 135 ความลับของผู้ถูกเลือก ซอมบี้วิวัฒนาการประเภทพิเศษ II!
"ทำไมเธอไม่ร้องเพลงล่ะ?"
ชายที่ถือขวานดับเพลิงหันไปมองสือหว่านหนิง สีหน้าของเขาดูไม่พอใจเล็กน้อย "เธอไม่ใช่แซ่สือเหรอ? ฉันว่า คนแซ่สือทุกคนต้องร้องเพลงนี้ได้!"
ร้องเพลง 'นิวโม่ฉู๋ปิน'!
แซ่สือบ้านนายสิที่ร้องเพลงนี้! ครอบครัวนายทั้งบ้านร้องกันหมดแน่!
สือหว่านหนิงสูดหายใจลึกพยายามระงับอารมณ์ เธอจ้องมองชายที่มีสีหน้าสงสัยอยู่ตรงหน้า ก่อนจะแสร้งยิ้มและเอ่ยออกมาอย่างฝืนใจ "สือ ไม่หวั่นไหวต่อสายลมและทราย สือ... ผู้คนกล่าวขานชื่นชม?"
ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ผิด! ท่อนต่อไปต้องเป็น 'ทองคำติดบัลลังก์ วาดหมึกลงแผ่นทอง' เธอลืมไปตั้งสองท่อน ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอเป็นแซ่สือจริง ๆ หรือเปล่า!"
สือหว่านหนิงหมดความอดทนทันที เธอโต้กลับ "นายเป็นใครกันแน่ แล้วต้องการอะไรจากฉัน?"
ตั้งแต่เป็น 'ผู้ถูกเลือก' ก็ไม่เคยมีใครพูดกับเธอแบบนี้มาก่อน!
ต่อให้ต้องเสแสร้ง สือหว่านหนิงก็ไม่อยากเล่นละครอีกต่อไปแล้ว!
"หืม? ฉันเป็นใครเหรอ? ฉันคือประธานบริษัท! เพิ่งนำพนักงานบางส่วนกลับมาจากปฏิบัติภารกิจภายนอก เธอกำลังจะไปที่อาคารสันติภาพใช่ไหม? ฉันแค่อยากสัมภาษณ์เธอสักหน่อย ไม่ได้เหรอ?!"
เมิ่งซวี่แค่นเสียง ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
พอได้ยินคำพูดของเมิ่งซวี่ สือหว่านหนิงก็ตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มหวาน "อ๊ะ! ประธานที่รัก นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดเลย~! ฉันเป็นแซ่สือแน่นอน! ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ ให้ฉันร้องอีกท่อนก็ได้นะ... หรือไม่ก็ฟังอย่างอื่นแทนดีไหม?"
ว่าแล้วเธอก็รีบร้องขึ้น "มีด ดาบฟาดหิมะปีกอินทรีย์..."
"พอ! หยุดเดี๋ยวนี้!"
เมิ่งซวี่ทำหน้าเย็นชา สีหน้าดูจริงจัง "ฉันเกลียดเพลงแนวนี้ที่สุด! หุบปากซะ!"
"แล้วเธอร้องเพลงอะไรเนี่ย? เก่าคร่ำครึมาก! บอกแล้วว่า บริษัทของเราต้องการนวัตกรรม ต้องการความก้าวหน้า! ต้อง...เอ่อ...อะไรนะ! ใช่! ต้องก้าวให้ทันยุคสมัย!"
สือหว่านหนิง: ...
แล้ว 'ฉันแซ่สือ' ไม่ใช่เพลงแนวเดียวกันหรือไง?
สือหว่านหนิงไม่รู้จะพูดอะไรดี คำพูดของเมิ่งซวี่มันคมเกินไป ทำให้เธอถึงกับหมดคำพูด
ขณะที่ลูกน้องสี่คนด้านหลังของเธอ ต่างหันมามองหน้ากันอย่างมึนงง เมื่อเห็นสือหว่านหนิงในสภาพนี้ พวกเขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างมาก
เมื่อคืนนี้ ผู้หญิงคนนี้ยังเป็นนางปีศาจร้าย ใช้สองมือเหล็กบดขยี้กะโหลกศัตรูจนไม่มีใครเทียบได้
แต่วันนี้...ทำไมกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ ไปได้?
พวกเขากลืนน้ำลาย ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
"ประธานที่รัก แต่คนอายุแค่สิบแปดปีเองนะ~!"
สือหว่านหนิงมองเมิ่งซวี่อย่างเว้าวอน ก่อนจะสะอึกเบา ๆ แล้วเปลี่ยนไปใช้คำพูดแบบเด็กเน็ต "ฮือ~ ปวดท้องอ่า~!"
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มเล็ก ๆ ของเธอ ดูแล้วน่าสงสารสุด ๆ
แต่เมิ่งซวี่...
กลับมีเหงื่อเย็นไหลลงมาตามขมับ
อะไรฟะ! พอเถอะน่า!
เธอเป็นถึง 'ผู้ถูกเลือก' ระดับ 8 เป็นผู้ใช้พลังเสริมพันธุกรรมที่ระดับสูงที่สุดที่ฉันเคยพบมา
ช่วยทำตัวให้สมกับระดับของเธอหน่อยได้ไหม?
นี่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้พลังระดับ 8 ควรทำหรือเปล่า?
หวังอู่จาง ที่มีแค่ระดับ 4 ก็ยังสร้างลัทธิไสยศาสตร์ในคฤหาสน์ได้แล้ว; หลี่เซียง ที่ระดับ 2 ก็เป็นเจ้าถิ่นครองพื้นที่ไปทั้งแถบ
แม้แต่เยียนหลี่ที่เพิ่งฆ่าไปเมื่อกี้ ยังมีกลุ่มลูกน้องนับไม่ถ้วน
แล้วเธอล่ะ? เป็นถึงระดับ 8 แต่กลับพาลูกน้องกาก ๆ สี่คนมาที่นี่เพื่อมากวนฉันเล่นหรือไง?
เมิ่งซวี่เหลือบมองชายสี่คนด้านหลังเธออีกครั้งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
ให้ตายเถอะ! พวกนี้ไม่ได้อ่านใบประกาศที่แจกไปเลยหรือไง?!
ในนั้นเขียนไว้อยู่แล้วว่า
ฆาตกร!
เผยตัวเมื่อไหร่ ก็ตายเมื่อนั้น!
อย่าว่าแต่พวกนายสี่คนเลย ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า ‘ฆาตกรวิปริต’!
“สาว ๆ อย่าเพิ่งรีบ ฉันได้รับใบสมัครของเธอแล้ว รอสักครู่นะจ๊ะ~”
เมิ่งซวี่แค่นหัวเราะ กล่าวเลียนแบบน้ำเสียงของสือหว่านหนิงว่า “จากการตรวจสอบของฐานข้อมูลเรานะ อืม... ขอปฏิเสธอย่างนุ่มนวลจ้า เธอลองไปสมัครที่บริษัทอื่นดูก่อนเถอะ”
พูดจบ เมิ่งซวี่ก็กำขวานดับเพลิงในมือแน่น
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งซวี่ น้ำตาของสือหว่านหนิงก็เอ่อขึ้นเต็มเบ้า ก่อนที่เธอจะปล่อยโฮออกมาอย่างดัง “ไม่เอานะ! ฉันต้องทำงานที่บริษัทสันติภาพและระเบียบ!”
แม้ว่าเธอจะร้องไห้จนเหมือนกาน้ำเดือด แต่ในใจของเธอกลับคิดหาหนทางอย่างรวดเร็ว
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเมิ่งซวี่ถึงไม่ให้เธอผ่านสัมภาษณ์
ตอนแรก เธอทำตัวปกติมาก แต่พอได้ยินเมิ่งซวี่ตะโกนว่า ‘ฉันแซ่สือ’ เธอก็ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ไม่นานก็คิดได้ว่าเมิ่งซวี่เป็นบ้า ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนแนวทาง หันไปใช้มุกเด็กเน็ต หวังจะเอาใจคนบ้าให้ได้
แต่ใครจะคิดว่า... อยู่ ๆ ไอ้คนบ้านี่กลับแปลงร่างเป็น 'สาวรวมพล' ซะงั้น! ทำเอาสือหว่านหนิงตั้งตัวไม่ทัน
ดังนั้น ตอนนี้เธอจึงทำได้แค่แสร้งร้องไห้ต่อไป เพื่อดูว่ายังพอมีโอกาสหรือไม่ ถ้ามี เธอก็จะเปิดใช้ ‘โหมดร้องไห้ขั้นสอง’ ต่อไป
ในเมื่อ...
สาวสวยร้องไห้แบบน้ำตาเป็นสายฝนขนาดนี้ ยังไงก็ต้องมีคนสงสารบ้างแหละ!
สือหว่านหนิงคิดในใจ
แม้ว่าเธอจะไม่เห็นว่าเมิ่งซวี่แข็งแกร่งสักเท่าไหร่
แต่เธอจำเป็นต้องแทรกซึมเข้าไปในบริษัทนั้นให้ได้ นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้สามารถเล่นงานพนักงานทุกคนในบริษัทได้ในคราวเดียว
ถ้าแค่ฆ่าประธานบริษัทอย่างเดียว มันไม่ช่วยอะไรเลย
ขณะเดียวกัน เมิ่งซวี่ก็เดินเข้ามาใกล้
เมื่อสัมผัสได้ว่าเมิ่งซวี่กำลังเข้ามาใกล้ สือหว่านหนิงก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้นอีก น้ำตาไหลเป็นสาย สะอึกสะอื้นราวกับดอกไม้เปียกฝน
“หนูสือ เลิกร้องไห้ก่อนนะ”
เสียงของเมิ่งซวี่ดังขึ้น น้ำเสียงฟังดูอบอุ่น
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งซวี่ สือหว่านหนิงก็เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แววตาเป็นประกายราวกับเพชร สั่นระริกอย่างน่าสงสาร “ประธานที่รัก... คุณจะรับฉันเข้าทำงานไหมคะ?”
พนักงานมนุษย์ที่อยู่บนรถต่างพากันมองออกมาทางหน้าต่าง
เมื่อเห็นฉากนี้ พวกเขารู้สึกอบอุ่นใจเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะตะโกนให้เมิ่งซวี่รับเธอเข้าทำงาน
ก็แหม...
น่าสงสารขนาดนี้ ใครจะไม่อยากช่วยเหลือกันล่ะ?
แถมหลายคนยังคิดว่า เมิ่งซวี่คงจะรับเธอเข้าไปเป็นคนของตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างสุขสันต์ทุกค่ำคืนเสียด้วยซ้ำ
อย่าถามรายละเอียด ถามก็แสดงว่าไม่ใช่คนมีวัฒนธรรม
ส่วนสี่คนที่มากับสือหว่านหนิงนั้น แต่ละคนต่างไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไง
นี่มันใช่ปีศาจหญิงโหดเหี้ยมที่พวกเขาเห็นเมื่อคืนจริง ๆ เหรอ?
หรือว่าผู้ชายคนนี้จะเหนือชั้นกว่า?
ในชั่วพริบตา สี่คนนั้นมองไปที่เมิ่งซวี่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเคารพ...
และแม้กระทั่ง... ความหวาดกลัว!
"ไม่ใช่"
เมิ่งซวี่ตอบกลับอย่างสงบ "อย่าคิดไปเองเลย ประตูของบริษัทสันติภาพและระเบียบ จะไม่มีวันเปิดรับเธอ"
"หา?"
สือหว่านหนิงชะงักไปเล็กน้อย: ไม่ใช่เธอเรียกฉันมาเหรอ? แล้วมาพูดอะไรแบบนี้?
ขณะที่เธอกำลังจะถามต่อ เมิ่งซวี่กลับพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างสงบนิ่ง "ฉันหมายถึงให้เธอหยุดร้องก่อน เก็บน้ำตาไว้ร้องตอนที่จำเป็นจริง ๆ "
หมายความว่ายังไง?
สือหว่านหนิงนิ่งไปอีกครั้ง รู้สึกว่าเมิ่งซวี่พูดอะไรแปลก ๆ เข้าใจยากเหมือนเป็นคนบ้า
แต่ถ้าเป็นคนบ้าจริง ๆ ล่ะก็...
เธอเคลียร์ลำคอ เตรียมเปลี่ยนโหมด: ถ้าโหมดสาวใสบริสุทธิ์ไม่ได้ผล งั้นลองใช้โหมดสาวเผ็ดดีกว่า!
แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่ม แค่คิดจะเปลี่ยนโหมด เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เสียงคำรามกร้าวดังขึ้นมาพร้อมกัน "ตายซะเถอะ! นึกว่าหลอกฉันได้เหรอ?! ฉันมีตาวิเศษนะเว้ย!"
ได้ยินประโยคนี้ หัวใจของสือหว่านหนิงเต้นกระตุก แต่เพราะเธอร้องไห้หนักเกินไปเมื่อครู่ เลยป้องกันการโจมตีไม่ทัน เธอจึงต้องใช้หัวของตัวเองรับแรงปะทะแทน และปลอบใจตัวเองในใจว่า: ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะฟาดแรงแค่ไหนกันเชียว?
ถ้าทนได้ ก็จะทำให้เจ้านี่รู้สำนึกเอง!
สือหว่านหนิงไม่รู้เลยว่าเธอถูกจับได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเพราะเธอลืมร้องท่อนที่เหลือของ 'ฉันแซ่สือ'?
เมิ่งซวี่นี่มันบ้าหรือเปล่า อยู่ดี ๆ ก็ลงมือฟาดเธอเลย!
ไม่มี 'ผู้ถูกเลือก' คนไหนตั้งรับทันแน่!
เธอไม่ใส่ใจการโจมตีนี้มากนัก และยังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็รู้ว่ามันเจ็บขนาดไหน
"ปัง!"
เสียงกระแทกดังลั่น เงาร่างสีขาวพุ่งทะยานไปกลางอากาศเหมือนลูกกอล์ฟ ก่อนจะลอยไปไกลกว่า 5 เมตร ตกลงไปในพุ่มไม้ที่อีกฝั่งของถนน
【ค่าความชื่นชอบของสือหว่านหนิง -100!】
"หึ คิดจะหนีเหรอ?!"
เมิ่งซวี่แค่นเสียงเย็นชา กำขวานดับเพลิงแน่น และพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว "ฟ้าผ่าพายุหมุน!... เดี๋ยวแป๊บนึง พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ จัดการพวกสี่ตัวนี้ซะ!"
สั่งการเสร็จ เมิ่งซวี่ก็พุ่งเข้าไปในพุ่มไม้
ต้องฆ่าตอนที่เธอกำลังอ่อนแอ!
เมิ่งซวี่ไม่ได้เจอ 'ผู้ถูกเลือก' ที่เดินมามอบตัวแบบนี้มานานแล้ว
'ผู้ถูกเลือก' ล้วนแต่เป็นของล้ำค่า!
ฆ่าแล้วกลายเป็นซอมบี้ แล้วก็เก็บผลึกวิวัฒนาการ
อย่างน้อยต้องได้ 0.4 หรือ 0.5 จุดพัฒนาแน่!
แบบนี้พลาดไม่ได้!
ยิ่งเป็นระดับ 8 ถ้าเธอกลายเป็นซอมบี้ ระดับเธอจะพุ่งไป 12 ขึ้นแน่นอน
นี่มันทรัพยากรชั้นเลิศ!
ส่วนค่าความชื่นชอบ -100?
ไม่สนใจ สำคัญที่สุดคือจุดพัฒนา!
ในพุ่มไม้ สือหว่านหนิงที่ถูกฟาดกระเด็นเหมือนลูกกอล์ฟ รู้สึกเหมือนหัวของตัวเองถูกทุบจนแตก เธอเจ็บจนแทบลุกขึ้นยืนไม่ไหว ขยับได้ก็ยังเซไปเซมา
ให้ตายเถอะ!
คนธรรมดาที่ไหนจะมีพลังขนาดนี้?!
เกือบจะทำกะโหลกเธอแตกแล้ว!
ถ้าเธอไม่ใช่ผู้ใช้พลังเสริมพันธุกรรม ที่ผ่านการเสริมกระดูกทั่วร่างมาแล้ว หัวเธอคงขาดกระเด็นไปแล้วแน่!
ไม่ได้ ต้อง... หนี
สือหว่านหนิงพยายามลุกขึ้น แม้เธอจะรู้สึกว่ามีของเหลวอุ่น ๆ ไหลออกจากศีรษะ เลือดของเธอไหลออกมาไม่หยุด ภาพตรงหน้าของเธอพร่ามัวไปหมด
เมิ่งซวี่ลงมือหนักขนาดนี้ ทำให้เธอสายตาพร่ามัวชัดเจน เธอคงได้รับบาดเจ็บที่สมองรุนแรงแน่
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปอีก
เมิ่งซวี่เข้ามาใกล้แล้ว
พลังสังหารของเมิ่งซวี่แผ่ซ่านไปทั่ว บรรยากาศรอบตัวราวกับมีไอเลือดพวยพุ่งขึ้นมา แม้แต่สือหว่านหนิงที่ตอนนี้มองอะไรแทบไม่เห็น ก็ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายมรณะนี้จนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
คนแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคนธรรมดาแน่!
บ้าเอ๊ย เธอมองผิดไปจริง ๆ!
สือหว่านหนิงก่นด่าในใจ พร้อมกับความรู้สึกเสียใจสุดขีด
แต่สายไปแล้ว
"ผู้ถูกเลือกที่ตายด้วยมือฉันมีไม่น้อยเลยนะ หลี่เซียง, หวังอู่จาง, เยียนหลี่ นอกจากสามคนที่ใช้ร่างมนุษย์โจมตีฉันแล้ว ยังมีเฉินปิน กับหยานซูจิ้งที่เพิ่งฆ่าที่โรงพยาบาลอีก เป็นห้าคนพอดี... เธอจะเป็นคนที่หก ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะจดจำชื่อเธอไว้ตลอดไป สือหว่านหนิง"
เมิ่งซวี่กล่าวขึ้นอย่างใจเย็น เมื่อเห็นสือหว่านหนิงในสภาพเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรนัก ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าว
ทุกย่างก้าวของเขา ทำให้สือหว่านหนิงหวาดกลัวอย่างสุดขีด
เธอรู้สึกเหมือนยมทูตกำลังเดินเข้ามาใกล้
แววตาของสือหว่านหนิงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
หลี่เซียง เธอไม่รู้จัก
หวังอู่จาง เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่คุ้นเคย
เยียนหลี่ เคยพบกันไม่กี่ครั้ง เป็นพวกขยะที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่
ส่วนเฉินปิน เป็นข้ารับใช้ที่จงรักภักดีต่อ 'องค์พระผู้เป็นเจ้า' ที่สุด และหยานซูจิ้งเป็นแค่คนโง่เง่า ตั้งแต่วันสิ้นโลกเริ่มต้น เธอกลับถูกซอมบี้ธรรมดากัดเข้าให้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้เป็น 'ผู้ถูกเลือก'
ห้าคนที่ตายในมือของเมิ่งซวี่ เธอรู้จักกว่าครึ่ง!
เมื่อเห็นเมิ่งซวี่ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ สือหว่านหนิงก็สติหลุดไปชั่วขณะ ก่อนจะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แล้วในวินาทีถัดมา เธอก็คุกเข่าลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ แม้ว่าสติจะเลือนลาง แต่ก็ยังรีบก้มศีรษะโขกพื้น "อย่า... อย่าฆ่าฉัน! ฉันยอมบอกที่อยู่ของ 'ผู้ถูกเลือก' คนอื่นให้คุณ! เรามีเครือข่ายติดต่อกัน ฉันช่วยคุณฆ่าคนที่หก คนที่เจ็ด คนที่แปด... เราสามารถร่วมมือกันได้ จริง ๆ... จริง ๆ นะ!"
เมิ่งซวี่ที่กำลังจะฟาดขวาน หยุดชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
"เดี๋ยวนะ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?"
เมิ่งซวี่ตั้งคำถาม "'ผู้ถูกเลือก' คนอื่น ๆ ไม่มีใครยอมพูดอะไรเลย สามคนแรกตายไปแบบไม่ยอมบอกอะไรเกี่ยวกับ 'พระผู้เป็นเจ้า' แม้แต่นิดเดียว แล้วทำไมเธอถึงยอมพูดล่ะ?"
"'พระผู้เป็นเจ้า'... ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันเป็นเสียงเรียกจากภายในใจของพวกเรา ตั้งแต่เสียงนั้นดังขึ้น มันก็ให้ภารกิจแก่พวกเรา—ให้เราตามหาพวกเดียวกัน และทำให้โลกนี้ 'บริสุทธิ์' หมายความว่าให้กำจัดมนุษย์ที่เหลืออยู่ ไม่ให้พวกมันรวมตัวกัน และที่สำคัญคือ แทรกซึมเข้าไปยังพื้นที่ปลอดภัยของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือของเอกชน แล้วทำลายเสถียรภาพของพวกมัน"
สือหว่านหนิงพูดไปพลางตัวสั่น "เมื่อมนุษย์ถูก 'ชำระล้าง' จนหมดแล้ว 'ผู้ถูกเลือก' ทุกคนที่ตายในสงครามศักดิ์สิทธิ์นี้ จะได้ฟื้นคืนชีพผ่านปาฏิหาริย์ของพระองค์"
เมิ่งซวี่ฟังแล้วก็รู้สึกว่า สิ่งที่เธอพูด มันไม่ต่างจากที่เขาคาดเดาไว้
แต่...
"พวกเธอเชื่อเรื่องแบบนี้จริง ๆ ?"
เมิ่งซวี่มองเธออย่างแปลกใจ คำพูดนี้ฟังดูเหลวไหลสุด ๆ
นี่มันคล้ายพวกคลั่งลัทธิ... ไม่สิ นี่มันลัทธิวิปริตเต็มขั้นแล้ว!
"แล้วเธอเองก็ไม่รู้ว่า 'พระผู้เป็นเจ้า' คืออะไรงั้นเหรอ?"
เมิ่งซวี่หรี่ตาลง จ้องสือหว่านหนิงพร้อมถามกลับ
สือหว่านหนิงพยักหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "'ผู้ถูกเลือก' ไม่เหมือนกันหมด ฉันเป็นระดับ 'ผู้ดำเนินการ' ซึ่งสูงกว่าฉันขึ้นไป ยังมีระดับ 'อัครสาวก' และ 'ผู้ลิขิตโชคชะตา' ในเมืองเหอชิ่ง มี 'อัครสาวก' อยู่สองคน ส่วนในมณฑลหนานเจียง มี 'ผู้ลิขิตโชคชะตา' อยู่หนึ่งคน คนพวกนั้นอาจจะรู้มากกว่านี้"
"อัครสาวกแข็งแกร่งกว่าเธอเหรอ? แข็งแกร่งแค่ไหน?" เมิ่งซวี่ถาม
"ฉันก็ไม่รู้ 'อัครสาวก' ไม่ได้ถูกแบ่งระดับจากพลังโดยตรง" สือหว่านหนิงสั่นระริก "บางทีพวกเขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าฉัน หรืออาจจะอ่อนแอกว่าฉันก็ได้"
เมิ่งซวี่พยักหน้า "แล้ว 'ผู้ถูกเลือก' คนอื่น ๆ ที่เป็นระดับ 'ผู้ดำเนินการ' ล่ะ? ระดับนี้ยังมีขั้นต่ำกว่านี้อีกไหม?"
"มี 'ผู้ถูกเลือกฝึกหัด' ซึ่งยังไม่ใช่ 'ผู้ถูกเลือก' อย่างสมบูรณ์ พวกเขาแค่ถูกคัดเลือกและอยู่ระหว่างการประเมินเท่านั้น พวกเขาสามารถใช้พลังได้บางส่วน..."
สือหว่านหนิงอ้าปากพูด แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ ดวงตาของเธอก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลัน
สีหน้าของเธอแข็งค้างไป ดวงตาสูญเสียประกายที่เคยมี ใบหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นภาพสยดสยอง!
ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านโดยไม่สามารถควบคุมได้ ผิวพรรณที่เคยขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดขาวไร้สีเลือด ราวกับสูญเสียพลังแห่งชีวิตไปจนหมดสิ้น!
ในชั่วขณะนั้น แม้แต่ลูกไม้ที่ประดับอยู่บนชุดเดรสของเธอก็ดูเหมือนจะสูญเสียความงดงามไป กลายเป็นเพียงเส้นใยแห้งแล้งและเศษซากที่แตกหัก
"หืม?!"
เมื่อเห็นภาพนี้ เมิ่งซวี่ก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที
【ชื่อ: สือหว่านหนิง】
【อาชีพ: ผู้ใช้พลังเสริมพันธุกรรม · ซอมบี้วิวัฒนาการประเภทพิเศษ II】
【ระดับ: 14】
สือหว่านหนิง... กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว!
"โฮก!"
สือหว่านหนิงคำรามออกมาเสียงดังสนั่น แต่แทนที่จะพุ่งเข้าโจมตีเมิ่งซวี่ สีหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวังและความรังเกียจ
เห็นได้ชัดว่าค่าความชื่นชอบ -100 ได้ส่งผลแล้ว
แม้ว่าสือหว่านหนิงจะรู้สึกระแวดระวังเมิ่งซวี่เป็นอย่างมาก แต่เธอก็ไม่ต้องการเข้าใกล้เขา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เมิ่งซวี่ก็รู้สึกขมวดคิ้ว
ทำไมสือหว่านหนิงถึงกลายเป็นซอมบี้ทันทีแบบนี้? เป็นเพราะเธอเปิดเผยความลับของ 'ผู้ถูกเลือก' หรือเปล่า?
คงไม่ใช่เพราะตายแน่ ๆ
เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะตายจริง ๆ เธอคงไม่ตายในสภาพที่ยังยืนอยู่แบบนี้
บางที...
อาจเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ
ที่เธอยังไม่ตายทันที อาจเป็นเพราะ... สัญญาณจาก 'องค์พระผู้เป็นเจ้า' ส่งมาช้าเกินไป?
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สือหว่านหนิงพูด เขาได้ข้อมูลมาหมดแล้ว
'ผู้ลิขิตโชคชะตา' รับผิดชอบหนึ่งมณฑล
'อัครสาวก' รับผิดชอบหนึ่งเมือง หรือบางครั้งอาจมีหลายคนรับผิดชอบแต่ละเขต
ส่วน 'ผู้ดำเนินการ' ก็คือพวก 'ผู้ถูกเลือก' ทั่วไปที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้
และเหนือกว่าระดับ 'ผู้ลิขิตโชคชะตา' อาจมีระดับที่สูงกว่านั้น เช่น ระดับที่รับผิดชอบทั้งประเทศ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา เขารู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างระดับของพวกมันดูเหมือนจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังอย่างเดียว
นอกจากนั้น ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก
ให้ตายเถอะ! ครั้งหน้าต้องถามตำแหน่งของ 'ผู้ถูกเลือก' คนอื่น ๆ ก่อนเลย!
แต่...
เมิ่งซวี่หันไปมองสือหว่านหนิง แล้วจมลงสู่ความคิด
สือหว่านหนิงกลายเป็นซอมบี้วิวัฒนาการระดับที่สอง จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเขา 'เฉินปิน' เคยเป็นซอมบี้วิวัฒนาการระดับสี่ ส่วน 'หยานซูจิ้ง' ที่เขาฆ่าตอนเช้า เป็นซอมบี้วิวัฒนาการระดับสิบสี่ ที่ควบคุม 'ซอมบี้เกราะภายนอก'
ซอมบี้วิวัฒนาการแต่ละตัว มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง
เมิ่งซวี่สงสัยว่า ซอมบี้วิวัฒนาการระดับสองอย่างสือหว่านหนิง จะมีความสามารถแบบไหน
คิดได้ดังนั้น เมิ่งซวี่จึงไม่ได้รีบลงมือฆ่า แต่เลือกจะสังเกตการกลายพันธุ์ของสือหว่านหนิงก่อน
เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ใบหน้าของสือหว่านหนิงตอนนี้ดูดุร้ายขึ้นกว่าเดิม ก่อนหน้านี้เธอดูคล้ายกับดาราสาววัยรุ่นคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอกลับดูเหมือนสัตว์ร้ายไปแล้ว
นอกเหนือจากนั้น เธอแทบไม่แตกต่างจากซอมบี้ตัวอื่นเลย
แต่ในเมื่อเธอเป็นซอมบี้วิวัฒนาการพิเศษระดับสอง เมิ่งซวี่คิดว่าควรศึกษาเธอให้ละเอียด
เพราะเขาคิดว่า ในอนาคต เขาอาจเจอซอมบี้วิวัฒนาการแบบเดียวกันอีก
จะให้ 'ผู้ถูกเลือก' แต่ละคนกลายร่างเป็นซอมบี้ที่มีลักษณะแตกต่างกันหมดเลยคงไม่ใช่แน่
ถ้าเป็นแบบนั้น ซอมบี้ทั่วโลกคงมีเป็นแสนเป็นล้านรูปแบบ?
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรับเธอเป็นพนักงานของบริษัทเพื่อศึกษา หรือจะวิจัยให้เสร็จก่อนแล้วฆ่าทิ้ง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าทางไหนจะเป็นประโยชน์มากที่สุด