เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือการอ่านสถานการณ์

บทที่ 7 ทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือการอ่านสถานการณ์

บทที่ 7 ทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือการอ่านสถานการณ์ 


【อัปเกรดสำเร็จ! อาชีพ ‘พนักงานแจกใบปลิว’ ของคุณได้เลื่อนจากระดับ 0 เป็นระดับ 1】

【ในฐานะพนักงานแจกใบปลิว คุณต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงและไม่แน่นอนอยู่เสมอ ดังนั้น พนักงานแจกใบปลิวระดับ 1 จึงพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่กลัวสภาพอากาศสุดขั้ว และมีความรวดเร็วมากขึ้น คุณจะได้รับการเพิ่มค่าสถานะ】

【การแจกใบปลิวต้องอาศัย ‘การอ่านสถานการณ์’ หากไม่มีไหวพริบ อาจส่งใบปลิวให้กับขี้เมา, อันธพาล หรือวายร้ายระดับโลก ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่】

【คุณได้รับ: +0.5 ความคล่องแคล่ว, +0.5 ความแข็งแกร่ง, +1 จิตใจ และสกิลอาชีพใหม่: การอ่านสถานการณ์】

【ค่าสถานะปัจจุบันของคุณ: จิตใจ 7, ร่างกาย 8.5, พละกำลัง 11, ความคล่องแคล่ว 10.5】

ตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าทำให้เมิ่งซวี่ถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ

หลังจากอ่านจบ เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

การอัปเกรดอาชีพสามารถเพิ่มค่าสถานะให้เขาได้ด้วยหรือ?

แม้ว่าจะไม่มาก แต่ถ้าสะสมไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะมีประโยชน์กว่าการไปเข้ายิมเสียอีก

แล้วสกิลนี้คืออะไร?

‘การอ่านสถานการณ์’?

จำเป็นต้องมีสกิลนี้ด้วยหรือ?

เมิ่งซวี่ขมวดคิ้ว แต่ในวินาทีต่อมา รายละเอียดของสกิลก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

【การอ่านสถานการณ์】

【ระดับ: 1 (ไม่สามารถอัปเกรดได้)】

【รายละเอียด: ดวงตาต้องมองไปรอบด้าน หูต้องฟังทุกสิ่ง ชีวิตที่สมบูรณ์แบบต้องมีทักษะการเข้าสังคม ด้วยสกิลนี้ คุณสามารถระบุอาชีพหลักของเป้าหมายจากรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และสามารถดูระดับอาชีพของพวกเขาได้ หากระดับของเป้าหมายสูงกว่าคุณมาก จะไม่สามารถตรวจสอบได้】

เมื่อเห็นผลของสกิลนี้ เมิ่งซวี่ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ก็แค่สกิลสแกนระดับ ทำไมต้องตั้งชื่อให้ดูยิ่งใหญ่ขนาดนี้?”

เมิ่งซวี่พึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกว่าจิตใจของเขาเริ่มเฉียบคมขึ้น แต่เมื่อมองที่ค่าจิตใจ 7 ของตัวเอง ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล

เดี๋ยวนะ… การอัปเกรดอาชีพเมื่อกี้ให้ค่าจิตใจเพิ่มแค่ 0.5 ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมค่าจิตใจถึงเพิ่มขึ้นมา 1 เต็ม ๆ?

เอาเถอะ คิดมากไปก็ไม่ได้อะไร อย่างน้อยตอนนี้เขารู้สึกตื่นตัวดี

เมิ่งซวี่ยืดตัวขึ้นนั่งตรง แล้วหันไปมองรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะใช้แต้มสะสมแลกบิสกิตอัดแท่งมา

【คุณต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่?】

เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เมิ่งซวี่กดตกลงทันที

วินาทีต่อมา เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในกระเป๋าของเขา เมื่อควักออกมา ก็พบว่ามันเป็นบิสกิตอัดแท่งไม่มีฉลาก

แม้มันจะมีขนาดแค่ครึ่งฝ่ามือ แต่สำหรับเมิ่งซวี่ แค่นี้ก็มากพอแล้ว

“แกรก”

เมิ่งซวี่ฉีกซองบิสกิตออก ก่อนจะกัดเข้าไปคำหนึ่ง

“อืม... รสต้นหอม กรอบดีแฮะ”

ขณะที่รสชาติของบิสกิตอัดแท่งแตกกระจายในปากของเขา เมิ่งซวี่อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา

เส้นประสาทที่ตึงเครียดของเขาค่อย ๆ คลายลง

เมื่อนึกถึงงานหนักในช่วงบ่าย เมิ่งซวี่ลังเลเล็กน้อยก่อนจะใช้แต้มสะสมแลกโคล่ากระป๋องหนึ่ง เขานั่งเอนตัวบนเก้าอี้สำนักงาน มือข้างหนึ่งถือบิสกิต อีกข้างถือโคล่า ทำให้เขารู้สึกว่า…ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ราวกับว่ายังคงเป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำโอทีไม่มีวันสิ้นสุด

“เหมือนจะขาดอะไรไปหน่อย…มันเงียบเกินไป”

เมิ่งซวี่ขมวดคิ้ว แล้วจู่ ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างออก เขาลุกพรวดไปกระชากผ้าม่านออกจนสุด แสงแดดจ้าแผ่กระจายเข้ามาทันที ความอบอุ่นจากแสงแดดทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

หลังจากนั้น เขากลับไปนั่งที่เดิม เอนหลังพิงเก้าอี้ รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง

“แบบนี้แหละ ใช่เลย”

จากนั้นเขาก็ยกโคล่าขึ้นดื่มรวดเดียว

“อึก…”

น้ำอัดลมกับเก้าอี้นุ่ม ๆ …นี่แหละชีวิตที่สมบูรณ์แบบ!

ข้างนอกยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงกรีดร้องเป็นระยะ และเสียงคำรามต่ำ ๆ ไม่ชัดเจน

ไกลออกไป มีเสียงอื่น ๆ ดังแว่วมา แต่ระยะทางไกลเกินไป ทำให้เมิ่งซวี่ฟังไม่ออก

ย่านอาคารสำนักงานนี้อยู่ไกลจากตัวเมือง จุดเด่นเดียวคือมีรถไฟฟ้าใต้ดินเชื่อมต่อ หากไม่มีรถไฟฟ้า ที่นี่คงจะเป็นที่ร้างไปแล้ว

ไม่ว่าอย่างไร มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน—

ความเป็นระเบียบของโลกกำลังสลายไป

ตามหลักแล้ว ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ ไม่น่าจะล่มสลายเร็วขนาดนี้

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เมิ่งซวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนความคิดทิ้งไป

‘มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ’

สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ คิดให้ออกว่าจะกระจายใบปลิวอีก 200 แผ่นที่เหลือยังไงต่างหาก

จู่ ๆ สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ถนนไกล ๆ มีรถบัสคันหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดึงดูดความสนใจของเขาทันที

เมิ่งซวี่นั่งตัวตรง มองไปยังรถบัสที่กำลังวิ่งเข้ามา มันพุ่งชนรถคันอื่นบนถนน ทำให้เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นไม่ขาดสาย

เสียงที่ดังสนั่นนี้ ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในพื้นที่โดยรอบ

เมิ่งซวี่รู้สึกได้ว่า บางสิ่งกำลังเปลี่ยนไป

“แกร๊ง!”

เสียงกระจกแตกดังมาจากชั้นบนของอาคาร และทันใดนั้น เขาเห็นเงาดำหลายเงากระโจนลงมาจากตึกสูง

ซอมบี้หลายสิบตัวกระโดดลงมาราวกับฝูงแมลง ทันทีที่กระแทกพื้น แม้ร่างกายจะแหลกสลาย บางตัวแขนขาหัก แต่พวกมันก็ยังคลานมุ่งหน้าไปยังรถบัสอย่างไม่หยุดยั้ง

เพียงไม่นาน รถบัสที่ควบคุมไม่ได้ก็พลิกคว่ำ ซอมบี้นับไม่ถ้วนกรูกันเข้าไปที่รถ

มันดูเหมือนฉากในภาพยนตร์เลย

แต่มันอยู่ไกลเกินไป เมิ่งซวี่มองไม่เห็นว่ามีคนรอดอยู่ในรถหรือไม่ และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถบัสจนทำให้มันพุ่งมาขนาดนี้

ถึงอย่างนั้น จิตใจของเขายังคงสงบนิ่ง

เขาหยิบปากกาขึ้นมา และจดบันทึกอย่างเยือกเย็น

“ซอมบี้บนถนนมีจำนวนมาก ราวสองถึงสามพันตัว ภายในอาคารสำนักงานมีประมาณร้อยตัว ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ซอมบี้ในอาคารน่าจะเพียงพอสำหรับการแจกใบปลิวที่เหลือ”

“ไม่น่าต้องออกไปเสี่ยงบนถนน”

หลังจากเขียนเสร็จ เขาฉีกกระดาษแผ่นนั้นขยำเป็นก้อน แล้วโยนลงถังขยะ

“เอาล่ะ ได้เวลาออกไปทำงาน”

เมิ่งซวี่ยืนขึ้น เตรียมออกไปแจกใบปลิวที่เหลือ

ในเมื่อคนขับรถบัสช่วยดึงดูดความสนใจของซอมบี้ไว้ เขาก็ควรใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า

“แกร๊ก”

เขาผลักประตูสำนักงานออก และมองไปยังซอมบี้สองตัวที่ถูกมัดอยู่หน้าห้อง—ผู้จัดการจางกับฉือเว่ย

ในทันใด ตัวหนังสือสีแดงสองบรรทัดปรากฏขึ้นบนหัวของพวกมัน

【อาชีพ: ซอมบี้】

【ระดับ: 0】

【ความชื่นชอบ: -100】

ทั้งสองตัวมีข้อมูลเดียวกันทุกประการ

เมิ่งซวี่ถอนหายใจอย่างผิดหวัง

“คุณผู้จัดการจาง คุณฉือเว่ย ผมให้ความสำคัญกับพวกคุณมากนะ ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกก็พาไปด้วย แต่ทำไมค่าความชื่นชอบของพวกคุณยังเป็นติดลบแบบนี้ มันทำให้ผมผิดหวังมาก”

เขาหนีบใบปลิวไว้ที่รักแร้ ก่อนจะถอนหายใจยาว

โดยเฉพาะคุณ ฉือเว่ย!

เขาดูแลเธอเป็นพิเศษ แต่เธอกลับไม่มีแม้แต่ความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาเลย น่าเศร้าจริง ๆ

“เฮ้อ… พูดไปก็ไม่มีประโยชน์”

ทันใดนั้น เมิ่งซวี่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาเขาเป็นประกาย

“จริงสิ ผมยังไม่ได้แจกใบปลิวให้พวกคุณเลยนี่นา!”

เขาหยิบใบปลิวสองแผ่นออกมา แล้วพูดกับฉือเว่ยและผู้จัดการจางด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“คุณฉือเว่ย คุณผู้จัดการจาง สนใจสมัครฟิตเนสและว่ายน้ำไหม? ลูกค้าประจำมีส่วนลด 20%! ถ้าไม่ซื้อ ผมจะให้ส่วนลดแบบ ‘กระดูกหัก’ ให้ก็ได้นะ…”

จบบทที่ บทที่ 7 ทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือการอ่านสถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว