- หน้าแรก
- ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในวันสิ้นโลก
- บทที่ 3 อย่าหาเรื่องคนบ้า!
บทที่ 3 อย่าหาเรื่องคนบ้า!
บทที่ 3 อย่าหาเรื่องคนบ้า!
ในสำนักงานข้างเคียง มีสองคนที่กำลังเงี่ยหูฟังเสียงจากด้านนอก เสียงโครมครามทำให้ทั้งคู่สบตากันด้วยความสับสน
ไม่นาน เสียงอันแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากใต้โต๊ะ
“ผู้จัดการ…นั่นเสียงของเสี่ยวเมิ่งใช่ไหม?”
“เขากำลังทำอะไรอยู่ บอกรักฉือเว่ย? แต่ฉือเว่ย…ไม่ใช่ว่าถูกท่านประธานฉือ…”
เจ้าของเสียงพูดตะกุกตะกัก ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน จึงกระซิบถามผู้จัดการที่กำลังแอบอยู่หลังผนังอย่างระมัดระวัง
ผู้จัดการผู้มีพุงใหญ่โต กำลังแอบมองสถานการณ์ด้านนอกผ่านหน้าต่าง ด้วยท่าทางตะลึงลาน
“นี่…นี่…”
มันน่าตกใจเกินไป
เขาแทบหาคำพูดมาบรรยายความรู้สึกของตัวเองไม่ได้
ลงเวลาเข้างาน?
บอกรักซอมบี้?
เสี่ยวเมิ่ง…เขาบ้าไปแล้วเหรอ?
ผู้จัดการรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
หมอนี่…เป็นบ้าแน่ ๆ
ใครจะไปคิดว่าคนที่ปกติซ่อนความบ้าได้แนบเนียนขนาดนี้ ไม่มีสัญญาณอะไรให้สังเกตเลยสักนิด
แม้จะไม่รู้ว่าทำไม ‘ฉือเว่ย’ ถึงไม่กัดเขา แต่ผู้จัดการก็เกิดความคิดที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาในหัว
เขาหันกลับไปมองพนักงานร่างท้วมที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ ก่อนกระซิบเบา ๆ
“เดี๋ยวฉันเรียกเมิ่งซวี่มา นายหาทางก่อเสียงดังขึ้นมาหน่อย ได้ยินไหม?!”
“ทำตามที่ฉันบอก รับรองเรารอดแน่!”
...
“ขอแสดงความยินดี คุณลงเวลาเข้างานสำเร็จ!”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์อันแสบแก้วหูดังก้องไปทั่วทางเดิน ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นไม่น้อย
ภายในสำนักงานอื่น ๆ ดูเหมือนจะมีซอมบี้มนุษย์เงินเดือนเช่นกัน
เสียงรบกวนที่ดังขึ้นมาทำให้เมิ่งซวี่สูดหายใจลึก พยายามรักษาความสงบ
【ภารกิจลงเวลางานอันแสนธรรมดาของคุณสำเร็จแล้ว คุณลงเวลาได้ก่อนเวลา 3 นาที หลีกเลี่ยงค่าปรับจากการมาสาย】
【ภารกิจสำเร็จ ระดับภารกิจ: เป็นคนปกติ】
【คุณได้รับรางวัล: หัวหน้าของคุณให้ความสนใจเป็นพิเศษ】
เมิ่งซวี่มีสีหน้าเรียบเฉย ไร้อารมณ์
หัวหน้าชื่นชม?
โลกถึงจุดจบแล้ว หัวหน้าจะมีความหมายอะไรอีก!
แต่แต้มคะแนนนี่ใช้ทำอะไรได้?
ทันทีที่เมิ่งซวี่คิดเรื่องนี้ เมนูคล้าย ‘ร้านค้า’ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
【ร้านค้านี้จะแสดงเฉพาะสินค้าที่ผู้ใช้งานสามารถซื้อได้เท่านั้น รายการสินค้าที่เกิน 5 แต้มจะไม่ถูกแสดง】
เมื่อเห็นตัวอักษรสีแดงแจ้งเตือน เมิ่งซวี่ก็พอใจมาก กวาดตามองลงไป พบว่ามีเพียงสามตัวเลือก
หนึ่งในนั้นถูกระบุว่าเป็น ‘สินค้าที่คุ้มค่าที่สุด’ ส่วนอีกสองชิ้นถูกระบุว่าเป็น ‘ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่’
“5 แต้ม แลกเงินสด 5000 หยวน? ว้าว”
เห็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว เมิ่งซวี่ถึงกับหัวเราะออกมา
โลกถึงจุดจบแล้ว พี่ชาย จะให้ฉันห้าพันล้านก็ไม่มีประโยชน์!
แต่เดี๋ยว… ถ้าซอมบี้พวกนี้อ่อนแอมากจนถูกกำจัดหมดล่ะ?
ส่วนอีกสองตัวเลือก แม้จะดูธรรมดา แต่สำหรับเมิ่งซวี่แล้ว ถือว่าใช้ได้เลย
ตัวแรกเป็นน้ำอัดลมที่ช่วยให้ตื่นตัว อีกตัวเป็นบิสกิตอัดแท่งที่ช่วยให้อิ่มไปได้หนึ่งมื้อ
ราคาชิ้นละ 2 แต้ม
ดีเลย ทั้งอาหารและเครื่องดื่มพร้อม!
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ คงไม่มีใครเลือกบิสกิตกับน้ำอัดลม
แต่ตอนนี้…
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเลือกเงินห้าพันหยวน!
เมิ่งซวี่สูดหายใจลึก หันไปมอง ‘ฉือเว่ย’ ที่ยังคงเดินไปมา แม้ว่าเธอจะมีความประทับใจที่ ‘แย่สุดขีด’ กับเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีซอมบี้ตัวที่สองปรากฏขึ้น
ดังนั้น เมิ่งซวี่ตัดสินใจถอยกลับไปก่อน รอให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น
“เสี่ยวเมิ่ง มานี่สิ!”
ทันใดนั้นเอง เสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้นข้างหูของเมิ่งซวี่
เสียงนั้นเบามาก แฝงไปด้วยความเร่งรีบ เจ้าของเสียงพยายามกดเสียงต่ำให้มากที่สุด
เมิ่งซวี่รู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก เขาหันไปมอง และพบว่าที่ประตูสำนักงานข้าง ๆ ถูกแง้มเปิดเล็กน้อย มีใบหน้าหนึ่งโผล่ออกมาจากช่องประตู จ้องมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง ราวกับต้องการให้เมิ่งซวี่ยื่นมือเข้าช่วย
เมื่อเห็นใบหน้านั้น เมิ่งซวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
โอ้…นี่มันผู้จัดการนี่?
แค่ข้ามคืน ทำไมดูโทรมขนาดนี้?
ไหนล่ะ ความเคร่งขรึมตอนที่บังคับให้ฉันทำโอทีเมื่อคืน?
แล้วทำไมคุณถึงไปอยู่ในสำนักงานของบริษัทข้าง ๆ ? นี่มันเรื่องอะไรกัน?
นี่น่ะหรือ… ‘การชื่นชมจากหัวหน้า’?
เมิ่งซวี่ยิ้มกริ่ม
เมื่อเห็นเมิ่งซวี่สังเกตเห็นตัวเอง ผู้จัดการก็ดีใจสุดขีด รีบกระซิบว่า
“เสี่ยวเมิ่ง ช่วยหน่อยสิ ไปล่อฉือเว่ยออกไปที!”
เมิ่งซวี่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้คิดมาก ก้าวเข้าไปหา ตั้งใจจะพูดคุยกัน
เพราะในสถานการณ์แบบนี้ มีพรรคพวกเพิ่มขึ้นก็มีแต่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอด
แต่เมื่อเมิ่งซวี่กำลังจะก้าวเข้าประตู จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียง “แกร๊ก”
ประตูถูกปิดล็อกจากด้านใน ทิ้งให้เมิ่งซวี่อยู่ข้างนอก!
และในจังหวะเดียวกัน ภายในห้องเกิดเสียงดังสนั่น ราวกับมีใครตั้งใจทำให้เกิดเสียง
อะไรเนี่ย?
เมิ่งซวี่ชะงักไปชั่วขณะ
ทันทีที่เสียงดังขึ้น ‘ฉือเว่ย’ ที่เดินอยู่ปลายทางเดินก็หันขวับไปทางต้นเสียง แต่เมื่อเห็นเมิ่งซวี่ ก็ยังคงลังเลไม่เข้าใกล้ทันที
ในขณะเดียวกัน ห้องอื่น ๆ ก็เริ่มมีเสียงคำรามของซอมบี้ดังขึ้น ดูเหมือนเสียงนั้นจะกระตุ้นให้ซอมบี้ที่ถูกขังอยู่เกิดอาการคลุ้มคลั่ง
ทันใดนั้น เมิ่งซวี่ก็ได้ยินเสียงผู้จัดการตะโกนดังลั่น
“เมิ่งซวี่! เธอมาแล้ว รีบล่อเธอออกไปที! ถ้าเราผ่านวิกฤตไวรัสครั้งนี้ไปได้ ฉันจะเลื่อนตำแหน่งนายเป็นรองผู้จัดการ! อนาคตของบริษัทต้องพึ่งพาคนหนุ่มไฟแรงอย่างนาย!”
【ขอแสดงความยินดี! การลงเวลางานของคุณทำให้หัวหน้าสนใจ! การเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนอยู่ไม่ไกล! กฎข้อแรกของการอยู่ในองค์กร อย่าทำให้หัวหน้าของคุณไม่พอใจ กรุณากล่าวขอบคุณหัวหน้าของคุณอย่างสุดใจ!】
【ปลดล็อกภารกิจ: กล่าวคำทักทายอย่างจริงใจแก่หัวหน้า】
【รางวัลภารกิจ: แต้มคะแนน +5 ความไว้วางใจจากหัวหน้า +10】
“เหอะ”
เมิ่งซวี่มองไปด้วยสายตาเย็นชา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน
เมิ่งซวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดกับผู้จัดการที่อยู่อีกฝั่งของประตูเสียงดังฟังชัด
“สวัสดีตอนเช้าครับผู้จัดการ! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่ออฟฟิศของบริษัทข้าง ๆ ล่ะ? ผมว่าเราควรกลับไปทำงานที่บริษัทของเราเองนะ ว่าไหม? ส่วนเรื่องเลื่อนตำแหน่ง… ผมว่าไม่เอาดีกว่า คุณไปเองเถอะ!”
“หะ?”
ผู้จัดการตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้สึกถึงแรงกระชากจากด้านนอก!
มือจับประตูเริ่มหมุน!
“แย่แล้ว!”
สีหน้าของผู้จัดการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขารีบพยายามกดประตูไว้สุดแรงเกิด แต่พละกำลังของเมิ่งซวี่หลังจากเพิ่มแต้มแล้ว ช่างเหนือกว่าผู้จัดการที่ทั้งแก่และอ่อนแรงอย่างเทียบกันไม่ได้!
ผู้จัดการตะโกนลั่น
“ช่วยกันหน่อย! อย่าให้เมิ่งซวี่เข้ามา! ให้เขาล่อเจ้าตัวนั้นไป เราจะได้หนีออกไปจากที่นี่!”
พนักงานร่างท้วมที่แอบอยู่ใต้โต๊ะได้สติ รีบพุ่งเข้าไปช่วย แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับ ประตูก็ถูกเมิ่งซวี่กระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง!
“โครม!”
เสียงดังสนั่น ประตูเปิดออกกว้าง สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง
ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
“เสี่ยวเมิ่ง…”
ผู้จัดการพยายามฝืนยิ้ม แต่เมื่อเห็นเมิ่งซวี่ถือกรรไกรหอก DIY ที่เขาทำขึ้นเอง คำพูดของผู้จัดการก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเสียงอ่อนโยนทันที
“เมื่อกี้ฉันคิดว่า…อาจให้หลิวเหวินเหนิงไปแทน น่าจะเหมาะสมกว่า”
ตอนนี้เขาเสียใจจนแทบกัดลิ้นตัวเอง
ไม่น่าไปยุ่งกับคนบ้าเลย!
หลิวเหวินเหนิง ก็คือพนักงานร่างอวบที่ช่วยสร้างเสียงดังเมื่อกี้
เมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง พนักงานคนนั้นถึงกับตัวสั่น
“เหอะ”
เมิ่งซวี่หัวเราะเย็นชา ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป
ทันใดนั้น ‘ฉือเว่ย’ ก็พุ่งเข้าไปแทน!
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”
ผู้จัดการที่เพิ่งถอนหายใจโล่งอกไม่ทันไร ก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อเห็น ‘ฉือเว่ย’ พุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าซีดเผือดทันที และก่อนที่เขาจะทันทำอะไร ก็ได้ยินเสียง "ฉับ" ดังขึ้น พร้อมกับเศษเนื้อที่ถูกกัดออกไปจากร่างกาย!
เสียงขบเคี้ยวต่ำดังขึ้น ความแรงของกรามที่กัดทะลุเนื้อทำให้เลือดกระเซ็นไปทั่ว
“อ๊ากกกก!!”
เสียงกรีดร้องดังระงม ในขณะที่พนักงานร่างท้วมถึงกับทรุดลงไปกับพื้น ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
เมิ่งซวี่ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง
ถ้าเจ้าพวกนี้รีบปิดประตูตั้งแต่แรก บางทีพวกมันอาจมีโอกาสรอด
แต่พวกมัน…พลาดโอกาสนั้นไปแล้ว
เรื่องราวที่ผ่านมาก็ให้จบไปกับเมื่อวาน วันนี้…
มันคือการเริ่มต้นใหม่!