- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 47 ทอมครูซขอบทพระเอก
ตอนที่ 47 ทอมครูซขอบทพระเอก
ตอนที่ 47 ทอมครูซขอบทพระเอก
พูดอย่างตรงไปตรงมา ในภาพยนตร์แอ็คชั่นสายลับ สิ่งที่นางเอกต้องมีก็แค่ความสวยเท่านั้น
เพราตัวเด่นๆของหนังแนวนี้ย่อมเป็นตัวเอกชายอยู่แล้ว
ดังนั้นบทเด่นที่ต้องคัดเลือกในหนังเรื่องนี้ย่อมเป็นตัวนักแสดงชาย
แม้ว่าเควินจะตัดสินใจไว้แล้วว่าพระเอกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลจะต้องเป็นทอม ครูซแน่นอน
เพราะท้ายที่สุดในชีวิตที่แล้วของเขา นี่คือคนที่ทำให้มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลประสบความสำเร็จ
แต่ตอนนี้มันเป็นการสร้างหนังเรื่องนี้ล่วงหน้าถึงสองปี เควินไม่รู้เลยว่าทอม ครูซจะมีความสนใจในหนังเรื่องนี้มากแค่ไหน
อีกอย่างถ้าเขาไปขอให้ทอมครูซรับบทนำ มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังขอความช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่
ด้วยเหตุนี้ เควินจึงเลือกที่จะเปิดการคัดเลือกนักแสดง
ในเวลาเดียวกัน นี่ก็ถือเป็นการโปรโมตล่วงหน้าสำหรับมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลเช่นกัน
นอกจากการคัดเลือกนักแสดงจำนวนมากแล้ว สื่อต่างๆมากมายก็เริ่มรายงานข่าวเกี่ยวกับมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลด้วย
………………..
“เป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากทีวีซีรีส์คลาสสิกของอเมริกา กำกับโดยสตีฟ เควิน ผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดัง และชวนให้นึกถึงประสบการณ์วัยเด็กของผู้ชมจำนวนมาก หากมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ คุณจะไปดูหรือไม่?”
“ตามข่าวที่เราทราบมา มีคนสนใจมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลมากมาย มีทั้งดาราอย่างนิโคลัส เคจ, ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนและคนอื่นๆต่างก็แสดงความสนใจในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก”
………………..
ทอม ครูซมองดูข่าวในหนังสือพิมพ์อย่างเงียบๆ
ความล้มเหลวของภาพยนตร์เรื่อง Far and Away (ไกลเพียงใดก็จะไปให้ถึงฝัน) ถือเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับเขา ก่อนหน้านี้ ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เขาแสดงล้วนประสบความสำเร็จอย่างสูง และเขาไม่เคยสัมผัสถึงความขมขื่นจากการล้มเหลวเลย
นับตั้งแต่หนังของเขาล้มเหลว คำชื่นชมที่เขาเคยได้รับก็เปลี่ยนเป็นความดูถูกเหยียดหยามและการตั้งข้อสงสัย
เรื่องนี้สร้างความกดดันต่อตัวเขาเป็นอย่างมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าอยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ เขาก็ต้องผ่านมันไปให้ได้
ขณะที่เขากำลังฟื้นฟูสภาพจิตใจอยู่ในบ้านของเขา ข่าวจากโลกภายนอกก็ปรากฏสู่สายตาเขา
ผลงานใหม่ของสตีฟ เควิน เป็นภาพยนต์แอ็คชั่น ลงทุนสูงกว่า 80 ล้านเหรียญ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล ซีรีย์ที่เป็นความทรงจำวัยเด็กของเขา
ทอม ครูซมีความรู้สึกผูกพันอย่างแยกไม่ออกกับมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลซึ่งเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่ดีที่สุดของเขา เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับโปรเจ็กต์นี้ เขาก็ปฏิเสธมันไม่ได้เลย
หลังจากเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ ทอมก็มองไปที่นิโคลที่อยู่ข้างๆเขาแล้วพูดขึ้นมา
“ที่รัก ไปที่วิลล่าของเควินกับฉันหน่อย เพื่อพูดคุยเรื่องบทพระเอกของหนังเรื่องมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล”
นิโคลที่ได้ยินแบบนั้นก้ถามด้วยความกังวล
"ที่รัก แล้วบทนางเอกของฉันล่ะ?"
ทอมครูซแสดงท่าทีเย็นชาแล้วตอบกลับ
"ที่รัก หากฉันล้มเหลวอีกเรื่อง ต่อให้เป็นฉันเองก็อยู่รอดในฮอลลีวูดต่อไปได้ยาก"
“ฉันจะทำสิ่งที่ช่วยให้ฉันประสบความสำเร็จต่อไปได้ โอเค๊?”
ความหมายของคำพูดของทอมครูซนั้นเรียบง่าย เขาต้องปกป้องตัวเองและรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้ให้ได้ก่อนจึงจะมีพลังช่วยนิโคลได้
เรื่องนี้ทอมครูซก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่บางครั้งผู้หญิงก็ไม่ได้มีเหตุผลเช่นกัน
ดวงตาของนิโคลฉายแววแห่งความเคียดแค้น จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มในทันที เธอจับมือทอมแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
"งั้นเราไปพบเควินด้วยกันเถอะ"
………………
วิลล่าของทอม ครูซและเควินอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นาทีหากเดินทางด้วยรถยนต์ ไม่กี่นาทีต่อมา ทอม ครูซก็ขับรถหรูของเขาและมาถึงที่บ้านของเควินพร้อมกับนิโคล
“ทอมครูซ!”
“เควิน!”
เมื่อเห็นทอมครูซเข้ามา เควินจึงออกไปทักทายเขาอย่างสุภาพ
โจลี่เองก็เดินตามเขาอย่างใกล้ชิด
เควินและทอมครูซคุยกัน
โจลี่ก็ยืนอยู่ข้างๆ มองไปที่นิโคล
ทั้งสองคนเป็นผู้หญิงที่ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งและอำนาจที่สูงส่ง ดังนั้นจึงมีการแข่งขันกันเกิดขึ้นบ้าง ในแง่ของความสวยงาม โจลี่ที่มองนิโคลมีสีหน้าที่ไม่มั่นใจเล็กน้อย
เธอรู้ว่าเธอไม่สวยเท่านิโคล
อย่างไรก็ตาม ความสวยไม่ใช่ทุกอย่าง มันยังขึ้นอยู่กับรูปร่างและบุคลิกและอื่นๆอีก อย่างน้อยเธอก็เชื่อว่าตัวเธอเองตรงสเปคเควินมากกว่านิโคลอย่างแน่นอน
…………….
“ทอม นายอยากได้บทพระเอกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลงั้นเหรอ?”
เควินแกล้งทำเป็นแปลกใจ
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ทอมก็เข้าประเด็นโดยตรงและถามเขาถึงตำแหน่งพระเอกของเรื่อง
ทอม ครูซมีท่าทีจริงและพูดต่อ “ถูกต้องแล้ว เควิน นายอาจไม่รู้นะ แต่ฉันชอบมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลมาก มันเป็นทีวีซีรีย์สุดโปรดของฉันตั้งแต่สมัยเด็กเลย”
“หากนายไม่ได้เริ่มโปรเจกต์มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลตั้งแต่ตอนนี้ สักปีหรือสองปีต่อมาฉันคงเสนอไอเดียนี้แทนไปแล้ว และฉันคงจะได้เป็นโปรดิวเซอร์เองด้วย”
“ให้ฉันเป็นพระเอกเถอะ เควิน ถือว่าฉันติดหนี้นายก็แล้วกัน”
เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้ เควินที่เล็งทอมครูซไว้แต่แรกแล้วก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง
"ถ้าอย่างนั้น นายก็ไปออดิชั่นบทพระเอกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลได้เลยทอมครูซ"
ทอมครูซสูดหายใจเข้าลึกๆ
ในฮอลลีวูดมีวัฒนธรรมที่ไม่เคยระบุเอาไว้อยู่ ในเวลาที่มีการจัดออดิชั่นบทของหนังทุนสูง นั่นคือหากทางภาพยนตร์ไม่ได้ใส่ชื่อคนออดิชั่นที่เป็นดาราดังเอาไว้
นั่นแปลว่าหนังเรื่องนี้อยากได้นักแสดงหน้าใหม่
แต่ถ้ามีชื่อดาราดังหรือซุปเปอร์สตาร์คนหนึ่งอยู่ในนั้นแล้วละก็ นั่นหมายความบทบทนั้นเป็นของคนคนนั้นเรียบร้อยแล้ว
……………
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทอมครูซคาดหวังไว้ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ทอมครูซก็เข้าร่วมทีมงานมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลโดยรับค่าจ้าง10ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้วยการร่วมกันแพร่ข่าวของทั้งสามบริษัทใหญ่ทำให้มันแพร่กระจายไปทั่วอเมริกาอย่างรวดเร็ว
ภาพยนตร์เรื่องนี้ดึงดูดความสนใจของคนอเมริกันทุกคนแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มฉายเสียอีก
นั่นคือเอกสิทธิ์ของภาพยนตร์ระดับบล็อคบัสเตอร์
ภาพยนตร์ที่เรียกว่าบล็อคบัสเตอร์ คือ ภาพยนตร์ที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ มีดาราดังและผู้กำกับชื่อดัง
สื่อมวลชนจำนวนนับไม่ถ้วนหลั่งไหลมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และหลังจากการหารือร่วมกันภายในระหว่างวอร์เนอร์, MGM และพาราเมาท์แล้ว จึงได้มีมติให้จัดงานแถลงข่าวเพื่อเริ่มการถ่ายทำ
หลังจากประชุมเสร็จก็เริ่มถ่ายทำกันทันที
………………
โรงละครแห่งหนึ่งในลอสแองเจลีสได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวครั้งนี้
เควินพานักแสดงนำชายและหญิงอย่างทอมครูซและแองเจลิน่า โจลี่ รวมไปถึงนักแสดงสมทบคนสำคัญคนอื่นๆอีกหลายคนมาที่งานแถลงข่าว
ประธานบริษัทMGMเข้าร่วมงานแถลงข่าวด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้การแถลงข่าวมีความหมายที่แตกต่างออกไป
นักข่าว “ท่านประธานแลดด์ คุณเลือกที่จะให้ผู้กำกับหน้าใหม่อย่างสตีฟ เควินกำกับหนังใหญ่ที่มีการลงทุนถึง 80 ล้านเหรียญ มีความลับอะไรที่เรายังไม่รู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้รึเปล่าคะ?”
นักข่าว “MGMขาดทุนมาหลายปีแล้ว ประธานแลดด์กำลังคาดหวังว่ามิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลจะสามารถพลิกสถานการณ์ของMGMให้กลับมาอยู่ใช่ไหมครับ?”
ใบหน้าของแลดด์แข็งค้างไป คำถามของนักข่าวเหล่านี้ไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของเขาเลย
แต่เขาไม่สามารถแสดงความโกรธเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เพราะมันไม่สอดคล้องกับสถานะของเขา
หลังจากปรับอารมณ์แล้ว แลดด์ก็ตอบคำถามทีละคนด้วยรอยยิ้ม
“เหตุผลที่ผมให้เควินกำกับมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลก็เพราะผมเชื่อมั่นในความสามารถของเขา หนังสองเรื่องติดต่อกันของเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก นั่นไม่ใช่ข้อพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาหรือไง?”