เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 การร่วมมือกันหลายฝ่าย

ตอนที่ 45 การร่วมมือกันหลายฝ่าย

ตอนที่ 45 การร่วมมือกันหลายฝ่าย


เควินที่หมดความสนใจก็พูดซ้ำเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นสาวชุดกี่เพ้าก็พาเควินไปยังชั้นสาม

ที่นี่เป็นโรงแรมพิเศษที่มีการตกแต่งสไตล์จีนคลาสสิก และชั้นสามคือชั้นสูงสุดแล้ว

ทันทีที่มาถึง เควินก็เห็นแลดด์ที่เป็นประธานบริษัท MGM และเจฟฟ์ โรบินอฟที่เป็นประธานของวอร์เนอร์กำลังสนทนากันอย่างเพลิดเพลิน

ในฐานะประธานของบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ พวกเขามีสถานะเดียวกัน และพวกเขาอาจจะกำลังจะได้ร่วมมือกันในอนาคต

โดยธรรมชาติแล้วจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

“เควิน!”

เมื่อเห็นเควินเข้ามา แลดด์ก็ยืนขึ้นและต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

ทัศนคติเช่นนี้ทำให้เควินตระหนักถึงสถานการณ์ของตัวเขาใน MGM ด้วย

เควินพยักหน้าและนั่งลง จากนั้นยื่นบทคร่าวๆของหนังมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลให้พวกเขาสองคนดู ในทำนองเดียวกัน เขายังได้เลือกนักแสดงที่เหมาะสมกับบทหลักไว้แล้วด้วย

จากนั้นเควินก็เรียกพนักงานเสิร์ฟแล้วสั่งอาหารอร่อยๆมากมาย

“ขอเป็ดย่าง เนื้อแกะนึ่ง กุ้งทอด เป็ดยัดไส้ข้าวเหนียว(เป็ดแปดขุมทรัพย์)...”

ดูเรียบง่าย แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาหารขึ้นชื่อในงานเลี้ยงของชาวจีน เควินในอดีตชาติเคยเป็นผู้กำกับระดับสาม ทั้งหมดนี้เป็นอาหารจานอร่อยที่เขาไม่สามารถกินได้

แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ตอนนี้เขาร่ำรวยแล้ว เขาสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้มากเท่าที่ต้องการ

ทั้งสองคนกำลังดูบทและวางแผนอย่างรอบคอบ และเควินก็ใช้โอกาสนี้เพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารของเขา

เขาเริ่มมีความคิดที่จะจ้างเชฟแล้ว

เจฟฟ์ โรบินอฟมองดูแผนดังกล่าวและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ นี่เป็นแผนโปรเจกต์ที่ดีมากจริงๆ

แต่เควินจะทำหนังสายลับได้จริงๆหรือ?

“เควิน คุณแน่ใจนะว่าต้องเรื่องนี้ต้องใช้ทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ?” (เท่ากับทุนสร้างของหนังเรื่องนี้ในชีวิตจริงในปี 1996)

เคฟฟ์อดไม่ได้ที่จะถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง จากการลงทุนในGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)แค่ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ดีดมาเป็น 80 ล้านเหรียญสหรัฐในเรื่องต่อไปเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก

ถ้าเควินไม่ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านภาพยนตร์มาสองเรื่องแล้ว เจฟฟ์ โรบินอฟคงไล่ตะเพิดออกไปนานแล้ว

เมื่อได้ยินคำถามของเจฟฟ์ เควินที่กำลังกินเป็ดย่างอยู่ก็พูด

“ถูกต้องแล้ว จากการคำนวณของฉัน เราต้องการอย่างน้อย 80 ล้านเหรียญ ฉันมั่นใจว่าบ็อกซ์ออฟฟิศในอเมริกาเหนือจะคืนทุนและทำกำไรได้อย่างมหาศาลอย่างแน่นอน”

“แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีพื้นฐานมาจากทีวีซีรีส์ของอเมริกาเรื่องมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล และลิขสิทธิ์อยู่ในมือของพาราเมาท์ พิคเจอร์ส(Paramount Pictures)”

“หากเราต้องการผลประโยชน์สูงสุด เราจะต้องเจรจากับพาราเมาท์และหาวิธีที่จะได้ลิขสิทธิ์จากพวกเขา อย่างน้อยที่สุด เราจะต้องได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์ แต่ด้วยวิธีนี้ เราจะทำเงินได้น้อยลงมาก”

คำพูดของเควินทำให้ทั้งสองตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างลึกซึ้งทันที

แต่ในไม่ช้าทั้งสองก็มีความคิดขึ้นมา

เนื่องจากไม่มีใครกล้าที่จะลงทุนเพียงลำพัง งั้นก็ให้MGMและวอร์เนอร์ร่วมมือกันแล้วจับมือกับพาราเมาท์อีกที

ลืมเรื่องขอซื้อลิขสิทธิ์ไปได้เลย พาราเมาท์ไม่ให้อย่างแน่นอน

แต่ขอลิขสิทธิ์เพื่อถ่ายทำภาพยนต์มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลภาคแรกนี้ยังคงต่อรองได้

แม้ว่าเควินจะเคยประสบความสำเร็จในหนังมาแล้วสองเรื่อง แต่เจฟฟ์ โรบินอฟและแลดด์ก็ยังลังเลอยู่ครู่หนึ่งเมื่อรู้ว่านี่เป็นการดัดแปลงจากทีวีซีรีย์อเมริกันคลาสสิก แต่มันก็เป็นธีมหนังคลาสสิกที่พอจะเป็นกลุ่มภาพยนตร์กระแสหลักอยู่

แถมยังมีการลงทุนหลายฝ่ายเพื่อกระจายความเสี่ยง

เพื่อคำนวนจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้

อย่างน้อยอัตราความสำเร็จก็พอมีอยู่บ้าง

“เควิน ในกรณีนั้น ฉันกับแลดด์จะไปที่พาราเมาท์เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการสร้างมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลนี้”

"ส่วนคุณก็จัดวางแผนการโปรเจกต์ต่อไป..."

เควินพยักหน้า

ในเวลาต่อมา เควินก็พาพวกเขาทั้งสองชิมอาหารจีน ก่อนจะแยกกันไป

จากนั้นเควินเรียกรถไปที่ CAA

……………….

อาคาร CAA

ในสำนักงานของไมเคิล โอวิทซ์ เขาและดอว์สันกำลังคุยกันอยู่

“ต่อไปนี้ นายต้องโน้มน้าวเควินให้ยอมรับบริการแพ็คเกจจิ้งที่ครอบคลุมที่สุดของเรา ไม่เช่นนั้น นายคงไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งแน่”

ไมเคิล โอวิทซ์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมทั้งแสดงท่าทีคุกคาม

เมื่อเห็นว่าภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องของเควินได้รับความนิยมอย่างมาก CAAก็อยากจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากเขาเช่นกัน

แพ็คเกจจิ้งที่CAAมีในเวลานี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้แพ็คเกจจิ้งของCAAมีเพียงทีมงานเบื้องหลังและนักแสดงเท่านั้น

เพื่อให้CAAได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ไมเคิล โอวิทซ์จึงพยายามโน้มน้าว ดอว์สันหาวิธีทำให้เควินยอมรับบแพ็คเกจจิ้งของเขาโดยสมบูรณ์

นั่นหมายถึงเควินจะกลายเป็นเครื่องมือของCAAในทันที

"ไม่มีทางที่เควินจะยอมรับเรื่องนั้น"

ดอว์สันพูดอย่างใจเย็น

“การทำแบบนี้จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ของCAAเรากับเควินเท่านั้น”

โอมิทซ์จึงตอบกลับอย่างเย็นชา “นี่คือปัญหาของนาย ถ้านายทำไม่ได้ก็ออกไปแล้วให้คนอื่นมาเป็นเอเยนต์ของเควินแทน!”

“ฉันให้เวลานายหนึ่งเดือน ถ้าทำไม่ได้ คนอื่นจะดูแลเควินแทน”

"เอาล่ะ ขยันทำงานเข้าไว้นะดอว์สัน ฉันเชื่อว่านายทำได้"

ความผิดหวังฉายชัดในดวงตาของดอว์สัน จากนั้นเขาก็ออกจากสำนักงานไปอย่างเงียบๆ

ท้ายที่สุดCAAมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าของลูกค้า

สำหรับดาราและผู้กำกับที่ไม่เคยขาดแคลนโอกาส CAAเป็นเหมือนแวมไพร์สำหรับพวกเขา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือCAAเองก็ไม่รู้เรื่องนี้

ตรงกันข้าม พวกเขาคิดว่าตัวเองให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบบแพ็คเกจจิ้งนี้มากที่สุดก็คือผู้กำกับ

ดาราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เท่านั้น ภาพยนตร์ที่ดีต้องมีรากฐานมาจากตัวบทที่ดี และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ดาราจะเปลี่ยนแปลงได้

แต่ผู้กำกับแต่ละคน พวกเขาจะมีลูกเล่น วิธีนำเสนอ และสไตล์การเล่าเรื่องที่แตกต่างกัน

ไม่มีผู้กำกับคนไหนอยากเป็นส่วนหนึ่งของบริการแพ็คเกจจิ้งแน่นอน และดอว์สันรู้ดี

ดอว์สันรู้สึกผิดหวังมาก จึงเดินออกจากอาคารCAA

แล้วเขาก็ได้พบกับเควินที่กำลังจะเข้าไปที่CAAโดยบังเอิญ

“ดอว์สัน เป็นอะไรรึเปล่า?”

เควินมองดูสีหน้าของดอว์สันและถามตรงๆ

เขาไม่เคยเห็นดอว์สันมีสีหน้าแบบนี้มาก่อน และดูเหมือนว่าต้องมีบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

ดอว์สันเดินเล่นกับเควินสักสองสามนาที จากนั้นพวกเขาก็นั่งลงบนม้านั่งในสวนสาธารณะ แล้วเขาก็พูดออกมา

"ประธานโอวิทซ์ขอให้ฉันทำให้นายเข้าร่วมบริการแพ็กเกจโดยสมบูรณ์ มิฉะนั้น ฉันจะถูกแทนที่โดยคนอื่น"

ใบหน้าของดอว์สันดูหดหู่ และดูเหมือนว่าเขาจะหมดกำลังใจเล็กน้อย

เควินเงียบไปครู่หนึ่ง เงียบให้กับความโลภของโอวิทซ์

แต่มันไม่แปลกเพราะที่นี่คือโลกของนายทุน

มันไม่เหมือนกับประเทศจีนซึ่งมุ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวมากกว่า สหรัฐอเมริกามีแรงจูงใจจากการคำนึงถึงผลประโยชน์มากกว่า

เมื่อผลประโยชน์ถูกละเมิด ความช่วยเหลือและความร่วมมือต่างๆที่เคยเกิดขึ้นก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 45 การร่วมมือกันหลายฝ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว