- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 24 การซื้อบ้าน
ตอนที่ 24 การซื้อบ้าน
ตอนที่ 24 การซื้อบ้าน
หลังจากออกจากบริษัทนิวไลน์ซินีม่าแล้ว เควินก็ตรงไปที่อาคาร CAA ทันที
ดอว์สันได้รับการติดต่อจากเขาแล้ว และกำลังรอเขาอยู่ในอาคาร CAA
เมื่อมาถึง เควินก็พูดออกมาอย่างจริงจังกับดอว๋สันว่า
“ดอว์สัน ช่วยฉันจดทะเบียนบริษัทภาพยนตร์อิสระหน่อย”
ดอว์สันพยักหน้า เควินได้หารือถึงจุดประสงค์ของตัวเองกับเขามาบ้างเล้กน้อยแล้ว
สิ่งแรกคือผลประโยชน์ด้านภาษี หากเขายื่นภาษีในนามบริษัท ภาษีจะต่ำกว่าภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา แน่นอนว่าวิธีนี้มีไว้สำหรับคนรวย
ประการที่สอง เควินไม่อยากแค่ทำเงินจากการเป็นผู้กำกับเท่านั้น เขาอยากเป็นผู้ลงทุนด้วย
ผู้กำกับที่สร้างผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องคือทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลสำหรับตัวบริษัทที่จัดจำหน่าย และคงจะเป็นการสูญเปล่าหากเขาเพียงแค่หาเงินให้คนอื่น
“ชื่อบริษัทคือ มอร์นิ่งสตาร์ พิคเจอร์ส และโลโก้ควรจะเป็นแสงยามเช้าที่เปล่งออกมาจากดวงอาทิตย์ ช่วยฉันหาบริษัทออกแบบมาออกแบบโลโก้ด้วยนะ”
ด้วยความทรงจำในอนาคตของเควิน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะพัฒนาบริษัทนี้ให้มีขนาดใหญ่เท่ากับบริษัทภาพยนตร์ระดับท็อป 5 ของโลก
ส่วนตำแหน่งซีอีโอนั้น...
เควินยังไม่รีบตัดสินใจเรื่องโครงสร้างบริษัทโดยเฉพาะ แม้ว่าปัจจุบันเขาจะได้รับความนิยมอย่างมากในฮอลลีวูดก็ตาม แต่ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครสามารถแน่ใจได้ว่าเขาคือดาวรุ่ง หากตอนนี้เปิดรับสมัครคนมาเข้าร่วมตั้งแต่ตอนนี้ เขาจะไม่สามารถดึงดูดคนเก่งๆได้เลย
แต่ตอนนี้ แค่บริษัทที่จดทะเบียนเปล่าๆแค่นี้ก็สามารถมีส่วนร่วมในการวางแผนภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขาได้แล้ว
หลังจากให้คำแนะนำกับดอว์สันแล้ว เควินก็ตรงกลับไปที่โรงแรมทันที
“โจลี่ เราไปหาซื้อบ้านกันไหม?”
"ได้สิ"
โจลี่ดูเหมือนจะทำตัวเป็นเจ้าบ้านในขณะนี้ แต่โชคไม่ดีที่เธอไม่รู้ว่าเควินไม่ใช่คนที่จะอยากแต่งงาน
เนื่องจากเขาเป็นเศรษฐี การแต่งงานอาจไม่สามารถผูกมัดเขาได้ก็จริง แต่มันจะทำให้เขามีปัญหามากมายแน่นอน
นิโคลัส เคจและคนดังอีกหลายคนมีหนี้สินเพราะการแต่งงานของพวกเขา และเควินก็ไม่อยากเผชิญชะตากรรมเดียวกัน
แน่นอนว่าเควินจะไม่ปฏิบัติต่อแองเจลิน่า โจลี่อย่างไม่ยุติธรรม
เมื่อต้องคัดเลือกนักแสดงมาเล่นหนังของตัวเอง เขาจะให้ความสำคัญกับตัวนักแสดงที่จะมารับบทนำเป็นอันดับแรก ตัวอย่างเช่น ในเรื่อง Get Out เขาต้องการนักแสดงสาวผิวขาวเซ็กซี่ที่มีน้ำเสียงไพเราะ เพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะอันชั่วร้ายของนางเอกได้อย่างเต็มที่
คุณสมบัติผู้หญิงร้ายๆแบบแองเจลิน่า โจลี่นั้นเป็นสิ่งที่เควินต้องการอย่างแท้จริง
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงบริเวณใกล้เบเวอร์ลี่ฮิลส์
เดิมทีเควินไม่ได้วางแผนที่จะซื้อบ้านตอนนี้ แต่หลังจากที่เขาพยายามจัดเรียงความทรงจำอย่างระมัดระวัง เขาก็ค้นพบทันทีว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งต่อไปจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2007
นั่นก็คือ ยังคงมีเวลาอีก 16 ปีจากนี้ และตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งหมายความว่าขณะนี้คือช่วงเวลาที่คุ้มทุนที่สุดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
เพราะงั้นก็ไม่ต้องคิดอะไรมากอีกแล้ว
ต้องรู้ว่าจะมีเหตุจลาจลในลอสแองเจลิสในปีหน้า สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในลอสแองเจลิสคงเป็นเบเวอร์ลีฮิลส์
ทำอะไรไม่ได้ สหรัฐอเมริกาอาจเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรงกับจำนวนภาษีที่จ่าย
ในฐานะผู้เสียภาษีรายใหญ่ เบเวอร์ลี่ฮิลส์จึงได้รับการคุ้มครองจากตำรวจอย่างแข็งแกร่งที่สุด
อย่างน้อยที่นี่ เควินจะไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีคนผิวสีมาจี้ปล้นเขาเลยแม้แต่น้อย
คนผิวสีที่เดินไปมาในละแวกนี้อาจต้องเผชิญกับการถูกตำรวจตรวจค้นทุกๆสามก้าว และนี่คือสิ่งที่เควินอยากเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากเดินไปมาได้สักพัก เควินก็รู้สึกได้ว่าความรู้สึกปลอดภัยนั้นหมายถึงอะไร
ในเวลาครึ่งชั่วโมง เควินเห็นรถตำรวจขับผ่านไปสามครั้ง แต่ดูเหมือนว่าเนื่องจากเขาและโจลี่เป็นคนผิวขาว ทั้งคู่ดูหล่อเหลาและสวยงาม ดูเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเมื่อมองครั้งแรก
ตำรวจไม่ได้เข้ามาซักถามพวกเขาเลย พวกเขาจะทำเพียงแค่มองพวกเขาสองคน ยิ้ม และเดินจากไป
เควินไม่สนใจ หลังจากติดต่อหาตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว เขาก็เดินไปยังจุดที่นัดกันทันที
เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าออฟฟิศแห่งหนึ่ง ก็มีชายวัยกลางคนหัวล้านเดินเข้ามาหาเขา
“สวัสดีครับผม สนใจซื้อหรือเช่าดีครับ”
ชายวัยกลางคนถามออกมาด้วยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา ใครก็ตามที่กล้าหาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ต้องเป็นคนร่ำรวยแน่นอน
ต่อให้ค่าคอมมิชชั่นจะน้อยแค่ไหน มันก็จะยังเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับพวกเขาแน่นอน
“ซื้อบ้าน!”
เควินพูดอย่างหนักแน่น
ชายวัยกลางคนชื่อลิตต์ ดูมีความสุขขึ้นมาทันใดและพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
"ตามผมมาเลยคร้าบ"
เควินและโจลี่เดินตามเขาไปและมุ่งหน้าสู่ภายในออฟฟิศนายหน้า
แบบจำลองสามมิติของเบเวอร์ลี่ฮิลส์ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา เมื่อมองไปที่ดวงตาที่ประหลาดใจของเควินและโจลีแล้ว ลิตต์ก็อดรู้สึกภูมิใจเล็กน้อยไม่ได้
หากใครอยากจะโดดเด่นในฐานะนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ระดับสูงอย่างเช่นที่เบเวอร์ลี่ฮิลส์ พวกเขาก็ต้องมีข้อได้เปรียบของตัวเอง และโมเดล 3 มิติที่เขาใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างขึ้นมานี้คือข้อได้เปรียบของเขานั่นเอง
คุณภาพของบ้านสามารถเห็นได้ชัดเจนจากโมเดลของเขา
เพียงให้ลูกค้าเลือกแบบบ้านที่ต้องการ ตรวจสอบราคา แล้วจากั้นก็ปิดการขายได้ เพราะคนที่สามารถมาดูบ้านในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ได้นั้นมีไม่มากอยู่แล้ว
หากมีคนมาดูบ้าน ก็แสดงว่าคนคนนั้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวมพอสมควร และจะไม่มีปัญหาในการลังเลที่จะซื้อแน่นอน
สิ่งเดียวที่กำหนดความต้องการในการซื้อของพวกเขาคือคุณภาพของบ้าน
ลิตต์อธิบายด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ท่านครับ ดูบ้านหลังนี้สิครับ เจ้าของบ้านคือนิโคลัส เคจที่เป็นดาราฮอลลีวูด ข้างๆบ้านหลังนี้กำลังว่างอยู่ และเจ้าของก็สนใจที่จะขาย”
“รูปแบบของบ้านหลังนี้…”
ขณะที่เขาแนะนำบ้าน เควินก็สังเกตตามแบบแปลนด้วยเช่นกัน
ต้องบอกว่านี่คือบ้านที่มีไว้สำหรับคนรวยอย่างแท้จริง มีทั้งห้องน้ำและห้องนอนหลายห้อง นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ สวน และบางที่ถึงกับมีป่าขนาดย่อมเลยด้วยซ้ำ
แค่เห็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจ
การได้อาศัยอยู่ในบ้านเช่นนี้จะทำให้มีความสุขโดยธรรมชาติ
เพื่อนบ้านต่างก็เป็นคนร่ำรวย มีทั้งนักธุรกิจชั้นสูง หรือไม่ก็ดาราดัง บ้านของทอม ครูซก็อยู่แถวนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้ทำให้เควินตัดสินใจซื้อมัน
ถ้าเขาไม่ซื้อตอนที่ราคาต่ำ เขาจะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นอีกมากหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังไงเขาก็ต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว หากเขาไม่ใช้จ่ายเงิน เขาก็จะต้องส่งมอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาโดยตรงให้กับกรมสรรพากรเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
ตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยก็พอ
“เอาหลังนี้ละกันครับ พาผมไปดูหน่อย”
ลิตต์พยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเอง สิ่งที่เควินกำลังพูดถึงคือวิลล่าราคาแพงที่เขาพึ่งพูดไป ซึ่งอยู่ติดกับทอม ครูซและนิโคลัส เคจ
ลักษณะเป็นวิลล่า 2 ชั้นขนาดเล็ก หลังคาส่วนใหญ่เป็นพื้นเรียบ
ราคาสูงถึง 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่ช่างยากจะเอื้อมถึงสำหรับคนทั่วไป
ลิตต์พาทั้งสองคนไปที่หน้าออฟฟิศอย่างกระตือรือร้น ซึ่งมีรถลินคอล์นจอดอยู่ นี่เป็นรถหรูในสายตาของชาวอเมริกัน และมีราคาสูงกว่าหนึ่งแสนดอลลาร์
เห็นได้ชัดว่าทรัพย์สินของตัวนายหน้าอย่างลิตต์เองก็มีไม่น้อย
แต่ก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน หากคุณสามารถทำธุรกิจในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ได้และยังคงทำต่อไป ก็ไม่น่าแปลกใจที่คุณจะมีทรัพย์สินสุทธิเป็นล้านดอลลาร์
หลังจากปิดประตูออฟฟิศแล้ว ลิตต์ก็พาทั้งสองขึ้นรถและขับตรงไปที่วิลล่าโดยตรง