- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 17 เราจบกันแล้ว
ตอนที่ 17 เราจบกันแล้ว
ตอนที่ 17 เราจบกันแล้ว
เอเยนต์ของเขาอย่างดอว์สัน ได้จัดเตรียมงานต่างๆมากมายให้กับซัลมา ฮาเย็ค(กลายเป็นเอเยนต์คนเดียวกันตั้งแต่ได้บทนางเอก)
ซึ่งนั่นทำให้เขาอยู่คนเดียวมาหลายวันแล้ว
แต่นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ต้องยอมรับว่าซัลมา ฮาเย็คนั้นดุร้ายเกินไป หุ่นระเบิดของเธอและความต้องกากรทางร่างกายที่มากมายของเธอทำให้ผู้ชายคนใดก็ตามต้องยอมแพ้
ในที่สุด เควินที่ไม่มีอะไรทำก็มีเวลาที่จะกลับไปมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินขั้นตอนการสำเร็จการศึกษาให้เสร็จสิ้น
ในมหาวิทยาลัย
อาจารย์ผู้รับผิดชอบขั้นตอนการรับปริญญาพยักหน้าและกล่าวอย่างจริงจังว่า
"เควิน แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอจะประสบความสำเร็จก็ตาม อย่าภูมิใจมากเกินไปล่ะ"
“ในมหาวิทยาลัยของเรา มีคนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวในภายหลัง”
“อย่างกลายมาเป็นผู้กำกับธรรมดาๆที่มีผลงานชิ้นเอกเพียงชิ้นเดียว อาจารย์หวังว่าเธอจะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง นี่คือคติประจำมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียของเรา”
“หากเธอยังคงประสบความสำเร็จต่อไป เธอจะมีโอกาสได้อยู่ในรายชื่อคนดังของ USC ในอนาคต และได้รับการมองว่าเป็นแบบอย่างของนักศึกษาทุกคน”
เควินพยักหน้า หลังจากจัดการเรื่องพิธีการทั้งหมดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ออกจากมหาวิทยาลัยทันที
นับตั้งแต่เขาประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เควินก็ไม่มีความต้องการที่จะอยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป
การแสร้งทำเป็นเท่กับนักศึกษากลุ่มหนึ่งนั้นเป็นเพียงการดูถูกตัวเอง
ขณะนี้ เขากำลังติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทภาพยนตร์ชั้นนำหลายแห่ง แต่แม้ว่าจะเรียนจบแล้ว หากเป็นนักศึกษาคนอื่นก็คงไม่สามารถพบปะกับผู้บริหารระดับสูงเหล่านั้นได้เลยหากไม่ได้ใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวหลายปี
ตัวตนและสถานะของเขากับนักศึกษาจบใหม่รุ่นเดียวกันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไป
ในขณะที่กำลังเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย ก็มีสาวนักศึกษาสามสวยสองสามคนเดินเข้ามาหาเขาเป็นระยะๆ
เควินได้รับกระดาษแผ่นเล็กๆสองสามแผ่น ซึ่งมีที่อยู่ เวลา และหมายเลขโทรศัพท์ เห็นได้ชัดว่าตราบใดที่เควินมีเจตนาและโทรศัพท์ไป คนเหล่านี้ก็จะนอนบนเตียงและปล่อยให้เขาทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ
เรื่องนี้ทำให้เควินถอนหายใจเพราะคิดว่าความชั่วร้ายของระบบทุนนิยมนั้นเข้มข้นและตรงไปตรงมามากเกินไป
แต่วัยรุ่นเหล่านี้ไม่ใช่รสนิยมของเขา
หากเทียบกับพวกเธอแล้ว เควินชอบนักแสดงหญิงฮอลลีวูดที่มีเสน่ห์มากกว่า
ขณะที่เควินกำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยกับหญิงสาวคนหนึ่ง ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาเขา
“เควิน เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งได้ไหม”
เควินเงยหน้าขึ้นมาและสังเกตเห็นว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาคือเพลล่า อดีตแฟนสาวของเจ้าของร่างเดิม
เมื่อมองดูดวงตาที่คาดหวังของเธอ เควินก็ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ใช่เควินคนเดิมอีกต่อไป
ในฐานะที่เป็นคนจีน สิ่งที่เขาไม่สามารถทนได้มากที่สุดก็คือการทรยศหักหลัง
แม้ว่าเขาจะไม่มีความรู้สึกใดๆต่อเพลล่าจริงๆ แต่การทรยศก็คือการทรยศ จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมงั้นเหรอ?
ฝัน!
กระจกที่แตกสามารถซ่อมได้ไหม?
“เราจบกันไปแล้วเพลล่า!”
เควินสลัดเพลล่าทิ้งแล้วเดินออกไป
การเดินทางมามหาวิทยาลัยในครั้งนี้เป็นเพียงการจัดการเรื่องต่างๆในอดีตทั้งหมดให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนี้ไป เขาจะมุ่งมั่นกับอาชีพการงานอย่างเต็มที่
เพลล่ามองเควินตรงหน้าด้วยความเสียใจ เหตุผลที่เธอมาหาเควินครั้งนี้ก็เรียบง่ายมาก นั่นคือเธอถูกหลอก
สิ่งที่คนคนนั้นบอกกับเธอว่าจะให้เธอเป็นนางเอกเป็นเพียงเรื่องโกหก
พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ถึงแม้พ่อของเขาจะเป็นผู้บริหารของฟ็อกซ์ก็ตาม แต่เนื่องจากเขาเป็นเพียงลูกชายของผู้บริหาร เขาจึงไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพ่อได้
หลังจากที่ทราบเรื่องนี้ เพลล่าก็เลิกกับเขาอย่างเด็ดขาด
เอาจริงๆคือเธอยังไม่ได้พยายามถึงที่สุดเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่สามารถการันตีบทนางเอกให้เธอได้ เธอจึงเลือกที่จะเลิกทันที
เธอจะไม่มีวันยอมให้ใครเอาเปรียบเธอ จากมุมนี้จะเห้ได้ว่าเธอเด้ดขาดพอควร
น่าเสียดายที่เควินไม่ได้สนใจผู้หญิงแบบนี้เลย
ผู้หญิงแบบนี้ไม่มีค่าเมื่อเทียบกับดาราตัวจริงในวงการบันเทิง
……………….
เควินเดินออกจากมหาวิทยาลัยและโบกรถแท็กซี่
พอขึ้นรถก็พูดว่า "ไปเบเวอร์ลี่ฮิลส์"
คนขับเป็นชายผิวขาววัยกลางคนที่ดูซื่อสัตย์ หลังจากได้ยินคำพูดของเควิน เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“หมายถึงเบเวอร์ลี่ฮิลส์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกใช่ไหมครับ?”
“ใช่ แค่ไปที่โรงแรมเบเวอร์ลี่ในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ก็พอแล้ว”
สีหน้าของคนขับดูอิจฉาเล็กน้อย สถานะของเบเวอร์ลี่ฮิลส์บ่งบอกว่าคนที่ไปที่นั่นต้องรวยมากแน่ๆ
มิฉะนั้น เพราะค่าใช้จ่ายหลายพันดอลลาร์ต่อวันมันมากเกินไปสำหรับคนธรรมดา
ระหว่างทางไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น แต่คนขับดูจะอยากพูดคุยและฟังเรื่องส่วนตัวของคนรวย
น่าเสียดายที่เควินไม่สนใจที่จะพูดคุยประเด็นนี้กับเขา
เมื่อมาถึงโรงแรมเบเวอร์ลี่ เควินก็เดินตรงเข้าไปเลย
เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่มีมูลค่าไม่เกินสองร้อยเหรียญ และทุกอย่างก็เป็นของถูกๆ เควินคิดว่าพนักงานต้อนรับของโรงแรมอาจจะดูถูกเขา
น่าเสียดายที่ในความเป็นจริงไม่มีคนโง่แบบนั้นอยู่เลย
เมื่อเห็นเควินเดินเข้ามา ชายหนุ่มรูปหล่อในชุดสูทมาดดีก็เดินเข้ามาและถามอย่างสุภาพว่า
“สวัสดีครับ ที่นี่โรงแรมเบเวอร์ลี่ คุณได้จองห้องพักล่วงหน้าไว้รึเปล่าครับ”
เควินตอบกลับ “ผมจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ผมชื่อสตีฟ เควิน”
พนักงานต้อนรับตอบกลับอย่างสุภาพว่า
“ห้องของคุณคือห้อง 1211 เชิญตามผมมาครับ”
เควินเดินตามการนำของพนักงานและมาถึงห้อง 1211 อย่างรวดเร็ว
หลังจากแนะนำอุปกรณ์สำหรับเรียกพนักงานในห้องสั้นๆ พนักงานก็ออกไปอย่างเงียบๆ เควินมองดูเบเวอร์ลีฮิลส์นอกหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอารมณ์ดี
มองไปทางไหนก็เห็นแต่คฤหาสน์หลังใหญ่ หลังที่ถูกที่สุดอาจมีราคาหลายสิบล้านดอลลาร์
จากภายนอก อาคารแต่ละแห่งทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ
เพียงรูปลักษณ์ภายนอกก็สะท้อนถึงภูมิปัญญาของผู้ออกแบบได้แล้ว
มันทำให้คนอยากจะซื้อ
แน่นอนว่าตอนนี้เควินจะยังไม่รีบซื้อบ้าน ตามความทรงจำของเขา สหรัฐอเมริกาจะต้องประสบกับวิกฤตทางการเงินอย่างน้อยหนึ่งหรือสองครั้งก่อนปี 2020
ในช่วงเวลานั้นนี่แหละที่เขาจะสามารถซื้อทรัพย์สินที่นี่ได้ในราคาที่ถูกที่สุด
หากซื้อตอนนี้เลย เขาจะขาดทุนมหาศาล
ค่าเช่าโรงแรมสูงถึง 3,000 เหรียญสหรัฐต่อคืน หากเควินไม่ได้รับเงินล่วงหน้าจากนิวไลน์ซินีม่า เขาคงไม่สามารถจ่ายค่าห้องได้อย่างแน่นอน
เขาเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว และเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งถึงสองวันก่อนงานปาร์ตี้ เควินจึงเริ่มเลือกภาพยนตร์เรื่องต่อไปในใจของเขา
ด้วยความต้องการจะซื้อที่อยู่ดีๆจากที่นี่ เขาจึงเกิดแรงกระตุ้นที่จะทำเงิน
ตอนนี้เขายังคงยากจนมากจนเกินไป
……………
ในโลกภายนอก รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของ Saw ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อิทธิพลยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน
ต่างจากตอนที่ออกฉายในปี 2004 Saw ของเควินได้ผลตอบรับที่ดีกว่ามาก
ไม่เพียงแต่บทวิจารณ์ภาพยนตร์และสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่จำนวนโรงที่ฉายภาพยนตร์ การประชาสัมพันธ์ที่ตามมา และแม้แต่ตารางฉาย ต่างก็มากกว่าต้นฉบับมหาศาล
เป็นผลให้ในวันฮาโลวีนปี 1991 Saw ก็ได้ประสบความสำเร็จมากกว่าต้นฉบับมาก