- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก : ระบบซูเปอร์ลอร์ดเริ่มกักตุนสินค้านับล้านชิ้น
- ตอนที่ 71: ก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตประจำฐานทัพ
ตอนที่ 71: ก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตประจำฐานทัพ
ตอนที่ 71: ก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตประจำฐานทัพ
หานชิงเซี่ยยืนทักทายลูกบ้านทั้งสิบเก้าคน ก่อนจะขับรถไปจอดในบริเวณวิลล่าที่ว่างอยู่ ทันใดนั้น หวังยุนตัวก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา
“ท่านผู้นำ! ท่านมาแล้ว! ยุนตัวกำลังจะออกไปตามหาท่านพอดีเลยค่ะ!”
“มีอะไรรึไง?”
“ไปหาท่านผู้นำเพื่อแลกของค่ะ! มีของตั้งเยอะแยะเลย!” หวังยุนตัวพูดเสียงหวานพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ หานชิงเซี่ยกวาดตามอง ก็พบรายชื่อของสิ่งของต่าง ๆ เขียนอยู่เต็มไปหมด
เด็กหญิงเงยหน้ามองหานชิงเซี่ยพร้อมรอยยิ้มสดใส “ว่าแต่ท่านผู้นำคะ เมื่อไหร่จะเปิดตลาดอีกเหรอ? ตลาดครั้งที่แล้วสนุกมากเลยค่ะ! ยุนตัวรอไม่ไหวแล้ว อยากไปซื้อของอร่อย ๆ อีก!”
หานชิงเซี่ยยิ้มบาง ๆ เอื้อมมือไปดึงเปียสองข้างของเด็กหญิงอย่างเอ็นดู “ต่อไปนี้ อยากซื้ออะไรก็ได้ตลอดเวลาเลยจ้ะ”
เธอโบกมือให้สัญญาณ ซูเส้าหยังที่ขับรถบรรทุกตามมาก็ลงจากรถทันที
รถบรรทุกคันนี้คือรถขนส่งพัสดุด่วนที่หานชิงเซี่ยยึดมาได้จากบนทางด่วนครั้งก่อน พอซูเส้าหยังลงจากรถก็เริ่มขนของลงทันที เมื่อลูกบ้านคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ
“ท่านผู้นำ นี่คืออะไรเหรอครับ?”
“แล้วนี่มัน...?”
“นี่คือร้านค้าที่ฐานทัพของเราเปิดเองยังไงล่ะ!”
ทุกคน: “!!!”
หลังจากนั้นไม่นาน ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดูธรรมดาจนหาได้ทั่วไปก่อนวันสิ้นโลก ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน พวกเขาจ้องมองอาหารและของใช้สารพัดชนิดที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางอย่างตกตะลึงราวกับหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง!
โลกที่ผู้คนยังคงใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข...เหมือนก่อนวันสิ้นโลก!
ใจกลางร้านมีหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงราคาสินค้าทุกรายการ และภาพโฮโลแกรมของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายหานชิงเซี่ยกำลังอธิบายวิธีการใช้งาน
“นี่คือซูเปอร์มาร์เก็ตของฐานทัพฤดูร้อนของเราค่ะ เธอคือเสี่ยวเซี่ย...ผู้จัดการประจำฐานทัพ ตั้งแต่นี้ต่อไป ทุกคนสามารถเข้ามาซื้อของได้ตลอดเวลา ไม่ต้องใช้บัตรอะไรทั้งนั้น เพราะเสี่ยวเซี่ยจะใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อระบุตัวตนและเรียกเก็บเงินจากบัญชีของพวกคุณโดยอัตโนมัติ”
“แน่นอนว่า...ถ้าคุณมีของจะมาแลกเปลี่ยน ก็แค่วางมันลงบนชั้นวางด้านขวามือ ที่นี่มีเครื่องชั่งดิจิทัลค่ะ เสี่ยวเซี่ยจะคำนวณยอดคงเหลือให้คุณโดยอัตโนมัติหลังจากที่คุณชั่งน้ำหนักเสร็จ”
“ถ้าใครยังไม่สบายใจ ที่ทางออกมีเครื่องอ่านบัตร คุณสามารถสแกนบัตรเพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือของคุณได้ตลอดเวลาค่ะ”
“ว้าว! ยุนตัวอยากลอง!” หวังยุนตัวตื่นเต้นจนตัวสั่น
“ไปสิ” หานชิงเซี่ยพยักหน้าให้ เด็กหญิงตัวน้อยก็รีบวิ่งไปที่ชั้นวางขนมทันที และหยิบทอฟฟี่แบบแท่งออกมาหนึ่งอัน จากนั้นก็แกะซองออกและกินอย่างมีความสุขอยู่ในร้าน
เมื่อหวังโหย่วหมินและภรรยาเห็นดังนั้นก็รีบหยิบการ์ดของลูกสาวขึ้นมาเช็ค ทันทีที่เสียง ‘ติ๊ด’ ดังขึ้น ตัวเลข 99.5 คะแนนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ!
ก่อนหน้านี้หวังยุนตัวมีคะแนนสะสม 100 คะแนนซึ่งเป็นค่าจ้างที่หานชิงเซี่ยให้ครอบครัวของหวังโหย่วหมินมาช่วยงาน ส่วนทอฟฟี่หนึ่งแท่งถูกหักไป 0.5 คะแนน ทำให้ตอนนี้เหลืออยู่ 99.5 คะแนน
เมื่อหวังโหย่วหมินและภรรยาเห็นว่าทอฟฟี่แค่แท่งเดียวมีราคาถึง 0.5 คะแนน พวกเขาเองก็รู้สึกทั้งดีใจและเจ็บปวดไปพร้อมกัน
ดีใจที่เห็นลูกสาวได้กินขนมจุกจิกที่ไม่สำคัญเลยก่อนวันสิ้นโลก...
แต่ในตอนนี้ที่โลกภายนอกมีซอมบี้เต็มไปหมด ผู้คนมากมายต่างพากันอดอยากและต้องหนีตายอยู่ตลอดเวลา ทว่าลูกสาวของพวกเขากลับมีชีวิตที่ดีถึงขนาดได้กินทอฟฟี่! นี่ต้องอาศัยการสำรองเสบียงและมาตรการด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันเชียว!
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย เพราะคะแนนสะสมหามาได้ไม่ง่ายเลย คะแนนหนึ่งแต้มสามารถแลกข้าวสารได้ถึงหนึ่งกิโลกรัม!
ทว่าลูกสาวของพวกเขากลับใช้เงินครึ่งหนึ่งเพื่อซื้อทอฟฟี่แค่แท่งเดียว!
มันแพงเกินไปแล้ว!
ดูท่าว่าต่อไปนี้พวกเขาคงต้องจับตาดูการใช้จ่ายของลูกสาวให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เธอใช้คะแนนสะสมจนหมดบัญชี!
“ท่านผู้นำครับ ผมอยากเอาของมาแลกเปลี่ยน!” หลี่กังเอ่ยขึ้น “ช่วงนี้ผมเพาะถั่วงอกเอาไว้ สามารถนำมาแลกได้ไหมครับ?”
“ได้สิ” หานชิงเซี่ยพยักหน้า หลี่กังจึงรีบวิ่งกลับไปเอาถั่วงอกห้ากิโลกรัมที่เขาเพาะไว้มาทันที
เมื่อนำไปชั่งน้ำหนัก เสียงเตือนก็ดังขึ้นมาจากเครื่องทันที
“ติ๊ง-- ตรวจพบถั่วงอกห้ากิโลกรัม สามารถแลกได้ 2.5 คะแนน คุณต้องการจะแลกเปลี่ยนหรือไม่?”
“แลกครับ!”
ราคาของผักคิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคาข้าวสาร หลังจากหลี่กังแลกถั่วงอกเสร็จ เขาก็รีบตรวจสอบบัญชีทันที และพบว่ามีคะแนนสะสมเพิ่มขึ้นมา 2.5 คะแนนจริง ๆ ด้วย!
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งประหลาดใจและตื่นเต้นไม่แพ้กัน พวกเขาพากันเดินเข้าไปในร้าน บ้างก็ซื้อของ บ้างก็แลกเปลี่ยน หรือบางคนก็แค่เดินดูเฉย ๆ โดยไม่ได้ซื้ออะไรเลย!
ภายในร้านมีแต่ของใช้และอาหารพื้นฐานทั่วไป เช่น ข้าวสาร แป้ง น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างกระดาษทิชชู ผ้าอนามัย ฯลฯ รวมไปถึงขนมขบเคี้ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ผู้คนหวนคิดถึงยุคก่อนวันสิ้นโลก อย่างทอฟฟี่ โค้ก และขนมปังห่อเล็ก ๆ
ทันใดนั้น ความรู้สึกพึงพอใจอย่างท่วมท้นก็ผุดขึ้นในใจของทุกคน
มันทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตในยุคก่อนวันสิ้นโลกอีกครั้ง!
พวกเขาคิดเป็นอย่างเดียวคือ...ฐานทัพฤดูร้อนของพวกเขาดีขึ้นทุกวัน!
ดีขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
คำพูดที่หานชิงเซี่ยเคยบอกว่าจะนำพาพวกเขาไปสู่ชีวิตที่ดี ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง!
ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพฤดูร้อนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก!
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หานชิงเซี่ยก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัว
“ติ๊ง-- ตรวจพบว่าระดับความเจริญรุ่งเรืองของฐานทัพเพิ่มขึ้น 100 หน่วย!”
“ขณะนี้ระดับความเจริญรุ่งเรืองของฐานทัพอยู่ที่ 180 หน่วย!”
หานชิงเซี่ยประหลาดใจที่การสร้างร้านค้าเล็ก ๆ เพียงร้านเดียวสามารถเพิ่มระดับความเจริญรุ่งเรืองของฐานทัพได้มากขนาดนี้ แต่เมื่อลองคิดดูแล้วก็เข้าใจได้ไม่ยาก
การแลกเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกบ้าน แม้แต่ฐานทัพเล็ก ๆ ที่ขาดแคลนสิ่งของในชีวิตก่อนหน้าของเธอก็ยังคงมีพื้นที่ตลาดขนาดใหญ่เอาไว้ให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนของกันอยู่เสมอ
ดังนั้นการมีร้านค้าประจำฐานทัพจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง!
หานชิงเซี่ยเฝ้ามองตลาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและอดคิดไม่ได้ว่า เมื่อผลผลิตทางการเกษตรของฐานทัพคงที่แล้ว เธอก็สามารถสร้างฟาร์มปศุสัตว์ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และโรงงานแปรรูปต่าง ๆ ได้อีก...
ฐานทัพของเธอกำลังพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงทีละก้าว!
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ซูเปอร์มาร์เก็ตประจำฐานทัพ หานชิงเซี่ยก็กลับไปยังห้องหลบภัยของเธอ
การเติมสินค้าและการจัดส่งสินค้าของเสี่ยวเซี่ยเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด หานชิงเซี่ยจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย เสี่ยวเซี่ยจะส่งโดรนไปส่งของตามรายการคงคลังแบบเรียลไทม์
โดรนจะบินเข้าไปในคลังสินค้าของหานชิงเซี่ยและหยิบของออกมาเองโดยอัตโนมัติ!
เมื่อปริมาณสำรองหรือการบริโภควัสดุถึงระดับหนึ่ง เสี่ยวเซี่ยก็จะแจ้งหานชิงเซี่ยเพื่อถามว่าเธอต้องการปรับรายการสินค้าคงคลังหรือไม่
เขาเป็นผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบของหานชิงเซี่ย และได้เข้ามาแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคนให้กับเธอ!
หานชิงเซี่ยจึงไม่ต้องกังวลกับการบริหารฐานทัพอีกต่อไป และสามารถทุ่มเทให้กับงานที่สำคัญอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่