เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 100: ระดับความแตกต่าง (5)

[KotB] บทที่ 100: ระดับความแตกต่าง (5)

[KotB] บทที่ 100: ระดับความแตกต่าง (5)  


บทที่ 100: ระดับความแตกต่าง (5)

แม้ความจริงที่ว่าลักษณะภายนอกของมันเป็นเอลฟ์ธรรมดา แต่มันก็เป็นเลือดผสมสองสายพันธุ์

อย่างไรก็ตาม มูยองไม่ได้พูดอะไร

'เขามีศัตรูเยอะมาก'

โดยทั่วไปพวกปีศาจนั้นเกลียดเมอร์ลิน

และจากสิ่งที่เขารู้ มังกรและเอลฟ์เองก็ไม่ชอบเมอร์ลิน

เขาไม่แน่ใจแน่ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับการสร้างอันเดอร์เวิร์ล

มีคนอยู่เท่าไรกันที่รู้ความจริงเบื้องหลังเมอร์ลินและโซโลมอน?

พวกเขาเพียงแค่มั่นใจว่าทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเนื่องจากเลเมเกทัล

อย่างไรก็ดี ไม่จำเป็นที่จะต้องรีบร้อนอะไรกับเรื่องที่รู้เพียงเล็กน้อย

‘ฉันต้องจบมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้’

สามดาบกระดูกจะต้องใช้เวลาสักพักในการค้นหาสถานที่นี้

มูยองกำลังวางแผนที่จะได้รับในสิ่งที่เขาต้องการและหนีไปในช่วงเวลานั้น

หนึ่งในสามสิ่งที่เขาต้องการที่จะได้รับคือเดียโบล

บัลลังก์ราชันเทพโอริส!

ถ้าเขาทำได้ เขาจะมีวงแหวนทั้งหมด 2 วงเมื่อรวมกับแหวนกษัตริย์คลั่ง

มันดีกว่าหากเขาสามารถจากไปหลังจากบรรลุเป้าหมาย มันเสี่ยงเกินไปที่จะปะทะพวกนั้น

ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ครึ่งมังกรตรงหน้าของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน มูยองเองก็ไม่สามารถคิดออกได้...

นั่นยังไม่รวมกับดาบที่หนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบคนที่แข็งแกร่งที่สุด

เขาก้าวตามหลังพวกนั้นอยู่ครึ่งก้าวใหญ่ๆ

‘แม้ว่าพลังของสเวลจะมากมายมหาศาล แต่ก็มีข้อจำกัดในด้านความบริสุทธ์ของพลัง’

ถึงจะมีสายเลือดจากไฮเอลฟ์และมังกรบรรพกาบยู่ก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถหลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์

และถ้ามันฝืนใช้พลังนั่นมากเกินไป มันจะนำไปสู่อันตรายเพียงเท่านั้น

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสเวลจึงไม่สามารถออกไปข้างนอกเป็นระยะเวลายาวนาน

มันน่าจะรู้ว่าถ้าไม่มีเห็ดสีฟ้าที่เติบโตเฉพาะในสถานที่แห่งนี้ พลังเวทย์ของมันจะยุ่งเหยิงจนไม่สามารถควบคุมได้

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า? ฮี่ฮี่! เจ้าไม่มั่นใจหรือ? ถ้าเจ้าเป็นโดเกบิที่ใจเสาะข้าก็จะไม่โทษเจ้า”

ขณะที่มูยองเงียบอยู่ สเวลก็เยาะเย้ยเขา

สเวลเข้าใจผิดคิดว่าที่มูยองนิ่งคือกลัว

มูยองยักไหล่และพูด

"รายละเอียดเกี่ยวกับการเดิมพันคือ 'การหาใหม่มาหนึ่งดอก' ใช่มั้ย?"

สเวลมองตรงเข้าไปในดวงตาของมูยอง

"เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนใจแคบที่จะใช้สิ่งที่ข้าพบอยู่แล้วงั้นหรือ? ถ้าเจ้าไม่เชื่อจริงๆ ข้าขอสาบานเลยก็ได้ ด้วยเลือดของเอลฟ์และมังกรที่ไหลผ่านกายข้า ข้าไม่ได้โกหก "

ทั้งเอลฟ์และมังกร

มังกรเป็นเผ่าพันธุ์ที่มักจะมีความสุขกับการโกหก

แน่นอนว่าพวกมันเชี่ยวชาญการเล่นลิ้น แต่ดูเหมือนว่าสเวลจะไม่รู้จักมังกรดีพอ

อย่างไรก็ตาม มูยองไม่ได้คิดที่จะชี้แจงถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้

"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี่ไม่ถือว่าคุณได้เปรียบเหรอ? คุณรู้จักเขตแดนนี้ดีกว่าคนอื่นๆ คุณก็แค่ไปนำเห็ดฟ้าที่เคยเจอกลับมา"

“ไม่ต้องกังวล เห็ดสีฟ้ามีอายุเพียงสองวันและจะเหี่ยวลงหลังจากนั้น เนื่องจากพวกมันเป็นเห็ดที่เกิดจากพลังแห่งการกำเนิดของจิตวิญญาณ เมื่อมันสิ้นสุดลง ชีวิตของพวกมันก็จะจบลงด้วย มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไปหามันจากที่เดิม”

ราวกับว่ามันค่อนข้างยุติธรรม สเวลได้แสดงความภาคภูมิใจออกมา

มูยองยิ้มแล้วหันร่างของเขา

"ผมจะกลับมาเร็วๆนี้"

มูยองรู้สึกมั่นใจเหมือนกับว่าไม่มีทางที่เขาจะพ่ายแพ้

อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งตอนที่เขาอยู่ที่อารามสีคราม เมอร์ลินก็ได้จ่ายค่าเสียหายในการมองข้ามมูยองอย่างสุดซึ้ง

เขาไม่คิดว่าสเวลจะต่างไปจากเมอร์ลินมากนัก

ด้านทิศเหนือของดินแดนแห่งน้ำแข็งมีความกว้างใหญ่

สเวลรู้จักที่นี่ดีกว่าใคร

ในทันที สเวลอาจจะได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่เขาก็มีข้อจำกัดด้านเวลา

จนกว่าพระอาทิตย์ตก มีเวลาเหลืออีก 8 ชั่วโมง

เนื่องจากเขาจำกัดตัวเองให้เคลื่อนไหวได้หลังจาก 6 ชั่วโมง มีเพียงพื้นที่เล็กๆเท่านั้นที่เขาสามารถใช้ได้

ด้วยเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นหาพื้นที่ทั้งหมดของที่ดินแดนทางเหนือ

ในทางกลับกัน ... มูยองมีตัวคนเดียว แต่ไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆ

"ทาร์แคน ปลดปล่อยวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมดของคุณ"

"โอ้ เจ้าคิดจะเอาชนะด้วยจำนวนใช่ไหม? "

"ฉันจะปลดปล่อยภูติผีของฉัน ถ้าเราขุดมันขึ้นมาจากจุดศูนย์กลางของใต้ดินอาจจะเจอเห็ดขนาดใหญ่ ซึ่งมันจะทำให้เราชนะได้อย่างง่ายดาย"

"ดูเป็นแผนการที่ดี สำหรับเขาที่กล้าคิดว่าจักรพรรดิผู้นี้เป็นสัตว์เลี้ยง เราต้องสอนบทเรียนให้แก่เขา "

ทาร์แคนกัดฟันของเขา

ดูเหมือนทาร์แคนจะยังรู้สึกเจ็บแค้นที่สเวลเรียกเขาว่าสัตว์เลี้ยง

ในเวลาเดียวกัน ภูติผีหลายพันตนได้แผ่กระจายไปทั่วดินแดนทางเหนือ

มูยองเองก็ได้ปลดปล่อยภูติผีออกมาเช่นกัน และได้ให้พวกมันเริ่มค้นหาด้วยเมอร์ดูดันที่เป็นหัวหน้า

มันเป็นการพนัน

แม้ว่าจะเป็นโอกาสเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีโอกาสที่สามดาบกระดูกอาจสังเกตเห็นการกระทำของพวกเขา

อย่างไรก็ตามหากไม่เป็นเช่นนั้น เขาจะสามารถบรรลุผลที่เกินความคาดหมายของสเวลได้

'ฉันต้องสร้างมาตรการสำหรับสถานการณ์นั้น'

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถละเลยทุกความเป็นไปได้

เพื่อจำกัดความเป็นไปได้ทั้งหมด มูยองจำเป็นต้องทำและเปลี่ยนสถานการณ์ในปัจจุบัน

‘การหลอกล่อ’

กลับกัน เขาต้องเอาชนะพวกมันด้วยสิ่งนี้

สำหรับสามดาบกระดูกที่วนไปรอบๆเส้นทางที่ไกลที่สุด

เขาคิดถึงวิธีที่จะใช้ภูติเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของพวกเขา

มันไม่ดีกว่าเหรอที่จะจำกัดอันตรายทั้งหมด?

นี่คือมาตรการสุดท้ายเพื่อปกป้องสเวลจนกว่ามูยองจะได้รับบัลลังก์ราชันย์เทพโอริส

เนื่องจากในปัจจุบันสเวลไม่สามารถเอาชนะสามดาบกระดูกได้

‘ความทรนงในความสามารถของตนเอง มันอาจจะเกิดขึ้นเพราะเขาได้อาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้ว'

ณ ที่นี่ มันไม่มีมอนสเตอร์มากมายที่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับสเวลได้

ไม่ มันมีมอนสเตอร์น้อยมากๆ

และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นราชาแห่งดินแดน คุณก็จะกลายเป็นคนที่หยิ่งทรนง

อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้น่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง

เขาอาจจำเป็นต้องทำให้ชีวิตมีสีสันบ้างเช่นการเดิมพัน

และเขาอาจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้

ความเย่อหยิ่งดังกล่าวสำหรับมูยองแล้วเป็นสิ่งที่ดี

ถ้าสามดาบกระดูกไม่บังเอิญปรากฏตัวมาขัดขวาง มันก็จะเป็นไปตามแผนที่มูยองวางไว้

"วูฮีอยากช่วยๆ? ถ้าเป็นเห็ดนั่น วูฮีอาจจะค้นหามันได้อย่างง่ายดาย"

วูฮีปรากฏตัวขึ้นจากระยะไกลในขณะที่เธอกระพือปีก

ภูติมักเกลียดมังกร ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ครึ่งมังกรแต่เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังนั่น จึงพยายามอยู่ห่างไกลออกไป

เธอรอมูยองอยู่นอกระยะและเดินเข้ามาหาทันทีเมื่อเขาปรากฏตัว

"ได้สิ"

มูยองพูดโดยไม่คาดหวัง

เขาไม่ได้มีความคาดหวังใดๆสำหรับเธออย่างแท้จริง

“วูฮีฮี ไม่ต้องเป็นห่วงแค่ที่รักวางใจในตัววูฮีก็พอ!”

ด้วยนิ้วกลางและนิ้วชี้ของมูยอง เขาสกัดการจูบของวูฮีไว้ และมองไปรอบๆทางด้านหน้า

'ฉันอาจจะได้รับบัลลังก์ราชันย์เทพโอริสง่ายกว่าที่คิด'

อย่างรวดเร็ว ภูติผีจำนวนมากมายเริ่มลอยออกไปจากด้านหลังของเขา *

เมื่อมูยองกลับมา สเวลก็ปล่อยเสียงหัวเราะเยาะ

"ทำไมเจ้ากลับมามือเปล่าล่ะ? มันเป็นเพราะผลลัพธ์ที่จะแสดงให้ข้าเห็นมันน่าอายหรือ? "

"ผมจะแสดงให้เห็นเมื่อคุณกลับมา"

ในสายตาของสเวล ดูเหมือนว่าโดเกบิกำลังพยายามปกป้องความภาคภูมิใจครั้งสุดท้ายของเขาอยู่

เห็ดสีฟ้าสามารถพบได้อย่างง่ายด้วยวิญญาณที่บริสุทธิ์ เช่นจิตวิญญาณเท่านั้น

แต่เฉพาะพลังงานแห่งความตายเท่านั้นที่สามารถรู้สึกได้จากโดเกบิ

มันคงเป็นเรื่องยากที่จะหาเห็ดสีฟ้าด้วยความพยายามของตัวเขาเอง และแม้ว่าเขาจะทำมันได้ ขนาดของมันก็คงเล็กนิดเดียว

'มันคงสนุกที่ได้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวนั้น'

ราวกับว่าเขากำลังจะไปเดินเล่น สเวลออกจากถ้ำไป

หลังจากไม่ถึง 10 นาทีเขาก็กลับมา

พร้อมกับเห็ดสีฟ้าขนาดเท่าร่างกายของเขา

สเวลกำลังพยายามทำให้มูยองเสียศักดิ์ศรีและนั่นเอง ท่าทางของโดเกบิก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามการแสดงออกนั้นเต็มไปด้วยความยียวนมากกว่าความอัปยศ

เป็นเขาที่เยาะเย้ย!

"มันใหญ่แค่นี้เองเหรอ?"

“แค่นี้?”

โดเกบิกลายเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?

ขนาดเท่านี้อย่างน้อยที่สุดมันก็เป็นหนึ่งในอันที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ไม่มีทางที่โดเกบิผู้ที่มีกลิ่นอายแห่งความตายรุนแรงจะสามารถหาขนาดที่ใหญ่กว่ามันได้

อย่างไรก็ตามเมื่อโดเกบิดึงยันต์ออกมาและใช้มัน เห็ดฟ้าที่ดูจะมีขนาดอย่างน้อย 2 เมตรก็ปรากฏขึ้น

‘มันเป็นของจริง’

เห็ดสีฟ้าเป็นของจริง

แม้แต่สเวลก็ไม่ค่อยได้เห็นขนาดที่ใหญ่เช่นนี้

เป็นธรรมดาที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน

"นี่ นี่เจ้าพบมันที่ไหน?"

"ผมชนะแล้ว ตามที่คุณสัญญาไว้ มอบบัลลังก์ราชันย์เทพโอริสมา"

"ไม่! ยังไม่ได้ ถ้าเจ้าต้องการที่จะได้รับบัลลังก์เทพโอริส เจ้าต้องชนะข้าให้ได้สามครั้ง"

สเวลเข้าตาจน เขายังได้แสดงท่าทีแปลกๆออกมา

‘เขาเป็นผีพนันอย่างแท้จริง’

มูยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ในทางตรงกันข้าม ความพ่ายแพ้ดูเหมือนจะไปกระตุ้นสเวล

ความปรารถนานั้น เขาไม่สามารถบังคับให้มันหยุดลง

อย่างไรก็ตามมูยองไม่สามารถยอมรับได้ง่ายๆเช่นกัน

"ขอเพิ่มความต้องการอีก"

“ได้ ถ้าเจ้าได้ชัยชนะ 3 ครั้งจากข้า มันก็ไม่มีเหตุผลสำหรับข้าที่จะปฏิเสธความต้องการอื่นๆอีก”

เป็นการดีที่เขายอมรับความต้องการที่แน่วแน่นั่น

มันเป็นเพราะเขาต้องการเดิมพันต่อไปอีก

มูยองไม่ใส่ใจมันและพูดขึ้น

"ผมอยากจะเห็น 'การรู้แจ้งของโอริส' "

"นั่น...?"

สเวลรู้สึกประหลาดใจ

มันน่าแปลกใจที่โดเกบิก็รู้เรื่องนี้ด้วย แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าสายพันธุ์อื่นจะใช้มันยังไงด้วยเพียงการจ้องมอง

โอริสเป็นเผ่าพันธุ์เหนือธรรมชาติที่วางรากฐานของต้นไม้โลกด้วยตัวเอง

ในยุคสนธยาที่เอลฟ์เรืองอำนาจสูงที่สุด

ในเวลานั้นโอริสมีบทบาทมากในฐานะจักรพรรดิที่เป็นผู้นำแห่งเอลฟ์

เป็นที่ทราบกันดีว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มีพลังการต่อสู้ใกล้เคียงกับระดับพระเจ้า เล่ากันว่าทุกชนิดของการรู้แจ้งของเขาอยู่ในหนังสือหนึ่งเล่มก่อนที่เขาจะตาย

และในหนึ่งในนั้นยังมีการรู้แจ้งเกี่ยวกับวิถีดาบด้วย

โอริสเคยใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกันหลายประเภท แต่เขามีความเชี่ยวชาญการใช้ดาบมากที่สุด

มีความเป็นไปได้ที่สเวลอาจมีหนังสือการรู้แจ้งของเขาเก็บไว้

‘ฉันยังเข้าใจดาบไม่ลึกซึ้งพอ’

มูยองรู้สึกถึงมัน

เงาดำเลือนลาง การดำรงอยู่ในความฝันของชายผู้นั้นแข็งแกร่ง และความลึกล้ำของเขานั้นไม่เหมือนใคร

ขณะที่มูยองต่อสู้กับเขาอย่างต่อเนื่องทำให้รู้สึกถึงข้อบกพร่องของตัวเองเป็นอย่างดี

นอกจากนี้มูยองยังตระหนักได้อีกว่าตัวเองขาดอะไรไปบ้าง

เขาเรียนรู้วิธีการจัดการอาวุธมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่าไม่ได้ใส่ใจพวกมันมากนัก เขาไม่เคยได้รับการรู้แจ้งหรือการใช้งานที่ลึกซึ้งเลย

'ฉันแค่ต้องการเติมเต็มสิ่งที่ขาด'

ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะรับรู้ด้วยการสังเกตการรู้แจ้งของโอริส

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นคำถามว่าสเวลจะแสดงสิ่งที่สำคัญเช่นนั้นให้เขาเห็นผ่านการเดิมพันเท่านั้นหรือ

สเวลครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพยักหน้า

"โดยปกติเฉพาะไฮเอลฟ์เท่านั้นที่สามารถอ่านการรู้แจ้งได้ แต่โชคดีที่การตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับข้า ถ้าเจ้าชนะอย่างแท้จริง ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นการรู้แจ้งของโอริส "

มูยองกำหมัดแน่น

ถ้าเขาได้เห็นการรู้แจ้งนั่น การเดิมพันเพียงเล็กน้อยก็ไม่นับว่าเป็นอันใด

แม้ว่าเขาจะไม่มีเวลามาก แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุน

"ถ้างั้น บอกรายละเอียดการเดิมพันต่อไปมาได้ "

หลังจากกินเห็ดสีฟ้าไปหนึ่งกำมือแล้ว สเวลก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

หลังจากนั้นเขาก็พูดขณะที่ดวงตาเป็นประกาย

“ซ่อนตัว! และข้าจะหาเจ้า”

มันเป็นเรื่องดีจริงๆที่เขาล่อให้สามดาบกระดูกไปยังสถานที่ห่างไกลก่อนหน้านี้

มูยองกลายเป็นสายลมเหนือบริสุทธิ์และราวกับหายลงไปในผืนดิน ในท้ายที่สุดสเวลก็ไม่สามารถหามูยองได้

การเดิมพันครั้งสุดท้าย คือเกมส์การล่าขุมทรัพย์

แต่ละคนต้องซ่อนไอเทมไว้และตามหาของกันและกัน

ถึงเวลานี้ แม้เขาไม่ต้องการคิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยง

'มีความเชื่อมโยงกับเมอร์ลินอย่างแน่นอน'

ถ้ามันไม่จริง เขาจะมีบทบาทที่เหมือนกันเช่นนี้ได้ยังไง

และแม้กระทั่งการวางเดิมพันแบบเดียวกัน เมอร์ลินเองก็ไม่สามารถเอาชนะมูยองได้

สเวลไม่ต่างกัน กระทั่งใบหน้าที่น่าสังเวชขณะที่เขาประกาศยอมจำนน

"ข้าแพ้ เจ้าไม่ใช่โดเกบิทั่วไป "

ทาร์แคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามูยองแสดงปฏิกิริยาขึ้นมา

"มันดูเหมือนว่าครึ่งมังกรที่โง่เง่าจะตาสว่างขึ้นมาแล้ว มูยองคือโอม ผู้ปกครองเหนือโดเกบิทั้งมวล! ถ้าเจ้าคิดว่าเขาเป็นโดเกบิทั่วไป เจ้าคงเป็นคนตาบอด "

ราวกับว่าทาร์แคนรอเวลานี้อยู่แล้ว เขาเทกระจาดความขุ่นเคืองออกไป

จากนั้นใบหน้าของสเวลก็แข็งค้าง

เป็นเพราะเขาได้รับการปฏิบัติราวกับสัตว์เลี้ยงหรือ?

เขาเป็นมิตรสหายกับความแค้นเคืองโดยแท้จริง

จบบทที่ [KotB] บทที่ 100: ระดับความแตกต่าง (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว