เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 98: ระดับความแตกต่าง (3)

[KotB] บทที่ 98: ระดับความแตกต่าง (3)

[KotB] บทที่ 98: ระดับความแตกต่าง (3)


บทที่ 98: ระดับความแตกต่าง (3)

เพื่อที่จะสวมใส่มันอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างได้เตรียมการเอาไว้หมดแล้ว

แต่จู่ๆมูยองก็นึกกังวล เกี่ยวกับเงาเลือนลางที่โผล่ออกมาขณะที่เขาใช้พรสามประการ

ชายผู้นั้นยังพูดอีกว่า

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทักษะพื้นฐานที่ดี

อย่าคิดที่จะรีบร้อน

เหมือนกับครูที่พยายามสอนนักเรียน เขากำลังสอนมูยอง

และเงาเลือนลางนั้นก็มีคุณสมบัติครบถ้วน เป็นตัวตนที่เหนือไปกว่าคำว่า 'มนุษย์' ที่มูยองเคยเผชิญหน้ามาจนถึงบัดนี้

เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ มูยองก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างเปล่าประโยชน์

'คนที่ฉันเผชิญหน้าด้วยต้องไม่ใช่มนุษย์'

มันเป็นความจริง มันเป็นความจริงโดยแท้

มนุษยชาติล่มสลายไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

เป็นเพราะความแข็งแกร่งของราชาปีศาจและเทพปีศาจอยู่เหนือล้ำกว่าจินตนาการของใครทั้งสิ้น

10 อันดับแรกของมนุษย์?

สำหรับพวกเขา มันอาจจะมากเกินไปที่จะเผชิญกับราชาปีศาจตนหนึ่งด้วยซ้ำ

ถ้าพวกเขาพยายามอย่างสุดความสามารถ อย่างน้อยมากที่สุดก็สอง แม้นั่นจะเป็นโอกาส 50:50

และไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถฝันถึงการต่อกรกับเทพปีศาจได้หรือไม่?

เพียงแค่เกรโมรี่ตนเดียวก็มีราชาปีศาจถึง 26 ตนพร้อมกองทัพแล้ว

ก่อนหน้านี้มูยองคิดถึงแค่เพียงมาตรฐานของมนุษย์เท่านั้น

ทักษะพื้นฐานของเขาอาจจะเหนือกว่ามนุษย์คนใด

แต่หากใช้มาตรฐานของราชาปีศาจหรือเทพปีศาจแล้ว.......

'ฉันยังไม่รู้จักพวกมันดี'

มูยองเพียงได้เผชิญหน้ากับมนุษย์ และส่วนมากมีแต่มนุษย์เท่านั้นที่เขาลอบสังหาร

มันไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ แต่เทพปีศาจเป็นเทพเจ้าอย่างแท้จริง

มันไม่อาจถูกเรียกว่าเป็นมอนสเตอร์

การเพิ่มค่าสถานะเพื่อให้อยู่เหนือกว่าผู้ใด เป็นข้อจำกัดของมนุษยชาติ

พวกเขาทำสิ่งเหล่านี้อย่างเอาเป็นเอาตายเพราะไม่ทราบถึงความจริงดีพอ

เงาเลือนลางได้ชี้ให้มูยองเห็นถึงความผิดพลาด

'โลกไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ'

เขากระตุ้นตัวเอง

ทักษะพื้นฐานนั้นยากที่จะเชี่ยวชาญ หากได้รับความแข็งแกร่งมากขึ้นและทรงพลังมากขึ้น

นั่นหมายความว่าถ้าไม่ฝึกเสียซะตอนนี้ เส้นทางที่เขาจะต้องเดินจะยิ่งยาวนานมากขึ้น

แต่ด้วยการต่อสู้กับเงาเลือนลาง เขาจึงตระหนักว่าการไม่เร่งรีบนั้นเป็นวิธีที่จะผ่านเส้นทางนั้นได้สั้นกว่ามาก

มูยองทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะเขาเอาแต่วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่รีรอ

ราวกับว่าโลกวิ่งไปกับเขาเพียงคนเดียวที่กลับมาจากอนาคต

อย่างไรก็ตาม ศัตรูนั้นทรงพลัง เข้มแข็ง และไร้ที่สิ้นสุด

หัวใจมังกร

สมบัติที่เรียกว่าอัญมณีแห่งนักปราชญ์

และเงาเลือนลางก็บอกเขาอีกว่ามันยัง 'ไม่ถึงเวลา'

เพื่อไม่ให้พึ่งพาความแข็งแกร่งภายนอกมากเกินไป นั่นคือที่เมื่อไหร่เขาสามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มที่ด้วยตัวเองแล้ว เขาจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้

เขายังคงแสดงความประสงค์เช่นนี้

ดังนั้นเขาวางแผนที่จะใช้แขนซ้ายข้างนี้จนกว่าจะสามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มที่

“มูยอง?”

ขณะที่มูยองจมอยู่ในความคิด หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัสก็เรียกเขาให้ตื่นขึ้นมา

แคล๊ก!

มูยองตื่นจากความคิดของเขา และสวมใส่แขนซ้าย

"... มันพอดีมาก"

"มันเป็นคุณสมบัติของฟีนิกซ์ เส้นเอ็นจะเปลี่ยนให้พอดีกับผู้ใช้โดยอัตโนมัติ อืม ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เส้นเอ็นกับชุดเกราะ ดังนั้นจึงใช้มันไปกับแขนข้างนี้ "

“ผมรู้”

ตั้งแต่สวมใส่ มันก็เป็นเกราะอกที่เข้ากับร่างกายของมูยอง

ไม่มีเหตุผลที่ต้องใส่เส้นเอ็นลงไป ในทางกลับกัน 'มือ' เป็นอวัยวะที่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ มันมีการใช้งานที่แตกต่างกัน

"ข้าดีใจที่เจ้ารู้ ตอนนี้เพียงแค่ต้องทนเจ็บสักหน่อย "

ในตอนนั้นเอง

ฟุบฟุบฟุ่บ ฟวับฟวั่บ

จากแขน เส้นเอ็นยื่นออกมาและพันเข้ากับไหล่ซ้ายของมูยอง

สัมผัสได้ถึงเส้นประสาทแต่ละเส้น พวกมันเริ่มหลอมรวมกันอย่างช้าๆ

ราวกับว่ากำลังถูกเผาด้วยเปลวไฟ ความเจ็บปวดลุกลามไปทั่วร่างกาย เขารู้สึกราวกับความร้อนในร่างถูกรวบรวมไปที่แขนซ้ายเพียงจุดเดียว

มูยองกัดฟันเอาไว้ เหงื่อเย็นเยียบร่วงหล่นลงมาจากร่างกาย

< 'แขนซ้ายราชันย์สีคราม' ได้จดจำผู้ใช้ 'มูยองแล้ว' แล้ว>

<อัตราการหลอมรวม 96, 97, 98%, 99%!>

<'ลมหายใจราชันย์สีคราม' สามารถใช้งานได้แล้ว>

< 'แขนซ้ายราชันย์สีคราม' มี STR คงที่อยู่ที่ 300 >

เส้นเอ็นเหมือนหนวดที่โผล่ออกมามีรากฐานมาจากร่างของมูยอง

มันสงบลงเมื่อการหลอมรวมเสร็จสิ้น แต่ร่างทั้งร่างของมูยองก็ยังคงสั่นสะท้านอยู่

หลังจากมองดูเขา บาร์ทัสก็รู้สึกประหลาดใจ

"ฮะ! ข้าคิดว่าอัตราการหลอมรวมจะอยู่ที่ประมาณ 90% แต่ดูแล้วเหมือนว่าเจ้าจะผ่านระดับ 95% ไปได้ "

แขนซ้ายราชันย์สีครามติดอยู่กับด้านซ้ายของมูยองราวกับว่ามันเป็นแขนของเขาจริงๆ

แม้ว่าเส้นเลือดดำของส่วนที่เชื่อมต่อกับแขนจะพองขึ้นมาก แต่เขาก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง

คลั่กก!

ขณะที่ลองคว้าไปที่ขอบของโต๊ะ มันก็แตกออกระเอียดราวกับพังอยู่แล้ว

รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสัมผัสกับทราย

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถควบคุมความแข็งแกร่งของตัวเองได้ แต่มันก็ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่เขามองไปที่บาร์ทัส หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัสก็หัวเราะออกมาดังๆ

"แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะไม่แตกต่างจากแขนของเจ้ามาก แต่ภายในนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ทนต่อกล้ามเนื้อของโอเกอร์สองหัวและเจ้า ข้าจึงใช้ 'ออรัม' เป็นกระดูกแกนกลางของมัน "

ดูเหมือนเขาจะภูมิใจมาก

โอเกอร์สองหัวรู้จักกันในนามมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดหากมองไปเพียงแค่ค่า STR ของมัน

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามันเป็นออรัม มันคือแร่ตำนานระดับกลาง

แค่คำนวณอย่างง่ายๆ แขนข้างหนึ่งก็มีค่าเท่ากับปราสาทแล้ว

แม้ว่าบาร์ทัสจะเป็นลอร์ดแห่งพันธมิตร แต่นี่ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเจ็บตัว

อย่างไรก็ตามการแสดงออกของบาร์ทัสไม่ได้แสดงให้เห็นถึงร่องรอยใดๆว่ามันเป็นของสิ้นเปลือง

"มันเป็นแขนที่เยี่ยมยอดมากๆ "

"ถ้าเจ้าคิดว่ามันเป็นราคาสำหรับการช่วยเหลือหัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัส มันก็ค่อนข้างถูก เพียงใช้เวลาสักพัก เจ้าจะคุ้นเคยกับมัน "

มูยองพยักหน้า

ในความเป็นจริงมันแตกต่างออกไปเล็กน้อย

เพื่อการควบคุมความแข็งแกร่งของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย

'ไม่เลว'

ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถควบคุมพลังได้อย่างรวดเร็ว

เขาเพิ่มอีกสิ่งหนึ่งเข้าไปเพื่อเรียนรู้การควบคุม

นอกจากนี้แขนซ้ายราชันย์สีคราม คืองานที่หัตถ์เทพเจ้าบาร์ทัสเท่านั้นที่สามารถสร้างได้

การได้รับมันมาโดยไม่ต้องต่อรองใดๆ เห็นได้ชัดว่ามันจำเป็นต้องใช้ความพยายามบางอย่าง

' STR คงที่ที่ 300 ... '

คงที่ หมายความว่าเอฟเฟคอื่นๆจะไม่สามารถส่งผลกระทบมาได้

ปัจจุบัน STR ของมูยองคือ 221

มันไม่สมดุล

แต่มุมปากของมูยองกลับยกขึ้น

'มันน่าจะสนุก'

ความสามารถในการแข่งขันของมูยองเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีภารกิจมากมายที่เขาต้องเอาชนะ

*

ความเป็นจริงมีอิทธิพลอย่างชัดเจนต่อโลกแห่งความฝันของเขา

ในขณะที่ได้รับแขนซ้ายราชันย์สีคราม โลกแห่งความฝันของเขาก็จะได้รับมันเช่นกัน

และในโลกแห่งความฝัน มูยองได้พบกับ 'เขา' อีกครั้ง

เงาเลือนลาง เงาที่ลึกลับ นัยน์ตาสีดำขลับเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

"เจ้าได้รับของเล่นที่ค่อนข้างน่าสนุก"

ดาบของชายคนนั้นยังคงเชื่องช้า

บางครั้งชายผู้นั้นก็เคลื่อนไหวดุจสายน้ำ ดุจทะเลสาบ หรือแม้กระทั่งเหมือนกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

และมูยองก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีใดๆได้

"เจ้าคิดว่าจะสามารถหาหนทางเจอ หลังจากใช้แขนทั้งสองข้างได้อย่างงั้นหรือ?"

"ผมแค่อยากจะตรวจสอบระยะห่างของพลังให้ชัดเจนมากขึ้น"

ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน แม้ว่าเขาจะใช้ลมหายใจราชันย์สีคราม แต่ยังไงเขาก็ไม่สามารถเอื้อมไปถึงชายคนนี้ได้

มูยองรู้ดีถึงความจริง

อย่างไรก็ตามเขาตระหนักได้ถึงบางสิ่งในขณะที่ใช้แขนทั้งสอง

"เจ้าเข้าใจความแตกต่างระหว่างเราแล้วหรือยัง?"

"นิดหน่อย"

“โฮ ...”

ชายคนนั้นอยู่ในความตกใจ

“มันคืออะไร?”

"มันคือดาบ"

"ดาบงั้นเหรอ?"

"คุณรู้จักดาบดีกว่าผม"

มันเป็นความจริง

มูยองรู้ว่าความเข้าใจของเขาแตกต่างจากชายลึกลับ

ชายผู้นี้เป็นปรมาจารย์ดาบ ผู้ที่เหนือไปกว่าขีดจำกัดใดๆ

มันรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้รู้ถึงกระทั่งลมหายใจของดาบ

มันเป็นศาสตร์ที่ไม่สามารถเป็นไปได้ในหมู่มนุษย์

การรับรู้ลมหายใจของดาบ และเคลื่อนที่ราวกับว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับมัน

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด

มูยองไม่คิดว่าจะมีศาสตร์แบบไหนที่เป็นไปไม่ได้

ชายคนนั้นยิ้ม

"มันยากที่จะยอมรับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของตัวเอง ถือว่าเจ้ามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งสำหรับการรับรู้ถึงสิ่งนั้น ดังนั้นข้าจะให้คำแนะนำแก่เจ้าเป็นพิเศษ "

และเขาก็พูดขึ้นอย่างเงียบๆ

"เจ้าไม่ได้ยินเสียงของดาบหรือ?"

เสียงของดาบ?

ดาบไม่มีเสียงใดๆ ไม่ มันไม่ได้มีชีวิต

มีเสียงที่เฉพาะที่สามารถเกิดขึ้นได้จากโลหะ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้หมายถึงเสียงนั้น

"ผมดายไป 8 ครั้งแล้ว"

อย่างไรก็ตามชายคนนั้นไม่ได้ตอบมูยอง

กลับกัน มูยองถูกกวาดไปโดยคลื่นดาบขนาดยักษ์

ชายคนนั้นอาจจะกลายเป็นภูเขา ท้องฟ้า หรือแม้แต่มหาสมุทร

“เฮือกก!”

มูยองร้องออกมาขณะที่เขายกร่างส่วนบนขึ้น

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะฝันร้ายอีก"

ข้างๆเขา ทาร์แคนพูดขึ้น

การ์มูสอยู่ที่ปราสาทเพื่อยกระดับทักษะ

ดังนั้นมีเพียงแค่มูยองและทาร์แคนที่ขี่เซอร์เบอรัสอยู่ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของทางตอนเหนือ

"ทาร์แคน คุณได้ยินเสียงของดาบไหม?"

"ถ้าเป็นดาบที่มีวิญญาณที่ชั่วร้าย ข้าเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ"

"ไม่ มันไม่ใช่พวกนั้น เสียงของตัวดาบเอง"

ติ้ง-!

ทาร์แคนเคาะไปที่ด้านข้างของดาบ

"เจ้าหมายถึงเสียงนี้?"

มูยองส่ายหัว

นักล่าวิญญาณปีศาจ ดูเหมือนว่าแม้แต่ทาร์แคน หนึ่งในสามของจักรพรรดิแห่งเส้นทางของอาชูร่า ก็ไม่รู้เช่นกัน

นั่นหมายความว่าเงาเลือนลางลึกลับนั้นพิเศษมากยิ่งกว่า

มูยองลูบคางของเขาและขบคิดก่อนที่จะเริ่มนึกถึงความเป็นไปได้

‘เสียงของดาบ ทักษะปรมาจารย์ดาบมีคำที่คล้ายกันอยู่'

ขณะที่เขานึกถึงทักษะ ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ปรากฏขึ้น

ชื่อทักษะ: ปรมาจารย์ดาบ (E)

คำอธิบาย - ผู้ที่เดินตามวิถีของดาบ พลังรูปแบบเฉพาะที่มอบให้กับคิงสเลยอร์ผู้ซึ่งสามารถก้าวผ่านทุกสิ่งด้วยการเพิ่มความชำนาญในการใช้ดาบ

*ความเข้าใจในดาบเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*คุณสามารถค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ของดาบได้

*สามารถดึงพลังงานที่บริสุทธิ์ของดาบ

ความเข้าใจของตัวเองได้เพิ่มขึ้น แต่ความลับที่ซ่อนอยู่ ... เขาไม่เคยตรวจสอบเรื่องนี้มาก่อน

แน่นอนเขาไม่รู้ว่าการ 'ดึงพลังงานที่บริสุทธิ์ของดาบ ' หมายถึงอะไรเช่นกัน

มูยองยกดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวขึ้นมา

เขาถือมันเอาไว้ วางมันแนบกับหู และแม้กระทั่งขูดมัน

"ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าเจ้าบ้าไปแล้ว"

ทาร์แคนเดาะลิ้นของเขาในขณะที่มองมูยอง แต่มูยองไม่สนใจ

สิ่งสำคัญคือต้องคิดถึง 'เสียงของดาบ' ที่ผู้ชายคนนั้นพูดถึง

ยี่สิบครั้ง

มันเป็นจำนวนครั้งที่มูยองถูกฆ่าโดยชายคนนั้น

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่เขารู้สึกถึงความสิ้นหวัง

จนถึงขณะนี้ถ้าเขาหยุด เขาจะสร้างหนทางขึ้นมาได้อย่างไร แต่ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ มันนอกเหนือไปจากขอบเขตนั้น

ในตำแหน่งที่เขาเป็นนักฆ่า เขาเสียชีวิตไปแล้วยี่สิบครั้ง

และเขาคิดว่าตัวเองยังสามารถตายได้อีก

มันเหมือนมีกำแพงได้ขวางกั้นเขาไว้

'สิ่งที่คุณต้องการจากผมคืออะไร?'

มูยองจ้องมองไปที่ดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้อารมณ์

เขาคิดว่าโอกาสที่จะได้ยินเสียงจากดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวมากกว่าดาบมารเทพ เนื่องจากเขาใช้มันมานานแล้ว

ในความเป็นจริงดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวเป็นอาวุธที่เขาชอบมาก

อย่างไรก็ตามไม่มีการตอบสนองใดจากดาบแห่งความโกรธเกรี้ยว

เป็นไปตามที่คิดไว้

'ฉันกำลังจะบ้า'

มูยองหัวเราะอย่างเงียบ ๆ

จากนั้น ทาร์แคนก็พูดขึ้น

"จากที่นี่ เจ้าต้องเดินไป กำแพงน้ำแข็งนี่มีพลังขับไล่วิญญาณที่ชั่วร้าย "

มูยองเงยหน้ามองไปที่กำแพงน้ำแข็งที่สูงเสียดฟ้า

ขณะที่เขาเข้ามาใกล้ ปีกที่ทำจากวิญญาณที่ชั่วร้ายก็อ่อนกำลังลง

'เขตแดนราชันเทพโอริส'

ในอดีตมีเอลฟ์ที่ได้รับการเรียกขานว่าราชันเทพโอริส

เขาได้กลายเป็นต้นไม้โลก และหยั่งรากฐานของเขาลงในดินแดนเยือกแข็งแห่งนี้

อย่างไรก็ตามมีเพียงเอลฟ์ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักมัน

ถือเป็นเรื่องสำคัญของเขาที่ต้องตามหา 'ผู้เฝ้าประตู' ที่ปกป้องต้นไม้โลก

มูยองและทาร์แคนเดินอ้อมเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงกำแพงน้ำแข็ง

จากนั้น ทั้งสองก็หยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติ เนื่องจากรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน

"มีบางอย่างอยู่ที่นี่"

“แมลงเหรอ?”

"ไม่ใช่มอนสเตอร์ เช่นเดียวกับเรา พวกมันมีสามคน "

ทั้งสามคนสวมเสื้อผ้าสีดำและสวมหมวกปีกกว้างสีดำเอียงไปข้างหน้า

พวกมันยังสังเกตเห็นมูยองและทาร์แคน

"พี่ เราควรทำยังไงดี?"

"ฉันคิดว่าเราต้องกำจัดพวกเขาก่อนที่จะเดินทางต่อ"

"ไม่ต้องไปสนใจ เราจำเป็นต้องค้นหาต้นไม้โลกให้เร็วที่สุด ไปกันเถอะ"

ทั้งสามคนหันหลังให้กับพวกเขา

จากนั้นพวกมันก็มุ่งหน้าปีนกำแพงน้ำแข็งราวกับกำลังวิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลังจากรับรู้ถึงตัวตนพวกมัน มูยองก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

'สามดาบกระดูกของตระกูลลอว์เลส'

หนึ่งในห้าตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ตระกูลลอว์เลส

ในหมู่พวกเขามีสามคนที่เรียกว่าสามดาบกระดูก เพราะพวกเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ดาบ

ดาบกระดูก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ชายคนโต 'ดาบที่หนึ่ง' เขาอยู่ใน 10 อันดับแรกของมนุษย์ หนึ่งในบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุด

'พวกเขาพูดถึงต้นไม้โลกอย่างชัดเจน'

มูยองถือดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวไว้แน่น

เกิดอะไรขึ้น

'อดีตมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?'

เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมีสามดาบกระดูกอยู่ที่นี่

อย่างไรก็ตามเขาก็แน่ใจเกี่ยวกับสิ่งหนึ่ง ว่าพวกเขาทั้งคู่มาเพื่อสิ่งเดียวกัน

หัวใจของมูยองเริ่มเต้นเร็วขึ้น

จบบทที่ [KotB] บทที่ 98: ระดับความแตกต่าง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว