เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 93: ศึกชิงปราสาทคนแคระ (1)

[KotB] บทที่ 93: ศึกชิงปราสาทคนแคระ (1)

[KotB] บทที่ 93: ศึกชิงปราสาทคนแคระ (1)


บทที่ 93: ศึกชิงปราสาทคนแคระ (1)

วูฮีทำหน้ามุ่ย

เธอล่อมอนสเตอร์เพราะอยากเอาใจมูยอง แต่มันยากกว่าที่คาดไว้

"วูฮีไม่อยากทำแล้วววว.. "

ผู้ล้างแค้นเปลวเพลิง

วูฮีร้องไห้ขณะที่เธอนั่งอยู่บนไหล่ของอันเดธกลายพันธ์ุเพลิง

เดิมทีวูฮีถือว่าเป็นภูติที่ขี้เกียจเลยทีเดียว

ถ้าเธอขยันคงจะไม่ใช้เวลานานในการสร้างสมรภูมิไร้จุดจบอย่างที่ผ่านมา

ดังนั้นวูฮีจึงพยายามครุ่นคิด

ไม่มีอะไรแปลกๆใหม่ๆบ้างเหรอ?

อันเดธสามารถทำทุกอย่างตามคำสั่งได้ แต่เธอเริ่มเบื่อจากการล่อมอนสเตอร์แล้ว

"หืม? อะไรอะ?"

มันเป็นตอนที่เธอกำลังค้นหามอนสเตอร์ตัวต่อไปอยู่เหนือพื้นหิมะ

กล่องสีดำได้ขยับเข้ามาในระยะสายตาของเธอ

'มันคือ มิมิค!'

หลังจากที่รู้ว่ากล่องนั้นคืออะไรดวงตาของวูฮีก็ส่องประกาย

มิมิคเป็นมอนสเตอร์ประเภทกล่อง

โดยปกติแล้วมันก็เหมือนกับเวทมนตร์ที่ถูกร่ายลงบนกล่องสมบัติโดยนักเวทย์ระดับสูง

เป็นมอนสเตอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันผู้ที่จะสัมผัสกล่องโดยอัตโนมัติ

เธอไม่รู้ว่าทำไมมิมิคอยู่ในสถานที่เช่นนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่วูฮีสนใจ

วูฮีชี้นิ้วออกไปสั่งอันเดธกลายพันธุ์ทันที

"เดินไปตรงนั้น!"

อว๊าาา!

อันเดธกลายพันธุ์เคลื่อนที่ไปรอบๆมิมิคอย่างช้าๆ

ปกติมิมิคจะโผล่ขึ้นมาจากกล่องเมื่อมีคนพยายามจะเปิดมัน แต่เมื่ออันเดธกลายพันธุ์พังมันด้วยพลังมหาศาล ความสามารถในการตอบโต้แบบนั้นก็ไร้ประโยชน์

ในไม่ช้าเหรียญทองเหลืองอร่ามก็โผล่ออกมาให้เห็นจากกล่องที่ถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง วูฮีบินไปอย่างรวดเร็วและคว้ามันไว้ด้วยมือของเธอ

“วู๊ฮีฮีฮีฮี่ฮิฮิ!”

แก้วแหวนเงินทอง และสมบัติอีกมากมายที่เธอไม่รู้จัก!

ยังไงซะวูฮีก็เป็นผู้หญิง เธอย่อมชอบสิ่งของเหล่านี้

กริ๊งง!

เธอเทสมบัติออกและพุ่งลงบนนั้น

"อ่าาความมั่งคั่ง ถ้าฉันมีบ้านมันจะต้องตกแต่งด้วยสิ่งนี้ "

สมบัติที่อยู่บนเตียงของเธอ วูฮีนอนกอดอกขณะแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

เมื่อไหร่ก็ตามถ้าเธอมี 'บ้าน' ความฝันเล็กๆน้อยๆของวูฮีมีคือการเติมเต็มด้วยสมบัติเหล่านี้

บ้านที่น่าอัศจรรย์และสง่างามยิ่งกว่าสถานที่ใด!

'สามีกับชีวิตที่สวยงาม วู ฮีฮี'

เธอไม่สามารถหยุดหัวเราะได้หลังจากจินตนาการถึงอนาคตที่เต็มไปด้วยทองของเธอ

ถ้าเธอมีบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมบัติและมูยองแล้วละก็ ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรให้เธอต้องอิจฉาอีกแล้ว

และในตอนนั้นเอง

ฟรึ่มมมมมมมม!

สิ่งมีชีวิตสีดำขนาดใหญ่บินผ่านไปเช่นเดียวกับลูกศรบนท้องฟ้า

รอบๆตัวของมันเต็มไปด้วยฝูงมอนสเตอร์ประเภทบินจำนวนมาก

เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน วูฮีจึงไม่สามารถตอบสนองได้ในทันที

อย่างไรก็ตามใบหน้าของวูฮีเปลี่ยนแข็งทื่อหลังจากที่เห็นวิถีบินของมัน

"ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า!"

ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่ามุ่งหน้าไปทางด้านเหนือ *

เป็นเวลา 68 วันแล้วนับตั้งแต่เขาเข้ามาในปราสาท

"สู้ให้เหมือนกับวันนี้เป็นวันสุดท้าย ผมจะทำให้คุณรู้ว่ามังกรไม่ใช่เรื่องใหญ่ "

มูยองยังคงฝึกโหดให้กับเหล่าคนแคระ

เขาจัดกลุ่ม กลุ่มละสิบคน และให้ทุกคนโจมตีมาที่ตัวเอง

ตึม! ตึม!

คนแคระกำลังตีโล่และดาบของพวกเขาเป็นจังหวะ

คนแคระเป็นมอนสเตอร์ที่อยู่ในระดับปานกลาง แต่ถ้าหากพวกมันสวมใส่อุปกรณ์ที่ดีพวกมันก็จะมีความแข็งแกร่งขึ้นมาก

ถึงแม้จะแค่ 10 คนแต่มูยองก็ไม่อาจลดการป้องกันได้

'หากไม่มีเสื้อเกราะราชันอมตะก็คงเป็นเรื่องยาก'

ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมูยองมาจากเหล่าภูติผีและอันเดธ

อย่างไรก็ตามตอนนี้มูยองต้องเผชิญหน้ากับคนแคระด้วยพละกำลังของตนเองเพียงอย่างเดียว

เกราะราชันอมตะที่เปล่งประกาย

เป็นครั้งแรกที่เขามีพลังป้องกันอย่างท้วมท้น

การโจมตีของคนแคระไม่สามารถทำให้เกิดแม้แต่รอยถลอกเล็กๆได้

ไม่ใช่แค่คนแคระ แต่มันก็แข็งแรงพอที่จะทำให้การโจมตีของนักล่าปีศาจวิญญาณทาร์แคนเป็นโมฆะได้

'แต่แค่นี้ฉันยังไม่อาจสามารถเอาชนะ'

มูยองที่เป็นผู้สวมมันเข้าใจเรื่องนี้ดี

ว่าเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งหมดของดาร์คดราก้อนบาร์ซ่าได้

มันไม่สามารถทำลายได้จริงในแง่ของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติเท่านั้น

นั่นหมายความว่ามันไม่สามารถถูกทำลายได้หากความทนทานยังไม่หมด ถ้าเป็นเพียงผลกระทบจากภายนอกไม่มีเครื่องมือใดที่จะทำให้มันถูกทำลายลง

อย่างไรก็ตามความสามารถในฟื้นฟูตามธรรมชาติของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกลายเป็นโทรล

การเผาผลาญความอึดโดยปกติแล้วจะถูกฟื้นฟูกลับมาด้วยการพักผ่อนในระยะเวลาประมาณหนึ่งหรือสองชั่วโมง

และบาดแผลส่วนใหญ่จะหายภายในครึ่งวัน

'หากฉันสามารถสะสมอุปกรณ์ครบเซ็ตได้... '

แค่เขาสวมเกราะ ความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นไม่สามารถจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของเขาได้ หากสามารถรวบรวมอุปกรณ์เพิ่มเติมได้อีก 4 ชิ้น ซึ่งระดับของพวกมันไม่ได้ทิ้งห่างจากความแข็งแกร่งของเกราะราชันอมตะเลย

อย่างไรก็ตามนี่เป็นส่วนที่มูยองไม่แน่ใจว่าจะไปหามันที่ไหน

มูยองส่ายหัวสะบัดความคิด

ทำไมมันถึงมีพลังของราชันอมตะ และทำไมมันถึงได้รับการพิจารณาให้เป็นไอเทมเซ็ต

ราชันอมตะ

เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้

ถ้าเป็นมูยองผู้ที่เคยประสบกับความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ในบางมุมอาจพิจารณาได้ว่าเขาเป็นอมตะ อย่างไรก็ตามเขาไม่เชื่อว่าความแข็งแกร่งของตัวเองจะแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะที่แตกต่างออกไป

หลังจากกลับมาคิดดู เขาก็พบว่ามันแปลกๆ

ถ้าบอกให้เขาทำเช่นเดิมอีกครั้ง ไม่แน่ว่าเขาจะทำได้อีก

เพื่อกำราบหัวใจของนกฟีนิกซ์และเติมเต็มด้วยความต้องการของตัวเอง

ความมุมานะที่ทำให้เขากล้าสวมเกราะนั้น ราวกับว่ากำลังถูกอาคมโดยใครบางคน

ตึม! ตึม! ตึม!

คนแคระตบโล่และอาวุธของพวกมันเสียงดัง

ก่อนการสู้รบ นี่เป็นวิธีแสดงความเคารพต่อมูยอง

เป็นประเพณีดั้งเดิมของคนแคระที่บอกว่าพวกเขายอมรับมูยองเป็นนักรบที่แท้จริง

จากนั้นคนแคระ 10 คนก็ยกเท้าก้าวเข้ามา

มูยองรีบขจัดความคิดที่ฟุ้งซ่านของเขาออก และมุ่งเน้นไปที่การต่อสู้

ถ้าไม่ใช่เพราะวูฮีที่จู่ๆปรากฏตัวขึ้น เขาคงกำลังจะสู้กันอย่างดุเดือด

"ที่รัก! ที่รัก! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! "

ด้วยแหวน สร้อย และทองคำรอบๆตัวเธอ วูฮีรีบบินไปหาเขา

“มีอะไรรึเปล่า?”

กรึบ

ขณะที่มูยองถาม วูฮีก็กลืนน้ำลายลงคอ

“มะ!  มีปัญหาใหญ่แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมัวมาทำอะไรแบบนี้!”

"นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะเป็นแบบนี้?"

"บาร์ซ่า, บาร์ซ่าปรากฏตัวแล้ว!"

คำพูดของวูฮีทำให้เกิดความระส่ำระส่ายต่อผู้คนในวงกว้าง

"ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า!"

"ในที่สุดมันก็ปรากฏตัวขึ้น"

รวมทั้งมูยอง คนแคระรอบๆทุกคนเริ่มส่งเสียงจอแจ

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีความกลัวเหมือนครั้งก่อน

"นี่เป็นผลของการล้างความคิด"

มูยองเปลี่ยนความคิดของพวกคนแคระอย่างลับๆด้วยคำว่า"มังกรไม่ใช่เรื่องใหญ่"

โดยการผลักดันให้เข้าสู่ขีดจำกัดและพูดคำเหล่านั้นให้พวกมันฟังทุกวัน

ถ้อยคำที่สลักไว้ในจิตใจจะควบคุมสัญชาตญาณก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวเสียอีก

มูยองถามด้วยใบหน้าเฉยชา

"ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?"

"มันเกือบจะมาถึงที่นี่แล้ว  วูฮีพยายามบินเข้าไปใกล้มันแล้วก็เห็น วูฮีเห็นมอนสเตอร์ตัวอื่นๆด้วย ไวเวิร์น วินด์ไรเดอร์ แล้งก็ค้างคาวสายฟ้า... "

ร่างกายของวูฮีกำลังสั่น

ไม่ใช่ว่าภูติทุกตัวจะสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดจากมังกรได้

มอนสเตอร์ที่เกิดมาในฐานะสายพันธุ์กึ่งเหนือธรรมชาติเช่นมังกร สามารถสังหารเหล่าภูติหรือทำลายการทดสอบที่พวกภูติสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย

เนื่องจากมีภูติจำนวนมากถูกโจมตีโดยมังกรในอดีตที่ผ่านมา มันจะเป็นเรื่องโกหกถ้าจะบอกว่าเธอไม่กลัว

อย่างไรก็ตามเธอยังกล้าหาญและได้ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียง

"เธอทำได้ดีมาก"

มูยองวางมือลงบนศีรษะของวูฮี

จากนั้นความตื่นตระหนกของวูฮีก็หยุดลงทันที

และเขาก็หันกลับมาตะโกน

"เตรียมตัวเข้าสู่สงคราม!"

การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสงครามที่จะยุติความสัมพันธ์อันยาวนานและน่าเบื่อหน่ายระหว่างคนแคระกับมังกร

ตึงงงงงงง!

คนแคระกำลังกระแทกโล่ของตนลงบนพื้นด้วยใบหน้าที่หนักแน่น

มังกรไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามที่พวกเขาจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอีกต่อไป ขณะที่พวกเขาเกิดใหม่ในฐานะนักรบผ่านมูยอง

มันเป็นความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญและต้องชนะ

ในตอนนั้นเอง

< 'ศึกชิงปราสาทคนแคระ' ได้เริ่มต้นแล้ว>

<พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ การรวมตัวอันภาคภูมิใจที่ใหญ่ที่สุดในหมู่คนแคระ พวกเขายืนขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์กับมังกร>

<ช่วยพวกเขาและเผชิญหน้ากับบาร์ซ่า ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่าจะบุกปราสาทพร้อมกับมอนสเตอร์ประเภทบินจำนวนมาก>

<ขึ้นอยู่กับความช่วยเหลือของคุณ คุณจะได้รับรางวัลที่เหมาะสม>

<ระบุจำนวนพันธมิตร>

< คนแคระ 23,777 >

<ระบุจำนวนฝ่ายตรงข้าม>

<ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า, ไวเวิร์น 688 ตัว, วินด์ไรเดอร์ 1,224 ตัว และ 2,499 ค้างคาวสายฟ้า>

ศึกชิงปราสาทของคนแคระ!

มันโผล่ขึ้นมาเป็นภารกิจ

นั่นหมายความว่าถ้าเขาแก้ปัญหานี้ได้จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล

อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องง่าย

'ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่ามาพร้อมกับมอนสเตอร์มากมาย... '

ปกติมังกรเป็นมอนสเตอร์ที่เดินทางตามลำพัง

อย่างไรก็ตามมันสามารถควบคุมมอนสเตอร์จำนวนมากได้เพียงแค่จ้องมอง

การดำรงอยู่ของมังกรเป็นแบบนั้น

หนึ่งในมอนสเตอร์ที่อยู่ด้านบนสุดของห่วงโซ่อาหาร!

ถ้ามันมาพร้อมกับกองทัพเหล่านั้น ก็หมายความว่ามันมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างเหล่าคนแคระ

มันอาจจะโกรธเนื่องจากถูกทำให้กลายเป็นตัวตลกโดยบาร์ทัส

"ขึ้นไปบนปราสาท!"

"เตรียมปืนใหญ่ให้พร้อม!"

คนแคระเริ่มเคลื่อนไหวตามลำดับขั้นตอน

ด้วยความช่วยเหลือของมูยอง ส่วนต่างๆของพวกเขาเปลี่ยนไปและทำให้การแจกจ่ายงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ว่าจะเป็นเพียง 68 วัน แต่พวกมันก็ฝึกฝนมาอย่างเต็มที่

จากนั้นกำแพงปราสาทขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 20 เมตรก็ส่องประกายแสง และบาร์เรียเวทย์ก็ถูกสร้างขึ้น

มันเป็นกำแพงที่สร้างขึ้นล้อมรอบเพื่อเพิ่มการป้องกันการโจมตีของมังกร

มันย่อมไม่พังทลายได้โดยง่าย

คนแคระปีนขึ้นกำแพงปราสาท และบรรจุกระสุนปืนใหญ่หลายร้อยกระบอก

ส่วนที่เหลือคอยปกป้องปืนใหญ่ หรือไม่ก็ถือหน้าไม้

'เราต้องชนะ'

มูยองบีบกำปั้นอย่างรุนแรงราวกับว่าจะทำกระดูกของตัวเองแตกเป็นเสี่ยงๆ

แม้ว่าเขาจะแสดงความสามารถทั้งหมดออกมา แต่ก็ไม่อาจแน่ใจว่าเขาจะชนะหรือไม่

อย่างไรก็ตามเขายังคงต้องการทำมัน

แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เขาก็จำเป็นต้องทำให้เป็นไปให้ได้

"มังกร! มันไม่ได้อ่อนแอเลยสำหรับคู่ต่อสู้ของข้าในฐานะราชาแห่งภูติผีและวิญญาณ ข้าชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ! "

ทาร์แคน นักล่าวิญญาณปีศาจผู้ที่จัดการกับเซอร์เบอรัสได้ย่อมแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตามเขามีจุดอ่อนที่สำคัญ

เขาไม่เคยประเมินความสามารถของศัตรู และชอบโจมตีมั่ว

ถ้าบาร์ทัสพาพวกเข้าโจมตีในตอนนี้ มันอาจจะถูกลูกหลงจนตายเท่านั้น

"ผมต้องการให้คุณทำสิ่งอื่น"

มูยองพูดอย่างเฉยชา

จากนั้นทาร์แคนก็เอียงศีรษะของเขา

"หน้าที่ของข้าไม่ใช่จัดการกับมังกรหรอกเหรอ?"

"ไม่ใช่ตอนนี้"

"ถ้างั้น?"

"ผมต้องการสลายกำลังของศัตรู คุณพร้อมกับอันเดธกลายพันธุ์โจมตีทัพศัตรูจากด้านหลัง"

ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่าย่อมไม่ทราบกลยุทธ์หรือยุทธวิธีใดๆ มันคงจะรีบเร่งสั่งให้ทุกตัวโจมตีไปด้านหน้าพร้อมๆกัน

อย่างไรก็ตามนั่นอาจเป็นอันตรายได้ จำนวนศัตรูสูงกว่าที่เขาคิด และมอนสเตอร์ประเภทบินเป็นศัตรูธรรมชาติของคนแคระ

เขาต้องการให้พวกมันกระจายกำลังไปบ้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะ

ทาร์แคนยอมรับด้วยความไม่เต็มใจ

"ชิ...ไม่สมกับฐานะราชาอย่างข้าเลย แต่ถ้าเจ้าต้องการ ข้าจะทำมันก็ได้ ว่าแต่มูยอง เจ้าวางแผนที่จะอยู่ที่นี่เหรอ? "

"ผมจะสั่งการจากที่นี่"

เหตุผลที่คนแคระเปลี่ยนไปเป็นเพียงเพราะมูยอง

ถ้ามูยองไม่อยู่ในตำแหน่งนี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาจะลดลงอย่างมาก

มันเป็นครั้งแรกของมูยองในการเป็นผู้นำและสู้พร้อมกำลังพลจำนวนมากเช่นนี้

อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำอย่างชุ่ยๆได้เพียงเพราะเขาไม่เคยทำมันมาก่อน

วูมมมม!

มูยองชักดาบแห่งความโกรธเกรี้ยว และดาบมารเทพออกมา

ในเวลาเดียวกันจุดสีดำเล็กๆ ก็เริ่มกระจายเต็มฟากฟ้า

ผู้นำฝูงบินเหล่านั้นคือดาร์คดราก้อนบาร์ซ่า

'ฉันจะเอาชนะแก'

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยต่อสู้กับมังกรในอดีต

เมื่อเขาเผชิญหน้ากับดราก้อนลอร์ด มังกรปีศาจคืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เกราะอันโดดเด่น และการดำรงอยู่ของมันก็มีพลังมากจนสามารถล่าสิ่งเหนือธรรมชาติทุกสายพันธุ์ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อตอนที่พลังของมังกรปีศาจยังไม่สมบูรณ์

ในตอนท้ายที่ดราก้อนลอร์ดถูกลอบสังหารโดยมูยอง หลังจากนั้นมังกรปีศาจก็ตายตามไปด้วย

หากพวกมันอยู่ด้วยกันย่อมไม่สามารถเอาชนะได้ แต่เมื่อเขาเผชิญหน้ากับพวกมันทีละตัวนั่นก็ไม่ได้ยากเท่าที่เขาคาดไว้

การต่อสู้ครั้งนี้อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าเวลานั้นพอสมควร

อย่างน้อยก็มีตัวเลือกมากมายที่มูยองสามารถใช้ได้

แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาจะลดลงจากอดีตเป็นอย่างมาก มันก็ยังง่ายกว่า

มูยองหันมาสนใจบาร์ซ่า

ฮูมมมมมมมมมมม!

ดาร์คดราก้อนบาร์ซ่าพ่นลมหายใจหยาบๆออกมา

จบบทที่ [KotB] บทที่ 93: ศึกชิงปราสาทคนแคระ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว