เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 83: ดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ (End)

[KotB] บทที่ 83: ดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ (End)

[KotB] บทที่ 83: ดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ (End)


บทที่ 83: ดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ (End)

นั่นมันยังไม่ใช่ทั้งหมด

<งานศิลป์ที่น่าอัศจรรย์ถูกสร้างขึ้น!>

<ระดับทักษะของ "ศิลปะแห่งความตาย" เพิ่มขึ้นจากระดับ C เป็น B>

<คุณได้รับอัตราการพิชิตถึง 65% ใน "เส้นทางของอาชูร่า">

ทักษะ ศิลปะแห่งความตาย ที่หยุดนิ่งหลังจากที่มันได้มาถึงระดับ C, เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

เมื่อมีหนึ่งในราชาแห่งเส้นทางอาชูร่าออกมา อัตราการพิชิตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ยังไงก็ตามมีบางอย่างที่แปลกไป

แม้ว่าเขาจะใช้ทักษะศิลปะแห่งความตายสร้างมันขึ้นมา แต่กลับไม่สามารถออกคำสั่งใดๆได้

นอกจากนี้มันยังมีความสามารถในการพัฒนาตัวเองและอำนาจในการปกครอง อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะประพฤติตัวดีกับมูยอง ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำเช่นนี้ตลอดไป

"ราชาที่เป็นอิสระผู้ซึ่งปกครองตัวเอง"

ราวกับว่ามันตอบคำถามของมูยอง นักล่าวิญญาณปีศาจพูด

"ขอบคุณสำหรับการปลดปล่อยข้า ในทางกลับกัน ข้าจะช่วยเจ้าหนึ่งสิ่งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามเจ้าไม่สามารถผูกมัดข้าได้. "

นั่นหมายความว่ามันไม่ได้วางแผนที่จะติดตามมูยองมาตั้งแต่ต้น

เพียงแค่ดูค่าสเตตัสของพวกเขาก็เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสวรรค์กับโลก

มันไร้เหตุผลที่จะโจมตี

แม้ว่ามูยองจะมีประสบการณ์มากมาย และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมัน แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ยังไงก็ตาม...

มีสิ่งหนึ่งที่่นักล่าวิญญาณปีศาจยังไม่รู้

ดูเหมือนมันจะไม่รู้ตัวว่ามูยองกุมชีวิตของมันไว้ในกำมือ เนื่องจากมันได้รับร่างกายในชีวิตนี้ผ่านทางมูยอง

วิญญาณสีดำโผล่ขึ้นมาเหนือหัวของนักล่าวิญญาณปีศาจ

มันเป็นตัวบ่งชี้ว่าทักษะ 'อุทิศจิตวิญญาณ' สามารถใช้ได้

"ฉันไม่ต้องการอันเดธที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง"

เมื่อมูยองพูดอย่างเย็นชา นักล่าวิญญาณปีศาจได้ใช้ดาบทุบไปที่พื้นหนึ่งครั้ง

"แล้วเจ้าจะทำอะไรได้? ราชาย่อมไม่ปฎิบัติตามใคร ข้าหนีออกมาจากนรกอเวจี และบัดนี้ข้าจะก้าวไปสู่การเป็นราชาของโลกใบนี้"

มันมักจะแสดงท่าทีที่เหนือกว่าคนอื่นเสมอ ในขณะที่แสดงออกว่ารู้สึกเบื่อหน่ายมูยอง

มูยองยื่นมือออกไป

ขณะที่เขาคว้าวิญญาณสีดำไว้ในมือ การแสดงออกของนักล่าวิญญาณปีศาจก็ดูแข็งกระด้างขึ้น

“เดี๋ยวก่อน มนุษย์สามารถมองเห็นวิญญาณของข้าและจับต้องมันได้ยังไง?”

"ถ้าต้องการ ผมยังสามารถทำลายมันได้."

“เป็นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าดวงวิญญาณของเจ้าจะมีอันดับสูงกว่าข้าเท่านั้น มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นไปได้หรอก”

"จะลองดูก็ได้นะ ว่ามันเป็นไปได้หรือเปล่า"

เขาแสดงท่าทางอยากรู้อยากเห็น

ถ้าเขาใช้ประโยชน์จากดวงวิญญาณของอันเดธระดับอัศวินแห่งความตาย ความรวดเร็วในการพัฒนาของเขาจะเป็นยังไงกันนะ?

นักล่าวิญญาณปีศาจเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ

ราชาผู้ปกครองภูติผีวิญญาณมากกว่าหมื่นตน

ไม่มีทางที่ดวงวิญญาณของมนุษย์จะมีระดับสูงกว่ามันได้

อย่างไรก็ตาม มันเป็นสถานการณ์ที่หนึ่งความท้าทายอาจจะจบสิ้นทุกอย่าง

นั่นหมายความว่าการดำรงอยู่ของเดธลอร์ดอยู่ในระดับที่สูงกว่านักล่าวิญญาณปีศาจ และตั้งแต่ทักษะอุทิศจิตวิญญาณมีการเปิดใช้งาน เขาสามารถก็กำจัดวิญญาณของนักล่าวิญญาณปีศาจได้

หลังจากรู้ตัวแล้วนักล่าวิญญาณปีศาจก็เปลี่ยนท่าที

"ข้าจะช่วยเจ้าสำหรับการพาข้าออกจากนรกขุมนี้ ข้าจะอาสาช่วยเจ้าเป็นเวลา 30 วัน"

มันเปลี่ยนคำพูดของตัวเอง จากความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวเป็นการอาสาช่วยในเวลา 30 วัน

มันเสนอผลตอบแทนเล็กน้อยในเรื่องนี้

ถ้ามูยองต้องการใช้ประโยชน์จากมันไปตลอดกาล มันจะต่อต้านตั้งแต่เริ่มแรก

แต่ก็ดูไม่เหมือนว่ามันกำลังยอมรับเงื่อนไขของเขา

มูยองส่ายหน้า

"90 วัน"

" 60 วัน ไม่นานไปกว่านั้น ข้าต้องการเพิ่มพลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข้าจำเป็นต้องแสดงศักดิ์ศรีเพื่อที่จะพิสูจน์คุณสมบัติของการเป็นราชาของเหล่าดวงวิญญาณนับหมื่น"

ดูเหมือนว่ามันจะมีเหตุผลเป็นของตัวเอง

มูยองตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของเขา

ถ้านักล่าวิญญาณปีศาจกำลังวางแผนที่จะกลายเป็นราชาจริงๆ มันก็ไม่เลวที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเขาเอาไว้

ถ้าเขาสามารถควบคุมสิ่งมีตัวตนที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุด เป็นเวลา 60 วัน ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาของเขา

ไม่มีข้อจำกัดใดๆในการช่วยเหลือตลอดช่วงเวลา 60 วัน และมันก็ไม่ต่างอะไรกับเงื่อนไขที่เคยตกลงไว้ตอนได้รับอาชานรก

“ตกลง อย่างไรก็ตามคุณต้องฟังในสิ่งที่ผมพูด”

"ข้าเข้าใจ"

นักล่าวิญญาณปีศาจยอมรับ

ขณะที่มูยองเริ่มเดินออกมา จู่ๆก็มีใครบางคนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

การ์มูส

ด้วยการแสดงออกที่สับสน เขามองสลับกันไปที่มูยอง และนักล่าวิญญาณปีศาจ

"เอ่อ....เกิดอะไรขึ้นกับโอโลเนส?"

"มันตายแล้ว"

"แต่ว่า เขาคือ ... "

"มันเป็นวิญญาณอื่นที่อยู่ในร่างของโอโลเนสน่ะ"

การ์มูสตาเบิกโพลง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อในความจริงนี้

มูยองดึงวิญญาณของโอโลเนสและจับมันเข้าสู่เส้นทางของอาชูร่า

"นี่คือวิญญาณของโอโลเนส ถ้าคุณต้องการ ผมสามารถมอบมันให้คุณได้"

มันเป็นไปได้ที่จะดักจับมันโดยใช้อุปกรณ์บางอย่าง และทำให้มันต้องทนทุกข์ทรมานตลอดไป

การ์มูสกลืนน้ำลายแล้วพูด

"ละ แล้ว...ท่านสามารถปลดปล่อยวิญญาณของลูกชายข้าให้เป็นอิสระได้หรือไม่?"

"อิสระ?"

"ลูกชายของข้าถูกโอโลเนสฆ่าตาย และยังต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกักขังแม้จะสิ้นชีพไปแล้ว"

การแสดงออกของการ์มูสดูเหมือนหมดหวัง

อย่างไรก็ตาม มูยองไม่ได้สิ้นไรหนทางจริงๆ

หลังจากขบคิดเล็กน้อย เขาก็เหลือบตาไปทางนักล่าวิญญาณปีศาจที่กำลังพยักหน้า

"ข้าเดาว่าเจ้ากำลังพูดถึงวิญญาณที่ปีศาจตนนั้นเคยใช้เป็นทาส หาเขาด้วยตัวเองละกัน"

นักล่าวิญญาณปีศาจกระทืบเท้าของมันลงไปที่พื้น

ตึง!

ด้วยเสียงนั้น พื้นดินก็แยกออกเผยให้เห็นวิญญาณจำนวนหลายพันพุ่งทะยานขึ้นมา

ในเวลานั้นเองวิญญาณเหล่านั้นก็ก่อขึ้นเป็นรูปร่าง

พวกเขาก่อรูปร่างเป็นเหมือนเดิมที่ยังมีชีวิตอยู่ยืนอยู่เบื้องหลังนักล่าวิญญาณปีศาจ

นั่นคืออำนาจของนักล่าวิญญาณปีศาจ

ดูเหมือนว่ามันสามารถมอบรูปร่างให้กับวิญญาณ และยังทำให้พวกเขาต่อสู้ได้

'น่าอัศจรรย์'

มูยองชื่นชมเขาอย่างสุดซึ้ง

ตัวตนของลอร์ดแห่งความตายอาจสูงกว่านักล่าวิญญาณปีศาจ แต่มูยองไม่สามารถใช้พลังของเขาได้อย่างสมบูรณ์เช่นนี้

ตอนนี้เขายังห่างชั้นกับนักล่าวิญญาณปีศาจในแง่ของการจัดการกับอันเดธและภูติผี

การ์มูสมองไปรอบๆเพื่อหาลูกชายของเขา

"อ๊ะ!"

การ์มูสวิ่งไปพร้อมกับอุทานขึ้นมา

เขาคร่ำครวญต่อหน้าคนแคระตัวน้อยของเขา

“นั่น! การ์โม ลูกของข้า ทำไมลูกของข้าถึงตัวเย็นไปหมดอย่างนี้? หืม?”

การ์มูสจับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กชาย และถอนหายใจในขณะที่คุกเข่า

"พ่อของเจ้าทำผิดยิ่งนัก ข้าไม่ควรเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แม้ว่ามันจะมาจากความอยากรู้อยากเห็นของข้า ข้ารู้ว่ามันเป็นความคิดที่แย่แต่....."

ความรู้สึกโทษตัวเองถูกผสมปนเปเข้าไป

นักล่าวิญญาณปีศาจที่แค่มองดูเขาก็เริ่มพูดออกมา

"ถ้าเจ้าต้องการ ข้าสามารถเอาวิญญาณของเขาบรรจุไว้ในภาชนะใหม่ได้"

การ์มูสได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้น

มันไม่แตกต่างจากเสียงกระซิบของปีศาจ

อย่างไรก็ตาม เขาส่ายหน้า

"ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่ต้องการให้ลูกของข้าต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่านี้ "

เขาไม่ได้ทำอย่างไม่มีเหตุผลหลังจากกำลังตาบอดเพราะความรัก

การ์มูสทราบดีว่า การทำเช่นนั้นจะต้องมีราคาที่ต้องจ่าย

และลูกชายของเขาคงจะไม่กลับมามีชีวิตเพียงเพราะจิตวิญญาณของเขาถูกบรรจุไว้ในร่างกายใหม่

ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจะปรากฏขึ้นตั้งแต่ดวงวิญญาณและร่างกายใหม่ถูกเชื่อมต่อกัน

เขาอาจกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้อารมณ์เมื่อจิตวิญญาณถูกบรรจุไว้ในร่างกายของคนอื่น

ถือว่าการตัดสินใจของการ์มูสนั่นถูกต้อง

"ปลดปล่อยเขา"

เมื่อมูยองพูด และนักล่าวิญญาณปีศาจก็โบกมือของมัน

จากนั้น ลักษณะของเด็กที่ปรากฏก็ค่อยๆเริ่มจืดจาง

วิญญาณก็ควรกลับไปยังที่ที่ควรจะไป

“การ์โม การ์โมของข้า...!”

ตุบ!

เนื่องจากการสลายไปของเด็กน้อย การ์มูสล้มลงกับพื้น

มูยองอยากรู้ขึ้นมาทันที พร้อมกับถาม

"คุณรู้หรือเปล่าว่าวิญญาณจะไปที่ไหน?"

"ไม่มีใครรู้นอกเหนือจากผู้สร้าง มีคนบอกว่าพวกเขาจะไปเกิดใหม่"

เกิดใหม่

ดูเหมือนว่านักล่าวิญญาณปีศาจไม่รู้รายละเอียดมากไปกว่านี้

'ฉันเคยตายมาแล้ว'

หลังจากทำลายป่าแห่งความตาย มูยองก็ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นเขาเดินทางย้อนเวลากลับมา ในโลกใบนี้มีการดำรงอยู่ของ 'จิตวิญญาณ' อย่างชัดเจน

หลังจากการตายของเขา วิญญาณก็ละทิ้งร่างกายไป

แต่เขาไม่รู้ว่ามีกระบวนการอื่นใดอีก ที่ทำให้เขากลับมาสู่อดีต?

มูยองยักไหล่ของตัวเอง

นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถรู้ได้ เว้นแต่จะกลายเป็นพระเจ้า

หลังจากที่การ์มูสเหม่อมองไปยังที่ไกลๆ และจมเข้าไปในความคิดเขาสักครู่ เขาก็ฟื้นตัว และลุกขึ้นไปหามูยอง

หลังจากที่เช็ดน้ำตาด้วยมือ เขากัดริมฝีปากตัวเองก่อนที่จะเริ่มพูด

“ขอบคุณ! ข้าจะติดตามท่านไปตลอดจนกว่าร่างกายจะแตกสลาย”

โชคดีที่การ์มูสไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายตามลูก

เขาจำได้อย่างชัดเจนถึงคำมั่นสัญญาของพวกเขา

"ให้มันเป็นเช่นนั้น"

มูยองพยักหน้าก่อนออกจากสนามประลองไป

*

เนื่องจากเขาไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการเอาชนะเซอร์เบอรัสอีกต่อไป มันก็ไร้ประโยชน์สำหรับเขาที่จะรวบรวมออนซ์

นั่นเป็นเหตุผลที่มูยองใช้ส่วนที่เหลือของออนซ์ไปกับการซื้อทาส

แน่นอนว่าเขามีมาตรฐาน

เขาเลือกเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่มีเหตุผล และสามารถคิดเองได้

นี่เป็นวิธีที่เขาใช้ซื้อทาสได้เกือบ 2,000 คน จนกระทั่งเขากลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายของชั้น 1

ในเวลาเดียวกันเขาก็เป็นที่ได้รับชัยชนะมากที่สุด

ชนะ 227 เสมอ 0 แพ้ 0!

เป็นผลมาจากการที่เขาขโมยชัยชนะอย่างต่อเนื่องจนได้รับวิคเตอร์เอฟเฟ็ค

<คุณทำลายสถิติใหม่สำหรับชัยชนะบนสังเวียนใต้ดิน>

<ในประวัติของคุณ 'จักรพรรดิ์แห่งสังเวียนใต้ดิน' ถูกเพิ่มแล้ว>

<คุณได้จารึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศของโซโลมอน คุณปฎิเสธที่จะเปิดเผยชื่อของคุณ>

มูยอง (ไร้นาม) - ชนะ 227 ครั้ง

ลูเซี่ยน - ชนะ 201 ครั้ง

โอซึกิ ยูกะ - ชนะ 167 ครั้ง

ลูเซียน และโอโฮซิกิ ยูกะ

ทั้งสองคนเป็นคนรู้จักของมูยอง

ราชาแห่งการต่อสู้ ลูเซี่ยน และราชินีแห่งกลุ่มนินจา โอซึกิ ยูกะ ไม่มีทางที่มูยองจะไม่รู้จักพวกมัน

ครู่ต่อมาข้อความก็ปรากฏขึ้นมาอีก

<การทดสอบยังไม่สิ้นสุด.>

<การทดสอบครั้งสุดท้าย การต่อสู้กับเซอร์เบอรัสกำลังจะเริ่มขึ้น>

มีประตูขนาดใหญ่อยู่ข้างหลังสังเวียนของชั้นที่ 1

หลังจากประตูเปิดออก ก็ปรากฎมอนสเตอร์สามหัวขนาดใหญ่ขึ้น

กรรรรรรรร.!

ขนาดของมันสูงกว่า 10 เมตร

แต่ละหัวมีความสามารถแตกต่างกัน

หากเป็นปกติเขาคงไม่เลือกที่จะต่อสู้กับมัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยการมีนักล่าวิญญาณปีศาจทำให้เขาสามารถสู้ได้

"มันช่างเหมาะเจาะจริงๆ"

นักล่าวิญญาณปีศาจมองไปที่เซอร์เบอรัสและลูบคางตัวเอง

มูยองขมวดคิ้วครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะผ่อนคลาย

'การกำราบมันยากยิ่งกว่าฆ่ามันเสียอีก'

การทดสอบนี้ผลการประเมินจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการกระทำ

ถ้าเขากำราบมันย่อมได้รับการประเมินผลที่ดีกว่าการสังหาร

"มาเริ่มกันเถอะ"

หวีดดดด!

ดาบแห่งความโกรธเกรี้ยว และดาบมารเทพส่งเสียงกรีดร้องออกมา

*

วูฮีตื่นเต้นมาก ขณะที่เธอกระพือปีกบินขึ้นไปในอากาศ

ดูสิๆ! วูฮีพูดถูกใช่ไหมล่ะ?ที่รักของวูฮีเก่งที่สุด"

“อ๊าาาา...”

ภูติอ้วนปงปงร้องไห้คร่ำครวญ

ความตั้งใจแรกของเขาคือแสดงให้วูฮีเห็นถึงการทดสอบที่ได้มาตรฐานเพื่อเอาชนะใจเธอ แต่วูฮีกลับตกหลุมรักคนอื่นไปซะแล้ว

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงพยายามแทรกแซงด้วยให้ค่าหัวของมูยอง อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถหยุดยั้งโดเกบิตนนี้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เขาสร้างอัศวินแห่งความตาย และตอนนี้กำลังจะโจมตีเซอร์เบอรัส

“วูฮีฮี ที่รักของฉันช่างน่าทึ่งนัก เขายังไม่ได้ใช่กลยุทธ์ตามที่วูฮีบอกเลย เขาแค่เล่นงานมันตรงๆ”

"คุณบอกกลยุทธ์กับเขางั้นเหรอ?"

ทันใดนั้น วูฮีก็ตระหนักถึงความผิดพลาดของเธอ และแสร้งทำเป็นว่าเธอไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

"ที่รักจ๋า! ที่รักสู้ๆ!"

ขณะที่มองเธอ ปงปงถอนหายใจลึก

โดเกบิและภูติ ไม่อาจเป็นคู่ที่ดีได้ แต่จะทำอย่างไรเมื่อเธอเลือกเขาแล้ว

ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางทำให้หัวใจของเธอกลับมาอยู่กับเขาได้

นั่นเป็นเหตุผลที่เขามองไปที่เซอร์เบอรัสด้วยความหวังเล็กๆ

'โดเกบิจะสามารถเอาชนะเซอร์เบอรัสได้ยังไง?'

เขาต้องการให้โดเกบิตายในการต่อสู้กับเซอร์เบอรัส

เขาเชื่อว่าวูฮีจะกลับมารู้สึกดีขึ้น และมองมาที่เขาบ้าง

อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงความหวังลมๆแล้งๆเท่านั้น

แทนที่จะเป็นโดเกบิ อัศวินแห่งความตายที่โดเกบิสร้างขึ้นต่างหากที่เป็นปัญหา

เขาบินฉวัดเฉวียนไปมา และขึ้นขี่บนหลังเซอร์เบอรัส

ในท้ายที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในการทำให้เซอร์เบอรัส 'เชื่อง'

"ปงป้งงง! เป็นไปไม่ได้ เซอร์เบอรัสจะเชื่องได้ยังไง?"

ปงปงกรีดร้องออกมา

มันเป็นไปไม่ได้ที่มอนสเตอร์อย่างเซอร์เบอรัสจะเชื่องได้

อย่างไรก็ตาม อัศวินแห่งความตายทำสำเร็จ

อัศวินแห่งความตายขึ้นขี่หลังของเซอร์เบอรัส และเริ่มใช้มันตามที่เขาต้องการ

ความสามารถตามธรรมชาติของอัศวินแห่วความตายจะเสาะหา 'พาหนะ' และด้วยอำนาจของนักล่าวิญญาณปีศาจสามารถทำให้เซอร์เบอรัสเชื่อฟังได้อย่างไม่ยากเย็น

ปงปงคอตก และเมื่อมูยองได้รับรางวัลผ่านประตู เวทีประลองก็เริ่มพังทลาย

ครืนนนนนนน!

นั่นหมายความว่าการทดสอบของสังเวียนได้สิ้นสุดลงแล้ว

หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ทรุดตัวลง กล่องแห่งการทดสอบบิดเบี้ยว และสามารถมองเห็นโลกดั้งเดิมได้

"หืมม? นั่นมันคืออะไรน่ะ?"

วูฮีผู้ซึ่งย้อนกลับไปยังโลกเดิมเอียงศีรษะขณะเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องนภา

มีดวงดาวพิเศษสีแดงอยู่บนนั้น

การรวมกันของดวงดาวหลายร้อยหรืออาจหลาบยพันดวงก็ไม่อาจจะสว่างกว่าดาวดวงนี้

ดวงดาวบริสุทธิ์ที่สาดแสงลงมาราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

วูฮีถูกดึงดูดโดยดวงดาวอันสุกสกาวนี้ เธอจ้องมองไปยังดาวดวงนั้น แล้วก็เหลือบกลับไปมองที่มูยอง

ดาวสีแดงดวงนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับมูยองด้วยเหตุผลบางอย่าง

และความคิดของวูฮีค่อนข้างจะตรงกับความเป็นจริงเสมอ

ดาวสีแดงปรากฏในสถานที่ที่สูงที่สุด

นั่นคือดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ

จบบทที่ [KotB] บทที่ 83: ดาวแห่งความสมบูรณ์แบบ (End)

คัดลอกลิงก์แล้ว