- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีแฟลชเซลล์หนึ่งหยวน
- บทที่ 58 ข่าวของกลุ่มจงซิง
บทที่ 58 ข่าวของกลุ่มจงซิง
บทที่ 58 ข่าวของกลุ่มจงซิง
บทที่ 58 ข่าวของกลุ่มจงซิง
ภายในห้องประชุม ทุกคนต่างจับจ้องไปที่กู้เฉิน
ก่อนหน้านี้ พอได้ยินคำพูดของตู้เลี่ยง พวกเขาทุกคนก็พากันกลั้นหายใจ ใครจะคิดว่า กลุ่มหยวนหยางจะมีศักยภาพถึงเพียงนี้ จากนั้นก็เริ่มพากันดูถูกกู้เฉิน
เพราะไม่ใช่ใครจะควักเงินสดจำนวนมากขนาดนั้นออกมาได้ง่าย ๆ
ทรัพย์สินไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก ในยุคนี้ใครมีเงินสดนั่นแหละถึงจะเป็นพี่ใหญ่ตัวจริง!
"ดี! ฉันเอาหมด!" กู้เฉินพูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่น พลางสะบัดมืออย่างฮึกเหิม
ในบรรดาผู้คนที่อยู่ตรงนั้น มีเพียงกานเล่อเท่านั้นที่รู้ว่ากู้เฉินร่ำรวยมากแค่ไหน!
"อะไรนะ!"
ไม่ใช่แค่ตู้เลี่ยงที่ตกใจ คนอื่น ๆ ในห้องประชุมก็ถึงกับอ้าปากค้าง
ใครจะคิดว่าเขาจะซื้อทั้งหมดแบบไม่ลังเลเลย
ตู้เลี่ยงเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ รีบกลบเกลื่อนอาการตกใจแล้วพูดขึ้นว่า "ดี! ในเมื่อคุณกู้ใจกว้างขนาดนี้ ผมขอตัดสินใจแทนเลย กลุ่มหยวนหยางจะขายเรือสินค้าทั้งหมดให้กับกลุ่มหยวนเฉิง!"
"ยินดีที่ได้ร่วมงาน!"
กู้เฉินยื่นมือขวาออกไปเล็กน้อย พลางยิ้มบาง ๆ
ตู้เลี่ยงก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน กำลังจะจับมืออยู่แล้วเชียว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน
"เดี๋ยวก่อน!"
ทุกคนหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นคนของกลุ่มหงหยุน
"คุณตู้ ทำไมในเมื่อเชิญทุกคนมาที่นี่ กลับขายเรือทั้งหมดให้แค่คนเดียว? ไหนยังจะบอกว่ายกเลิกงานขายอีก ขอให้กลุ่มหยวนหยางอธิบายให้พวกเราฟังอย่างสมเหตุสมผลด้วย!"
ชายที่นำทีมกลุ่มหงหยุนถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
เห็นมีคนเริ่มก่อน บริษัทตงเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะร่วมวงด้วย: "ใช่แล้ว! กลุ่มหยวนหยางคิดว่าเราเป็นตัวตลกหรือยังไง?"
พอมีสองเจ้าขึ้นเสียง เจ้ากิจการอื่น ๆ ที่มาร่วมงานก็เริ่มเออออตามกัน
ตู้เลี่ยงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็มืดลงทันที เขากวาดตามองไปรอบห้องแล้วพูดว่า "หึ! คำอธิบายงั้นเหรอ? ทุกคนต้องการคำอธิบายอะไรกัน? เรือของบ้านผม ผมจะขายให้ใครมันก็เรื่องของผม คุณมีสิทธิ์อะไรจะมายุ่ง!"
"ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณกู้ต้องหัวเราะเยาะ เชิญทางนี้เลยครับ เราไปคุยกันต่อในห้องทำงานดีกว่า!"
เขาไม่สนใจเสียงของคนในห้องอีก ยิ้มพูดกับกู้เฉินทันที
กู้เฉินพยักหน้า: "ได้ครับ!"
ทั้งกลุ่มก็เดินออกจากห้องประชุมไป เหลือแค่ผู้จัดการเหอที่เดินเป็นคนสุดท้าย เขาหันไปมองกลุ่มบริษัทตงเฟิงกับกลุ่มหงหยุนด้วยสายตาเหยียด ๆ
จนคนหลังถึงกับจุกอกพูดไม่ออก
กู้เฉินมอบหมายให้ผู้จัดการเหอเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ทั้งหมด ครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสองฝ่ายก็ตกลงรายละเอียดกันเรียบร้อย
เรือจำนวนมาก พร้อมกับสิทธิ์ใช้งานท่าเรือเป็นเวลา 3 ปี กู้เฉินจ่ายไปทั้งหมด 800 ล้านหยวน
เหลือแค่รอฝ่ายกู้เฉินส่งทีมมาตรวจสอบสภาพเรือ ก็สามารถโอนเงินได้ทันที
ทั้งหมดนี้ กู้เฉินมอบหมายให้ผู้จัดการเหอดูแล เขาก็เลยดีใจสุด ๆ
"วันนี้ต้องขอบคุณคุณตู้มากจริง ๆ! แม้จะไปขัดกับกลุ่มธุรกิจขนส่งของมณฑลเจียง แต่ต่อไปถ้าคุณตู้ต้องการใช้บริการขนส่งเมื่อไหร่ กลุ่มหยวนเฉิงของเรายินดีให้บริการเต็มที่!"
ที่หน้าประตู กู้เฉินกล่าวขอบคุณตู้เลี่ยง
ตู้เลี่ยงที่เพิ่งคุยเรื่องสัญญาเสร็จก็อารมณ์ดี เขาส่ายหน้าและพูดว่า: "ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็รำคาญพวกนั้นมานานแล้ว ต้องขอบคุณคุณกู้มากกว่าที่ให้โอกาสนี้กับผม"
กู้เฉินส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรต่อ
"งั้นพวกเราขอตัวก่อนครับ!" กู้เฉินกล่าวอำลา
"ครับ แล้วติดต่อกันใหม่!"
ตู้เลี่ยงเองก็มีเรื่องต้องจัดการอีกมาก เลยไม่รั้งไว้แต่แรก ความจริงแล้วเขาไม่อยากออกหน้าเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพียงแค่อยากมาเจอ 'พี่ใหญ่' ที่กานเล่อพูดถึง
แต่พอได้มาเจอจริง ๆ ก็ไม่เสียเที่ยว เขารู้สึกว่ากู้เฉินไม่น่าจะใช่คนธรรมดา หากมีโอกาสได้คบค้ากันย่อมมีแต่ผลดี
ระหว่างทาง
กู้เฉินมองกานเล่อที่กำลังขับรถอย่างตั้งใจ พลางยิ้มแล้วพูดว่า "เรื่องนี้ต้องขอบใจนายมากเลยนะ เล่อจื่อ!"
"เฉินเกอ ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไร แค่พาไปแนะนำให้รู้จักกันเฉย ๆ!"
กานเล่อส่ายหน้าไม่ใส่ใจนัก
"เอาเถอะ เย็นนี้เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน!" กู้เฉินเห็นปลายปากอีกฝ่ายยกขึ้นเล็กน้อย ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
จากนี้ไปก็ไม่ใช่เรื่องของกู้เฉินอีกแล้ว ทุกอย่างให้ผู้จัดการเหอจัดการ เขาก็สบายใจยิ่งนัก การตรวจสอบความปลอดภัยของเรือก็ต้องให้มืออาชีพดูแล ในเมื่อกานเล่อแนะนำ จึงไปที่มหาวิทยาลัยที่มีคณะเกี่ยวกับเรือโดยตรง เชิญอาจารย์กับนักศึกษามาร่วมตรวจสอบ
พวกเขาก็ต้องการงานภาคสนามอยู่แล้ว จึงตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว
ตอนเย็นกลับถึงบ้าน
แม่ของกู้เฉินออกไปเดินเล่น พ่อยังคงทำงานอย่างมีไฟที่ไซต์ก่อสร้าง เหลือแค่กู้เฉินกับสวีซือซืออยู่บ้านสองคน
"ว่าแต่พี่ เมื่อไม่กี่วันก่อนพี่ให้ฉันไปสืบเรื่องกลุ่มจงซิงใช่มั้ย?"
อยู่ดี ๆ สวีซือซือที่กำลังเล่นมือถือก็นึกขึ้นได้ เธอเงยหน้าขึ้นมองกู้เฉิน
กู้เฉินได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายทันที รีบทำมือส่งสัญญาณให้เธอพูดต่อ
"ฉันสืบมาได้ล่ะ ได้ข่าวว่ากลุ่มจงซิงกำลังเจอปัญหาทางการเงิน"
สวีซือซือพยักหน้ากล่าวต่อ
กู้เฉินหน้าถอดสี รีบถามอย่างร้อนรนว่า "รายละเอียดล่ะ รู้มั้ยว่าเรื่องอะไร?"
"ได้ยินว่า พวกเขากำลังวิจัยเทคโนโลยีบางอย่าง แต่เทคโนโลยีนี้กินเงินมหาศาล ทำให้การเงินของกลุ่มจงซิงทรุดหนัก ตอนนี้เลยเตรียมขายห้องแล็บทดลองนั่นออกไป!"
แม้สวีซือซือจะไม่เข้าใจว่าทำไมกู้เฉินถึงรีบขนาดนั้น แต่เธอก็เล่าข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด
กู้เฉินรู้ดีว่าโครงการที่ว่าคืออะไร คงเป็นโปรเจกต์วิจัยชิปแน่นอน
แต่อีกฝ่ายดูเหมือนยังวิจัยไม่สำเร็จ และโปรเจกต์นี้ก็เป็นเหมือนหลุมดำดูดเงิน พวกเขาจึงคิดจะขายเพื่อระดมเงินสดกลับมาบ้าง
แต่เรื่องนี้กลับเหมาะกับกู้เฉินอย่างยิ่ง เขารู้ดีว่า อีกเพียงหนึ่งเดือน โครงการนี้จะมีผลลัพธ์ออกมา และเป็นผลลัพธ์ที่จะสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เขาจึงอดตื่นเต้นไม่ได้
กู้เฉินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "เกิดขึ้นเมื่อไหร่กัน?"
"เมื่อวานนี้เอง" สวีซือซือพูดด้วยน้ำเสียงซื่อตรง
"อะไรนะ!"
กู้เฉินตกใจทันที จากนั้นก็เริ่มวิตกขึ้นมา เขากลัวว่ากลุ่มจงซิงจะขายทิ้งไปเสียแล้ว
ดูท่าคงต้องหาผู้ช่วยหรือเลขาสักคน หากปล่อยให้เรื่องสำคัญล่าช้าแบบนี้ต่อไป คงเสียหายไม่ใช่น้อย
สวีซือซือมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของกู้เฉิน เธอย่อมรู้ดีว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงยิ้มแล้วพูดว่า "พี่ไม่ต้องห่วงหรอก! ถึงกลุ่มจงซิงจะบอกว่าจะขาย แต่จริง ๆ แล้วไม่มีใครสนใจเท่าไหร่เลยนะ!"
"หือ?" กู้เฉินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
ในความคิดของเขา โครงการนี้น่าจะเป็นของร้อนแรง มีบริษัทแย่งชิงกันแน่นอน
"เหตุผลแรกคือ กลุ่มจงซิงยังไม่ยอมเปิดเผยว่าโครงการที่กำลังวิจัยคืออะไร ทำให้หลายบริษัทไม่กล้าเสี่ยง อีกอย่างคือ กลุ่มจงซิงตั้งราคาสูงเว่อร์ เหมือนพยายามหาเหยื่อมารับช่วงต่อ คนอื่นเลยไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย!"
สวีซือซืออธิบายพลางหัวเราะ
"งั้นเหรอ แล้วเขาตั้งราคาไว้เท่าไหร่กัน?" กู้เฉินถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้
"อย่างน้อยก็ 50,000,000,000 (5 หมื่นล้านหยวน)!"
น้ำเสียงของสวีซือซือเต็มไปด้วยอารมณ์สนุกเหมือนกำลังดูเรื่องตลก
เธอไม่เชื่อว่าจะมีคนโง่ขนาดนั้นซื้อโดยไม่คิด
คนที่มองออกก็รู้ว่า กลุ่มจงซิงตั้งราคาโหดขนาดนี้ก็เพราะต้องการเรียกเงินคืนบ้าง
ได้ยินมาว่า โครงการนี้กลุ่มจงซิงทุ่มเงินไปแล้วเกือบ300,000,000,000 หยวน(3 แสนล้านหยวน) แต่ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรออกมาเลย ไม่แน่ว่าจะต้องทุ่มเพิ่มอีกเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
นี่มันหลุมดำสูบเงินดี ๆ นี่เอง แม้แต่กลุ่มจงซิงที่มั่งคั่งก็ยังทนไม่ไหว
แต่เดิมก็มีบริษัทใหญ่ ๆ สนใจบ้าง เช่น เทิงซิ่น, โยวลี่ , จงค่ง ,(Tengxin, Youli, Zhongkong) อะไรแบบนั้น แต่พอได้ยินข่าวพวกนี้เข้า ต่างก็ถอยกันหมด
พอได้ยินราคานั้น กู้เฉินถึงกับกระตุกเปลือกตาเบา ๆ ก็ไม่แปลกใจที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง
แต่ก่อนเขายังคิดว่าเงินในบัญชีของเขาหลายหมื่นล้านหยวนถือว่าเยอะแล้ว แต่พอเจอยักษ์ใหญ่ตัวจริงเข้าไปก็รู้เลยว่าตัวเองยังเล็กนัก
การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์นี่ไม่เสียเงินก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้วล่ะ เงินเขาทั้งก้อนโยนลงไปก็อาจจะยังไม่กระเพื่อมเลย
"แต่ที่ทุกคนกลัวจริง ๆ คือค่าใช้จ่ายในอนาคต ไม่มีใครกล้าการันตีว่าจะวิจัยสำเร็จ แต่ฉันกลับไม่กังวลสักนิด!"
เมื่อคิดได้ดังนี้ กู้เฉินก็ตัดสินใจได้ทันที คือต้องรีบลงมือก่อนที่คนอื่นจะรู้ทัน มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหา
"จริงสิ! ซือซือ พรุ่งนี้ช่วยใช้ชื่อบริษัทลงประกาศรับสมัครงานตำแหน่งหนึ่ง เลขาส่วนตัว"
พอกู้เฉินตัดสินใจได้ ใจก็เบาขึ้นทันที เขาไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้สวีซือซือฟังต่อ แต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน
"อืม ได้เลย!" สวีซือซือตอบรับทันที
เธอรู้ว่ากู้เฉินมีหลายบริษัท บางครั้งข้อมูลที่ล่าช้าก็ส่งผลต่อการตัดสินใจ
กู้เฉินนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดเสริมว่า: "รับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นนะ!"
พูดเล่นอะไรแบบนี้นิดหน่อย... ใครกันจะไม่อยากได้เลขาสาวสวยเก่งมาอยู่ข้างกาย
แค่พาไปไหนมาไหนก็ดูดีแล้ว!
"เอ่อ... พี่คิดจะทำอะไรน่ะ?"
สวีซือซือเริ่มระวังขึ้นมา เพราะในโลกนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับเลขามักจะไม่ค่อยโปร่งใสนัก
อีกอย่าง เธอก็เป็นสาวกของฉู่ซินอี๋อย่างเหนียวแน่น
กู้เฉินเริ่มรู้สึกผิดเล็กน้อย ก่อนจะวางมาดเป็นพี่ชายว่า "คิดอะไรน่ะ! ผู้หญิงทำงานละเอียดกว่าไง!"
สวีซือซือก็จำต้องยอมรับไป แต่ในใจกลับคิดว่า พรุ่งนี้ต้องรีบไปบอกฉู่ซินอี๋แล้ว ถ้ายังไม่รุก ก็อาจมีใครแทรกกลางได้
"หลังสัมภาษณ์แล้ว ต้องให้พี่พบตัวด้วย ถึงจะถือว่าเข้าทำงานจริง!"
กู้เฉินหันไปมองสวีซือซือ รู้ดีว่าเธอคิดอะไรอยู่
หลอกลิงยังไงก็สู้พระพุทธเจ้าไม่ได้!
เห็นสีหน้าเจื่อน ๆ ของสวีซือซือ กู้เฉินก็หัวเราะเสียงดังพลางเดินเข้าห้อง
แต่เขาไม่เห็นแววตาลุกวาวของสวีซือซือ ไม่อย่างนั้นคงระวังตัวมากกว่านี้
คืนหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงแดดยามเช้าสาดลงมาเคล้ากับผู้คนที่เร่งรีบในเมือง
เหล่าพนักงานก็เริ่มต้นวันใหม่กันอีกครั้ง
กานเล่อก็จอดรถรอที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านเหมือนทุกวัน ยามรักษาความปลอดภัยก็สนิทกับเขาเสียแล้วในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
"คุณกาน มารับคุณกู้อีกแล้วเหรอครับ?" ยามทักอย่างเป็นกันเอง
กานเล่อยิ้มรับ "ครับ!"
จากนั้นก็พูดคุยกันเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นข่าวลือในละแวกนี้ที่ยามได้ยินมา ซึ่งกานเล่อก็ฟังเพลินทีเดียว
จนกระทั่งกู้เฉินเดินเข้ามา
"คุณกู้มาแล้วครับ!" ยามกล่าวอย่างเป็นมิตร
"อืม!"
กู้เฉินขึ้นรถทันที รถก็แล่นออกสู่ถนนใหญ่
"ว่าแต่ เล่อจื่อ พ่อของนายรู้จักผู้บริหารในกลุ่มจงซิงไหม?"
บนรถ กู้เฉินถามขึ้นมา
เขาคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่ากานเล่ออาจช่วยอะไรได้บ้าง อย่างไรเขาก็เป็นทายาทตระกูลร่ำรวยโดยกำเนิด