- หน้าแรก
- ตัวร้ายคลั่งฉันจนแทบบ้า
- บทที่ 5 ราตรีสวัสดิ์ เจ้าเยลลี่ถั่วน้อยของฉัน
บทที่ 5 ราตรีสวัสดิ์ เจ้าเยลลี่ถั่วน้อยของฉัน
บทที่ 5 ราตรีสวัสดิ์ เจ้าเยลลี่ถั่วน้อยของฉัน
ลมหายใจเย็นๆของเป่ยนั่วรดลงบนซอกคอเปลือยเปล่าของหร่วนถัง มันเย็นหน่อยๆแต่กลับแฝงด้วยกลิ่นอายที่ใครก็เมินเฉยไม่ได้
เหมือนกับเขี้ยวของเขาที่กำลังจะฝังลงบนผิวของหร่วนถังในวินาทีถัดไป
แก้มของหร่วนถังแดงเรื่อขึ้นมานิดหน่อย ร่างกายมันแปลกๆไปหมด เหมือนอาการผิดปกติที่ทั้งแปลกและสบายตัวหลังฤดูใบไม้ผลิมาเยือน
เขาตอบตะกุกตะกัก เสียงแผ่วเบา "อ...โอเค..."
เป่ยนั่วอดไม่ได้ที่จะลูบเส้นผมของหร่วนถัง นัยน์ตาสีแดงเข้มดูทึบและหม่นลึก นิ้วของเขาลูบไปตามต้นคอด้านหลังของหร่วนถัง เหมือนกับนายพรานที่กำลังควบคุมเหยื่อของตัวเอง
เขาพูดเบาๆว่า "น่ารักชะมัด"
เสียงนั้นแว่วเข้าหูของหร่วนถัง เหมือนขนนกเล็กๆข่วนใบหู ให้ความรู้สึกคันและชาไปหมด
หร่วนถังย่อตัวลงฮวบฮาบ ห้ามใจไม่ให้ยื่นมือขึ้นมาปิดแก้มที่เห่อร้อนและไม่กล้าสบตาเป่ยนั่ว
เขา...เขาผิดปกติสุดๆไปเลย
พอเห็นเจ้าเหยื่อตัวน้อยหดตัวลงที่เท้า ก้มหน้าปิดหน้าตัวเอง หูแดงก่ำเหมือนลูกกระต่ายที่ขี้อายมากๆดูนุ่มนิ่ม ไม่มีพิษสง น่ารักโคตรๆ
เป่ยนั่วกลั้นหัวเราะไม่ไหว ถามออกไปว่า "เป็นไรไป?"
หร่วนถังส่ายหน้า ย่อตัวอยู่ตรงเท้าของเป่ยนั่ว จากนั้นก็ยื่นนิ้วไปคว้ากางเกงของเป่ยนั่วอย่างออดอ้อน เหมือนขอให้ใครสักคนช่วยลูบหัวให้
"ผมรู้สึกแปลกๆ"
เป่ยนั่วหันหน้าไปด้านข้าง แม้ว่าเขาจะพยายามคงสีหน้าขรึมไว้แค่ไหนแต่ริมฝีปากก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมานิดๆ
อะไรกัน ทําไหมน่ารักขนาดนี้
แถมยังซื่อบื้ออีก
เขาอุ้มลูกกระต่ายตัวน้อยขึ้นมาจากพื้น ยัดเข้าสู่อ้อมแขน จากนั้นก็แกะลูกอมอีกเม็ดส่งให้เจ้ากระต่ายน้อย
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหร่วนถัง เขาจึงหยิบหนังสือในมือขึ้นมาพูดด้วยสายตาที่ลึกล้ำว่า "จะเล่าเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์โลหิตให้เธอฟัง"
หร่วนถังพยักหน้าเร็วๆแก้มป่องๆกลิ่นหอมหวานของนมออกมาจากปาก "โอเค"
ก่อนที่เขาจะก่อร่างสร้างตัว เขาก็เคยเจอเต่าบกแก่ๆตัวหนึ่ง เต่าตัวนั้นรอบรู้และเดินทางไปมาหลายที่ แค่เอ่ยปากก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ หร่วนถังชอบฟังเรื่องเล่าจากเต่าบกแก่ๆมาก เต่าชอบเล่าเรื่อง
แต่ไม่นาน เต่าแก่ก็ถูกนกอินทรีจับตัวไปอย่างไม่คาดคิดและเขาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าอีกเลย
ตอนนี้พอเป่ยนั่วพูดถึง หร่วนถังก็ตื่นเต้นมาก
พอได้กลิ่นเค้กหวานๆผสมกลิ่นนมที่ตอนนี้มาซบอยู่ในอ้อมแขนอย่างว่าง่าย ปลายจมูกของเป่ยนั่วก็ขยับขึ้นนิดหน่อย รู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกจริงๆ
เขาเปิดหน้าหนังสือ แล้วพูดด้วยเสียงที่ทุ้มและมีเสน่ห์ดึงดูดใจว่า "สงครามศักดิ์สิทธิ์สองครั้งได้ปะทุขึ้นในเผ่าพันธุ์โลหิตและสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี้ก็เป็นตัวนำทางให้เผ่าพันธุ์โลหิตรวมตัวเข้ากับโลกมนุษย์โดยอ้อมและด้วยเหตุนี้จึงได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ..."
เสียงของเป่ยนั่วทุ้มนุ่มนวล ไม่เร่งรีบและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ ในค่ำคืนที่เงียบสงัดนี้ หร่วนถังอมลูกอมไว้ในปาก มือหนึ่งจับคอเสื้อของเป่ยนั่วและดูพึ่งพาเขามาก
ร่างกายของเป่ยนั่วค่อนข้างเย็น ไม่มีอุณหภูมิเลย หร่วนถังคิดว่าเขาอาจจะใช้ขนของตัวเองเพื่อทำให้เป่ยนั่วอบอุ่น
แบบนี้ถือว่าเป็นการส่งความอบอุ่นตามที่ระบบบอกได้
ระหว่างที่เป่ยนั่วกำลังเล่าเรื่อง เขาก็รู้สึกได้ว่าคนที่อยู่ในอ้อมแขนนิ่งเงียบ ริมฝีปากบางสีแดงเรื่อเปิดเผยอเล็กน้อย ลูกอมในปากละลายหายไปแล้วแต่รสหวานก็ยังเคงอยู่เหมือนเดิม
ดึงดูดเป่ยนั่วไปทีละน้อย
หร่วนถังหลับตาลง คว้าเสื้อผ้าของเขาไว้แน่นและดูเหมือนจะหลับไปแล้ว
เป่ยนั่วไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย เขาจ้องมองแก้มที่นุ่มนิ่มของหร่วนถังและรู้สึกเหมือนกำลังอุ้มเด็กน้อยที่แสนอบอุ่นไว้ในอ้อมแขน อุ่นมากจริงๆ
เขายืนขึ้นพร้อมอุ้มหร่วนถัง เดิมทีตั้งใจจะส่งหร่วนถังกลับไปที่ห้องตัวเอง ต่พอเขาก้มหัวลงก็พบว่านิ้วขาวๆของหร่วนถังยังคงเกาะเกี่ยวเสื้อผ้าของเขาไว้อย่างแน่นหนาและไม่ปล่อยเลย
ดูว่าง่ายและพึ่งพาเขาสุด ๆ
เป่ยนั่วคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งหร่วนถังกลับไปที่ห้อง กลับกันเขาอุ้มหร่วนถังไปที่โซฟาข้างๆ
แล้วคลุมด้วยผ้าห่ม
เขาก้มหน้าลง โน้มตัวเข้าใกล้หร่วนถัง จมูกของพวกเขาหันเข้าหากัน แค่เป่ยนั่วขยับเข้าไปอีกนิด เขาก็สามารถจูบริมฝีปากที่หอมหวานและนุ่มนวลของหร่วนถังได้แล้ว
นัยน์ตาสีแดงเข้มของเป่ยนั่วดูมืดมัวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนจะมีความปรารถนาในการครอบครอง บางอย่างกำลังงอกงามในหัวใจของเขา เขาสูดหายใจเฮือกหนึ่งและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ราตรีสวัสดิ์ เจ้าเยลลี่ถั่วน้อยของฉัน"