เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 อสรพิษดำทหารยาม

บทที่ 2 อสรพิษดำทหารยาม

บทที่ 2 อสรพิษดำทหารยาม


บทที่ 2 อสรพิษดำทหารยาม

แสงแดดยามเที่ยงร้อนระอุและแผดจ้า หวังอู่ซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกของโขดหิน

ปากทางเข้ารอยแยกถูกหินสองสามก้อนปิดกั้นไว้เกือบครึ่ง อย่างน้อยก็ดูเหมือนว่าจะปลอดภัย

แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกสบายตัวเลย เพราะลำคอแห้งผาก ประกอบกับคลื่นความร้อนที่โหมกระหน่ำอยู่ด้านนอก มันทรมานเขาจนแทบจะเป็นบ้า นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก

หวังอู่รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เมื่อคืนเขาน่าจะลงมือเก็บน้ำค้างไว้ก่อน ความทุกข์ทรมานเช่นนี้มันหนักหนาเกินไปสำหรับร่างกายที่อ่อนแอของเขา มันอาจทำให้เป็นลมแดดหรือขาดน้ำได้ง่ายๆ

แต่เขาก็ไม่กล้าออกไปตามหาแหล่งน้ำจริงๆ

ท่ามกลางความรู้สึกสะลึมสะลือ หวังอู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่แผ่นหลังอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ถูกพลังสายหนึ่งยกตัวขึ้น ในขณะที่เขากำลังตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ เขาก็ได้เห็นหางงูที่ใหญ่เท่าแขนของผู้ใหญ่ท่อนหนึ่งอยู่เหนือหัว!

ให้ตายสิ ประมาทไปแล้ว เขาเอาแต่ระวังอันตรายจากภายนอกรอยแยก แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าจะมีงูแอบเข้ามาจากด้านบนได้

ความเจ็บปวดคงอยู่เพียงสามวินาที จากนั้นก็กลายเป็นความรู้สึกชา งูตัวนี้มีพิษ

ในเวลาเดียวกัน ข้อความก็ปรากฏขึ้น

"คุณได้บุกรุกเข้ามาในเขตแดนของเผ่าอสรพิษดำ คุณถูกโจมตีโดยอสรพิษดำทหารยาม เนื่องจากพรสวรรค์สายเลือดของคุณมีระดับต่ำเกินไป พรสวรรค์สัมผัสอันตรายจึงถูกกดไว้!"

"เนื่องจากระดับพลังป้องกันของคุณ คุณได้รับความเสียหายจากการถูกแทง 5 หน่วย และความเสียหายจากพิษ 10 หน่วย"

นี่มันบ้าอะไรวะ!

ตอนแรกหวังอู่ตกใจกลัว แต่แล้วก็สงบสติอารมณ์ลง

ร่างกายที่ดูเหมือนจะอ่อนแอนี้ แท้จริงแล้วก็ไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น

อีกอย่าง ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นในหน้าต่างสถานะนี่มันอะไรกัน มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมอยู่เลย ไอ้สูตรโกงแบบนี้น่ะข้าชอบที่สุด!

หวังอู่กดความตื่นตระหนกในใจลง บังคับตัวเองไม่ให้ดิ้นรน อย่างไรเสียตอนนี้อสรพิษดำทหารยามก็อยู่เหนือหัวของเขา กำลังคาบเขาเลื้อยขึ้นไป เขายังไม่มีโอกาส

ในที่สุด เมื่ออสรพิษดำทหารยามคาบหวังอู่มาถึงบริเวณที่กว้างขึ้นของรอยแยก หัวงูของมันก็หันกลับมา เผยให้เห็นช่วงท้องสีเทาของมัน... ถึงเวลาแล้ว!

ฟุ่บ! กรงเล็บสีเทาเงินของหวังอู่ตวัดออกไป เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตะกุยเข้าไปที่ท้องสีเทาของมันอย่างเต็มกำลัง

เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น งูใหญ่ตัวนั้นก็ถูกหวังอู่ข่วนจนท้องไส้ทะลัก มันตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จากนั้นก็เริ่มรัดหวังอู่อย่างบ้าคลั่งพยายามที่จะบีบให้เขาตาย

แต่งูใหญ่ลืมไปว่าหวังอู่ยังไม่ได้เก็บกรงเล็บกลับ ดังนั้นยิ่งมันเคลื่อนไหวเร็วเท่าไหร่ บาดแผลนั้นก็ยิ่งถูกฉีกให้ยาวขึ้นเท่านั้น แม้ว่าสุดท้ายมันจะรัดหวังอู่ไว้ได้แน่น แต่ก็ทนอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาทีก็สิ้นใจตาย กลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ

ในตอนนี้ ร่างกายครึ่งหนึ่งของหวังอู่ชาไปหมด เหมือนกับลูกหมาที่ถูกฝังทั้งเป็น...

หลังจากพยายามดิ้นรนออกมาอย่างสุดชีวิต เขาก็ไม่สนใจความน่าขยะแขยงอีกต่อไปแล้ว เริ่มจากดื่มเลือดงู ต่อด้วยกินดีงู และสุดท้ายก็กินเนื้องู

งูใหญ่ตัวนี้น่าจะหนักร่วมสิบกว่าชั่ง* แต่กลับถูกเขากินจนเกือบหมดในคราวเดียว *(ชั่ง = ครึ่งกิโลกรัม)

"คุณได้สังหารอสรพิษดำทหารยาม"

"คุณได้กินอสรพิษดำทหารยาม ค่าความอิ่มของคุณ +300 หน่วย"

"คุณได้ดื่มเลือดงู คุณได้ดูดซับพลังปราณฟ้าดิน 1 หน่วย"

"พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองของคุณทำงานโดยอัตโนมัติ คุณได้ใช้ค่าความอิ่ม 100 หน่วยเพื่อล้างพิษ คุณได้ใช้ค่าความอิ่ม 50 หน่วยเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง"

"พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองของคุณได้บันทึกลักษณะบางส่วนของพิษงูไว้ หลังจากสมบูรณ์แล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับความต้านทานพิษงูชนิดนี้อย่างสมบูรณ์ (1/5)"


ข้อความทีละบรรทัดปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน ทำให้ความคิดของหวังอู่ผันผวนตามไปด้วย

ผลประโยชน์ที่ได้ก่อนหน้านี้ไม่เท่าไหร่ แต่ข้อความสุดท้ายนี่ทำเอาเขาไม่อาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไป

ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เผ่าอสรพิษดำก็คือพี่น้องของหวังคนนี้!

ต่อจากนั้น หวังอู่ก็เริ่มกินซากของอสรพิษดำทหารยามต่อไป แม้แต่กระดูกก็ยังทุบจนแหลกแล้วกินเข้าไป ทุกอย่างก็เพื่อค่าความอิ่มของเขา

ช่วยไม่ได้ ในช่วงเริ่มต้นนี้แม้ว่าเขาจะสามารถดูดซับและแปลงพลังปราณฟ้าดินได้ แต่พลังนี้ยังไม่สมบูรณ์ เขาทำได้เพียงพึ่งพาพรสวรรค์สายเลือดของตนเองเท่านั้น ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะทำตามแผนของเขาให้สำเร็จ

หวังอู่ไม่ได้ออกไปตามหาอสรพิษดำทหารยามโดยตรง แต่ในเมื่อรอยแยกหินนี้ตั้งอยู่บริเวณชายขอบอาณาเขตของเผ่าอสรพิษดำ ไม่แน่ว่าอาจจะมีอสรพิษดำทหารยามตัวที่สองโผล่มาก็ได้

ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป ทำได้เพียงอาศัยภูมิประเทศเข้าช่วยเท่านั้น

เขารออยู่อย่างนั้นจนเวลาผ่านไปครึ่งบ่าย เห็นว่าฟ้าใกล้จะมืดแล้ว ทันใดนั้น แผ่นหลังของหวังอู่ก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็รู้สึกชา... เจ้าพวกนี้ การโจมตีที่ไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ยังมีเอกลักษณ์เหมือนเดิมจริงๆ แม้แต่ตำแหน่งที่โจมตียังไม่เปลี่ยนเลย

หวังอู่ดีใจอย่างยิ่ง เขาเลือกที่จะไม่ต่อต้าน เหมือนกับตอนกลางวัน เมื่ออสรพิษดำทหารยามตัวนั้นเลื้อยขึ้นไปยังที่กว้างด้านบน และเริ่มหันหัวกลับมา กรงเล็บน้อยๆ ของเขาก็ตวัดออกไปอย่างรวดเร็ว ปักเข้าไปในท้องของมันอย่างจัง ต่อจากนั้นไม่ว่าอสรพิษดำทหารยามจะดิ้นรนรัดพันอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมันได้

สิบวินาทีต่อมา หวังอู่ก็เก็บสองฆ่าได้สำเร็จ

จากนั้นเขาก็เริ่มกินอย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อปูทางให้กับพรสวรรค์ฟื้นฟูตนเอง แต่ครั้งนี้ พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองใช้ค่าความอิ่มไปเพียง 80 หน่วยก็สามารถล้างพิษได้แล้ว

ส่วนความต้านทานพิษงูอย่างสมบูรณ์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2/5

ครู่ต่อมา หวังอู่ก็เรอออกมาอย่างสบายใจ ตรงหน้าของเขาคือกองเศษกระดูกที่แตกหัก ส่วนค่าความอิ่มของเขาได้พุ่งสูงถึง 245 หน่วยแล้ว

แต่ความรู้สึกของเขากลับแค่จุกๆ เท่านั้น พูดได้คำเดียวว่าพรสวรรค์สายเลือดของหมียักษ์โบราณนั้นแข็งแกร่งเกินธรรมดาจริงๆ

ตอนนี้ม่านราตรีได้โรยตัวลงแล้ว หวังอู่พยายามมุดเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของรอยแยกโขดหิน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่อยากจะเดินเตร็ดเตร่ในเวลากลางคืน

ส่วนในค่ำคืนนี้ จะยังมีอสรพิษดำทหารยามมาหาถึงที่อีกหรือไม่ หวังอู่ไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้นแล้ว เพราะเมื่อค่าความอิ่มเพิ่มขึ้น เขาก็ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น

หลังจากหาที่นอนให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวาน

แต่ค่ำคืนนี้กลับเงียบสงบเป็นพิเศษ เหมือนกับเมื่อคืนที่ผ่านมา

กว่าหวังอู่จะตื่นขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว ดูเหมือนใกล้จะถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

"แย่แล้ว เกือบพลาดไปแล้ว"

เขายังคงนึกถึงเรื่องที่เขาดูดซับและแปลงพลังปราณฟ้าดินเมื่อตอนพระอาทิตย์ขึ้นของเมื่อวานอยู่เลย ดูเหมือนว่าในหนึ่งวัน จะมีแค่ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้นที่จะมีสิทธิพิเศษเช่นนี้?

เขารีบเบียดตัวออกจากรอยแยกโขดหินอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นท้องของหวังอู่ก็ร้องโครกครากขึ้นมาอย่างไม่ถูกเวลา ทำเอาเขาตกใจไปเลย ลองเปิดหน้าต่างสถานะดู... ให้ตายเถอะ เมื่อคืนยังมีค่าความอิ่มอยู่ตั้ง 245 หน่วย วันนี้กลับลดลงเหลือแค่ 12 หน่วย นี่มันยังมีเหตุผลอยู่ไหม ยังมีกฎหมายอยู่หรือเปล่า?

เดี๋ยวนะ ระดับการเติบโต +0.5%?

โอ้ งั้นก็ไม่มีปัญหา พวกเราต่างก็เป็นผู้มีอารยะ อย่าเผลอทำร้ายพวกเดียวกันเองล่ะ

ตุ้บ!

หลังจากกลิ้งตัวออกจากรอยแยกโขดหิน หวังอู่ก็รู้สึกว่ายามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนี้มันช่างเงียบสงบเหลือเกิน

เงียบจนน่าขนลุก วินาทีต่อมาเขาค่อยๆ หันหลังกลับไปและเงยหน้าขึ้น ขนอ่อนสีขาวทั่วร่างลุกชันขึ้นมาทันที

บนหน้าผาที่เขาใช้เป็นที่พักพิงมาถึงสองคืน บนโขดหินทุกก้อนที่ยื่นออกมา หรือบริเวณที่ค่อนข้างราบเรียบ จะมีอสรพิษดำขนาดต่างๆ ขดตัวอยู่ มองคร่าวๆ แล้วน่าจะมีอย่างน้อยห้าหกสิบตัว

อสรพิษดำทหารยามชนิดที่เขาฆ่าไปเมื่อวานนั้นใหญ่แค่แขนของผู้ใหญ่ แต่บนนั้นยังมีตัวที่ใหญ่เท่าขาอ่อน เท่าต้นขา หรือแม้กระทั่งบนยอดสุดของหน้าผา ยังมีงูยักษ์ตัวหนึ่งที่ใหญ่เท่าถังน้ำ ขดตัวอยู่เหมือนภูเขาอุจจาระสูงสี่ห้าเมตร!

เชี่ยเอ๊ย!

เมื่อวานเขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ถึงได้คิดจะเปิดศึกกับเผ่าอสรพิษดำ

แต่ทว่า หวังอู่ก็สังเกตเห็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือตำแหน่งของอสรพิษดำเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้วจะอยู่บนครึ่งบนของหน้าผา ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายิ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับแสงอาทิตย์เร็วขึ้นเท่านั้น และก็จะสามารถดูดซับและแปลงพลังปราณฟ้าดินได้มากขึ้น

เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังอู่จะยังกล้าชักช้าอยู่ได้อย่างไร เขาห่อไหล่อย่างสิ้นหวังแล้ววิ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของหน้าผาทันที พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว แต่เขากลับชิงตำแหน่งไม่ทัน ความรู้สึกนี้มันแย่มาก

หน้าผาไม่สูงนัก สูงจากพื้นดินเพียงยี่สิบสามสิบเมตรเท่านั้น แต่เมื่อเลี้ยวผ่านมุมหน้าผาไป ก็จะพบกับภูเขาลูกเตี้ยๆ ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันหลายลูก บนนั้นมีต้นไม้ขึ้นอยู่ประปราย หรือแม้กระทั่งต้นไม้รอบๆ ภูเขาลูกเตี้ยเหล่านี้ก็ยังดูบางตา

เห็นได้ชัดว่านี่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้บดบังแสงอาทิตย์นั่นเอง

แต่ในตอนนี้ หวังอู่กลับยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นใจมากขึ้น

ถ้าจะบอกว่าหน้าผานั่นคืออาณาเขตของเผ่าอสรพิษดำ งั้นทางนี้ก็มีการแข่งขันที่ดุเดือดยิ่งกว่า

บนเรือนยอดไม้สูงใหญ่ มีนกปีกแดงตัวเล็กๆ หลายร้อยหลายพันตัวยืนอยู่อย่างเงียบสงบ กำลังรอคอยการมาถึงของรุ่งอรุณ นกปีกแดงตัวที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีขนาดพอๆ กับนกอินทรีเลยทีเดียว

และบริเวณใกล้กับอาณาเขตของเผ่าอสรพิษดำ บนภูเขาลูกเตี้ยลูกแรก มีแมงป่องยักษ์สีแดงเพลิงตัวหนึ่งยาวอย่างน้อยหนึ่งเมตรกำลังยืนอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ ราวกับปรมาจารย์ผู้บรรลุธรรมที่กำลังเข้าฌาน เตรียมพร้อมรับการมาถึงของรุ่งอรุณ

รอบๆ โขดหิน รวมถึงจุดที่สูงที่สุดทั้งหมดของภูเขาลูกนี้ ถูกครอบครองโดยแมงป่องสีแดงเพลิงยาวครึ่งเมตร หรือยาวเพียงยี่สิบสามสิบเซนติเมตรอีกหลายสิบตัว

จากนั้นคือภูเขาลูกที่สอง เป็นตะขาบยักษ์สีดำที่มาพร้อมกับลูกตะขาบหลานตะขาบอีกนับร้อยตัว

ส่วนบนภูเขาลูกที่สาม มีหนูสีขาวห้าตัวที่มีผมสีขาวปลิวไสว... อ้อ ขนสีขาวปลิวไสวต่างหาก แค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่พวกที่จะรับมือได้ง่ายๆ

ช่างมันเถอะ หวังอู่ไม่มีอารมณ์จะดูต่อไปแล้ว ที่แท้โลกของผู้ฝึกตนมันก็แข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้เลยรึ?

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 2 อสรพิษดำทหารยาม

คัดลอกลิงก์แล้ว