เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 3 The Joke Got Too Big

Chapter 3 The Joke Got Too Big

Chapter 3 The Joke Got Too Big


Chapter 3 The Joke Got Too Big

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น…

 

 

 

จวงไหน่ไหน่ยังคงหลับสนิทในท่าพิงประตูไม้สีน้ำตาลบานใหญ่มโหฬารนี้โดยไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าภัยกำลังจะมาเยือน

 

 

 

ซึ่งภายในห้องนั้น คุณชายซือเจิ้งถิงกำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เพื่อสำรวจตัวเองให้แน่ใจว่าเขาดูดีพอที่จะไปประชุมอย่างไม่มีข้อกังขา

 

 

 

ถึงแม้ว่าเมื่อวานเขาจะมาพักผ่อน แต่สำหรับวันนี้เขาริดว่าการพักผ่อน ก็คือการทำงาน ไม่มีเวลาไหนที่ในสมองของเขาจะออกห่างจากเรื่องงาน

 

 

 

และเมื่อสำรวจตัวเองแล้วว่า สมบูรณ์แบบที่ทุกคนบอกกัน เขาก็เริ่มตัดสินใจเดินออกจากห้องทันที

 

 

 

ผลัวะ!

 

 

 

 

เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกอย่างฉับพลัน ทันใดนั้นร่างของหญิงสาวก็หล่นลงพื้นอย่างง่ายดาย คุณชายเจิ้งถิงถอยหลบร่างนั้นอย่างรวดเร็ว โดยที่สีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบไม่แสดงอาการเหมือนเดิม

 

 

 

ส่วนจวงไหน่ก็กุมศรีษะที่เพิ่งถูกกระแทกลงพื้นเมื่อครู่ ด้วยความเจ็บ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกตัว

 

 

 

 

จวงไหน่กระพริบตาปรับแสงปริบๆ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นและเจอร่างของใครคนหนึ่งกำลังยืนค้ำศรีษะเธออยู่อย่างไม่ไหวติง

 

 

 

และเมื่อเธอมองทุกอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่เธอเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คือ…

 

 

ซือเจิ้งถิงที่กำลังอยู่ในชุดสูธสมส่วนสีดำสนิทที่ตัดกับทรงผมและส่วนสูงที่เกินร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรนั้นได้อย่างดีเยี่ยม ในวันนี้เขาสำเนกไทมาสวมให้ดูภูมิทานมากยิ่งขึ้นโดยเลือกเป็นสีดำสนิทเช่นกัน แม้ว่าดูโดยรวมยะเรียบง่ายแต่ก็ทำให้คนมองรู้สึกได้ถึงพลังและอำนาจลึกลับของความหล่อเหลาที่แสนน่ากลัวนี้

 

 

 

และในจุดที่เขายืนอยู่ เขาหันข้างมาทางเธอ ก่อนที่จวงไหน่จะมองขึ้นไปถึงใบหน้าของคุณชายที่กระทบแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม ดวงตาของเขานิ่งสงบจนดูเหมือนกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว  หลายครั้งที่เขาก็ดูลึกลับไปหมดจนยากจะคาดเดา แต่ถ้าได้ลองมองเขานานๆก็จะรู้ว่าตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย…

 

 

 

จวงไหน่กระพริบตาปริบๆอีกครั้ง ก่อนจะตั้งสติได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่ เธอก็รีบถอยกรูดออกจากตรงนั้นและรีบโพร่งขึ้นว่า "เอ่อ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะสายตาที่จ้องเธอแบบนิ่งๆนั้น ทำให้เธอใจคอไม่ดีเลย

 

 

 

จวงไหน่รีบลุกยืนขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองที่สภาพคงยากเกินกว่าจะทนดูได้ และยืนด้วยตัวตรง ส่งยิ้มหวานฉ่ำให้คุณชายอย่างเป็นมิตร เพื่อจะทำเหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

ในขณะที่จวงไหน่สางผมไปมา เจิ้งถิงก็มองใบหน้าของหญิงสาวด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะเงียบนิ่งเหมือนเดิม โดยไม่โต้ตอบอะไร ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว และทิ้งให้เธอยืนอึ้งอยู่แบบนั้น ในตอนเช้า เขาไม่ควรจะมาเจอเหตุการณ์บ้าบอแบบนี้ก่อนไปประชุมเลยสักนิด ช่างไม่สร้างสรรค์จริงๆ

 

 

 

อะไรของเขานะ? มีมารยาทบ้างไหมเนื่ย?

 

 

 

จวงไหน่ยืนอ้าปากค้าง เมื่อครู่นี้เธอทั้งยิ้มทั้งทักทายเขา แต่สิ่งที่เขาตอบกลับคือความเงียบและเดินกระแทกหน้าเธอไปเลย นี่น่ะหรอ? คุณชายแห่ง Di Hao Group ? นี่นะหรอคู่หมั้นเธอ ? จวงไหน่ทำแค่เป่าลมออกจากปากเบาๆเพื่อระงับสติอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเดินเชิดหน้าวิ่งตามเจิ้งถิงไปตามโถงทางเดิน

 

 

 

เมื่อวิ่งมายังโถงทางเดิน เธอก็ต้องพบกับความว่างเปล่า นั้นทำให้เธอวิ่งกลับไปเอากระเป๋าคลัชก่อนจะกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างทันที โดยโรงเท้าส้นสูงที่ใส่มาแทบจะหักอยู่แล้ว

 

 

 

หายไปไหนแล้วนะ อีตาบ้านนี่?

 

 

 

จวงไหน่คิดในใจเมื่อขึ้นลิฟต์ลงมายังชั้นล่างสุดของโรงแรม แต่ยังไม่เห็นร่างของชายหนุ่มที่เธอตามหา เดิมทีข้อมูลที่เธอรู้มา เขาก็มักจะเดินไวอยู่แล้ว เขาก้าวขาทีเดียวเท่ากับเธอต้องก้าวสามครั้ง เธอทำใจมาแล้วนะ แต่ไม่รู้จะไวขนาดนี้

 

 

 

 

และแล้วสวรรค์ก็เมตตาจวงไหน่บ้าง เมื่อเธอหันไปมองอีกฝากหนึ่งก่อนจะพบร่างของชายหนุ่มที่เธอกำลังตามหา นั้นไง เขาอยู่ตรงนั้น!

 

 

 

 

จวงไหน่รีบกระชับกระเป๋าคลัชและวิ่งตามไป อีกครั้งโดยไม่สนสายตาใครที่เดินไปมาเบยแม้แต่น้อย ก่อนจะพบว่าคุณชายซือเจิ้งถิงไม่ได้เดินเพียงคนเดียง ตรงข้างๆเขามีบอดี้การ์ดตามประกบอยู่มากมาย รวมถึงผู้ช่วยคนสนิทของเขาด้วย น่ารำคาญจริง

 

 

 

 

จวงไหน่วิ่งด้วยความเร็วที่คิดว่าชีวิตนี้คงมีแต่ครั้งนี้ละมั้งที่เธอทำได้ ก่อนจะฝ่าผู้คุ้มกันมากมายที่รายล้อมตัวของเจิ้งถ้วเอาไว้ และเมื่อถึงตัวเขา เธอก็รีบสางผมอีกครั้ง

 

 

 

"เมื่อคืนคุณนอนหลับสบายไหม?" จวงไหน่ถามขึ้นด้วยเสียงราบเรียบของเธอ และเดินตามเขาไปเรื่อยจนแข็งขาของเธอแอบรู้สึกเหนื่อยล้านิดๆ

 

 

 

 

ซือเจิ้งถิงยังคงเงียบและไม่ตอบคำถามของเธอ เพราะเขาไม่สนใจเธออยู่แล้ว จวงไหน่ที่เห็นแบบนั้นเธอก็ยังไม่ท้อถอย และยังคงเดินหน้าพูดต่อไปแม้จะเหนื่อยเดินตามแล้วก็ตาม"ฉันคิดว่าเมื่อคืนคุณต้องนอนหลับไม่ค่อยสบายๆแน่ เพราะคุณหน้าบูดตั้งแต่เช้าแบบนี้ ดูจากท่าคงจะนอนไม่หลับล่ะสิ บลาๆ… " จ่วงไหน่พยายามใช้ปากของเธอชวนคุยไม่หยุด จนผู้คุ้มกันและผู้ช่วยของเจิ้งถิงถึงกับส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

 

 

 

ในขณะนั้นเอง ซือเจิ้งถิงก็หยุดเดินอย่างกะทันหันจนทำให้ผู้คุ้มกันและทุกคนต้องหยุดเดินไปตามๆกัน เพราะเขาถือได้ว่าเดินนำอยู่หน้าสุด ด้วยความที่ไม่ชอบเดินช้าตั้งแต่เด็ก เพราะต้องเป็นผู้นำตลอดเวลา เขาจึงไม่สามารถเดินรั้งท้ายคนอื่นๆได้ และเพราะแบบนั้นคนที่พยายามเดินตามอย่างจวงไหน่เธอถึงกับสะดุดรองเท้าส้นสูงของเธอนิดหน่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาใหม่

 

 

 

ทุกคนต่างมองมาที่คุณชายเพื่อดูปฏิกิริยาในการหยุดเดินขบวนอย่างกะทันหันของเขา ก่อนจะพบว่า สายตาของเจิ้งถิงในตอนนี้กำลังหันไปมองที่สาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะมองด้วยสายตาและพูดแบบไม่มีเสียงว่า ‘หุบปาก’ จากนั้นก็เดินต่อ

 

 

จวงไหน่ที่เห็นว่าเขาสั่งให้เธอหุบปากก็ถึงกับตะลึงไปทันที เธอไม่ได้ตะลึงเรื่องที่เขากล้าด่าเธอ แต่เธอตะลึงที่เขาไม่พูดมันออกมาต่างหาก

 

 

 

 

กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรอไง?!

 

 

 

 

จวงไหน่เดินช้าลงและมองตามหลังคุณชายที่แสนอวดดีนั้นด้วยความแค้น สงสัยเขาคงคิดว่าเธอมันง่ายต่อการจัดการสินะ เปล่าเลย เขาต่างหากที่จะต้องเรียนรู้สะใหม่ ว่าผู้หญิงที่ชื่อจวงไหน่ ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายอย่างที่ใครคิด เห็นแต่งตัวสวยแบบนี้ ใช่ว่าเธอจะเป็นคุณหนูสะหน่อย เชอะ!

 

 

 

และถึงแม้ว่าเจิ้งถิงจะสั่งให้เธอหยุดพูดก็เถอะ แต่เรื่องอะไรล่ะ เธอมาที่นี้เพื่อทำให้เขายอมแต่งงานกับเธอ เห็นทีว่าเขาต้องลองใหม่อีกครั้ง เผื่อเขาจะฟัง

 

 

 

 

จวงไหน่กึ่งเกินกึ่งวิ่งขึ้นไปทางด้านหน้าของขบวนอีกครั้ง ก่อนจะพูดกับเจิ้งถิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ทำไมคุณถึงไม่กินอาหารเช้าละคะ? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถ้าคุณไม่กินอาหารเช้าก่อน 8 นาฬิกาท้องของคุณจะพบกับ peristalsis โดยอัตโนมัติและเริ่มเข้าสู่ส่วนที่เหลือของอาหาร สิ่งที่คุณกินเมื่อวันก่อน กล่าวอีกนัยหนึ่งคุณจะกินอาหารของคุณเอง ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายๆมันก็คือ ...... "และขณะที่จวงไหน่กำลังพูดต่อ

 

 

 

 

“หุบปากทีสิ ฉันรำคาญ!” เจิ้งถิงตะโกนขึ้นมาและหยุดเดินโดยหันมามองจวงไหน่จนดวงตาคมกริบของเขาแทบจะฟันร่างของเธอจนหายเป็นสองท่อนแล้ว

 

 

 

ผู้ช่วยของคุณชายเจิ้งถิงที่ยืนประกบอยู่ด้านข้าง ทุกคนต่างตกใจไปตามๆกัน โดนทั่วไปทุกคนรู้ว่าเจิ้งถิงตั้งใจทำงานมากจนเขาไม่ค่อยมีเวลากินข้าวหรือทำกิจวัตรของตัวเองสักเท่าไหร่ และการที่ถูกดุด่าและฟังดูเหมือนสาปแช่งแบบนี้ คงมีแต่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวที่กล้า!

 

 

 

ทุกคนที่ได้ฟังพร้อมกันต่างตกใจและไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาสักคำเดียว บรรยากาศเหมือนถูกไอเย็นจากคุณชายโอบล้อมจนที่นี้กล่นเป็นน้ำแข็งขึ้นมาทันที การที่มีใครคนใดคนหนึ่งทำผิดกับเขา เป็นครั้งที่สองนั้น มันอาจจะต้องมีผลตามมาแน่ๆ

 

 

 

เธอต้องโดนเขาด่าแน่ ! หรือไม่ก็ให้ผู้ช่วยมาทำร้ายเธอสะ !

 

 

 

 

จวงไหน่ยืนตะลึงด้วยดวงตากลมโตของเธอ ก่อนจะเอามือขึ้นมาปิดปาก ไม่นะ! เธอพูดเพราะแค่อยากให้เขากินข้าวเช้าเท่านั้น เพราะเธอเองก็หิวจนไส้จะบิดอยู่แล้ว

 

 

 

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีก เจิ้งถิงหน้าเธอเหมือนกำลังบอกว่า เขาจะไม่เตือนเธออีก ถ้าเธอยังคงล้ำเส้นของเขา ก่อนจะเดินต่อไป

 

 

ทันใดนั้นเองซือเจิ้งถิงก็หยุดเดินกะทันหันอีกครั้ง คราวนี้ตำแหน่งของจวงไหน่อยู่ที่หลังเขาพอดีจนเมื่อเขาหันมา เธอก็ถลาเข้าไปซบอกเขาราวกับรักกันมาเนิ่นนาน และทุกคนต่างตกใจไปพร้อมๆกัน

 

 

 

 

ซือ้จิ้งถิงแอบดบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ในตอนแรกเขาแค่อยากจะหันมาคุยกับผู้ช่วย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เขากลับถูกยัยชอบฉวยโอกาสคนนี้จโมยกอดเอาได้ง่ายๆ นั้นทำให้เขาตกใจ

 

 

 

 

 

เมื่อปรับอารมณ์ได้เขาจึงมองไปที่เธออย่างเย็นชา ดวงตาของเขาไม่มีร่องรอยของความอบอุ่น จวงไหน่รีบกระเด้งตัวออกก่อนจะรู้สึกราวกับว่าเธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินน้ำแข็ง ที่ทั้งเย็น ทั้งหนาวสั่นสะเทือนกระดูกของเธอ!

 

 

 

เจิ้งถิงหันหน้าหนีเธอ แต่ยังคงไม่เดินต่อ นั้นทำให้ทุกคนที่เดินตามต่างรอฟังเขาอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

 

จวงไหน่ที่เริ่มรับรู้ชะตากรรม เธอจึงเดินถอยห่างจากเขาออกมา ก่อนจะทำท่ารูดซิปปากเป็นสัณญานว่าเธอจะไม่พูดอีก"อะ…เอ่อ ฉันรู้ตัวแล้ว ฉันจะเดินตามเงียบๆ ไม่พูดอะไร เงียบแบบ เงียบจริงน่ะ " จวงไหน่พูดจบและยืนด้วยท่าสงบนิ่ง

 

 

 

 

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการแสดงออกทางสีหน้าของซือเจิ้งถิง แต่ความเยือกเย็นและสายตาที่ฉายแววรังเกียจนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนขึ้น จวงไหน่เองก็พอรับรู้ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก

 

 

วันนี้แผนของฉันจะคืบหน้าอะไรบ้างไหมนะ?

 

 

ทุกคนเอาใจช่วย จวงไหน่ด้วยนะค่า ~

 

 

To Be Continue…

 

จบบทที่ Chapter 3 The Joke Got Too Big

คัดลอกลิงก์แล้ว