- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 192 ขู่กันเกินเหตุ
ตอนที่ 192 ขู่กันเกินเหตุ
ตอนที่ 192 ขู่กันเกินเหตุ
ตอนที่ 192 ขู่กันเกินเหตุ
สำนักชิงซาน
อวิ๋นเซียนเชวี่ยและลุงหลินจากหุบเขาเฟิงอวิ๋นปรากฏตัวขึ้น
ผู้คนสำนักชิงซานต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นเพราะอย่างไรเสีย หุบเขาเฟิงอวิ๋นก็ถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังระดับแถวหน้าของหนานซา เมื่อเทียบกันแล้ว สำนักชิงซานของพวกเขาก็เป็นเพียงสำนักเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ห่างไกล
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา
ลุงหลินผู้เดินตามหลังอวิ๋นเซียนเชวี่ยก็จงใจปลดปล่อยพลังไอพลังฝึกยุทธ์ของตนออกมา
วิธีนี้เป็นสไตล์การกระทำของสำนักใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร เพราะบางครั้งการใช้กำลังพูดย่อมประหยัดคำพูดได้มากกว่า
แน่นอนว่า พอลุงหลินเผยไอพลังออกมา ใบหน้าผู้อาวุโสของสำนักชิงซานต่างเคร่งเครียดขึ้นทันที เห็นได้ชัดว่ากำลังรับแรงกดดันไม่น้อย
แน่ชัดแล้ว
ลุงหลินคนนี้คือยอดฝีมือระดับจ้าวยุทธ์คนหนึ่ง
ทว่า สีหน้าสงบนิ่งของลู่ฉิงซานกลับทำให้ลุงหลินหน้าเคร่งเครียดขึ้น
บรรพชนของสำนักเล็กๆ แห่งนี้ กลับไม่รู้สึกอะไรกับแรงกดดันของเขาเลยอย่างนั้นหรือ?
ด้วยเหตุนี้ ลุงหลินจึงเพิ่มแรงกดดันขึ้นอีกเล็กน้อย พุ่งเป้าโดยตรงไปที่ลู่ฉิงซาน
แต่สภาพของลู่ฉิงซานกลับยิ่งเหนือความคาดหมายของเขาอีกครั้ง
นี่มัน…
เป็นไปได้อย่างไร?
เขาคือจ้าวยุทธ์ เหตุใดแรงกดดันจึงไร้ผลกับลู่ฉิงซาน?
ลู่ฉิงซานสัมผัสถึงแรงกดดันของลุงหลิน ในใจก็แอบหัวเราะเยาะ
หากเป็นเมื่อก่อน พอเจอจ้าวยุทธ์เขาคงสั่นเทิ้มไม่เป็นตัวของตัวเองไปแล้ว
แต่ตอนนี้แตกต่างออกไปแล้ว
ตอนนี้ต่อให้จ้าวยุทธ์มาอยู่ตรงหน้า ก็ไม่มีอะไรน่าหวั่นกลัวอีกต่อไป
อย่าคิดว่าเขาเป็นพวกบ้านนอก ไม่เคยเจอจ้าวยุทธ์มาก่อนเชียว
“ผู้อาวุโสหลิน ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ เพิ่งมาถึงก็จะให้ของขวัญข้าชิ้นใหญ่เลยหรือ แม้ว่าสำนักชิงซานของข้าจะเล็กก็จริง แต่ข้าลู่ฉิงซานก็ห่างจากท่านแค่ก้าวเดียวเอง!” ลู่ฉิงซานกล่าวอย่างเยือกเย็น
พร้อมกันนั้นก็ปลดปล่อยพลังยุทธ์ของตนออกมา
“ครึ่ง...”
“ครึ่งก้าวจ้าวยุทธ์?”
ลุงหลินตกใจ ใบหน้าประหลาดใจเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ส่วนอวิ๋นเซียนเชวี่ยเองก็เผยอปากเล็กน้อยด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่บรรพชนของสำนักห่างไกลแห่งหนึ่งจะมีพลังถึงขั้นครึ่งก้าวจ้าวยุทธ์?
สำหรับพวกเขาแล้ว หากมีพลังถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ก็นับว่าดีมากแล้ว
เห็นได้ชัดว่านี่เกินความคาดหมายของพวกเขาไปไกลมาก
ลู่ฉิงซานยังคงยิ้มบางๆ เขาอยู่ข้างกายท่านอาจารย์มานานขนาดนี้ ใช่ว่าอยู่เปล่าๆ เสียเมื่อไหร่?
แม้พรสวรรค์เขาจะต่ำไปบ้าง แต่ภายใต้โอกาสอันมากมายมหาศาลจากท่านอาจารย์ ต่อให้เป็นหมูก็ยังบรรลุถึงขั้นนี้ได้
ดังนั้น การที่เขาลู่ฉิงซานจะมีพลังถึงขั้นครึ่งก้าวจ้าวยุทธ์ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สุดแล้ว
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าบรรพชนชิงซานจะมีพลังถึงขั้นครึ่งก้าวจ้าวยุทธ์ ดูเหมือนข้าจะเสียมารยาทไปเสียแล้ว” อวิ๋นเซียนเชวี่ยเก็บอาการตกใจ เผยรอยยิ้มพลางพูดว่า “โปรดอย่าได้ถือสา ลุงหลินไม่ได้มีเจตนาอะไร”
แน่ชัดแล้ว
แค่ระดับครึ่งก้าวจ้าวยุทธ์ก็เพียงพอจะทำให้อวิ๋นเซียนเชวี่ยปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพแล้ว
“คุณหนูอวิ๋นเกรงใจไปแล้ว คนแก่เช่นข้าไหนเลยจะถือสาได้ เชิญนั่ง” บรรพชนชิงซานเชื้อเชิญด้วยมือ
หลังจากทั้งสองนั่งลงแล้ว อวิ๋นเซียนเชวี่ยก็พูดตรงๆ ว่า “บรรพชนชิงซาน จุดประสงค์การมาในครั้งนี้ท่านเองก็คงทราบดีอยู่แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง หากสำนักเราร่วมมือกัน ด้วยพลังของลุงหลินรวมกับของท่าน อีกทั้งยังมีสำนักชิงซานที่เป็นคนพื้นที่ ความน่าจะเป็นที่เราจะได้สมบัตินั้นสูงกว่าผู้อื่นมากทีเดียว”
“ฮ่าๆ”
บรรพชนชิงซานหยิบถ้วยชาขึ้นมาเล็กน้อย ยิ้มบางกล่าวว่า “ต้องขออภัยคุณหนูอวิ๋น สำนักชิงซานของข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้”
“ว่าไงนะ?”
ได้ยินดังนั้น อวิ๋นเซียนเชวี่ยวางถ้วยชาลงทันทีแล้วลุกขึ้นยืน สายตาเฉียบคมมองลู่ฉิงซานตรงๆ
“บรรพชนชิงซาน ท่านร่วมมือกับขุมกำลังอื่นแล้วหรือ?” อวิ๋นเซียนเชวี่ยถามด้วยแววตาหรี่ลง
“ไม่ใช่ คุณหนูอวิ๋นเข้าใจผิดแล้ว เราไม่ได้ร่วมมือกับใครเลย” บรรพชนชิงซานกล่าวตรงๆ
หลังสังเกตการณ์ครู่ใหญ่ อวิ๋นเซียนเชวี่ยพลันเผยรอยยิ้ม “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าเข้าใจแล้ว...”
“เช่นนี้แล้วกัน หากเราร่วมมือกัน เมื่อสำเร็จแล้ว ข้าจะให้ผลประโยชน์สำนักชิงซาน 30% ดีไหม?”
“ไม่ใช่เรื่องแบ่งผลประโยชน์จริงๆ” บรรพชนชิงซานยิ้มเจื่อนส่ายหัว
อวิ๋นเซียนเชวี่ยกลับยิ่งหน้าขรึม “เช่นนั้น 40% ดีไหม? ข้าทำให้สำนักชิงซานของท่านเติบโตมหาศาลได้เลยนะ!”
แต่ลู่ฉิงซานก็ยังคงปฏิเสธ
“ตูม!”
อวิ๋นเซียนเชวี่ยโกรธจัด ตบโต๊ะจนแตกละเอียด “บรรพชนชิงซาน คิดให้ดีๆ นี่คือสมบัติของนักบุญยุทธ์เชียวนะ!”
ลู่ฉิงซานยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ทั้งสองจึงจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ก่อนจาก ลู่ฉิงซานเตือนพวกเขาอีกครั้ง “ขอเตือนว่าเรื่องนี้ พวกท่านไม่ควรยุ่ง”
อวิ๋นเซียนเชวี่ยหันกลับมามองลู่ฉิงซาน สายตาเย็นชาประดุจน้ำแข็ง กล่าวประชดประชันเสียงเย็นว่า
“โอ้ เช่นนี้ที่ท่านพูดหมายความว่าต้องการให้พวกเรายกสมบัตินี้ให้แก่หมู่บ้านหิมะและสำนักดาบสวรรค์งั้นสิ?”
ใบหน้าสวยของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน พร้อมทั้งพูดสั้นๆ แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความดูถูกดูแคลนอย่างชัดเจน
“ก็แค่คำขู่ให้กลัวเกินเหตุ!”
กล่าวจบ นางกับลุงหลินก็ทะยานขึ้นฟ้าไปทันที หายลับไปในสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว