- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 176 สมบัติลับพิชิตศึก
ตอนที่ 176 สมบัติลับพิชิตศึก
ตอนที่ 176 สมบัติลับพิชิตศึก
ตอนที่ 176 สมบัติลับพิชิตศึก
เจ้าหมานั่งอยู่ข้างถาดล่าถัง มองอี้เฟิงด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
อี้เฟิงส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก่อนจะคว้าล่าถังหนึ่งกำมือโยนให้เจ้าหมา จากนั้นก็มองลงไปในหม้อล่าถังพลางพึมพำกับตัวเองว่า
“แต่ล่าถังเนี่ยต้องใส่ถุงสิ ถึงจะได้ฟีล!”
เจ้าหมาก้มหัวให้เขาอย่างขอบคุณ ก่อนจะคาบล่าถังวิ่งออกจากโรงฝึกไปทันที
“รับไว้ซะ!”
พอเจอกับอาอวิ๋นอีกครั้ง อ๋าวชิ่งก็พูดขึ้นว่า
“บอกไอ้แก่ที่นั่นไปนะ ว่าถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ ให้กินสองเส้น!”
“นี่มันคืออะไร?”
อาอวิ๋นมองล่าถังในมืออย่างฉงน สงสัยว่าสิ่งนี้จะมีพลังขนาดนั้นเชียวหรือ?
มันจะช่วยให้สายราชวงศ์กลับมาชนะได้จริงหรือ?
อดใจไม่ไหว เขากัดไปหนึ่งคำอย่างระวัง
กร๊อบ!
ทันทีที่เคี้ยวไป เขาก็รู้สึกเหมือนตัวตรงขึ้นทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตะลึง
พลังของเขาพุ่งทะลุจากระดับอสูรวิญญาณ ข้ามขั้นเล็กหลายระดับจนทะลุเข้าสู่ระดับราชาอสูรในพริบตา
“นี่...นี่...นี่มัน...”
อาอวิ๋นพูดไม่ออก มือไม้สั่นระริก
“นี่ก็แค่ลูกเล่นเล็ก ๆ ของเจ้านายเท่านั้น อย่าตกใจเกินไป เอากลับไปให้ไอ้แก่ที่นั่นเถอะ” อ๋าวชิ่งกล่าวเรียบ ๆ ไม่มีทีท่าประหลาดใจแม้แต่น้อย
ก็แหม ล่าถังแค่นี้กินเข้าไปแล้วพลังของเขาที่เป็นจ้าวอสูรก็ยังเพิ่มขึ้นได้ แล้วแค่อสูรวิญญาณจะไปเหลืออะไร?
ยิ่งคิดถึงว่าตัวเองจากแค่ราชาอสูรยังสามารถพุ่งถึงจ้าวอสูรได้ นี่มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด
พูดจบ อ๋าวชิ่งก็หันหลังจะจากไป
แต่จู่ ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันมาบอกอีกประโยคว่า
“อย่าลืมใส่ถุงนะ เจ้านายบอกแล้วว่าต้องกินจากถุง ถึงจะเข้าถึงแก่นแท้!”
“รับทราบ!”
อาอวิ๋นรีบเก็บล่าถังอย่างระมัดระวังเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า ใส่ถุงเรียบร้อยแล้วเก็บไว้แนบอก แล้วจึงรีบจากไป
ระหว่างทาง...
เขาเดินอย่างระมัดระวังทุกฝีก้าว
เพราะตอนนี้ เขารู้ดีว่าของที่อยู่ในอกเสื้อเขานั้นคือความหวังของสายราชวงศ์ทั้งสาย
“ขอคารวะจักรพรรดิหมาป่าอสูรกลืนฟ้า!”
หลังเดินทางกลับมาถึงวิหารกลืนสวรรค์ได้ในที่สุด อาอวิ๋นก็ตรงไปหาองค์จักรพรรดิทันที
“หืม? เจ้าไม่ได้ไปรับอ๋าวชิ่งมาหรือ แล้วตัวเขาอยู่ไหน?” จักรพรรดิถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“องค์ชายสามมีภารกิจสำคัญ ไม่สามารถกลับมาได้ แต่เขาให้ข้านำสมบัติลับพิชิตศึกมามอบให้ฝ่าบาทพิจารณา”
พูดจบ เขาก็หยิบล่าถังออกจากอกเสื้ออย่างระวัง
“สมบัติลับพิชิตศึก?”
“ของแบบนี้น่ะเรอะ?”
จักรพรรดิหมาป่าอสูรกลืนฟ้ามองล่าถังด้วยแววตาเยาะเย้ย ก่อนกล่าวด้วยเสียงเข้ม
“อ๋าวอวิ๋น ข้ารู้ว่าเจ้าสนิทกับอ๋าวชิ่ง จะปกป้องเขาบ้างก็เข้าใจได้ แต่ถึงขนาดกล้ามาโกหกข้าต่อหน้าแบบนี้ เจ้ารู้ตัวมั้ยว่ามีโทษถึงตาย?”
สิ้นเสียงนั้น อ๋าวอวิ๋นถึงกับทรุดลงคุกเข่าด้วยความตกใจ
“ฝ่าบาท ข้าน้อยไม่กล้าโกหก นี่คือสมบัติจริง ๆ!” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพสุดขีด
“หึ ไอ้ลูกชายไร้ประโยชน์ของข้า ข้าจะไม่รู้ดีหรือ? มันจะส่งสมบัติพิชิตศึกมาให้เจ้าทำไม?” จักรพรรดิกล่าวเสียงต่ำ “พอเถอะ ด้วยความที่เจ้าจงรักภักดีมาตลอด ข้าจะไม่ลงโทษเจ้าครั้งนี้”
“ฝ่าบาท ข้าพูดจริงทุกคำ อีกทั้งองค์ชายสามก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์อีกต่อไป เขาได้รับการช่วยเหลือจากท่านผู้มีพระคุณ จนทะลุเข้าสู่ระดับ...จ้าวอสูรแล้ว”
“...จ้าวอสูร?”
จักรพรรดิสะดุ้ง ก่อนจะกล่าวเสียงกร้าว
“อ๋าวอวิ๋น เจ้านี่พูดได้เว่อร์ยิ่งกว่าไอ้แก่จินอีกนะ! ถ้ายังพูดเพ้อเจ้ออีก ข้าจะไม่อดทนแล้ว!”
“ข้าน้อยพูดความจริงทุกคำ ฝ่าบาทลองด้วยพระองค์เองก็จะรู้!”
อ๋าวอวิ๋นยกถุงล่าถังขึ้นถวายด้วยสองมือ
“ดี! ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เจ้าพูด ข้าจะประหารเจ้า!”
จักรพรรดิมองเขาด้วยสีหน้าทมึงทึง เสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่นราวสายฟ้าฟาด
ในเวลานี้ เขาโมโหจริง ๆ ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายของเผ่ายังจะมีคนมาเล่นตลกกับเขาอีก
“ข้ายอมให้ฝ่าบาททรงตัดสินชะตาชีวิตข้าน้อยได้เลย”
อ๋าวอวิ๋นยังคงคุกเข่าแน่นิ่ง ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจักรพรรดิยิ่งขรึมลง เขากดเสียงต่ำลงแล้วกล่าว
“อ๋าวอวิ๋น เจ้าคงอยากตายจริง ๆ งั้นข้าจะสนองให้!”
พูดจบ เขาก็คว้าถุงล่าถังจากมืออ๋าวอวิ๋นอย่างรังเกียจ มองเพียงนิดเดียวก่อนจะกัดไปครึ่งถุงในคำเดียว