- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 153 เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ 153 เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ 153 เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
ตอนที่ 153 เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไปแล้ว
“เจ้า...เจ้า...เจ้า...เจ้า...”
คำพูดของอ๋าวชิ่งทำให้ใบหน้าอ๋าวชิ่งเฉิงเต็มไปด้วยความตกตะลึง
หลังจากตกตะลึง ก็แปรเปลี่ยนเป็นโทสะจนใบหน้าของนางเขียวคล้ำ
“เจ้าหยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว! เผ่าหมาป่าอสูรกลืนฟ้าอันสูงส่งของเราถึงกับยอมรับมนุษย์เป็นนาย เจ้ายังกล้าพูดออกมาก็ว่าแย่แล้ว ยังจะกล้าโกหกเวอร์เกินไปอีก!”
อ๋าวชิ่งเฉิงตวาดกลับอย่างเหลืออด กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ไว้หน้าสักนิด “จากราชาอสูรไปสู่จักรพรรดิอสูร ยากยิ่งกว่าขึ้นสู่สวรรค์ เจ้ากลับกล้าพูดว่าจะทะลวงได้ภายในครึ่งปี? เจ้าเศษสวะยังพูดได้อีกหรือ?”
“ส่วนสมบัติระดับวิญญาณ เจ้านึกว่ามันหาได้ง่ายๆ หรือไง? ไหนจะระดับจักรพรรดิอีก...ช่วยเขียนสคริปต์ก่อนจะโม้ได้มั้ย?”
“ส่วนเจ้าว่านายท่านกับอะไรนะ...โครงกระดูก ข้าเห็นว่าไม่ต่างจากเจ้าเท่าไหร่ เป็นพวกขยะเหมือนกันนั่นแหละ กล้าดียังไงไปดูหมิ่นจ้าวอสูรซ่งเคอแห่งหนานซา เจ้านี่มันโง่จนเกินเยียวยาแล้ว!”
เห็นอ๋าวชิ่งยังคงเงียบ อ๋าวชิ่งเฉิงก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน สีหน้าเหมือนคนที่เพิ่งจับได้ว่าอีกฝ่ายโกหกอย่างภาคภูมิใจ นางจึงเร่งรุกทันที
“เป็นไงล่ะ โดนจับโป๊ะแล้วรู้สึกยังไง? ถ้าทั้งหมดที่เจ้าพูดไม่ใช่เรื่องโกหก เจ้าก็ให้เจ้ามนุษย์อะไรนั่นกับโครงกระดูกของเจ้ามาเดินเล่นตรงหน้าสายตะวันแดงของข้าดูสิ!”
พูดจบ ดวงตาคู่งามของนางก็มองตรงไปยังอ๋าวชิ่ง
นางอยากเห็นภาพอ๋าวชิ่งที่กำลังทำท่าทางกระวนกระวายใจเมื่อถูกแฉ แล้วค่อยยอมสยบเป็นเบี้ยล่างของนาง
แต่อีกครั้งหนึ่ง อ๋าวชิ่งกลับทำสิ่งที่นางคาดไม่ถึง
เขาไม่ได้กระวนกระวายหรือเดือดร้อนใดๆ กลับกัน เขาเพียงแค่ส่ายหัว แล้วมองนางด้วยสายตา...
เต็มไปด้วยความดูแคลน
“ช่างเถอะ ข้าไม่อยากเถียงกับเจ้า เราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกแล้ว”
อ๋าวชิ่งพูดอย่างเบื่อหน่าย
อ๋าวชิ่งเฉิงในตอนนี้ แม้แต่จะจุดชนวนให้เขาอยากทะเลาะด้วยก็ยังไม่มีความสามารถพอเสียแล้ว เขาเห็นนางเป็นเพียงกบในบ่อน้ำ ไม่รู้เลยว่านอกฟ้ามีโลกแค่ไหน
ส่วนคำที่นางพูดถึงนายของเขากับพี่โครงกระดูก? เขาว่ามันตลกมาก ถ้าสองคนนั้นเกิดอยากเดินเล่นขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ แค่ลมหายใจเดียวก็พอจะเป่าทั้งเผ่าสายตะวันแดงให้มลายเป็นฝุ่นได้แล้ว
ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่นิด เจ้าหมาน้อยอ๋าวชิ่งก็หันหลังเดินจากไป
มองแผ่นหลังของอ๋าวชิ่งที่ค่อยๆ เดินจากไป อ๋าวชิ่งเฉิงถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าที่เคยงามเลิศเลอกลับบิดเบี้ยวจนชวนหวาดกลัว มืดมนจนแทบหยดน้ำได้
เศษสวะที่นางไม่เคยชายตามองกลับมาเยาะเย้ยนางได้?
เขากล้าได้ยังไง?
มันเป็นไปได้ยังไง?
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” นางตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธจนแทบบ้า
แต่ทว่าอ๋าวชิ่งก็ยังคงไม่เหลียวหลัง
“เจ้าไม่กลัวข้าฆ่าเจ้าหรือ?”
นางคำรามด้วยโทสะมหาศาล พลังปราณจักรพรรดิอสูรก็ถาโถมไปทางอ๋าวชิ่งดั่งพายุบ้าคลั่ง
แต่อ๋าวชิ่งก็ยังไม่สนใจ
หนึ่ง เขามั่นใจว่าเพราะเรื่องแดนลับ อ๋าวชิ่งเฉิงไม่กล้าทำร้ายเขาจริงๆ
สอง เขาเองก็ไม่คิดว่านางจะฆ่าเขาได้ แม้อาจสู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็หนีได้แน่นอน
อยู่กับนายของเขามานานขนาดนี้ เจ้านี่จะไม่มีไพ่ตายอะไรติดตัวเลยงั้นหรือ?
และแล้วก็เป็นจริงดังคาด
กระทั่งร่างของอ๋าวชิ่งลับสายตาไปแล้ว อ๋าวชิ่งเฉิงก็ยังไม่ลงมือ มือของนางสั่นระริกด้วยความโกรธสุดขีด
ร่างกายนางสั่นสะท้าน หน้าอกกระเพื่อมอย่างแรง กลิ่นอายแห่งโทสะพลุ่งพล่านไปทั้งร่าง
ในรัศมีร้อยจั้งรอบตัวนาง บัดนี้กลายเป็นสุญญากาศโดยสมบูรณ์ ยกเว้นเหล่าชายชุดดำแล้ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่เลย
“ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงระเบิดลมดังขึ้นติดต่อกัน ทำให้ก้อนหินขนาดใหญ่รอบๆ ระเบิดแตกละเอียด กลายเป็นทางออกแห่งความโกรธของนาง
นานแสนนาน...
นางจึงค่อยๆ สงบลงเล็กน้อย
เมื่อเห็นดังนั้น ชายชุดดำคนหนึ่งจึงเดินเข้ามาถามด้วยความระมัดระวัง “ท่านเทพธิดา...จะปล่อยเขาไปอย่างนี้เลยหรือ?”
“หึ เป็นไปไม่ได้!”
อ๋าวชิ่งเฉิงกล่าวเย็นชา “ข้าได้ลงรอยประทับติดตามของสายตะวันแดงไว้บนตัวมันแล้ว ข้าจะตามไปดูให้เห็นกับตาว่าเจ้ามนุษย์ที่มันเรียกว่านาย...เป็นของประเภทไหนกันแน่!”
“ข้ายิ่งอยากเห็นนัก...ว่าเมื่อข้าย่ำเจ้ามนุษย์นั่นต่อหน้าเขา อ๋าวชิ่งยังจะกล้าทำตัวอวดดีได้อีกไหม!”
“และเมื่อเสาหลักในใจมันพังทลายลง...วันนั้นแหละ มันจะคลานเข่ามาเลียเท้าข้า ขอร้องให้ข้าใช้มันทำงานแน่นอน!”
“เทพธิดาชาญฉลาดยิ่งนัก!”
ชายชุดดำหลายคนมองนางด้วยสายตาเคารพยิ่งพลางกล่าวชมเชย
ดูราวกับพวกเขาเห็นภาพอ๋าวชิ่งหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าเทพธิดาแล้วจริงๆ