- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 150 เรื่องราวในอดีตของอ๋าวชิ่ง
ตอนที่ 150 เรื่องราวในอดีตของอ๋าวชิ่ง
ตอนที่ 150 เรื่องราวในอดีตของอ๋าวชิ่ง
ตอนที่ 150 เรื่องราวในอดีตของอ๋าวชิ่ง
“ครืน ๆ ครืน ๆ ครืนบ้านแกสิ!”
“ไอ้พวกฝึกยุทธนี่ไม่มีมารยาทกันเลยเรอะ เสียงตูมตามแบบนี้ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นบ้างรึไง อยากทะลวงก็ไปหาที่เงียบ ๆ หน่อยสิเว้ย!”
อี้เฟิงมองเสียงระเบิดฟ้าร้องจากขอบฟ้าด้วยสีหน้าหงุดหงิด ปากก็สบถไม่หยุด
เขาบ่นไป เดินไปทางหลังโรงฝึกไปด้วย
ลุงหวูกับพรรคพวกทั้งสามคนยังคงเปิดหน้าดินอยู่ แม้จะไม่รวดเร็วนัก แต่อี้เฟิงก็ไม่ว่าอะไรเพราะยังไงพวกเขาก็อายุมากแล้วแถมเป็นงานเหมาแบบชิ้นงาน ก็ถือว่าทำได้เป็นระบบดี
ที่น่าแปลกใจคือเจ้าหลู่ต้าเซิงต่างหาก
นิสัยไม่น่าไว้วางใจ แต่เรื่องแบกขี้นี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ
วันเวลาผ่านไป ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความสงบเรียบร้อย
อาการของจงชิงก็ดีขึ้นอย่างช้า ๆ
ส่วนอี้เฟิงก็กลับสู่โหมดปลาสลิดทอดของเขาอีกครั้ง
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเจียดเวลามาฝึกฝนด้าน พิณ หมากรุก วรรณกรรม จิตรกรรม
“พิณ:ออกเทพ”
“หมากรุก:ไร้ผู้เทียบ”
“วรรณกรรม:เชี่ยวชาญ”
“จิตรกรรม:ทัดเทียมเทพเจ้า”
เมื่อเห็นค่าความเชี่ยวชาญพุ่งทะลุเกณฑ์ อี้เฟิงก็พยักหน้าพอใจ
หมากรุกกับวรรณกรรม เขาก็พอเดาได้ว่าเก่งเพราะเคยเล่นหมากรุกกับเขียนนิยายมาก่อน
ส่วนจิตรกรรมก็คงซ้อนกับการเขียน ตำราเคล็ดวิชาที่เคยทำ เลยไม่ต้องฝึกอะไรมากนัก วาดภาพทิวเขาก็ออกมาสวยเหมือนจริงเป๊ะ
ถือว่าประหยัดเวลาฝึกไปได้เยอะ
ถ้าให้เริ่มจากศูนย์ทุกอย่าง คงเหนื่อยน่าดู
ที่เขาฝึกพวกนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอก แค่กลัวระบบมันจะยึดโรงฝึกกลับไปเท่านั้นเอง
คิดแล้ว อี้เฟิงก็กลับไปจดจ่อกับการฝึกต่อ...
ทางด้านเจ้าหมาน้อยอ๋าวชิ่งที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้น ก็เบื่อจะแย่
คิดถึงตอนที่เคยร่วมมือกับพี่โครงกระดูกก่อเรื่องชะมัด
ตอนนั้นเอง เครื่องหมายรูปพระอาทิตย์ที่หน้าผากของมันก็เปล่งแสงขึ้นเล็กน้อย
สายตาอ๋าวชิ่งพลันวาววับ นั่นคือสัญญาณส่งสารเฉพาะเผ่าของหมาป่าอสูรกลืนฟ้า
อ๋าวชิ่งหันไปมองอี้เฟิงที่กำลังดีดพิณอยู่
แล้วรีบวิ่งออกจากโรงฝึกไป
ทันทีที่พ้นขอบเขต อ๋าวชิ่งก็เร่งพลังความเร็วสูงสุด พุ่งทะยานราวกับดาวตก
และตอนนี้เอง พลังของมันได้ไต่ขึ้นถึงระดับราชาอสูรแล้วโดยไม่รู้ตัว
หลังจากออกจากเมืองผิงเจียง มันก็มุ่งหน้าสู่ภูเขาทันที
หนึ่งชั่วยามต่อมา...
อ๋าวชิ่งหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางหลายคน ที่ยืนอยู่บนที่สูงมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา
คนที่ยืนอยู่ตรงกลางคือหญิงสาวใบหน้าสะคราญ บนหน้าผากของนางมีตราพระอาทิตย์สีแดงเด่นชัด
ข้างกายนางยังมีผู้ติดตามในชุดคลุมดำ กลิ่นอายอสูรแผ่กระจายชัดเจน
“อ๋าวชิ่งเฉิง? ทำไมเป็นเจ้า?”
อ๋าวชิ่งเบิกตากว้าง ถอยหลังอย่างระแวดระวัง
“ใช่ ข้านี่แหละ”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์โดยไม่หันกลับมา “ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีไหม?”
ได้ยินเสียงนี้ อ๋าวชิ่งแววตาเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นทันที
แม้ผู้หญิงคนนี้จะงามราวเทพธิดา
แต่จิตใจของนางยิ่งกว่างูพิษ
นางคือนักบุญหญิงแห่งเผ่าอสูรกลืนฟ้า ฐานะเทียบเท่าบิดาของเขาและยังเป็นเทพธิดาในใจของเหล่าหมาป่าทั้งเผ่า
อ๋าวชิ่งเคยหลงรักนาง แต่แม้เขาจะเป็นองค์ชายสามของเผ่าก็ตาม ก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอจะพูดกับนางด้วยซ้ำ
ทำได้เพียงมองจากระยะไกล หัวใจเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเข้ามาใกล้เขาเป็นครั้งแรก
ตอนนั้น เขาดีใจจนมองว่านี่คือจุดสูงสุดของชีวิตถึงกับยอมมอบของล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่เขามีให้นางด้วยความรัก
แล้วอะไรเกิดขึ้นล่ะ?
นางกลับผลักเขาลงเหวต่อหน้าผู้คน...
กล่าวหาว่าเขาลอบเข้าห้องนักบุญกลางดึกมีเจตนาไม่ดี
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั้งเผ่า
อ๋าวชิ่งกลายเป็นอาชญากรถูกไล่ล่าโดยเผ่าตนเอง
ถูกขับไล่โดยบิดาและถูกสาปให้สิบปีห้ามคืนร่างมนุษย์
ระหว่างลี้ภัย เขาถูกซุ่มโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส สูญเสียพลัง
หากไม่ได้เจออี้เฟิงป่านนี้ก็คงตายไปนานแล้ว
ครั้งนี้ เขานึกว่าข้อความเป็นของเพื่อนเก่าภายในเผ่า
แต่กลับเป็นอ๋าวชิ่งเฉิงอีกครั้ง
แสดงว่านางต้องได้ข้อมูลคลื่นพิเศษสำหรับส่งสารระหว่างเขากับเพื่อนมาแน่นอน
“เจ้าต้องการอะไรอีก?” อ๋าวชิ่งเอ่ยเสียงเย็น
“เจ้ารู้ไหม ว่าทำไมข้าต้องหลอกเอากุญแจวายุไปจากเจ้า?”
อ๋าวชิ่งเฉิงพูดช้า ๆ
“เพราะมันคือกุญแจเปิดแดนลับแห่งเผ่าอสูรกลืนฟ้า!”
“หา?”
อ๋าวชิ่งชะงักทันที เข้าใจทันทีว่าทำไมตอนนั้นนางถึงต้องลงแรงแย่งมันไป
“น่าตกใจใช่ไหม?”
อ๋าวชิ่งเฉิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเยาะ
“ข้าจะบอกให้นะ ตอนเจ้าเกิด หัวหน้าเผ่าเคยใช้จานจันทราทำนายว่าเจ้าเป็นบุตรแห่งโชคชะตา จะนำพาเผ่าเราสู่ความรุ่งเรือง”
“เลยมอบกุญแจวายุนี้ให้เจ้า พร้อมผนึกเอาไว้ มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เปิดมันได้”
“แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่าลูกโชคชะตาคนนั้นจะกลายเป็นแค่เศษสวะแถมเป็นไอ้คุณชายเหลวไหลในเผ่าอีก!”
“แก…”
“เงียบไปเลย!”
อ๋าวชิ่งตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำ
“ข้าพูดผิดเรอะ?”
“เจ้าถูกไล่ออกจากเผ่า กลายเป็นหมาหัวเน่า แล้วไหนล่ะโชคชะตาของเจ้า?”
คำพูดของอ๋าวชิ่งเฉิง ทะลวงเข้าหัวใจของอ๋าวชิ่งอย่างแม่นยำ
ความอัปยศที่ถูกใส่ร้ายจนต้องระเห็จออกจากเผ่า ยังคงเป็นแผลฝังลึกในใจเขา
“แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งหนึ่ง”
เสียงของอ๋าวชิ่งเฉิงแผ่วลง นางหันกายมาเผยใบหน้างดงามไร้ที่ติ สมชื่อเฉิงที่หมายถึงงามล่มเมือง
“กลับไปกับข้า ใช้กุญแจวายุเปิดแดนลับ ข้าจะช่วยล้างคำสาป ให้เจ้ากลับสู่ร่างมนุษย์
ข้าจะพยายามลบล้างความเข้าใจผิดในเผ่าด้วย”
“แน่นอนข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม”
พูดจบ นางก็หยิบลูกแก้วขาวใสลูกหนึ่งขึ้นมาช้า ๆ
“นี่คือเม็ดยุทธอสูร หากกินเข้าไป เจ้าจะทะลวงขึ้นสู่ระดับราชาอสูรทันที ประหยัดเวลาฝึกฝนไปห้าสิบปี!”
“ตกลงไหม?”
อ๋าวชิ่งเฉิงยิ้มมุมปากเย้ายวนอย่างยิ่ง