เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 133 ทุกอณูช่างไม่ธรรมดาเสียจริง

ตอนที่ 133 ทุกอณูช่างไม่ธรรมดาเสียจริง

ตอนที่ 133 ทุกอณูช่างไม่ธรรมดาเสียจริง


ตอนที่ 133 ทุกอณูช่างไม่ธรรมดาเสียจริง

ไป๋เพียวเพียวยืนมองแผ่นหลังของอี้เฟิงที่ห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ อยู่เนิ่นนาน

ในดวงตาเต็มไปด้วยความเคลือบแฝง ความน้อยใจไม่ยอมจางหาย

นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า การเชิญชายหนุ่มเป็นครั้งแรกในชีวิตของตนจะจบลงด้วยความล้มเหลวเช่นนี้

ความรู้สึกนี้มันไม่ใช่อะไรที่ดีเอาเสียเลย...

“แต่อี้เฟิงเจ้าคนนี้...” ไป๋เพียวเพียวกลับเผยรอยยิ้มบาง พลางพึมพำเบา ๆ ว่า “เจ้าช่างน่าสนใจจริง ๆ เลยนะ”

เมื่อเงาร่างของอี้เฟิงลับสายตา นางก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องพักด้านหลังต่อเพราะเม่าเม่ายังพักผ่อนอยู่และในเมื่อนางอยู่ตรงนี้ ก็ถือโอกาสช่วยเก็บห้องซะเลย

ภายในห้องนั้นสะอาดเรียบร้อยจนชวนตกตะลึง

แม้แต่ตอนก่อนอี้เฟิงจะมาพักก็ยังไม่สะอาดเท่านี้เสียด้วยซ้ำ

โดยเฉพาะผ้าห่มผืนใหญ่ที่ถูกพับจนเป็นทรงเหลี่ยมเรียบร้อยอย่างกับก้อนเต้าหู้ มีเหลี่ยมมุมคมกริบ ทำให้ดวงตาไป๋เพียวเพียวเปล่งประกายแปลกตาขึ้นมา

“อี้เฟิงเอ๋ยอี้เฟิง ทั้งที่เจ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาเอาเสียเลย...” ไป๋เพียวเพียวมองผ้าห่มสะอาดนั่นข้างกาย พลางพึมพำครุ่นคิด “อ่อนโยน สุภาพ ท่าทีสง่ามีเสน่ห์ บทกวีก็ล้ำเลิศ เพลงที่เจ้าบรรเลงถึงกับช่วยให้ข้าทะลวงขอบเขตได้ แม้แต่ค่ายกลในสวนที่เปิดใช้อยู่ เจ้าก็ยังทะลวงเข้ามาได้อย่างหน้าตาเฉย...”

“เจ้า...เป็นใครกันแน่?”

หลังเหม่อลอยอยู่นาน ไป๋เพียวเพียวก็หยิบผ้าห่มขึ้นมาเพื่อจะเปลี่ยน

ทว่าเพิ่งอุ้มขึ้นเท่านั้น ดวงตาคู่งามก็ไหววูบ แล้วสายตาก็หันไปมองผ้าห่มในอ้อมแขน

เหมือนจะ...

มีกลิ่นหอมบางอย่างลอยออกมา?

ไป๋เพียวเพียวเหลียวมองซ้ายขวา เห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงก้มจมูกงามเข้าไปใกล้ผ้าห่มนั้นเบา ๆ

กลิ่นหอมบางเบาแทรกเข้าจมูก น่าหลงใหลอย่างประหลาด...

“นี่...กลิ่นของเขารึ?”

โดยไม่รู้ตัว มือที่โอบผ้าห่มกลับกระชับแน่นขึ้นในทันใด ใจในอกเกิดความลังเลขึ้นมา จะเปลี่ยนผ้าห่มนี้จริง ๆ หรือ?

สิ่งที่ทำให้นางเองก็ตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เกิดความอยากจะนอนกอดผ้าห่มนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

นางกัดริมฝีปากนิด ๆ

สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกนั้น แปลงความคิดให้กลายเป็นการกระทำ

เมื่อค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนอนและคลุมผ้าห่ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็แผ่กระจายมาจากทุกทิศทาง ทำให้รู้สึกสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนดวงตางามทั้งสองข้างปิดลงตามสัญชาตญาณ ร่างกายผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์

เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไป

นานนับนาน...

ไป๋เพียวเพียวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว ราวกับความเมื่อยล้าทั้งหมดถูกดูดออกไปจากร่างกายในการหลับเพียงคราวเดียว

มือเรียวของนางเอื้อมออกจากผ้าห่ม ค่อย ๆ ดึงขอบมันเข้ามาใกล้จมูก แล้วสูดดมอีกครั้งอย่างไม่อาจหักห้ามใจ

ทว่าในห้วงแห่งความเคลิบเคลิ้มนั้นเอง นางกลับรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองอยู่

นางหันขวับไปทันที

แล้วก็พบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองมาอย่างเหลือเชื่อ เหมือนกับอยู่ตรงนี้นานแล้ว สุดท้ายก็อดไม่ไหวตะโกนขึ้นว่า

“อ๊ะ คุณหนู...ท่านนี่มัน...”

ไป๋เพียวเพียวหน้าถอดสี ร่างพุ่งออกมาจากผ้าห่มแทบจะทันที ตรงเข้าหาเม่าเม่าพร้อมกับใช้มือนุ่มนิ่มปิดปากนางไว้

“คุณหนู ปล่อยข้านะ!” เม่าเม่าสะบัดตัวออกมาได้ แล้วชี้ไปยังเตียงไม้ข้าง ๆ ตะโกนลั่น “ท่านนอนอยู่บนเตียงที่อี้เฟิงเคยนอนจริง ๆ ด้วย!”

“ข้าไม่ได้ทำ!”

ไป๋เพียวเพียวหน้าแดงซ่าน รีบปฏิเสธทันที ไม่เคยคิดเลยว่าความลับน่าอับอายนี้จะถูกเห็นเข้า

“ยังจะปฏิเสธอีก ข้าเห็นกับตาเลยนะ!”

เม่าเม่ายังคงไม่ยอมหยุด เอะอะโวยวายอยู่ไม่เลิก แม้จะโดนปิดปากก็ยังพูดทะลุออกมาอยู่ดี

“เจ้า...!”

ไป๋เพียวเพียวหน้าเขียวคล้ำขึ้นเรื่อย ๆ ตวาดเสียงต่ำ “เจ้าเงียบซะทีเถอะ!”

“ไม่! ข้าต้องพูด! ท่านเพิ่งนอนบนเตียงของอี้เฟิง ข้าเห็นจริง ๆ! ยังจะเถียงอีก!”

เม่าเม่าไม่ยอมจบง่าย ๆ

“เจ้า...!”

คำพูดของเม่าเม่าทำให้ไป๋เพียวเพียวอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ใบหน้าแดงจนถึงลำคอ แล้วสุดท้ายก็กัดฟันแน่นตวัดฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นคมมีด ฟาดลงบนต้นคอของเม่าเม่า

ดวงตาพลิกขาว เม่าเม่าทิ้งตัวลงพื้นหมดสติไปในทันที

เห็นดังนั้น ไป๋เพียวเพียวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วนั่งลงบนเตียง

มือเลื่อนแตะใบหน้าที่ร้อนผ่าว รู้ตัวว่าแดงถึงคอแล้วจริง ๆ

เมื่อนึกถึงเรื่องบ้า ๆ ที่เพิ่งทำลงไป ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี...

อี้เฟิงยังคงคิดถึงอาการบาดเจ็บของจงชิง จึงเร่งฝีเท้าไม่หยุดตรงมุ่งหน้าลงจากเขา

ส่วนที่โรงฝึกยุทธ์ เมื่อไร้เงาเจ้าของอย่างอี้เฟิง บรรยากาศก็เงียบเหงาลงมาก ต่างจากความคึกคักก่อนหน้า

เจ้าหมาบื้ออ๋าวชิ่ง นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นด้วยความเบื่อหน่าย ปากหาวหง่าวไม่หยุด

“ฮิ้ว~”

“เจ้าหมาน้อย มานี่หน่อยสิ”

จู่ ๆ ก็มีเสียงผิวปากแว่วเข้าหูพร้อมกับน้ำเสียงขี้เล่นอันหนึ่งดังขึ้น

ทันทีที่ได้ยิน ขนทั่วตัวของอ๋าวชิ่งก็ชูชัน หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันเด้งตัวลุกขึ้นทันที สี่ขาสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม

เหงื่อเย็นไหลทั่วหลัง มันค่อย ๆ หันหน้าไปทางฝาปิดบ่อที่อยู่ด้านหลังอย่างหวาดกลัว

“ทะ ท่านโครงกระดูก...มีอะไรจะบัญชาหรือขอรับ?” อ๋าวชิ่งพูดตะกุกตะกักด้วยความหวาดหวั่นเต็มขั้น...

จบบทที่ ตอนที่ 133 ทุกอณูช่างไม่ธรรมดาเสียจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว