- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 84 ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง
ตอนที่ 84 ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง
ตอนที่ 84 ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง
ตอนที่ 84 ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง
“แคร่ก!”
หลี่ม่อเช่อถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะกับถ้อยคำนั้น
แต่ทันใดนั้น เขาก็ส่ายหัวอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“ไม่นะ...เป็นไปไม่ได้!”
“ในโลกนี้จะมีเทพได้ยังไงกัน?”
“และข้าหลี่ม่อเช่อ...จะไปมีโชคร้ายปะทะกับเทพเข้าได้ยังไง ถึงแม้เขาจะเป็นเทพ ก็ไม่มีทางมาปรากฏตัวในเมืองผิงเจียงเล็ก ๆ แห่งนี้หรอก!”
“เทพ”
เทพคืออะไร?
เทพคือสิ่งที่เหนือกว่านักพรตเซียนนับไม่ถ้วน มีอำนาจควบคุมกฎเกณฑ์ของสวรรค์และปฐพี แม้แต่นักยุทธ์ระดับจักรพรรดิยังเป็นแค่เศษธุลีในสายตาของเทพเท่านั้น
สิ่งมีชีวิตที่สูงส่งจนเกินขอบเขตการรับรู้ จะมาต่ำต้อยอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ยังไง?
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก”
เสียงเย็นยะเยือกแผ่วเบาดังออกมาจากใต้ผ้าคลุมดำ
“เพราะข้า...ในฐานะข้ารับใช้ของนายท่าน...ข้าเองก็เป็นเทพ”
“พูดบ้าอะไรของเจ้า!”
หลี่ม่อเช่อกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
“เจ้าคิดว่าเทพเป็นผักกาดหรือไง หาได้ตามตลาดทั่ว ๆ ไปหรือ?”
“เจี๊ยกๆๆๆ…”
เสียงหัวเราะแหลมต่ำเย็นเยียบดังขึ้น ริมผ้าคลุมนั้น กะโหลกหัวของชายชุดดำดูเหมือนจะยิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อย
จากนั้น แขนเสื้อดำก็สะบัดออก
“ครืน!”
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น ฟ้าผ่าเส้นหนึ่งกระแทกลงบนตัวหลี่ม่อเช่ออย่างแม่นยำและในขณะเดียวกัน ฝนก็เทกระหน่ำลงทั่วร่างของเขา
“แคร่ก!”
แต่เพียงชั่วพริบตา ฝนก็หยุดลงกะทันหัน ทว่าอากาศรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งอย่างฉับพลัน จนหลี่ม่อเช่อกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งทั้งตัว
“ซู้ดดด!”
ต่อมาเพียงครู่เดียว ท้องฟ้าก็ลุกโชติช่วงด้วยเปลวเพลิงที่ปกคลุมทั่วบริเวณ รูปสลักน้ำแข็งของหลี่ม่อเช่อถูกย่างจนเลือดเนื้อไหม้เกรียม
“ฟู่!”
ไฟยังไม่ทันมอด ดินฟ้าก็หมุนวนด้วยพายุรุนแรง จนร่างของหลี่ม่อเช่อบิดเบี้ยวไปตามลม
“อ๊ากกกกกกก!!”
ความเจ็บปวดสุดแสนสาหัส ทำให้เขากรีดร้องลั่นสั่นสะเทือนฟ้า
ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว หลี่ม่อเช่อถูกสรรพสิ่งในธรรมชาติทั้งลม ไฟ ฟ้าและฝน หลอมรวมลงโทษจนสภาพเละเทะ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สั่นสะท้านพลางเอ่ยเสียงสั่นว่า
“กฎ…กฎแห่งธรรมชาติ นี่มันคือกฎแห่งธรรมชาติในตำนานจริง ๆ?”
“ตอนนี้…เชื่อหรือยัง?”
“ถ้ายังไม่เชื่ออีกล่ะก็…”
เสียงยังพูดไม่ทันจบ ชายชุดดำก็ยกฝ่ามือขึ้นอีกครั้ง
ในขณะนั้นเอง หลี่ม่อเช่อเบิกตากว้างสุดขีดเพราะเขารู้สึกได้ถึงกาลเวลาที่กำลังไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว เขาราวกับผ่านฤดูใบไม้ผลิ ร้อน ใบไม้ร่วงและฤดูหนาวไปนับไม่ถ้วน ร่างกายและผิวหนังแก่เฒ่าลงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนระเบิดออกจากปากของหลี่ม่อเช่อ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงปูดโปน
เพราะสิ่งที่ชายชุดดำมอบให้ มิใช่ความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่เป็นความหวาดกลัวอันไร้ขีดจำกัดในจิตใจ
ลองจินตนาการดู
ถ้าคนคนหนึ่งสามารถมองเห็นเวลาที่ไหลผ่านไปต่อหน้าต่อตา
เห็นร่างกายของตนเองแก่ลงเรื่อย ๆ อย่างช่วยไม่ได้
นั่นคือความสยองขวัญถึงขีดสุดของมนุษย์
“นี่คือ…กฎแห่งกาลเวลา เจ้าคือ…เทพจริง ๆ งั้นรึ?”
ดวงตาของหลี่ม่อเช่อแทบถลน ร่างกายสั่นเทิ้มไม่หยุด
เขาอยากรอดตาย แต่ตอนนี้แม้แต่ความคิดจะหนียังไม่กล้าคิดขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ
ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างที่สุด
ไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะตาถั่วไปแย่งของจากเทพ
ไปช่วงชิงโชควาสนาจากเทพ?
แบบนี้มันไม่ต่างจากเอาหัวไปโขกศาลเจ้ายมบาลเลยไม่ใช่เรอะ?
แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ยอมรับชะตาชีวิต…
โชคร้ายขนาดไหนกัน ถึงได้เตะเข้ากับแผ่นเหล็กที่แข็งขนาดนี้?
“พอแล้ว ตายซะเถอะ”
ชายชุดดำเหมือนไม่สนใจจะพูดกับเขาอีก ยกมือขึ้นบีบกลางอากาศ
เสียงปังดังขึ้น ร่างของหลี่ม่อเช่อก็ระเบิดหายไปทั้งตัว ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
“หนี! หนีให้เร็วที่สุด!!”
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ถูกหลู่ต้าซงที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืดเฝ้ามองตั้งแต่ต้นจนจบ
แม้ว่าเขาจะไม่อาจสัมผัสได้ถึงกฎแห่งธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงรอบตัวหลี่ม่อเช่อ
แต่ระดับพลังของหลี่ม่อเช่อนั้น เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนระดับจ้าวยุทธ์
แต่ชายชุดดำกลับฆ่าเขาได้ง่ายราวกับบีบแมลง…
แสดงว่าชายชุดดำนั้น อย่างน้อยต้องเป็นยอดฝีมือระดับเหนือจ้าวยุทธ์หรือถึงขั้นนักบุญยุทธ์
ดังนั้นหลู่ต้าซงที่กลัวโดนลูกหลงก็ไม่คิดจะดูต่ออีก รีบหมุนตัววิ่งหนีแทบไม่ทัน
แต่พอเพิ่งจะขยับตัวไปไม่ทันไร ก็รู้สึกราวกับร่างจมลงในปลักโคลน ขยับไม่ได้
ต่อจากนั้น มือยักษ์มือหนึ่งก็โผล่ขึ้นจากด้านหลัง คว้าตัวเขาไว้ได้ในพริบตา
หลู่ต้าซงถึงกับขวัญหนีสติแตก ร้องเสียงหลง
“ท่านอาวุโส! ท่านอาวุโส ข้าผิดไปแล้ว! ข้าแค่ผ่านมาเท่านั้นเองงงงงง!”