- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 57 หนิงเสวียนอู่ผู้อาภัพ
ตอนที่ 57 หนิงเสวียนอู่ผู้อาภัพ
ตอนที่ 57 หนิงเสวียนอู่ผู้อาภัพ
ตอนที่ 57 หนิงเสวียนอู่ผู้อาภัพ
ในเวลาไม่นาน
หนิงเสวียนอู่เป็นผู้นำคณะ พาทุกคนมาหยุดอยู่ในเงามืดไม่ไกลจากหน้าโรงฝึกเล็กๆ แห่งนั้น
“หึ!”
“แค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ยังกล้าทำให้ข้าต้องเสียเวลาไปมากมาย ดูสิว่าข้าจะตบให้กลายเป็นแผ่นเนื้อยังไง!” หนิงเสวียนอู่กล่าวอย่างโกรธแค้น
“อาจารย์เจ้าคะ ข้าว่าเรายังควรระวังไว้ก่อนดีกว่านะเจ้าคะ อย่างน้อยก็ควรตรวจสอบอีกทีว่าข่าวที่สวีคุนเอามานั้นจริงหรือไม่” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ขมวดคิ้ว พูดอย่างวิตก
“หึ!”
“เจ้ากำลังบอกให้ข้าระวังแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งงั้นหรือ?”
หนิงเสวียนอู่โกรธจนแทบระเบิด
“ข้ารู้สึกว่าบางอย่างยังไม่ชอบมาพากล อีกอย่างท่านดูนั่นสิ…” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์หรี่ตา มองไปยังโรงฝึกก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ที่นี่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของเราโดยตลอด แต่กลับมีตาลุงสี่คนนั่งอยู่หน้าประตูโรงฝึก ท่านไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือ?”
“หึ นั่นก็เพราะการเฝ้าระวังของพวกเจ้ามีช่องโหว่ไงล่ะ” หนิงเสวียนอู่กล่าวอย่างดูแคลน “อีกอย่าง มนุษย์ธรรมดาย่อมมีญาติพี่น้องมากมาย ลุงรอง ย่าทวด หรืออะไรก็แล้วแต่ พวกตาแก่พวกนั้นคงเป็นพวกญาติเก่าอะไรทำนองนั้นแหละ”
“ในสายตาข้า ไม่ว่าจะลุงรองหรือย่าทวด พอเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ก็เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น!”
พร้อมกับเสียงคำราม หนิงเสวียนอู่ก็ปล่อยพลังออกมาเต็มกำลัง พลางพุ่งตัวขึ้นฟ้าเป็นเงาวูบ ถาโถมพลังลงสู่โรงฝึกอย่างเกรี้ยวกราด
ในพริบตาเดียว เขาก็ลอยอยู่เหนือโรงฝึก
ขณะเดียวกัน ตาลุงสี่คนที่กำลังนั่งรับพลังเจตจำนงจากป้ายไม้ด้านหน้าโรงฝึก ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพลังจากด้านบน จึงลืมตาขึ้นพร้อมกัน
แววตาคมกริบทั้งสี่สาย พุ่งตรงไปยังหนิงเสวียนอู่
ใครกันกล้าดีมารุกรานถึงโรงฝึก? ยิ่งกว่านั้น กล้ารบกวนช่วงเวลาสำคัญของพวกเขาอีก?
ทว่า หนิงเสวียนอู่ที่กำลังเดือดดาล กลับไม่สนใจแม้แต่น้อยกับสายตาทั้งสี่
“แค่ตาแก่ธรรมดาสี่คนสินะ ก็ให้พวกนี้กับโรงฝึกเน่าบัดซบแห่งนี้มลายหายไปพร้อมกันเถอะ!”
“มดปลวก จงตายเสียเถอะ!”
เขาแค่นหัวเราะเย็นๆ แล้วตวัดมือกลางอากาศ ปล่อยฝ่ามือยักษ์ลงมาครอบคลุมทั่วทั้งโรงฝึก
ทว่า…
การกระทำนี้ได้กระตุ้นความเดือดดาลของลุงทั้งสี่ทันที พวกเขาลุกพรวดขึ้นพร้อมกัน พลังระดับจ้าวยุทธ์ที่ทรงพลังและลึกล้ำระเบิดออกจากร่างในทันที
เพียงแค่พลังแผ่ออก ทั่วท้องฟ้าก็ถูกกดดันจนมืดครึ้ม
“จะ…จ้าว…”
“จ้าวยุทธ์งั้นรึ?”
หนิงเสวียนอู่ที่ลอยอยู่กลางอากาศหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้าน คำพูดเริ่มติดขัด ดวงตาแทบถลน
ตาแก่สี่คนที่นั่งอยู่หน้าโรงฝึกกลับเป็นจ้าวยุทธ์ทั้งสี่คน?
เขาแค่ราชายุทธ์ตัวเล็กๆ ดันกล้าเหวี่ยงฝ่ามือใส่จ้าวยุทธ์ถึงสี่คน?
นี่มันบ้าระห่ำชัดๆ
และทันใดนั้นเอง
เขาก็เหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ร่างกายพลันเย็นเยียบจนเหงื่อชุ่มทั้งตัว
แหวนลูกคิดที่เห็นอยู่คือสมบัติระดับจ้าวแผ่นฟ้าดาราพยากรณ์ใช่ไหม?
และเจ้าของแผ่นฟ้าดารานั้นมีเพียงผู้เดียวเท่านั้น หลี่ม่อเช่อแห่งฉายาบัญชีมรณะ
ลุงที่แขวนกระดูกทั่วร่างนั่น…
ก็ทำให้เขานึกถึงหนึ่งในตัวอันตรายที่เคยล้างบางทั้งสำนักและนำกระโหลกของผู้อาวุโสมาทำเป็นเครื่องประดับ ฉู่สือกวง
ส่วนเจ้าผอมซีดอีกคน ดูเหมือนจะเป็นซุนจู้เก๋อผู้ถูกเล่าขานว่าเกิดมาชีพจรพิการแต่ใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามพลิกชะตาจนกลายเป็นตำนาน
และคนสุดท้าย ผู้ถือคราดหน้าตาธรรมดา แต่เพียงเพราะถูกหลอกในเมืองแห่งหนึ่งแล้วโกรธจัดถึงขั้นฆ่าล้างเมืองทั้งเมือง จากนั้นก็หายสาบสูญไปอู๋หย่งหง
ทันทีที่เขาตระหนักถึงตัวตนของทั้งสี่ หนิงเสวียนอู่ก็แทบจะร้องไห้ออกมา
พวกจอมยุทธ์คลั่งโลกที่หายสาบสูญไปนานกลับมาพร้อมกันตรงหน้าโรงฝึกแห่งนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
คุณพระช่วย
ต่อหน้าคนพวกนี้ เขาราชายุทธ์ผู้น้อยก็เหมือนแค่ลูกหมา
สมัยที่ชื่อเสียงของพวกเขาดังกระหึ่ม เขายังใส่กางเกงเป้าตุงวิ่งเล่นอยู่เลยด้วยซ้ำ
ในชั่วพริบตา
หนิงเสวียนอู่ที่เมื่อครู่ยังแผ่รังสีคุกคามอย่างองอาจ ตอนนี้กลับหดตัวเหมือนมะเขือเปียก หมดท่าในพริบตา!
ไม่สนใจว่าตนจะถูกพลังสะท้อนย้อนกลับหรือไม่ เขารีบถอนการโจมตีทันที ไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าทั้งสี่ วิ่งหนีตายกลางอากาศราวกับลิงตกใจ
ต้องยอมรับว่าท่วงท่าการหนีของเขานั้นเรียกได้ว่าพริ้วราวกับสายน้ำไหล
เหงื่อเต็มหน้าผาก เหยียบอากาศหนีอย่างเต็มกำลัง เพียงหวังจะหนีให้พ้นจากสายตาของพวกเขาให้เร็วที่สุด
ทว่า…
ในวินาทีต่อมา
สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ร่างกายเย็นเยียบถึงกระดูกสันหลัง
พลังลึกล้ำสายหนึ่งพุ่งเข้าครอบคลุม ล็อกเขาเอาไว้ในอากาศอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะดึงเขากลับมาด้วยพลังที่ไร้ทางต้าน