เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ฮ่องเต้ไม่รีบ

บทที่ 10 ฮ่องเต้ไม่รีบ

บทที่ 10 ฮ่องเต้ไม่รีบ


บทที่ 10 ฮ่องเต้ไม่รีบ

◉◉◉◉◉

สิบโมงเช้า

ข่าวสองเรื่องแพร่สะพัดไปทั่วหยุนไห่มีเดียราวกับไฟลามทุ่ง

ข่าวแรก: การไต่ชาร์ตของแผนกเพลงในเดือนสิงหาคม พ่ายยับเยินอีกครั้ง

ข่าวที่สอง: เฮ่าหมิงซิง นักร้องเสียงพังจากแผนกขับร้อง ปล่อยเพลงใหม่ และทะยานขึ้นสู่ท็อป 50 ของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ได้โดยไม่มีการโปรโมทใดๆ ทั้งสิ้น

ข่าวสองเรื่องนี้ทำเอาพนักงานเกือบทั้งบริษัทไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน

สำหรับข่าวแรก ทุกคนต่างชาชินกับมันเสียแล้ว

“ไม่มีเพลงไหนติดท็อปเท็นของทั้งสองชาร์ตอีกแล้วเหรอ?”

“ก็ว่าแล้ว”

“แผนกแต่งเพลงมันห่วยแตกเกินไปแล้ว แนะนำให้โละทิ้งยกชุดได้แล้ว”

“แนะนำให้บริษัทยุบแผนกเพลงไปซะ แล้วไปทุ่มเทกับงานแสดงดีกว่า”

แต่พอได้ยินข่าวที่สอง หลายคนกลับรู้สึกว่ามันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ

“เฮ่าหมิงซิง? เพลงของเขาติดชาร์ตศิลปินหน้าใหม่เนี่ยนะ?”

“เสียงพังแล้วยังจะร้องเพลงได้อีกเรอะ?”

“จริงดิ?”

“เชี่ย! พวกมึงรีบไปฟังเพลงนี้ด่วนเลย แม่งโคตรเจ๋ง!”

“แม่เจ้าโว้ย เสียงแบบนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว”

“ช็อกทั้งตระกูลเลยกู เสียงของเฮ่าหมิงซิงจะร้องเพลงแบบนี้ออกมาได้เนี่ยนะ”

“ตาฝาดแน่ๆ ต้องตาฝาดแน่ๆ”

จะว่าไปแล้ว เพลงใหม่ในร้อยอันดับแรกของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นเพลงที่ค่ายเพลงทุ่มเงินโปรโมททั้งสิ้น

ดังนั้น การที่เพลงใหม่เพลงหนึ่งซึ่งไม่มีการโปรโมทและไม่มีฐานแฟนคลับเลย จะสามารถทะยานขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ภายในคืนเดียว ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร

แต่หลายคนก็คิดว่าอันดับของเพลง «ไม่เป็นไร» คงมาถึงทางตันแล้ว

เพราะเพลงที่ไม่มีการโปรโมท ย่อมเข้าถึงคนฟังได้น้อยเกินไป

ในขณะที่เพลงของศิลปินหน้าใหม่คนอื่นๆ ยังคงได้รับการโปรโมทและปรากฏตัวผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง หลายคนจึงรู้สึกว่า หากไร้ซึ่งการโปรโมท อันดับของเพลง «ไม่เป็นไร» มีแนวโน้มสูงที่จะร่วงลง

แต่ทว่า!

ในไม่ช้า!

หลายคนก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อพบว่า เมื่อเวลาผ่านไป อันดับของเพลง «ไม่เป็นไร» ไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ตอนสิบเอ็ดโมงกว่า ก็พุ่งขึ้นไปถึงอันดับที่ 34 แล้ว

หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง

พระเจ้าช่วย!

เพลงที่ไม่มีการโปรโมท ทะยานเข้าสู่สามสิบอันดับแรกของชาร์ตได้ในเวลาแค่ครึ่งวันเนี่ยนะ?

“กูตามไม่ทันแล้วว่ะ”

“แม่เจ้าโว้ย”

“จะเอาให้ตายกันไปข้างเลยรึไง? พุ่งแรงขนาดนี้?”

“พระเจ้า... มันยังไต่อันดับขึ้นไปอีก”

“มันกำลังมุ่งหน้าไปที่อันดับยี่สิบกว่าแล้ว!”

ขณะที่พนักงานกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ เฉียนหลุนที่พุ่งพรวดออกจากห้องไปก่อนหน้านี้ กำลังยืนประจันหน้ากับผู้รับผิดชอบของแผนกโปรโมท

เขามองจ้องอีกฝ่ายเขม็ง แล้วพูดเน้นทีละคำ: “เปลี่ยนแผนการโปรโมทเดี๋ยวนี้! โยกงบโปรโมทของนักร้องหน้าใหม่ทั้งหมดมา 50% แล้วทุ่มให้กับเพลง «ไม่เป็นไร» ซะ!”

ผลงานดี

ก็ต้องโปรโมทสิ

จะปล่อยให้เพลง «ไม่เป็นไร» วิ่งแก้ผ้าไปตลอดได้ยังไง

ผู้รับผิดชอบแผนกโปรโมทถึงกับสะดุ้ง “เอางบ 50% มาทุ่มให้เพลง «ไม่เป็นไร» เพลงเดียวเนี่ยนะ? มันจะเยอะเกินไปรึเปล่าครับ?”

เฉียนหลุนกำลังจะอ้าปากพูด

เสียงแจ้งเตือนข้อความในมือถือก็ดังขึ้น

เขาก้มลงมองแวบหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นพูดว่า: “เมื่อกี้ฉันพูดผิด ไม่ใช่ 50%”

ผู้รับผิดชอบแผนกโปรโมทยิ้มเล็กน้อย: “ผมว่าแล้ว งบ 50% มันเยอะเกินไปจริงๆ ด้วย”

“ไม่”

เฉียนหลุนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น: “เมื่อกี้ฉันประเมินมันต่ำไป ขอให้ยกเลิกงบโปรโมทของนักร้องหน้าใหม่คนอื่นๆ ทั้งหมด แล้วเปลี่ยนเป็นโฆษณาโปรโมทเพลง «ไม่เป็นไร» แทน”

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”

“ฉันไม่ได้บ้า! พวกนั้นมันพวกไร้ประโยชน์ ให้งบไปก็ไม่ช่วยอะไร สู้ไม่ให้ซะดีกว่า”

“ผมว่าคุณนั่นแหละที่บ้าไปแล้ว”

“งั้นคุณมาดูข้อความนี่ซะ”

ผู้รับผิดชอบแผนกโปรโมทชะโงกหน้าเข้าไปดู ข้อความบนหน้าจอเขียนว่า: «ไม่เป็นไร» ทะยานเข้าสู่อันดับที่ 34 ของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่แล้ว!

เขากลืนน้ำลายเอื๊อก

ครู่ใหญ่ถึงได้สติกลับมา: “คุณพูดถูก คนอื่นมันพวกไร้ประโยชน์จริงๆ งั้นก็เอาตามที่คุณว่า ทุ่มงบของศิลปินหน้าใหม่ทั้งหมดไปที่เพลง «ไม่เป็นไร» เลย”

“เริ่มได้!”

เฉียนหลุนพยักหน้า

ตอนเที่ยงวัน พนักงานของหยุนไห่มีเดียก็พบว่า โฆษณาโปรโมทเพลงของศิลปินหน้าใหม่ก่อนหน้านี้ถูกถอดออกทั้งหมดอย่างกะทันหัน แล้วแทนที่ด้วยโฆษณาของเพลง «ไม่เป็นไร» เพียงเพลงเดียว

ณ บัดนี้ «ไม่เป็นไร» ได้เริ่มเปิดฉากการโปรโมทอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อคืนตอนเที่ยงคืน

หวังโม่ไม่ได้สนใจอันดับบนชาร์ต ไม่ใช่ว่าเขาใจเย็น แต่เป็นเพราะหลังจากเที่ยงคืน เขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นข้างหู:

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ: ปล่อยเพลง «ไม่เป็นไร» บนแพลตฟอร์มเพลง】

【รางวัลภารกิจ: หีบสมบัติทองแดง*2】

โอ้เย!

หวังโม่กำหมัดแน่น แล้วสั่งการอย่างไม่ลังเล: “เปิดหีบสมบัติ”

【อิงตามสถานการณ์ปัจจุบันของโฮสต์ หีบสมบัติจะสร้างไอเท็มที่โฮสต์ต้องการที่สุดโดยอัตโนมัติ...ระบบกำลังสร้าง...สร้างเสร็จสิ้น...】

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์: เชี่ยวชาญความรู้เกี่ยวกับการแต่งเพลง (ระดับสูง)】

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์: ได้รับเพลง «ปีกที่มองไม่เห็น»】

หีบสมบัติสองใบ ไอเท็มสองชิ้น

เริ่มจากรางวัลชิ้นแรก

หวังโม่รู้สึกว่าในหัวของเขามีความรู้เกี่ยวกับการแต่งเพลงผุดขึ้นมานับไม่ถ้วนในทันที ทำให้ระดับการแต่งเพลงที่กระท่อนกระแท่นของเขากระโดดขึ้นไปสู่ระดับของผู้รู้ลึกรู้จริงในบัดดล

เขาลอบพยักหน้าในใจ: “ระบบคงกลัวว่าฉันจะโป๊ะแตกสินะ อุตส่าห์เขียนเพลงคุณภาพอย่าง «ไม่เป็นไร» ออกมาได้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนมาสืบประวัติฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะเคยเรียนแต่งเพลงมาก่อน แต่ก็ยังอาจจะหลุดพิรุธได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้...ก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาขุดคุ้ยแล้ว”

ระบบช่างอบอุ่นเสียนี่กระไร

ส่วนรางวัลชิ้นที่สอง

หวังโม่จ้องมองมันอยู่นาน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเพลงนี้!

คุณค่าของหีบสมบัติทองแดงใบที่สองนี้ มันสูงเกินไปแล้ว

เพราะเขารู้ดีว่า: เพลงนี้ คือเพลงที่สามารถสร้างตำนานบทใหม่ได้เลยทีเดียว

แน่นอนว่าเป็นเวอร์ชันดั้งเดิมของจางเส้าหาน ไม่ใช่เวอร์ชันปีกหักของเถิงเก๋อเอ่อร์

ท่วงทำนองในหัวของเขาย้อนกลับมาหลายต่อหลายครั้ง

แม้ว่าจะเป็นเพลงที่เขาฟังมาเป็นสิบๆ ปีในชาติก่อน แต่เมื่อได้ยินอีกครั้งในตอนนี้ ก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง

หากจะให้อธิบายด้วยประโยคเดียวก็คือ: ของดีไม่มีวันเก่า

อย่างเพลงพวก เหมียว เหมียว เหมียว, รองเท้าสเก็ต, ซารื่อหล่าง...อะไรพวกนั้น ในช่วงหนึ่งอาจจะดังเป็นพลุแตก แต่พอผ่านไปสักสองสามเดือน กระแสก็จะหายไปหมด

แต่เพลงคลาสสิกที่แท้จริง คือเพลงดีที่ผ่านการพิสูจน์ของกาลเวลา และยังคงเป็นที่นิยมสืบไปแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ดึงสติกลับมา

หวังโม่เข้าเว็บ ‘หยุนหว่าง’ รีเฟรชชาร์ตเพลงดู

เขาพบว่าเพลง «ไม่เป็นไร» ยังไม่สร้างแรงกระเพื่อมใดๆ บนชาร์ตเลย

แต่เขาก็ไม่ได้ร้อนใจ เขารู้ว่าช่วงแรกเพลงนี้ไม่มีการโปรโมท ดังนั้นหลังจากนี้คงต้องอาศัยการบอกต่อแบบปากต่อปากไปเรื่อยๆ หากผ่านไปอีกหลายวันแล้วยังไม่มีผลงานที่ดีขึ้น ค่อยหาทางแก้ไขอีกที

ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ: นอน!

เนื่องจากนอนดึกเกินไป พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น หวังโม่ก็ตกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนยาวมาจนถึงสิบโมงกว่าแล้ว

“บ้าเอ๊ย นอนเพลินไปหน่อย ระบบ ทำไมนายไม่เตือนฉันเลย?”

โชคดีที่เขาไม่ต้องตอกบัตรเข้าทำงาน ไม่อย่างนั้นคงแย่แน่

ระบบ: 【โปรดทราบ ระบบนี้ไม่ใช่นาฬิกาปลุก】

“แล้วนายเป็นนาฬิกาปลุกได้มั้ยล่ะ?”

【ตามทฤษฎีแล้ว สามารถทำได้】

“ก็แค่นั้นแหละ ต่อไปถ้าฉันนอนเพลิน นายก็ ‘กริ๊งๆๆ’ ปลุกฉันด้วยนะ”

ระบบเงียบไป

มันเป็นระบบที่มีหลักการ จะให้มาเป็นนาฬิกาปลุกไม่ได้

หลังจากที่หวังโม่มาถึงบริษัท ก็เป็นเวลาเลยเที่ยงวันไปแล้ว

ในขณะนี้ เพลง «ไม่เป็นไร» ก็เพิ่งจะเริ่มการโปรโมทอย่างเต็มรูปแบบพอดี

หวังโม่ที่ยังไม่ได้รับข่าวสารใดๆ เมื่อก้าวเข้าสู่แผนกแต่งเพลง ก็เห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขาราวกับนัดกันไว้

มีทั้งความตกตะลึง

ความงุนงง

และความร้อนแรง

“เป็นอะไรกันไปหมด?”

หวังโม่ก้มลงมองตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซิปก็ไม่ได้เปิดนี่นา

แต่ในไม่ช้า เขาก็ได้ยินเสียงร้องเหมือนห่านดังลั่นออกมาจากออฟฟิศของหลิวเจิ้งเหวิน

เกินไปแล้ว!

ผู้จัดการหลิวแอบเลี้ยงห่านในออฟฟิศ!

แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็เห็นห่านตัวนั้นพุ่งออกมาจากออฟฟิศ...เอ๊ะ? ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ห่าน แต่เป็นผู้จัดการหลิว!

หลิวเจิ้งเหวินเห็นหวังโม่ ดวงตาก็เปล่งประกายสีเขียว: “ฮ่าๆๆๆ กระเป๋า! เครื่องสำอาง!...แค่กๆ ไม่ใช่...หวังโม่ ในที่สุดนายก็มา! ฉันคิดถึงนายจะตายอยู่แล้ว!”

“ผู้...จัดการหลิวครับ แต่ผม...ไม่ได้คิดถึงคุณ”

หวังโม่หลบอ้อมกอดแบบเจ้าหญิงของหลิวเจิ้งเหวินอย่างรวดเร็ว

หลิวเจิ้งเหวินไม่ได้สนใจท่าทีหลบเลี่ยงของหวังโม่ เขามองสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วถาม: “นายยังไม่รู้เรื่องอีกเหรอ?”

หวังโม่: “เรื่องอะไรครับ?”

หลิวเจิ้งเหวิน: “ที่แท้นายก็ไม่รู้จริงๆ ด้วย! ฉันจะบอกข่าวดีให้! เพลงของนาย! เพลงที่นายเขียน! พุ่งเข้าสู่สามสิบอันดับแรกของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่แล้ว! นายทำเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้ฉันเลยนะเนี่ย! เหอะๆๆ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~~~”

เอาเข้าไป

ที่แท้เสียงห่านก็มาจากนี่เอง

หวังโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย: “แค่สามสิบกว่าอันดับเอง จะตื่นเต้นอะไรกันนักหนาครับ?”

“นาย!”

หลิวเจิ้งเหวินพูดอย่างหัวเสีย: “แค่สามสิบกว่าอันดับ? นายต้องรู้นะว่าเพลงของนายน่ะไม่มีการโปรโมทเลยสักนิด! แต่กลับสามารถพุ่งขึ้นมาถึงอันดับนี้ได้ในเวลาแค่ครึ่งวัน! ต้องบอกว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยนะ! ตอนนี้บริษัทตัดสินใจจะโปรโมทเพลง «ไม่เป็นไร» ครั้งใหญ่แล้ว แค่โปรโมทให้ถึงที่ มันต้องพุ่งเข้าสู่ท็อปเท็นของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่ได้อย่างแน่นอน!

ท็อปเท็น!

ท็อปเท็นเลยนะ!

นายรู้มั้ยว่านี่มันหมายความว่าอะไร? หมายความว่ากระเป๋าของเมียฉัน...แค่กๆ หมายความว่านายได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมา! และยังหมายความว่าต่อไปนี้นายคือผู้มีคุณูปการต่อแผนกแต่งเพลงของเรา!”

“อ๋อครับ”

หวังโม่พยักหน้ารับรู้ ท็อปเท็นของชาร์ตศิลปินหน้าใหม่งั้นเหรอ? มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอะไรเลยจริงๆ

หลิวเจิ้งเหวินเห็นหวังโม่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ในใจก็คิดว่า เด็กคนนี้มันนิ่งเกินไปแล้ว

ช่างเป็นเรื่องที่ฮ่องเต้ไม่รีบร้อน แต่ขันทีร้อนใจจะตายจริงๆ

ถุย!

มีใครเขาด่าตัวเองแบบนี้บ้างวะ?

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 ฮ่องเต้ไม่รีบ

คัดลอกลิงก์แล้ว