เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 - เข้าใจในรัก ผู้ฝึกตนสร้างฐานมาเยือน

บทที่ 160 - เข้าใจในรัก ผู้ฝึกตนสร้างฐานมาเยือน

บทที่ 160 - เข้าใจในรัก ผู้ฝึกตนสร้างฐานมาเยือน


บทที่ 160 - เข้าใจในรัก ผู้ฝึกตนสร้างฐานมาเยือน

◉◉◉◉◉

ทั้งสองออกจากโรงวารีปราณ เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่ เฉินจื่อหย่าจึงเสนอว่า ไปหาดูว่าที่ไหนมีขายเครื่องในอสูร ทั้งสองกินเสร็จแล้วค่อยกลับ

หลินฉางชิงยินดีเห็นด้วย อันที่จริงการเดินเที่ยวลานแผงลอยและโรงวารีปราณ รวมแล้วก็ใช้เวลาไปประมาณสามชั่วยามเท่านั้น ตอนนี้กลับเรือโดยสารก็เร็วเกินไปจริงๆ

เพราะไม่รีบร้อน จึงไม่ได้ไปถามทางโดยเฉพาะ ทั้งสองเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ถือเป็นการฆ่าเวลา

แต่หลินฉางชิงไม่ได้ลดความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อย เพราะทั้งสองเพิ่งจะออกจากโรงวารีปราณ ใครจะรู้ว่าจะถูกคนไม่หวังดีจับตาดูหรือไม่ ดังนั้นสัมผัสเทวะจึงคอยสังเกตสภาพแวดล้อมและผู้คนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้กลับพบคนที่ไ่ม่ควรจะปรากฏตัวที่นี่ในระยะร้อยกว่าเมตรข้างหน้า ผู้ฝึกตนหญิงวัยกลางคนของตระกูลฉี มารดาของฉีจ่านเฟย หลินฉางชิงไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่านางจงใจตามหลินฉางชิงทั้งสองคนมา

ดังนั้นจึงตัดสินใจลองดู พอดีเห็นโรงอาหารแล้ว ทั้งสองเดินเข้าไป จ่ายหินปราณสองก้อน สั่งเครื่องในอสูรชามใหญ่คนละชาม เริ่มก้มหน้าก้มตากิน

อันที่จริงสัมผัสเทวะของหลินฉางชิงคอยจับตาดูมารดาของฉีจ่านเฟยอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า นางมาเพื่อหลินฉางชิงสองคนจริงๆ

นางไม่รู้ว่าสัมผัสเทวะของหลินฉางชิงทรงพลังถึงเพียงนี้ มิฉะนั้นคงจะไม่เข้าใกล้ขนาดนี้ และถึงแม้นางจะมีพลังบำเพ็ญสูง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีประสบการณ์ในการสะกดรอยตามคน

เป้าหมายชัดเจนเกินไป หลินฉางชิงสามารถตัดสินได้ง่ายดายว่านางกำลังสะกดรอยตามตนเองสองคน

หากตระกูลฉีรู้ว่าการตายของฉีจ่านเฟยเกี่ยวข้องกับตนเอง คนที่มาน่าจะเป็นฉีเต้าสง หรือกระทั่งปรมาจารย์เฉินซานด้วยซ้ำ เพราะตนเองและเฉินจื่อหย่าในระดับหนึ่งแล้วก็เป็นตัวแทนของท่านย่าทวดอวิ๋นเสีย

แต่ตอนนี้มีเพียงมารดาของฉีจ่านเฟยมาคนเดียว นั่นย่อมเป็นความตั้งใจของนางเอง แปดเก้าส่วนก็น่าจะเป็นเพราะตนเองปฏิเสธฉีจ่านเฟย ทำให้เขาต้องออกไปข้างนอกคนเดียวจนเสียชีวิต จึงได้โกรธแค้นตนเองสองคน

อาศัยจังหวะก้มหน้ากินข้าว เอ่ยปากว่า “น้องหญิง ฟังข้าพูดนะ ระวังอย่าตกใจเกินไป พวกเราถูกคนจับตาดูอยู่ เป็นมารดาของฉีจ่านเฟย อยู่ทางซ้ายของพวกเราประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร”

หลินฉางชิงรู้ว่าเฉินจื่อหย่าเคยแช่ของเหลววิญญาณม่วง สัมผัสเทวะย่อมต้องไกลกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร

เฉินจื่อหย่าได้ฟังก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นอาศัยจังหวะก้มหน้ากินข้าว สัมผัสเทวะก็แผ่ออกไปสำรวจในทิศทางที่หลินฉางชิงบอก ไม่นานก็พบผู้ฝึกตนหญิงวัยกลางคนคนนั้น

“ศิษย์พี่ ตอนนี้จะทำอย่างไร” หลังจากยืนยันสถานการณ์แล้ว เฉินจื่อหย่าก็ถามอย่างประหม่าเล็กน้อย

หลินฉางชิงอาศัยจังหวะกินข้าว ก้มหน้าพูด “สตรีนางนี้สะกดรอยตามพวกเราสองคน ต้องเป็นเพราะการตายของลูกชายนาง โกรธแค้นมาถึงพวกเราแน่

อาศัยเพียงพวกเราเองย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง มีเพียงต้องไปที่จวนผู้คุมเมืองฉีอวิ๋น ให้ท่านอาจารย์ปู่ของเจ้าตัดสิน”

เฉินจื่อหย่าได้ฟังหลินฉางชิงพูดเช่นนี้ ในใจก็สงบลงเล็กน้อย ก้มหน้าถามต่อ “จากตลาดไปยังเมืองฉีอวิ๋นยังมีระยะทางสิบกว่าลี้ พวกเราออกไปเช่นนี้จะไม่เป็นอันตรายเกินไปหรือ”

หลินฉางชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ใครบอกว่าพวกเราจะไปเมืองฉีอวิ๋นเอง รีบกินให้เสร็จแล้วตามข้ามา เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เองว่าเกิดอะไรขึ้น”

เฉินจื่อหย่ากระพริบตา เมื่อเห็นศิษย์พี่มั่นใจถึงเพียงนี้ นางก็วางใจลงมาก

จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ ไม่นานทั้งสองคนก็กินเครื่องในอสูรชามใหญ่สองชามหมด ออกจากโรงอาหาร มุ่งหน้าไปยังหอหมื่นสมบัติ

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ พนักงานหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีที่ดูฉลาดหลักแหลมก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ

“แขกสองท่านสวัสดีขอรับ ยินดีต้อนรับสู่หอหมื่นสมบัติ ข้าคือผู้นำทางการซื้อของของท่านทั้งสองในครั้งนี้ สองท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวตู้ก็ได้ขอรับ”

หลินฉางชิงพยักหน้า เอ่ยปากว่า “ข้าอยากจะซื้อของหน่อย”

“ได้ขอรับ แขกสองท่านเชิญขึ้นไปชั้นสอง ทางนี้ขอรับ”

พนักงานเสี่ยวตู้พาหลินฉางชิงทั้งสองคนไปยังห้องส่วนตัวเล็กๆ ห้องหนึ่งให้นั่งลง ทันใดนั้นก็มีสาวใช้ยกชาปราณสองถ้วยมาเสิร์ฟ หลินฉางชิงพยักหน้าให้นางเป็นการขอบคุณ

เสี่ยวตู้จึงเอ่ยปากถาม “แขกต้องการอะไรขอรับ”

“ข้าต้องการเรือทะลุเมฆาขั้นหนึ่ง ขอแบบที่เร็วหน่อย นั่งได้สองสามคนก็พอ”

เสี่ยวตู้รีบพยักหน้า “มีขอรับ แขกโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปนำมาให้ท่านดู” พูดจบ เขาก็ถอยออกไป

ไม่นาน เขาก็ถือถาดหนึ่งใบเดินเข้ามา บนถาดวางอาวุธวิเศษสามชิ้น

หลินฉางชิงมองดูอย่างตั้งใจ เป็นเรือวายุเบา เรือวายุคลั่ง และเรือทะลุเมฆาที่เคยเห็นที่หอหมื่นสมบัติเมืองเมฆาเขียวมาก่อน

เสี่ยวตู้กำลังจะเอ่ยปากแนะนำ หลินฉางชิงโบกมือ เอ่ยปากว่า “ไม่ต้องลำบาก เอาเรือวายุคลั่งนี่แหละ เท่าไร”

เสี่ยวตู้ตกใจเล็กน้อย ตอบโดยไม่รู้ตัว “เรือวายุคลั่งหกร้อยหินปราณขอรับ”

หลินฉางชิงพยักหน้า นำบัตรวีไอพีของหอหมื่นสมบัติและหกร้อยหินปราณมอบให้เสี่ยวตู้

หลังจากเสี่ยวตู้รับมาแล้ว ก็ใช้วิชาลับบันทึกการซื้อในครั้งนี้

มอบบัตรวีไอพีคืนให้หลินฉางชิง จากนั้นก็ถามโดยไม่รู้ตัว “แขกยังต้องการอะไรอีกหรือไม่ขอรับ”

หลินฉางชิงกำลังรอคำถามนี้อยู่พอดี เขาพยักหน้า “มี มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอให้เจ้าช่วย”

เสี่ยวตู้รีบพูด “แขกโปรดว่ามาเลยขอรับ”

หลินฉางชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก “เดี๋ยวพวกเราสองคนจากไปแล้ว

อยากจะขอให้เจ้าหลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ ช่วยพวกเราส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปยังจวนผู้คุม มอบให้ท่านอาจารย์ปู่ของพวกเราปรมาจารย์เฉินซานด้วยตนเอง ตอนนี้พวกเราถูกโจรปล้นชิงจับตาดูอยู่ ออกจากตลาดมีอันตราย

และขอให้เจ้าต้องนำคำตอบของปรมาจารย์เฉินซานกลับมาด้วย

อีกหนึ่งชั่วยามครึ่งพวกเราจะกลับมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะให้ค่าตอบแทนสี่ร้อยหินปราณ”

เสี่ยวตู้ได้ฟังก็มีสีหน้าลำบากใจ ขณะที่กำลังลังเลอยู่ หลินฉางชิงก็พูดต่อ “เจ้าไม่ต้องกลัว พวกเราจะออกไปล่อคนที่จับตาดูอยู่ จะไม่มีใครไปสนใจพนักงานตัวเล็กๆ อย่างเจ้า

ไปกลับหนึ่งเที่ยว ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็ได้สี่ร้อยหินปราณ และครั้งนี้ท่านอาจารย์ปู่ของพวกเราจะต้องจับโจรปล้นชิงกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก ไม่ทิ้งปัญหายุ่งยากไว้เบื้องหลัง บางทีถึงตอนนั้นอาจจะมีรางวัลพิเศษอะไรให้เจ้าอีกก็ได้”

เสี่ยวตู้ได้ฟังคำพูดของหลินฉางชิง คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบตกลง

หลินฉางชิงพูดกับเฉินจื่อหย่าอีกครั้งว่า “น้องหญิง เจ้าเขียนสถานการณ์ที่พวกเราเจอ บอกท่านอาจารย์ปู่ให้ชัดเจน แล้วก็มอบป้ายหยกแสดงตนของเจ้าให้เสี่ยวตู้เป็นเครื่องยืนยัน”

เฉินจื่อหย่าพยักหน้า นำแผ่นหยกแผ่นหนึ่งออกมาแนบไว้ที่หน้าผาก สลักสถานการณ์ที่ทั้งสองเจอเข้าไปในแผ่นหยก

จากนั้นก็ร่ายคาถาใส่แผ่นหยกเป็นชุด หลังจากเสร็จสิ้น ก็นำป้ายหยกแสดงตนศิษย์สายในของสำนักเมฆาเขียวของตนเอง พร้อมกับแผ่นหยกมอบให้เสี่ยวตู้

หลังจากเสี่ยวตู้รับป้ายหยกแสดงตนมา เห็นว่าเป็นป้ายหยกแสดงตนศิษย์สายในของสำนักเมฆาเขียวจริงๆ ถึงได้เชื่อว่าทั้งสองไม่ได้โกหกตนเอง

ประกอบกับหลินฉางชิงยังถือบัตรวีไอพีของหอหมื่นสมบัติ และค่าตอบแทนสี่ร้อยหินปราณที่เขาสัญญาไว้ เสี่ยวตู้ตัดสินใจเดินทางไปจวนผู้คุมให้พวกเขาสักเที่ยว

บอกให้เสี่ยวตู้ไม่ต้องส่ง ทั้งสองก็ออกจากหอหมื่นสมบัติไป เพิ่งจะเดินไปได้ไม่นาน สัมผัสเทวะก็พบว่ามารดาของฉีจ่านเฟยตามมาแล้ว

ทั้งสองมองหน้ากัน ไม่ได้พูดอะไรอย่างรู้กัน เพียงแค่เริ่มเดินเที่ยวไปในตลาดอย่างไร้จุดหมาย

กลัวว่าเฉินจื่อหย่าจะแสดงท่าทางไม่เป็นธรรมชาติ หลินฉางชิงจึงจูงมือเฉินจื่อหย่า ใบหน้าของนางก็แดงขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน กลับยอมให้หลินฉางชิงจูงอย่างว่าง่าย

เมื่อเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของเฉินจื่อหย่า และมือที่ถูกตนเองจับไว้ไม่ปล่อย หัวใจของหลินฉางชิงก็เต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง

ภาพนี้ถูกผู้ฝึกตนหญิงวัยกลางคนที่ตามอยู่ข้างหลังเห็นเข้า พอนึกถึงลูกชายของตนเองที่กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ส่วนฆาตกรสองคนที่ทางอ้อมทำให้ลูกชายของนางต้องตาย กลับยังมีอารมณ์มาหวานชื่นกันอยู่ที่นี่ ยิ่งโกรธจนกัดฟันกรอด อยากจะหั่นพวกมันเป็นชิ้นๆ สับเป็นร้อยท่อน

หลินฉางชิงก็จูงมือเฉินจื่อหย่าเช่นนี้ เดินเที่ยวไปทั่วถนนหนทาง แน่นอนว่าที่ที่เปลี่ยวเกินไปก็ไม่กล้าไป

กลัวว่าผู้ฝึกตนหญิงวัยกลางคนคนนั้นจะควบคุมตนเองไม่อยู่ ลงมือกับพวกเขาในตลาดโดยตรง

ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดและน่าตื่นเต้นเช่นนี้ มือที่จูงกันของทั้งสองก็ไม่เคยปล่อยออกจากกันเลย ตอนนี้ในใจของหลินฉางชิงก็มีความเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

ไม่ทันรู้ตัว หนึ่งชั่วยามครึ่งก็ผ่านไป ทั้งสองเดินเที่ยวรอบใหญ่แล้วก็กลับมาที่หอหมื่นสมบัติอีกครั้ง ในตอนนั้นเสี่ยวตู้ก็กลับมาแล้ว

เมื่อเห็นทั้งสอง ก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับทักทาย และพาคนทั้งสองไปยังห้องส่วนตัวเล็กๆ ชั้นบน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 160 - เข้าใจในรัก ผู้ฝึกตนสร้างฐานมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว