เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.107 - อาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณ

DND.107 - อาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณ

DND.107 - อาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณ


“เจ้าอ่านตำราระดับเทพกี่เล่มก็ได้ แต่วิชาระดับสมบัตินั้นได้แค่ครั้งละเล่ม หากฝ่าฝืนจะถูกสังหารทันที!”

สตรีใบหน้าอัปลักษณ์ไม่คิดว่าซือหยูจะเดินไปจนถึงวิชาระดับสมบัติ ดังนั้นนางจึงมิได้บอกกฎอื่นตอนที่ซือหยูมาที่นี่

ซือหยูรำคาญใจ ก่อนหน้านั้นตอนที่เขาถามนางกลับตอบว่าหากมีพลังเขาจะอ่านเท่าใดก็ได้ แต่ตอนนี้นางกลับมาบอกข้อยกเว้นของวิชาระดับสมบัติ!

หากถูกฝึกโดยราชันย์ วิชาพันประสงค์มนต์จะขยายระดับพลังวิญญาณของผู้ฝึกได้

แต่เพลิงเยือกแข็งนั้นมีพลังทำลายล้างสูงและจะเพิ่มพลังอย่างมหาศาล

ซือหยูตัดสินใจอย่างยากลำบาก...เขาไม่รู้ว่าจะเลือกวิชาใดดี

“หากเจ้ากำลังจะถึงขอบเขตราชันย์เช่นนี้ เจ้าต้องเลือกพันประสงค์มนต์อย่างแน่นอน พลังวิญญาณถือเป็นพื้นฐานพลังของราชันย์ หากมีพื้นฐานมั่นคง พลังของวิชาบ่มเพาะอื่นก็จะเพิ่มขึ้นด้วย การหูหนวกตาบอดเลลือกวิชาบ่มเพาะที่แกร่งกว่านั้นถือเป็นการละทิ้งพื้นฐานสำคัญ!”

นางหยุดไปชั่วครู่

ซือหยูคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลิกตำราเพลิงเยือกแข็ง

สิ่งที่นางพูดนั้นถูกอย่างแน่นอน พลังวิญญาณนั้นคือพื้นฐานพลังของราชันย์ และการมีพื้นฐานอันมั่นคงนั้นจะเพิ่มพลังทั้งหมดของผู้ฝึก

แต่ทุกอย่างมีความสำคัญและความเร่งด่วนต่างกัน

พันประสงค์มนต์นั้นจะมีผลมากกับพลังวิญญาณในระดับราชันย์ ด้วยพลังวิญญาณของซือหยูตอนนี้...เขาไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อย

แต่ซือหยูกำลังจะต้องต่อสู้เอาชีวิตกับพวกโจรสลัดระดับราชันย์ ชีวิตของเขาที่ตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ต้องมุ่งไปยังสิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เขาจึงต้องเลือกเพลิงเยือกแข็ง!

“เจ้ามาจากที่ไหนกัน? ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าการสร้างพื้นฐานคือกุญแจแห่งพลัง แล้วเจ้าก็ยังจะเลิกสิ่งไร้สาระอีก! เจ้ามันเกินจะสอนสั่งเสียจริง!”

นางตำหนิ

ในใจซือหยูเต็มไปด้วยโทสะ แม้เขาจะความอดทนสูง แต่การถูกสตรีคนเดียวกันยั่วยุถึงสามครั้งนั้นแม้จะเป็นบุรุษที่ทำจากโคลนก็ต้องโกรธ ซือหยูที่ไม่พอใจจึงตะโกนออกไป

“เจ้าจะสนใจไปทำไมกัน?!”

ซือหยูหันเดินจากไป

สตรีใบหน้าอัปลักษณ์จ้องซือหยูและชี้ตัวแทน

“เขามีนามว่าอะไร? เป็นศิษย์ในหรือศิษย์นอกงั้นรึ?”

ตัวแทนนั้นเหงื่อแตกพลั่ก เขาคุกเข่าลงกับพื้นและตอบอย่างระวัง

“ท่านผู้เฒ่าลำดับสอง เขาคือซือหยู เขามาจากการทดสอบในปีนี้”

“ซือหยูงั้นรึ? ฮื่ม!”

สตรีผู้นี้คือหนึ่งในสิบผู้เฒ่าสูงสุดแห่งสำนักหลิวเซี่ยน และนางยังเป็นผู้เฒ่าลำดับสอง!

ซือหยูมิได้รู้ถึงตัวตนของนาง เขากลับไปยังห้องพักชั่วคราวและดื่มโอสถชำระกายระดับต่ำ! แต่ละขวดนั้นเพียงพอที่จะทำให้เขาเพิ่มพลังจากระดับเก้าขั้นกลางสู่ระดับเก้าขั้นสูง

แล้วทั้งสิบเอ็ดขวดจะให้ผลเช่นใดกัน? ซือหยูจะทะลวงขอบเขตราชันย์ได้ในคราเดียวไหมนะ?

ซือหยูดื่มโอสถด้วยความมุ่งหวัง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงรุ่งสาง ซือหยูลืมตาอย่างผิดหวัง ซือหยูขยับมือเล็กน้อยและพบร่องรอยพลังวิญญาณอันอ่อนแอล้อมรอบปลายนิ้ว

“เหตุใดข้าจึงโง่เขลานัก หากการทะลวงขอบเขตราชันย์มันง่ายนักลี่คงหุยคงไม่หยุดอยู่ที่กึ่งราชันย์มาตลอดหลายปีนี้หรอก”

ซือหยูหัวเราะเยาะตนเอง

แต่ผลของโอสถชำระกายทั้งสิบเอ็ดขวดนั้นน่าตกใจ ซือหยูได้เข้าถึงขอบเขตกึ่งราชันย์ เขามิได้เพียงสร้างรูปลักษณ์จากพลังปราณได้เท่านั้น เขายังปล่อยพลังวิญญาณออกมาได้เล็กน้อยอีกด้วย

แม้พลังวิญญาณจะอ่อนแอ แต่หากรวมกับพลังที่มีเขาก็จะเพิ่มพลังขึ้นอีกสามในสิบส่วน

“อู๋ผางหยุนจะต้องลำบากแน่ หากคิดจะเสมอกับข้าอีกครั้ง”

ซือหยูมั่นใจมาก

สำหรับเพลิงเยือกแข็ง ซือหยูพยายามเรียนรู้มันครึ่งวัน พร้อมกับพลังเร่งเวลาสองร้อยเท่าที่มีนั้นจะเทียบเท่ากับสามเดือนเต็ม

แต่ซือหยูในตอนนี้เข้าใจมันเพียงเสี้ยวเดียว!

เมื่อก่อนเขาพยายามฝึกฝนสายฟ้าดาราม่วง และมันยังเลื่อนระดับได้มากกว่านี้ ความยากของเพลิงเยือกแข็งนั้นเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก นี่ไม่ใช่วิชาเพื่อคนธรรมดาเลย! แต่พลังทำลายล้างของมันสูงมากอย่างที่อธิบายไว้บนตำรา ทำให้มันเหนือกว่าวิชาระดับสมบัติอื่น

ซือหยูดูเวลาและลุกขึ้นออกไปยังด้านนอก

ยี่สิบห้าคนรวมตัวกันพร้อมแล้ว ซือหยูมาถึงเป็นคนสุดท้าย

“เจ้ามาช้าเช่นนี้ ข้าคิดว่าเจ้าหนีไปหลังจากที่เรียกร้องความสนใจสำเร็จแล้วเสียอีก”

หลิวกวงยั่วยุ เขาประเมินซือหยู

อู๋ผางหยุนและเหล่ากึ่งราชันย์นั้นมีแววตาแบบเดียวกัน พวกเขาเดาอย่างอิจฉาว่าซือหยูได้วิชาใดมาจากห้องตำรา

ซือหยูมองหลิวกวงอย่างเย็นชา

“หากเจ้าเสียใจนักที่ไม่ได้สู้กับข้าเมื่อก่อน ข้าจะทำให้อย่างที่เจ้าต้องการเดี๋ยวนี้เลย!”

ซ่า---

บุพผาอันงดงามล้อมรอบฝ่ามือซือหยู

พลังทำลายล้างของมันน่ากลัวยิ่งนัก

หลิวกวงใบหน้าแข็งทื่อก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แต่จะไปสู้กับท่าที่แม้แต่อู้ผางหยุนยังรับมือไม่ได้ได้อย่างไร?

“นี่เป็นเขตสำนัก การต่อสู้ส่วนตัวนั้นถือเป็นเรื่องต้องห้าม เจ้า...หยุดหยาบคายได้แล้ว!”

หลิวกวงคำราม แต่ลึกในใจเขานั้นยอมแพ้ไปแล้ว

เหล่าผู้คนต่างส่ายหัว หากเขาคิดจะยอมแพ้เร็วเช่นนี้...เขาก็ควรจะหัดควบคุมอารมณ์ตัวเองเสียดีกว่า

“หยุด!”

ชายวัยกลางคนที่มิอาจระบุพลังได้ตะโกน

บุพผาสีม่วงในมือซือหยูหายไป!

ชายวัยกลางคนเหลือบมองซือหยูและหยิบสร้อยหยกยี่สิบห้าอันออกมาอย่างไร้อารมณ์

“พวกเจ้าแต่ละคนต้องพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลา สำนักจะได้รู้ว่าพวกเจ้าอยู่ที่ใดบ้างและส่งความช่วยเหลือได้ทันเวลา”

อู๋ผางหยุนคว้าสร้อยหยกอย่างยินดี

“ขอบคุณท่านรองฉิน”

หืม? นี่คือรองของส่วนนอกสำนักงั้นรึ?

ซือหยูคว้าสร้อยหยกหนึ่งเส้น

ในตอนนั้นเองวิหคสีฟ้าก็บินอยู่เหนือหัวพวกเขา มันคือวิหคชนิดเดียวกันที่พาเซี่ยจิงหยูและเซี่ยนเอ๋อออกมาจากเกาะเฉินยี่ วิหคนี้เดินทางได้หลายพันลี้ในหนึ่งวัน พวกมันรวดเร็วมาก

มันบินอยู่ครึ่งวันจนถึงส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทรกว้างใหญ่

ที่นี่มีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่รอบๆตามปกติ

มันมีความอ้างว้าง ไม่มีใครสักคนเลยในระยะพันลี้

“รัศมีสามพันลี้จากตรงนี้คือจุดนัดพบของพวกโจรสลัดหมาป่าสมุทร จากวันนี้ชะตาของพวกเจ้าขึ้นอยู่กับพลังและโชค หนึ่งเดือนจากนี้ข้าจะมาที่นี่และรวบรวมพวกเจ้ากลับไป...หากพวกเจ้ายังมีชีวิตรอดอยู่”

เขาทิ้งยี่สิบห้าคนไว้บนเกาะเล็กก่อนจะขึ้นหลังวิหคยักษ์และเดินทางจากไป

ทั้งยี่สิบห้าคนมองหนหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะทำอะไร

อู๋ผางหยุนมองหลิวกวงกับองค์หญิงหยุนหยาน

“พวกเจ้าสองคน...จะไปกับข้าหรือไม่?”

หลิวกวงกับองค์หญิงหยุนหยานตาเป็นประกาย พวกเขาพยักหน้าอย่างไม่คิด

“ตกลง!”

พลังของอู๋ผางหยุนนั้นเยอะกว่าใคร พวกเขาควรจะอยู่กลุ่มเดียวกับเขา มันจะช่วยลดอันตรายได้มาก

องค์หญิงหยุนหยานมองซือหยูและกระพริบดวงตาสดใสของนาง

“ซือหยู...ไม่ไปกับพวกเรางั้นรึ?”

ซือหยูมองกลับไป ลำพับความเลวทรามของอู๋ผางหยุนก็ทำให้เขาคลั่งได้แล้ว มิต้องพูดถึงหลิวกวง

ในตอนที่เขากำลังจะส่ายหัวปฏิเสธ อู๋ผางหยุนก็เยาะเย้ยอย่างเย็นชา

“เขาน่ะรึ? แม้พลังเขาจะยอมรับได้ เขาก็ยังไม่ใช่ราชันย์ ข้าไม่คิดจะต่อสู้อย่างเสียเปรียบหรอก หากเขามารวมกับพวกเราจะต้องตายไม่ช้าก็เร็ว ข้ากับเขา องค์หญิง..เลือกซะ!”

องค์หญิงหยุนหยานตกใจก่อนจะหัวเราะในความโง่เขลาของตัวเอง พวกเขาทั้งคู่นั้นราวน้ำกับน้ำมัน นางคิดว่าพวกเขาจะอยู่ร่วมกันได้ยังไง?

องค์หญิงหยุนหยานคิดอยู่ชั่วครู่ ในด้านพลังนั้นซือหยูมิได้อ่อนแอไปกว่าอู๋ผางหยุน และเทียบกับนิสัยดุร้ายของอู๋ผางหยุนแล้วองค์หญิงหยุนหยานชอบซือหยูมากกว่า

แต่หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว สุดท้ายนางเลือกอู๋ผางหยุน...เพราะเหตุผลเดียวก็คืออู๋ผางหยุนนั้นมาจากตระกูลลำดับสาม พวกเขาเคยพบเจอกับมาก่อนและคุ้นเคยต่อกัน

เทียบกับซือหยูผู้ลึกลับแล้ว นางยังไม่มั่นใจว่าจะเชื่อใจซือหยูได้หรือไม่

“ซือหยู...รักษาตัวด้วย”

องค์หญิงหยุนหยานโค้งขอโทษขอโพย

“คนที่แข็งแกร่งจะได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด ขณะที่คนไร้ความสามารถถูกลิขิตให้อยู่ลำพัง ธรรมชาติเป็นเช่นนี้ ซือหยู เจ้าดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

อู๋ผางหยุนกล่าวอย่างลำพองใจ

ซือหยูยักไหล่

“พวกเจ้าก็ดูแลกันเองดีๆล่ะ”

ซือหยูออกไปคนแรกราวกับหมาป่าเดียวดาย

“ประเมินพลังตัวเองสูงเช่นนั้น ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องลำบาก”

หลิวกวงบ่นพึมพำ

หลายวันต่อมาในทะเล ซือหยูพยายามก่อพลังปราณเป็นปีก ซือหยูบินไปซ่อนตัวที่ชั้นเมฆา ซือหยูนั้นมีสายตาอันยอดเยี่ยม เขามองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจนในระยะหลายร้อยลี้

ในตอนนั้นเองเขาก็ได้พบกับจุดดำข้างล่าง

ซือหยูเร้นกายในเมฆาและบินไปอยู่เหนือจุดดำนั้น

เขาปรับสายตามองลงไปข้างล่างและตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่

จุดเล็กสีดำนั้นแท้จริงคือเรือลำใหญ่ที่มีธงโจรสลัดหมาป่าสมุทร มันคือกลุ่มโจรสลัดหมาป่าสมุทรอย่างไม่ต้องสงสัย!

ซือหยูเพ่งมองและเห็นกึ่งราชันย์นับสิบคน! มันมีแม้กระทั่งราชันย์ระดับหนึ่งขั้นต้น!

ซือหยูเคร่งเครียด ราชันย์ระดับหนึ่งคนนั้นจะมีวิชาระดับสมบัติด้วยไหม….ถ้าเป็นเช่นนั้นคงจะยากที่ซือหยูจะต่อกรด้วย

และยังมีกึ่งราชันย์อีกสิบคน ยากมากที่จะรับมือได้

สิ่งที่ทำให้ซือหยูโล่งใจคือคนบนเรือทั้งลำนั้นมิได้ใส่ใจสิ่งรอบข้าง ดูเหมือนพวกเขาพยายามจะเอาบางสิ่งขึ้นมาเหนือน้ำ

ซือหยูที่อยู่สูงบนท้องฟ้าก้มมองและเพ่งสมาธิให้มากขึ้น

พื้นที่ตรงก้นทะเลสามสิบลี้นั้นมีรูปลักษณ์คล้ายกับฝ่ามือขนาดยักษ์! ใต้น้ำทะเลสีครามนั้นมืดอย่างมากมาก ราวกับมิอาจบอกความลึกได้ มันราวกับค่อยๆจะกลืนกินเรือโจรสลัด

ซือหยูยังเห็นรอยฝ่ามืออีกรอย!

ซือหยูหายใจแรง รอยฝ่ามือแบบเดียวกับที่เกาะเฉินยี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย!

ในตอนนั้นเรียกร้องด้วยความยินดีได้ดังมาจากเรือโจรสลัดข้างล่าง

“มันกำลังขึ้นมาแล้ว!”

เหล่าโจรสลัดตะโกนอย่างตื่นเต้นราวกับได้พบสมบัติล้ำค่า

ฟึ่บ--

ราชันย์ที่อยู่ในเรือบินออกมา ใบหน้าของเขายินดีมาก

“ฮ่าๆๆๆ สวรรค์มีตา! สมบัติของอาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณที่ถูกฝังมานับแต่โบราณถูกค้นเจอโดยพวกเรา….กลุ่มโจรสลัดหมาป่าสมุทร!”

อาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณงั้นรึ?

หรือว่าฝ่ามือนั่นได้ทำลายเมืองนี้ไป?

โลงทองแดงโลงใหญ่ถูกนำขึ้นมาบนเรือโดยกึ่งราชันย์สี่คน เห็นได้ชัดว่าโลงทองแดงนี้ถูกฝังมาอย่างยาวนานเพราะถูกสนิมเกาะเต็มไปหมด

พวกเขาลากโลงขึ้นมาบนเรือ ฝาโลงที่แง้มออกมาได้ปล่อยชั้นความเย็นอันน่ากลัวกระจายไปทั่ว!

ซ่า----

จู่ๆกึ่งราชันย์สี่คนที่แบกโลงขึ้นมาก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง! พวกเขาตายทันที!

ซือหยูตกตะลึง! ความเย็นนั้นได้เข้าบดขยี้กึ่งราชันย์ทั้งสี่!

แกร๊ก---

คลื่นความเย็นแผ่ออกไปทั่วทิศทาง เรือลำใหญ่เป็นศูนย์กลางนั้นถูกแช่แข็งในทันที!

อ๊าก---

ราชันย์กัดฟันและตัดสินใจตัดแขนที่เยือกแข็งของตัวเองทิ้ง มีเพียงการทำเช่นนี้เท่านั้นที่ทำให้เขารอดออกมาได้!

“ทุกคนถอย! อย่าเข้าไปใกล้!”

ใบหน้าราชันย์เจ็บปวก แววตาหวาดกลัว

เหล่ากึ่งราชันย์ที่รอดออกมานั้นหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“ท่านไป่กู้...ในโลงนั่นมีสิ่งใดกัน?!”

กึ่งราชันย์ที่ตัวสั่นจ้องโลงทองแดงอย่างหวาดกลัว

โจรสลัดราชันย์ ไป่กู้สีหน้าจริงจัง

“นั่นคือโลงทองแดง ของระดับเทพของจักรพรรดิอาณาจักรเทพน้ำแข็ง...ไหมเทพน้ำแข็ง!”

ดวงตาไป่กู้เป็นประกาย

“มันอาจจะดูเหมือนไหมฝ้ายธรรมดา แต่มันมีพลังความเย็นสุดขั้ว! มันเคยทำลายทั้งแคว้นในชั่วข้ามคืน! จำนวนราชันย์ที่ตายเพราะมันนั้นมากกว่าหมื่นคน! ยังมีข่าวลือบอกว่ามันสังหารศัตรูขอบเขตมังกรได้ด้วย!”

“พวกเจ้ากลับไปและห้ามสัมผัสมัน! เอามันไปที่เกาะ พวกเขาจะส่งให้ท่านหัวหน้าจัดการ! ครั้งนี้พวกเราได้ทำความดีความชอบครั้งใหญ่แล้ว!”

ไป่กู้ตื่นเต้นมาก

แต่ในตอนที่เหล่าโจรสลัดกำลังจะละลายน้ำแข็งและเตรียมออกเรือ…

ตู้ม--

ร่างสีม่วงพุ่งลงมายืนอยู่ที่ฝาโลงทองแดงจากบนท้องฟ้า!

ความเย็นที่สังหารได้แม้กระทั่งราชันย์ทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่น้อย!

ผมสีเงินของเขาร่ายรำตามลมทะเล เขายืนอยู่บนโลงทองแดงของอาณาจักรเทพน้ำแข็ง!

ความเย็นสุดขั้วล้อมร่างของเขา ราวกับว่าเขาเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรเทพน้ำแข็งที่เดินทางข้ามเวลามาถึงปัจจุบัน!

“สมบัติโบราณงั้นรึ...หากพวกเจ้ากลัวที่จะสัมผัสมันนักข้าก็ต้องขอสิ่งนี้ไปแล้วล่ะ แต่ข้าต้องขอยืมชีวิตของพวกเจ้าสักหน่อย!”

เสียงอันชัดเจนและเยือกเย็นของซือหยูนั้นโหดร้ายราวกับว่าเขาเป็นจักรพรรดิเทพน้ำแข็ง!

จบบทที่ DND.107 - อาณาจักรเทพน้ำแข็งโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว