เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.105 - การทดสอบสุดท้าย

DND.105 - การทดสอบสุดท้าย

DND.105 - การทดสอบสุดท้าย


กลุ่มฝูงชนนิ่งงันก่อนจะพูดคุยกันด้วยความเร่าร้อน

“ลูกหลานตระกูลลี่ผู้นี้เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน? ผู้ฝึกตนประลองกับราชันย์งั้นรึ? มันจะเป็นไปได้ยังไง?”

เหล่าผู้อาวุโสสับสน

“ซือหยูแกร่งจริงๆจนสู้กับราชันย์ได้ด้วยมือเดียวงั้นรึ? เขายังเป็นผู้ฝึกตนเช่นเดียวกับพวกเราหรือไม่?”

องค์หญิงหยุนหยานสังเกตด้วยความสงสัย

หลิวกวงนิ่งไปชั่วครู่

“เจ้ากบในกะลา! พลังของราชันย์มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนเช่นเจ้าจะต่อกรด้วยได้”

เขาเย้ยหยัน

แต่คนที่ตกใจที่สุดก็คือ...อู๋ผางหยุน

“สู้กับข้าด้วยมือข้าเดียวงั้นรึ? หยาบคายนัก!”

ใบหน้าอู๋ผางหยุนดุร้ายขึ้น

“ขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าไปเอาความหยาบคายนั่นมาจากไหน?!”

ฟึ่บ--

เขาบิดตัวและหายตัวไป ต่อมาเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งในจุดที่ห่างจากซือหยูสิบศอก!

ดัชนีที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณอันทรงพลังเล็งไปยังอกของซือหยู!

“ตายซะ!”

ปั้ง--

ดัชนีเคลื่อนไหวเร็วมาก! ตอนที่เหล่าผู้คนมองทันมันก็ชี้ไปที่อกซือหยูแล้ว!

ซ่า--

ฝูงชนตัวสั่นด้วยความกลัว ดัชนีนั้นมิใช่เพื่อสังหารซือหยูงั้นรึ?

เพี๊ยะ-

แต่ในระยะไกล ซือหยูได้ทำสิ่งที่มิอาจเข้าใจได้ เขามิได้หลบแต่สวนกลับไปด้วยฝ่ามือ!

พลังวิญญาณอันน่ากลัวนั้นแข็งแกร่งพอที่จะทำลายฝ่ามือของเขา พร้อมจะทำให้เขาพิการไปตลอดชีวิต

ตู้ม--

ฝ่ามือและดัชนีปะทะกัน แต่ภาพโลหิตและเนื้อหนังที่กระจัดกระจายที่หลายคนคาดว่าจะเกิดขึ้น...สุดท้ายก็มิได้เกิดสิ่งใด

แต่มันกลับเกิดเสียงระเบิดดังก้องท้องนภาสะเทือนเมฆากระจัดกระจาย! ราวกับสายฟ้าจากสวรรค์ผ่าลงมา!

ผืนดินสั่นคลอน นภาร่ำไห้!

หลายคนยังมิได้เตรียมตัว หัวใจพวกเขากระตุก! คลื่นลมอันบ้าคลั่งกระจัดกระจายทั่วทิศทางโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลาง

ในตอนนั้นเกิดม่านควันพวยพุ่ง คลื่นเวหาที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงมากราวกับกองทัพยิ่งใหญ่ที่พุ่งเข้ามาฟาดฟันศัตรู!

เมื่อม่านควันจางลง เหล่าผู้ชมก็เห็นการต่อสู้ได้ชัดเจนขึ้น แววตาของพวกเขาตกตะลึง!

ซือหยูยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างเงียบเชียบ เส้นผมของเขาพัดปลิวไปตามแรงลม เขามิได้บาดเจ็บแม้แต่น้อย!

แต่อู๋ผางหยุนกลับมิได้เป็นเช่นนั้น!

เขาถอยหลังไปห้าก้าว แขนเสื้อข้างขวาของเขาถูกทำลายสิ้น! โลหิตบนแขนขวาอันเปลือยเปล่ากระจายไปทั่ว ฝ่ามือของเขาไหม้เกรียม

ใบหน้าของเขาทรมานจากความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ก็มิอาจปกปิดความตกตะลึงบนใบหน้าได้!

“วิชาระดับสมบัติ!”

อู๋ผางหยุนตกใจถึงขีดสุด!

คนที่ควรจะมีวิชาระดับสมบัติคือคนที่อยู่ในสำนักหลิวเซี่ยน...แต่มันกลับปรากฏออกมาโดยซือหยู!

ผู้นำตระกูลลี่ขมวดคิ้ว

“นั่นมันเป็นวิชาระดับสมบัติจริงๆรึ?”

ยากที่จะจินตนาการได้ว่าเด็กหนุ่มจากเกาะห่างไกลจะได้มีวิชาระดับสมบัติอันยอดเยี่ยม!

ริมฝีปากองค์หญิงหยุนหยานเผยอออกเล็กน้อย ใบหน้าอันสง่างามของนางแสดงความอัศจรรย์ใจ

แววตาเย้ยหยันของหลิวกวงแปรเปลี่ยนเป็นความอิจฉาและตกใจ

“กระบวนท่านั่น….มันคือวิชาระดับสมบัติของจริง!”

ครั้งที่แล้วซือหยูได้ใช้วิชานี้ลอบโจมตีซือร่ง ด้วยขอบเขตพลังของซือหยูในตอนนั้นทำให้ยากจะรู้ว่ามันคือวิชาระดับสมบัติ

มีเพียงตอนที่ได้ยินเสียงอันตกตะลึงของอู๋ผางหยุนเท่านั้นที่ทำให้เขาเข้าใจว่ากระบวนท่านั้นคือสิ่งใด

“แม้แต่ข้าก็ไม่มีวิชาระดับสมบัติ แต่มัน...มันกลับได้มาที่เฉินยี่!”

ความริษยาหยั่งรากลึกในใจหลิวกวง

แต่เข้าใจดีว่าแม้จะเข้าสู่สำนักหลิวเซี่ยนแล้วและบรรลุขอบเขตราชันย์ มันก็ยากมากสำหรับเขาที่จะได้รับเศษชิ้นส่วนวิชาระดับสมบัติ

แม้จะเป็นคนที่มากพรสวรรค์เช่นหยวนหู่ที่มีอายุสิบสี่และเป็นราชันย์ระดับสอง เขาก็ยืมมาได้เพียงชิ้นเดียว และหยวนหู่ยังได้มันมาก็เพราะให้ผู้อาวุโสในสำนักช่วยเหลือ

นั่นก็เพราะการจะยืมตำราระดับสมบัตินั้น ผู้ยืมจะต้องทำคุณประโยชน์กับสำนักเสียก่อน...ซึ่งมักจะได้รับภารกิจจากศิษย์ที่แก่กว่าเท่านั้น

ฉีลั่วหลานหรี่ตา! ซือหยูมีวิชาระดับสมบัติ!

ที่ลานประลอง ซือหยูกำหมัดเบาๆ เขาปล่อยพลังแสงสีม่วงอีกครั้ง

บุพผาม่วงนั้นงดงามปราณีต สะกดสายตาทุกผู้คน มันค่อยๆหมุนวนในฝ่ามือซือหยู รูปร่างมันงดงามน่าหลงใหล

เพลิงอัสนีทำลายล้างสีเงินอยู่ในบุพผานั้น

เขายกมือขึ้นและจ้องอู๋ผางหยุน

“อย่างที่ข้าบอก ข้าต้องการแค่มือข้างเดียวในการจัดการเจ้า! สายฟ้าดาราม่วง!”

ฟึ่บ--

เพียงพลิกฝ่ามือ ซือหยูก็กลายเป็นฝ่ายบุก!

อู๋ผางหยุนสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมาก

“ฝ่ามือขยี้จันทรา!”

มันคือวิชาระดับเทพขั้นสูงที่ผสมด้วยพลังวิญญาณ

ฝ่ามือของเขาสร้างสายลมคมกริบ หลังจากนั้นมันก็ถูกผสมด้วยพลังวิญญาณทำให้เพิ่มพลังขึ้นอย่างมหาศาล!

ฝ่ามือของเขาราวกับสายฟ้าและยังสร้างเสียงดังก้อง ราวกับว่ามีพลังที่บดขยี้ดวงตาวได้

หากอู๋ผางหยุนมิได้ใช้กระบวนท่านี้...เขาจะต้องรับมือไม่ได้แน่!

ตู้ม---

เสียงคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ สะเทือนไปถึงเมฆา

วิชาระดับสมบัติปะทะเข้ากับพลังสูงสุดของราชันย์!

ซือหยูถอยหลังกลับด้วยความเจ็บปวดที่ฝ่ามือ

เช่นเดียวกับอู๋ผางหยุนที่ถอยกลับเพราะความเจ็บปวดยากจะทานทนบนฝ่ามือที่ไหม้เกรียม

พวกเขาสูสีกันอย่างแท้จริง

“แม้วิชาระดับสมบัติจะแข็งแกร่ง แต่ผู้ใช้นั้นยังไม่ถึงระดับราชันย์ ดังนั้นพลังมันจึงอยู่ในระดับปานกลาง”

ฉีลั่วหลานออกความเห็นอย่างไม่ใส่ใจ

เหล่าผู้คนพยักหน้าเห็นด้วย พลังระดับสมบัตินั้นจะต้องมากกว่าที่พวกเขาได้เห็นแน่

หากเป็นเช่นปกติ ราชันย์ที่มีวิชาระดับสมบัติมักจะเอาชนะราชันย์ระดับสูงกว่าที่ไม่มีวิชาระดับสมบัติได้

“อีกครั้ง!”

นี่เป็นครั้งแรกที่อู๋ผางหยุนรู้สึกหวาดหวั่น สิทธิ์เข้าห้องตำราแห่งสำนักหลิวเซี่ยนอยู่ตรงหน้า...เขาจะต้องแย่งชิงมาจากซือหยูให้จงได้!

ตู้ม--

ซือหยูออกกระบวนท่าอย่างใจเย็น เขาต่อสู้อย่างกล้าหาญกับราชันย์อู๋ผางหยุน!

เสียงการต่อสู้สั่นคลอนท้องนภา เหล่าคนดูตกอยู่ในภวังค์ ยากจะบอกผู้คว้าชัย

แม้ร้อยกระบวนท่าผ่านไป ก็ยากจะบอกว่าใครเหนือกว่า

“ครบหนึ่งร้อยกระบวนท่า ทั้งสองมีพลังเท่ากัน ดังนั้นการประลองนี้นับว่าเสมอ! ผู้ท้าประลองจะได้คะแนนหนึ่งในสี่ส่วนจากอีกฝ่าย”

อู๋ผางหยุนมีคะแนนทั้งหมดสองร้อยคะแนน ซือหยูมีหนึ่งร้อยยี่สิบคะแนน หลักจากที่ได้คะแนนหนึ่งในสี่จากอู๋ผางหยุนเขาจะมีคะแนนทั้งหมดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบคะแนน! และอู๋ผางหยุนจะเหลือหนึ่งร้อยห้าสิบคะแนน!

คะแนนซือหยูมากกว่าอู๋ผางหยุนยี่สิบคะแนน!

“ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดคือซือหยู! รางวัลของเขาคือโอสถชำระกายห้าขวด และสิทธิ์การเข้าสู่ห้องตำรา”

ใบหน้าผู้นำตระกูลลี่เย็นลงและถอนหายใจ

“ลี่กวง เจ้ามีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมนัก...”

ซือหยูตื่นเต้นกับโลกใบใหม่นี้ เขาได้กลายเป็นราชาแห่งการทดสอบครั้งนี้!

การมีวิชาระดับสมบัติพร้อมกับระดับปัญญาที่สูงส่งนั้นทำให้ซือหยูเป็นผู้ที่น่าประทับใจยิ่งนัก!

เพราะยังไงก็ตาม แม้คนที่มีระดับสูงกว่ามาตรฐานก็ต้องใช้เวลาห้าปีในการสำเร็จพื้นฐานวิชาระดับสมบัติ!

ตามปกติผู้เยาว์นั้นจะเริ่มนับว่ามีปัญญาบ่มเพาะพลังเมื่ออายุสิบสามปี ซือหยูนั้นอายุเพียงแค่สิบสี่ปี ในระยะเวลาอันสั้นเขาก็ได้บ่มเพาะวิชาระดับสมบัติได้สำเร็จ ระดับปัญญาของเขาสูงจนกว่ากลัว!

ทั้งร้อยตระกูลต่างแอบอิจฉา

หากพวกเขามีอัจฉริยะอันหาตัวจับยากอยู่ในตระกูล...เพียงการฝึกฝนเล็กน้อย เขาก็จะกลายเป็นแห่งพลังแห่งตระกูล

“ผู้นำลี่ หึหึ...ไม่เจอกันนานนะ”

ชายซูบผอมใบหน้าสีเข้มเดินเข้าหาผู้นำตระกูลลี่อย่างระมัดระวัง พยายามจะเริ่มพูดคุย

“ยินดีกับตระกูลลี่! ตระกูลลี่นั้นยอดเยี่ยมโดยแท้ และยังมีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในตระกูล...”

ผู้อาวุโสชุดสีมรกตอีกคนเดินเข้ามา

ไม่นาน แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เหล่าผู้อาวุโสต่างเข้ามาชวนผู้นำตระกูลลี่พูดคุย

การถูกยกย่องอย่างอบอุ่นเช่นนี้มิใช่สิ่งที่ผู้นำตระกูลลี่คุ้นชิน เขายิ้มแห้งๆ เขาได้ตระหนักว่าเหล่าผู้อาวุโสนั้นต่างมาจากตระกูลสิบลำดับแรก ที่แต่ก่อนไม่เคยสร้างสัมพันธ์อันใดกับตระกูลลี่เลย

แต่ในตอนนี้พวกเขากลับลดตัวมาหาตระกูลลี่เพราะซือหยู

หนึ่งในนั้นมีผู้นำตระกูลเฉินที่เฉียบคมและพูดจาตรงไปตรงมาที่สุด

“ผู้นำลี่ ข้าขอให้เกิดการหมั้นกับซือหยูได้หรือไม่? จริงๆแล้วลูกสาวของข้านั้นรักชอบในตัวซือหยู เราหวังอย่างยิ่งว่าผู้นำลี่จะยินยอม..”

เขายิ้ม

เหล่าผู้อาวุโสแอบสาบแช่งจิ้งจองเฒ่าในใจ เขาคิดจะใช้ลูกสาวตัวเองคว้าตัวซือหยู!

ไม่เพียงแต่จะเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เขายังมีวิชาระดับสมบัติ! ในร้อยตระกูลนั้นไม่มีสักตระกูลเดียวที่มีวิชาระดับสมบัติ

แต่อย่างไรพวกเขาก็มิอาจจะทำสิ่งใดได้ ความงดงามของเฉินซื่อเอ๋อนั้นมิอาจมีสตรีใดในร้อยตระกูลเทียบได้ และตระกูลเฉินยังมิใช่ตระกูลที่อ่อนแอ ด้วยสิ่งล่อใจในอำนาจและความงามนี้ ความหวังที่จะได้ตัวซือหยูนั้นมิใช่น้อยๆ

ผู้นำตระกูลลี่ครุ่นคิด ซือหยูในตอนนี้มิได้มีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง หรือบางทีเขาควรจะใช้โอกาสนี้ปล่อยให้ซือหยูแต่งงานเข้าตระกูลเฉิน?

“ขอบคุณสำหรับความชอบพอในตัวข้าจากลูกสาวท่าน แต่ข้านั้นได้หมั้นหมายไว้แล้ว”

ซือหยูรีบเดินเข้ามาประสานมือ

เขาหมั้นแล้วงั้นรึ? ผู้นำตระกูลเฉินรู้สึกเสียดาย แต่เมื่อคิดดีๆแล้วก็ไม่น่าสงสัยว่าอัจฉริยะเช่นนี้จะต้องถูกคว้าตัวไปแล้ว พวกเขาจะมีโอกาสได้อย่างไร?

ผู้นำตระกูลเฉินกลับไปปลอบใจเฉินซื่อเอ๋อด้วยความผิดหวัง

เฉินซื่อเอ๋อเริ่มร่ำไห้พร้อมกับร่างบอบบางอันสั่นเทา

เมื่อข่าวแพร่กระจาย เหล่าสตรีที่ตกหลุมรักต่างเริ่มมีสีหน้าเศร้าใจ

“หากเป็นไปได้ ด้วยความลำบากของลี่กวง เจ้าจะดูแลลูกหลานตระกูลลี่ในภายหน้า”

ผู้นำตระกูลลี่ขอร้องอย่างละอายใจ

ลูกหลานตระกูลลี่นั้นผ่านการทดสอบสามคน พวกเขาจะได้เป็นศิษย์นอกด้วยกัน

ซือหยูพยักหน้า

“ย่อมได้”

ผู้นำตระกูลลี่ดีใจและพาลูกหลานทั้งสามคนมาหาซือหยู

ซือหยูเคยพบกับสามคนนี้แล้ว ไม่กี่วันก่อนท่าทีของพวกเขาต่อซือหยูนั้นมิได้เป็นมิตรแม้แต่น้อย

“พวกเราเคยเจอกับศิษย์พี่ซือหยูมาก่อน!”

ในตอนนั้นทั้งสามยืนหน้าซือหยูอย่างกังวลใจ

เขายืนหน้าซือหยูราวกับเป็นผู้อาวุโสที่่ต้องเคารพนับถือ พวกเขาไม่กล้าแม้จะหายใจ

ซือหยูพยักหน้าเบาๆ

“ต่อไปพวกเราจะเป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน ดูแลกันและกันไปด้วยย่อมดีกว่า”

“ขอบคุณศิษย์พี่ซือหยู!”

ทั้งสามคนทั้งโล่งใจและดีใจ หากมีซือหยูคอยหนุนหลัง ชีวิตศิษย์นอกของพวกเขาคงจะดีกว่าเดิมมาก เมื่อคิดถึงไม่กี่วันก่อนทั้งสามคนก็ละอายใจ พวกเขาหน้าแดงและโค้งอย่างนับถือ

“ขออภัยศิษย์พี่ซือหยูกับเรื่องในคราก่อน...”

“ไม่เป็นไร ตามข้ามา สำนักน่าจะจัดเตรียมบางอย่างไว้ให้พวกเราหลังทดสอบแล้ว”

ซือหยูโบกมือและหันหลังไปเดินยังกลางลานประลอง

ในร้อยคนที่เข้าทดสอบนั้น มีเพียงห้าสิบคนที่ผ่าน ความโหดร้ายของการทดสอบนั้นเห็นได้โดยง่าย

หลังจากผ่านการทดสอบ พวกเขาจะได้เข้าสู่สำนัก ที่ที่พวกเขาจะได้ฝึกฝนอย่างหนักหน่วง

ซือหยูแอบกำหมัด หากได้เข้าสู่สำนักหลิวเซี่ยนแล้วเขาจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่งจนกว่าจะถึงเวลานั้น...เวลาที่เขาจะได้บั่นคอของหานฉี่กับฉีลั่วหลานและนำมาวางหน้าหลุมศพของลี่กวง!

“การทดสอบรอบที่สาม การทดสอบสุดท้าย...เริ่มได้!”

ฉีลั่วหลานประกาศ

ทุกคนตกตะลึง!

“มิใช่ว่าการทดสอบจบไปแล้วงั้นรึ? เหตุใด….”

เหล่าผู้อาวุโสต่างไม่พอใจ การทดสอบในปีนี้นั้นเกินพอแล้ว เหตุใดต้องมีรอบที่สาม?

เหล่าผู้คนเริ่มสับสนวุ่นวาย

“นี่คือการตัดสินใจของเจ้าสำนัก หากพวกเจ้าไม่พอใจจงไปบอกกับเขา หากไม่ก็จงนิ่งเงียบและปล่อยข้าพูดให้จบ”

เงียบที่ดังนั้นเงียบกริบทันที

ซือหยูยืนอยู่ใกล้กับคนอื่นที่ผ่านการสดทอบ เขาตกใจมาก ทำไมจึงต้องมีการทดสอบอีกรอบ?

“การทดสอบสุดท้ายคือการวัดพลังในการต่อสู้จริงของผู้ทดสอบ! ที่เมืองท่านั้นถูกข่มเหงโดยโจรสลัด การทดสอบคือพวกเจ้าจะต้องสังหารพวกมันให้หมด”

ฉี่ลั่วหลานประกาศ

อู๋ผางหยุนใจเย็น

“ข้าขอถามได้หรือไม่ ท่านพูดถึงโจรสลัดกลุ่มใดกัน?”

ในมหาสมุทรกว้างใหญ่นั้นมีโจรสลัดเต็มไปหมด มีกลุ่มโจรสลัดนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่กลางทะเล

“กลุ่มโจรสลัสหมาป่าสมุทร”

ฉีลั่วหลานประกาศอย่างใจเย็น

“อะไรกัน? คนในสำนักหลิวเซี่ยนเป็นบ้าไปแล้วรึ?”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งมิอาจข่มความโกรธไว้ได้ แต่เขาก็รู้ตัวและเงียบปากลงทันที

ในเวลาเดียวกันนั้นเหล่าผู้อาวุโสก็เริ่มโลหิตเดือดอย่างไม่พอใจ

ซือหยูสีหน้าจริงจัง หรือว่ากลุ่มโจรสลัดหมาป่าสมุทรนั่นจะแข็งแกร่งเกินไป?

“นั่นพวกมัน...”

อู๋ผางหยุนหรี่ตา ใบหน้าเปิดเผยความกลัวอย่างมาก

“มันเป็นกลุ่มที่คนอ่อนแอที่สุดมีพลังชั้นกึ่งราชันย์ ที่แกร่งที่สุดคือราชันย์ระดับสอง ท่านฉี ข้าอยากจะถามว่าใช่กลุ่มที่ข้าพูดถึงนี้หรือไม่?”

ฉีลั่วหลานพยักหน้าเบาๆ

“ใช่แล้ว นั่นคือกลุ่มโจรสลัดหมาป่าสมุทร การทดสอบรอบนี้พวกเจ้าจะต้องกำจัดพวกมันอย่างหมดจด มิให้เหลือแม้แต่ผู้เดียว! หากพวกเจ้าทำไม่สำเร็จ พวกเจ้าทุกคนถือว่าไม่ผ่านการทดสอบ”

“นี่...นี่มันเป็นการขอให้ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ชัดๆ! รวมซือหยูไปแล้วก็มีเพียงสี่คนที่มีพลังเทียบเท่าราชันย์”

อู๋ผางหยุนย้อนอย่างโกรธเกรี้ยว

“แต่กลุ่มโจรสลัดนั่นมีคนมากกว่าร้อยคนที่มีพลังอย่างน้อยกึ่งราชันย์! มากกว่าสิบคนที่เป็นราชันย์ระดับหนึ่ง! และเป็นขั้นกลางสองคนกับขั้นสูงอีกหนึ่งคน! แล้วหัวหน้าโจรสลัดที่ตัวตนลึกลับนั่นก็มีพลังราชันย์ระดับสอง! นี่ไม่ใช่การส่งพวกข้าไปตายงั้นรึ?”

แม้ราชันย์ระดับสองหลายคนจะตั้งกลุ่มกัน พวกเขาก็อาจจะสังหารกลุ่มโจรสลัดหมาป่าสมุทรไม่ครบทุกคน

นี่ไม่ใช่การทดสอบแม้แต่เสี้ยว ชัดเจนว่าพวกเขาตั้งใจจะไม่ให้มีใครผ่านการทดสอบ!

“พวกเจ้ามีสองทางเลือก อย่างแรกคือยอมรับการทดสอบ ไม่ก็ยอมไม่ผ่านการทดสอบไปเสียที่นี่ตอนนี้!”

น้ำเสียงฉีลั่วหลานนั้นเหลืออด นางโมโหที่ถูกตั้งคำถาม

นางเหลือบมองไปยังซือหยูและประกาศ

“หากเจ้ากลัวตายก็จงเลือกที่จะไม่ไปซะ!”

นางมองซือหยูอย่างถากถาง

ซือหยูหัวใจบีบคั้น การกีดขวางนี่ถูกทำขึ้นเพื่อซือหยู! ฉีลั่วหลานอยากจะกีดกันเส้นทางสู่สำนักหลิวเซี่ยนของซือหยู...เพื่อทำลายอนาคตและไม่เหลือที่ว่างให้เขาเติบโต

การกระทำเช่นนี้ได้ปลุกเร้าซือหยู! เขามาจากพื้นเพอันแร้นแค้น สถานการณ์แบบใดกันที่เขาจะไม่เคยเจอมาก่อน?

คิดย้อนกลับไปแล้วเขาก็เข้าไปยังป่าอสูรด้วยความบ้าบิ่นในตอนที่มีพลังระดับห้าเท่านั้น เขาต้องพบเจอกับเหล่าเพชรฆาตระดับเก้า ในตอนนั้นเขามิได้เกรงกลัว...เช่นเดียวกับตอนนี้!

“มีเหตุอันใดที่ข้าจะต้องกลัว?...ข้า...ซือหยู...ยอมรับการทดสอบ!”

ซือหยูก้าวไปข้างหน้าอย่างเยือกเย็น

ที่เป็นงานที่ยากมาก แต่ซือหยูก็ยังดื้อรั้นที่จะพยายาม! เขาได้ก้าวข้ามความหมดหวังเพื่อพัฒนาตัวเองจากก้นบึ้งแห่งมนุษย์หลายต่อหลายครั้ง!

เส้นทางของซือหยูนั้นเต็มไปด้วยการพบพานสิ่งน่ากลัว! ความคิดที่จะกีดขวางเส้นทางของซือหยูให้เติบโตขึ้นนั้นช่างเป็นความคิดอันโง่เขลา!

จบบทที่ DND.105 - การทดสอบสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว