เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.97 - ยามหนทางถูกปิดกั้น...อีกหนทางจึงปรากฏ

DND.97 - ยามหนทางถูกปิดกั้น...อีกหนทางจึงปรากฏ

DND.97 - ยามหนทางถูกปิดกั้น...อีกหนทางจึงปรากฏ


ทุกคนตัวนิ่งงัน

ความสับสนผสมปนเปกับความขัดแย้งบนใบหน้า

ไม่นาน เคาฉวนก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“วิญญาณไร้ค่า...หึ...ทำให้ข้าประหลาดใจเสียจริง”

หลังจากแสงสีชาดส่องประกาย คำว่า ‘วิญญาณไร้ค่า’ ก็เห็นได้อย่างชัดเจน

ลี่กวงตกใจ ยากจะเชื่อสิ่งที่ได้เห็น

“จะเป็นไปได้ยังไง...ระดับปัญญาของเจ้ากับความเร็วในการบ่มเพาะเร็วกว่าคนทั่วไปมากนัก...เจ้าจะมีวิญญาณไร้ค่าได้ยังไง?!”

แม้แต่ซือร่งที่มิได้ชอบพอซือหยูก็มิอาจเชื่อเช่นกัน

จ้าวกวงสับสน ซือหยูเพิ่มพลังอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดาวตกจากนภา...เพียงเพื่อชนผืนปฐพี

เขาจะมีวิญญาณไร้ค่าได้ยังไง?

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย...ซือหยูยังคงใจเย็น

มีเพียงตัวซือหยูเองที่รู้ว่าเขาเอาระดับปัญญามาจากไหน ระดับปัญญาซือหยูมิได้กล้าแกร่งนัก ทุกสิ่งเกิดจากพลังเร่งเวลาสองร้อยเท่าของเขา

สำหรับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นก็เพราะการใช้โอสถจำนวนมากพร้อมกับสมบัติธรรมชาติ...มิใช่เพราะการดูดซับพลังปราณ

หากจะมีวิญญาณไร้ค่า...ก็ต้องเป็นเพราะเหตุนี้

ซือหยูค่อยๆดึงมือออกอย่างผิดหวัง ความรู้สึกข่มขื่นค่อยๆก่อตัวขึ้นในจิตใจ

เขามีหม้อเก้ามังกร...แต่ถูกลิขิตให้ติดอยู่ในระดับเก้าไปตลอดกาลงั้นรึ?

โลกที่น่าตื่นตาอย่างทวีปเฉินหลงจะเป็นเช่นใดกัน? จะกว้างใหญ่เพียงใดกัน? อัจฉริยะที่อยู่ในนั้นจะมีมากเท่าใด? นักรบแข็งแกร่งที่นั่นจะมากแค่ไหน?

หรือเขาถูกลิขิตให้ติดอยู่ในเกาะเล็กจ้อยในมหาสมุทรกว้างใหญ่เพื่อเป็นมดปลวกไปตลอดชีวิต?

เขาสัญญากับดยุคเซี่ยนหยูว่าจะหาโอสถมารักษาแขนของเขา และเคยสัญญาณกับตนเองว่าวันหนึ่งเขาจะได้เป็นคนที่ลิขิตชะตาตนเอง

ทุกสิ่งที่ทำไว้ในอดีต...ต้องจบลงตรงนี้งั้นรึ?

ความหลงใหลในเส้นทางบ่มเพาะพลังยังคงมิเสื่อมคลาย...แต่เหตุใดร่างกายจึงมีคุณสมบัติเช่นนี้?

ในตอนนี้ ซือหยูรู้สึกราวกับว่าได้กลับไปยังสำนักในชั่วข้ามคืน...กลับไปยังจุดที่เขาคือศิษย์ระดับเงินที่อ่อนแอที่สุด

ในครึ่งปี...เขาทะลวงเส้นทางไปทั้งทวีปราวกับดารารุ่ง แต่วันนี้เขากลับถูกส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้น...เขายังคงเป็นบุรุษผู้อ่อนแอเมื่อครึ่งปีที่แล้วเช่นเดิม

หลิวกวงที่เกรงกลัวซือหยูหัวเราะอย่างควบคุมมิได้

“มังกรกับหนอน...ฮ่าๆๆๆ ข้าพูดถูกจริงๆด้วย ข้าหลิวกวงคือมังกร...และเจ้าจะเป็นมดปลวกไปตลอดกาล!”

ความกังวลบนใบหน้าหลิวกวงหายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอันยินดี

ดวงตาซือร่งเยือกเย็น

“กั้นขวางเจ้ากับเซี่ยนเอ๋อคือตัวเลือกที่ดีแล้ว!”

ซือหยูรู้สึกถึงสายตามากมายที่คอยจับจ้อง แต่เขาก็เงียบกริบ...เขาอ่อนล้าเกินกว่าจะโต้ตอบถ้อยคำเหยียดหยาม

คำว่า ‘วิญญาณไร้ค่า’ ได้ตัดสินชะตาซือหยู

ขณะที่อีกหลายคนจะได้ไปยังทวีปเฉินหลงและทิ้งร่องรอยแห่งตนไว้ประดับฟ้าดิน...แต่ผู้ชนะการต่อสู้แห่งศตวรรษกลับต้องพบความโดดเดี่ยว อ้างว้าง...และถูกลิขิตให้เป็นมดปลวกไปชั่วกาล

แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดร่างซือหยู ก่อให้เกิดเงาเดียวดายทอดยาวออกไป ไม่มีใครคิดอีกแล้วว่าเขาคือราชันย์แห่งศตวรรษ

“พี่หยู”

เสียงอ่อนโยนแผ่วเบา มืออันอบอุ่นนุ่มละมุนคว้าฝ่ามือของเขา

แม้จะอ่อนโยน แต่ก็เด็ดเดี่ยวและมีพลัง มันส่งผ่านความอบอุ่นไปยังวิญญาณซือหยู

เซี่ยจิงหยูเปล่งประกายและงดงามเมื่อกุมมือซือหยูอย่างกล้าหาญ

“โลกใบนี้ยังมีข้า ใครสนกันว่ามันจะเป็นเกาะน้อยหรือแผ่นดินใหญ่ ข้าจะติดตามพี่หยูไปทุกหนแห่ง”

ซือหยูหวั่นไหว ณ จุดต่ำสุดของชีวิต...ความงดงามของนางก็ยังคงอยู่กับเขา

ขีวิตที่ไม่มีนางคงจะเปล่าเปลี่ยวอย่างยิ่ง

ซือหยูจับมืออันอ่อนโยนของนางและนิ่งไปชั่วครู่...จากนั้นก็มองไปยังเคาฉวน

“ทดสอบนาง...เจ้าจะไม่ผิดหวัง”

เคาฉวนขมวดคิ้ว

“นางงั้นรึ? แก้วทดสอบวิญญาณใช้ได้เพียงแปดครั้ง เหตุใดข้าจะต้องสิ้นเปลืองมัน?”

เซี่ยจิงหยูกุมมือซือหยูแน่น

“นั่นไม่จำเป็นหรอก”

นางยืนกราน

เคาฉวนไม่สนใจคำของเซี่ยจิงหยู เขาหันมามองและนำแก้วทดสอบมาข้างหน้า

“หึหึ...เห็นแก่เจ้าที่โศกเศร้าเช่นนี้...ข้าจะให้โอกาสเจ้าและให้นางทดสอบ”

เขายั่วยุ

“พี่หยู...ข้าไม่อยากจะ...”

เซี่ยจิงหยูปฏิเสธ

ซือหยูมิสนใจนางและวางมือนางลงบนแก้วทดสอบ เขาดูสุขุมและยิ้มอย่างน่าสงสาร

“หากวันหนึ่งเจ้ากลับมาจากเฉินหลง...โปรดบอกข้าด้วยว่าโลกภายนอกเป็นเช่นใด...”

แสงสีชาดเปล่งประกายพร้อมถ้อยคำบนแก้วทดสอบ!

“วิญญาณทมิฬระดับสูง!”

เคาฉวนที่ไม่คาดคิดถึงเหตุการณ์เช่นนี้นิ่งเป็นไก่ตาแตก!

คุณสมบัติระดับทมิฬนั้นหายากอย่างยิ่งยวดในสำนักหลิวเซี่ยน รวมเคาฉวนไปแล้วก็มีเพียงศิษย์ไม่กี่คนที่มีวิญญาณทมิฬ

และระดับทมิฬขั้นสูงนั้นก็คือระดับที่ดีที่สุดในสำนัก! มีเพียงคนเดียวเท่านั้นในสำนัก...นั่นก็คือศิษย์ระดับสูงสุดในสำนักหลิวเซี่ยน!

ตัวตนของนางจะต้องสร้างความโกลาหลให้กับสำนักแน่!

เคาฉวนคิด...หากเขาพานางไปอยู่ภายใต้การชี้แนะของอาจารย์เขาได้...เขาจะได้รางวัลเป็นอะไรกันนะ?

เขามิได้สังเกตเลยว่าเซี่ยจิงหยูหน้าแดงและจ้องมองซือหยูทั้งน้ำตา

“พี่หยู...จะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง?”

ซือหยูปล่อยเซี่ยจิงหยูอย่างแผ่วเบาและฝืนยิ้ม เขาส่ายหัว

“ข้ามีดวงตาคู่นั้นที่ช่วยให้ข้าเห็นโลกภายนอก...ข้าจะไม่โดดเดี่ยว”

เคาฉวนรีบร้อนที่จะรับรางวัล การทดสอบจบลงแล้วและพวกเขาควรจะกลับเฉินหลงอย่างรวดเร็ว

เคาฉวนยิ้มอย่างอ่อนโยนและสุภาพนอบน้อม

“ศิษย์น้อง เวลามิรอคอยพวกเรา เราจะไปกันทันที”

เขามองจ้าวกวง เหมิงหลาง และหลิวกวง

“พวกเจ้าจะยืนนิ่งกันอยู่ทำไม? ขึ้นวิหคแล้วเราจะไปกันเดี๋ยวนี้!”

หลิวกวงรู้สึกแย่ตั้งแต่ที่พบว่าเซี่ยจิงหยูมีวิญญาณทมิฬระดับสูง...เขาถูกเคาฉวนละสายตา สัญญาที่เคาฉวนให้เขาเมื่อครู่คงต้องหายไป...ทำให้เขาไม่สบายใจ

ดวงตาเซี่ยจิงหยูมิยอมคลาดซือหยู นางหลับตาไม่นาน เมื่อลืมตาอีกครั้งก็มีน้ำตาไหลรินลงมา นางยิ้ม

“พี่หยู! วันหนึ่งข้าจะกลับมาเล่าให้ฟังแน่นอน...”

นางสะอื้นไห้

เมื่อนางร้องไห้ เสียงของนางก็หายไปกับสายลม

นับจากวันนี้ไป นางจะอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่กว่าเดิม และซือหยูก็จะกลับมาโดดเดี่ยวอีกครั้ง

“เดี๋ยวก่อน! ศิษย์น้องเคา ข้ามีหลานสาว คุณสมบัติของนางอาจจะดีมากแน่”

ซือร่งรีบพูด

เคาฉวนหงุดหงิด

“ใครสนหลานสาวเจ้ากัน? ข้าจะรีบกลับไปรายงานสำนักเดี๋ยวนี้! ลืมมันไปซะ!”

“รอหลานสาวนางเถอะ”

เซี่ยจิงหยูยังคงสับบสน

สีหน้าเคาฉวนอ่อนโยนลงทันที เขาจำเป็นต้องเคารพเซี่ยจิงหยู

“เอาล่ะ...ทำให้เสร็จแล้วจะได้รีบกลับโดยเร็ว!”

เคาฉวนโบกมืออย่างใจร้อน

ซือร่งขอบคุณเขาและรีบไปพาตัวเซี่ยนเอ๋อที่กำลังบ่มเพาะพลัง

เซี่ยนเอ๋อยังไม่รู้ว่าซือหยูมาถึงแล้ว นางไม่รู้เลยว่าท่านยายจะพานางไปไหน...นางมาถึงวิหคยักษ์ด้วยความสับสน

“วางมือเจ้าซะ”

เคาฉวนพูดห้วนๆ เขากำลังเร่งรีบ

เซี่ยนเอ๋อไม่มีเวลาดูรอบๆด้วยซ้ำ ซือร่งกดมือนางลงบนแก้วทดสอบ

แสงสีชาดเปล่งประกาย เห็นข้อความอย่างชัดเจน

“วิญญาณทมิฬระดับกลาง!”

ข้อความชัดเจนนั้นทำให้เคาฉวนที่ร้อนรนหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ วิญญาณทมิฬอีกคนงั้นรึ! และยังเป็นระดับกลางอีกด้วย”

เขาได้วิญญาณทมิฬถึงสองคนในคราเดียว...เคาฉวนมิเคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

ซือร่งตัวสั่น น้ำตานองหน้า

“ดี! ดีมาก! ตระกูลซือ...ตระกูลซือมีหวังแล้ว!”

“ศิษย์น้อง...โปรดขึ้นมาที่นี่”

เคาฉวนมีความสุขมาก เขาเชิญฉินเซี่ยนเอ๋อขึ้นวิหคยักษ์ด้วยรอยยิ้ม

นางเกาหัวด้วยความสับสน นางมองไปรอบๆ นางยังไม่เข้าใจสถานการณ์ด้วยซ้ำ

ตอนนั้นเอง...ดวงตากลมโตของนางก็ได้พบกับร่างอันคุ้นเคย

ใบหน้าอันคุ้นเคย รูปลักษณ์ ร่างกาย...และเสื้อผ้าที่สวม…

แม้สีผมของเขาจะเป็นสีเงินลึกลับและดวงตาของเขากลายเป็นสีม่วง แต่แววตาของเขายังคงเป็นดังเดิมเช่นครั้งที่เขาต้องปกป้องนางจากการล้างสังหารในตำหนักเซี่ยนหยู

นางอาจจะเข้าใจผิดกับบุรุษผู้อื่น...แต่นางไม่มีวันลืมจิตวิญญาณของคนไปได้

“พี่ซือหยู!!”

นางใฝ่หาเขามานาน และวันนี้เขาก็อยู่ในสายตาแล้ว...ฉินเซี่ยนเอ้อพุ่งเข้าไปยังอ้อมแขนของซือหยู

นางมีความสุขกับอ้อมกอดอันคุ้นเคย วันที่จากลานั้นทำให้นางขุ่นเคืองใจมาตลอด นางน้ำตาไหลพราก

ซือหยูกอดเซี่ยนเอ๋อด้วยความสับสน

หลิวกวงสีหน้าเย็นชา เขาลงจากวิหคและเดินมาคว้าไหลของฉินเซี่ยนเอ๋อด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์น้องเซี่ยนเอ๋อ...ไปกับศิษย์พี่ที่สำนักที่ใหญ่กว่านี้เถอะ เราจะฝึกฝนด้วยกัน...ดีไหม?”

เซี่ยนเอ๋อไหล่สั่น ดวงตานางเต็มไปด้วยน้ำตา นางหันศีรษะด้วยความเกรี้ยวกราด

“ข้าต้องการแค่พี่ซือหยู ข้าไม่อยากจะอยู่กับเจ้า! ออกไป!”

หลิวกวงตัวแข็งทื่อ เหตุใดซือหยูจึงสำคัญกับนางนัก? นางจึงได้โกรธเช่นนี้!

หลิวกวงถอนหายใจ

“เซี่ยนเอ๋อ...เราทั้งคู่ต่างเป็นมังกร ซือหยูมิได้รับสิทธิ์นั้น เราต่างถูกลิขิตให้แยกจาก แม้เจ้าจะรักเขา...แต่มันก็เป็นไปไม่ได้”

เซี่ยนเอ๋อคล้องแขนกับลำคอซือหยู

“ข้าไม่เชื่อหรอก! พี่ซือหยูคือชายที่เก่งที่สุด!”

เคาฉวนหรี่ตามอง

“ศิษย์น้องเซี่ยนเอ๋อ...มากับข้าเถอะ ซือหยูก็แค่มดปลวก”

“ข้าไม่เชื่อ! เอาแก้วทดสอบมาให้ข้า...พี่ซือหยูดีกว่าพวกเจ้าทุกคน!”

เซี่ยนเอ๋อยื่นมือขอแก้วทดสอบ

“ข้าจะทดสอบเขาเป็นครั้งสุดท้าย...แต่หลังจากนั้นเจ้าจะต้องมากับข้า”

เคาฉวนรีบร้อนเล็กน้อย แต่สองสตรีที่นับว่ามีความสามารถเหตุใดจึงมีสัมพันธ์เน่นเฟ้นกับซือหยูนัก?

เซี่ยนเอ๋อลูบคาง นางโอบกอดแก้วทดสอบและดันไปหาซือหยูอย่างคาดหวัง

“พี่ซือหยู ลองทดสอบเร็ว บอกพวกเขาว่าพี่คือคนที่แกร่งที่สุด!”

ในใจนาง...ซือหยูคือคนที่มิอาจถูกแทนที่

ซือหยูลูบหัวนางด้วยความรัก

“เซี่ยนเอ๋อ ไปกับจิงหยูก่อนเถอะ หากข้าสะสางเรื่องที่นี้เสร็จ..ข้าจะตามไป...ตกลงไหม?”

เขาไม่ปรารถนาจะให้เซี่ยนเอ๋อเห็นเขา ณ จุดต่ำสุดดของชีวิต

“พี่ซือหยูจะไม่ลองตอนนี้งั้นรึ? บอกคนพวกนี้ไปสิว่าพี่ซือหยูคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด”

เซี่ยจิงหยูน้ำตานอง

“เซี่ยนเอ๋อ...พี่ซือหยูมีพลังงดงามเหนือพวกเราทุกคน...จะต้องมีคนที่แกร่งกว่านี้พาเขาตามเราไปแน่ เราจะไปกันก่อน...แล้วพบกันในอีกไม่นาน...”

“เช่นนั้นหรือ...”

เซี่ยนเอ๋อยิ้มและขึ้นหลังวิหคยักษ์อย่างไม่สนใจใคร

“ดั่งคำข้า...พี่ซือหยูยอดเยี่ยมที่สุด!”

เซี่ยนเอ๋อโบกมือและหัวเราะ

“พี่ซือหยู รีบตามพวกเรามาเร็วๆนะ!”

ก่อนจะบินจากไป เซี่ยนเอ๋อนึกถึงอะไรขึ้นมาได้และนำขวดหยกจากเสื้อของนางออกมาขว้างให้ซือหยู

เซี่ยนเอ๋อหน้าแดง นางเขินอายเล็กน้อย

“นั่น...ท่านย้ายให้พี่ ใช่แล้ว...เป็นท่านยาย..มิใช่ข้า”

เขารับไว้มัน มันคือโอสถวิญญาณระดับสวรรค์และระดับเทพ ทั้งสองขวดเต็มไปด้วยรอยแตกและความหดหู่ราวกับว่าต้องต่อสู้เพื่อแย่งมันมา

ซือหยูตาแดงก่ำ...ซือร่งไม่มีทางให้โอสถกับเขาแน่

ขวดโอสถเหล่านี้จะต้องถูกเซี่ยนเอ๋อจงใจรวบรวมเก็บไว้ให้เขาแน่

แต่ละขวดนั้นเต็มไปด้วยความรักอันไร้เดียงสาจากเซี่ยนเอ๋อ

เซี่ยนเอ๋อ….

ความเจ็บปวดในจิตใจเอ่อล้นออกมา

เคาฉวนที่ร้อนรนรีบสั่งให้วิหคยักษ์ทะยานขึ้นท้องนภา

ซือหยูมองวิหคยักษ์บินจากไป ไกลขึ้นและไกลขึ้น ซือหยูมองดูจนมันกลายเป็นจุดทมิฬบนท้องนภาและหายไปจากเส้นขอบฟ้า

น้ำตาไหลพรากจากดวงตาซือหยู ความเจ็บปวดโอบล้อมดวงใจ

เขาเข้มแข็งมาจนถึงวันนี้ ใบหน้ายังคงสุขุมรอบคอบ

แต่ในวันนี้...การอำลาเซี่ยนเอ๋อกับจิงหยูยากที่เขาจะข่มความโศกเศร้าไว้ได้ ราวกับว่าโลกหันหลังให้กับเขา ทิ้งเขาไว้เบื้องหลังในห้วงอันเยือกเย็น

“เซี่ยนเอ๋อ...”

ซือหยูกำหมัดแน่น เขาข่มความโศกเศร้าและความรู้สึกที่ต้องพบกับความไม่ยุติธรรมเอาไว้

ลี่กวงตกใจอยู่นาน เขาทั้งสงสารและเห็นใจ เขาถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

“ซือหยู...เจ้าต้องดูแลตัวเอง ช่วงชีวิตธรรมดามิได้หมายความว่าเจ้าจะมิอาจสุขใจได้”

เรื่องกลายมาเป็นเช่นนี้...ลี่กวงมิอาจหาถ้อยคำปลอบใจได้เลย

ชะตาซือหยูช่างไม่ยุติธรรม

ในตอนนั้นเอง ลี่กวงก็มองไปยังแก้วทดสอบในมือซือหยู แสงสีชาดแสดงข้อความ ‘วิญญาณไร้ค่า’ เขาถอนหายใจ

“ซือหยู...หากเจ้าไม่มีที่ไป เจ้าจะกลับไปที่วิหารก็ย่อมได้...อ๊ะ!”

ลี่กวงร้องเสียงหลงอย่างประหลาดใจ!

เขามองข้อความ ‘วิญญาณไร้ค่า’ ที่สูญเสียแสงสว่างและพบกับข้อความอื่นมาแทนที่!

ซือหยูพบสิ่งที่เกิดขึ้นบนแก้วทดสอบเช่นกัน...เขาสีหน้าหม่นหมอง

ข้อความสองคำค่อยๆ ปรากฏพร้อมกัน มองจากความยาวแล้วมันมิใ่คำว่า ‘วิญญาณไร้ค่า’ แต่เป็นคำอื่น

หรือนี่...จะเป็นคุณสมบัติซือหยูที่แท้จริง?

เมื่อข้อความชัดเจนขึ้น...หัวใจซือหยูก็เต้นแรง!

จบบทที่ DND.97 - ยามหนทางถูกปิดกั้น...อีกหนทางจึงปรากฏ

คัดลอกลิงก์แล้ว