เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.95 - ดินแดนเฉินหลง

DND.95 - ดินแดนเฉินหลง

DND.95 - ดินแดนเฉินหลง


“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้นแน่!”

เสียงดังมาจากระยะไกล

ฟึ่บ-

ในพริบตา แสงอันประณีตก็ปรากฏต่อหน้าเซียนหุบเขา ผลของประสานอัสนีเยือกแข็งกระจัดกระจายออก

ปรากฏร่างของลี่กวง

ผนึกเวลานั้นมีผลกับเป้าหมายเท่านั้น ดังนั้นจึงมีเพียงเซียนหุบเขาที่อยู่ในผนึก ลี่กวงมิได้รับผลไปด้วย การก่อกวนทันทีทันใดครั้งนี้ได้ปลดปล่อยเซียนหุบเขาจากพันธนาการ

ในตอนนั้น ร่างของมังกรม่วงที่ดวงตาธรรมดามิอาจมองเห็นได้หายไป เซียนหุบเขาหลุดออกมาจากห้วงเวลา

แม้ว่าร่างนางจะอยู่ในมิติเวลา นางก็ยังมีสติอยู่ ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่อกทำให้นางโกรธจัด!

“ข้าจะฆ่าเจ้า!”

เซียนหุบเขากู่ร้อง

นางมิได้บาดเจ็บสาหัว แต่นางต้องกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา! ในนามแห่งราชันย์...กลับต้องบาดเจ็บเพราะสามัญชน! มีเพียงลี่กวงเท่านั้นที่หยุดการโจมตีจากซือหยูครั้งที่สองให้นาง!

นางไม่มีวันลืมความอัปยศนี้!

“ฮื่ม!”

ลี่กวงจ้องนาง

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นของตกแต่งงั้นรึ? ลองขยับอีกกระบวนท่าเดียว ข้าจะสังหารเจ้าด้วยตัวเอง! ข่มเหงศิษย์ข้าอีกครั้งเจ้าจะโดนอย่างสาสม!”

“นี่เจ้า!”

ซือร่งโกรธและอับอาย

ซือหยูจ้องซือร่งอย่างเสียดาย ผนึกเวลานั้นมีเวลาจำกัด ทุกการใช้งานจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู มิเช่นนั้นดวงตาเขาจะฉีกออก เขาได้พลาดโอกาสดีที่สุดในการสังหารเซียนหุบเขาไปเสียแล้ว

“ท่านราชันย์...เหตุใดจึงหยุดข้า?”

ซือหยูถามด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจเบื้องลึกในความเลื่อนไหวของลี่กวง ลี่กวงมิได้มีอคติต่อซือหยูแน่นอน มิเช่นนั้นเขาคงไม่ปกป้องซือหยู

ลี่กวงมองด้วยดวงตาอายุกว่าร้อยปีของเขาด้วยความโล่งใจและสง่างาม

“มากับข้า! ข้าจะแสดงอีกโลกให้เจ้าได้เห็น”

ลี่กวงมิได้ตอบซือหยู เขากลับคว้าไหล่ซือหยูและทะยานท้องนภาขึ้นไปหลายพันศอก

ซือหยูไม่เข้าใจ...อีกโลกงั้นรึ?

“มองไปที่ธรณีหวงห้าม”

ลี่กวงกล่าว

ซือหยูมองลงไป เขาตกใจกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า

“นั่นมัน….รอยฝ่ามือ!”

ตามตำนาน ธรณีหวงห้ามเคยเป็นดินแดนอันรุ่งเรือง มันถูกลบกลายเป็นที่รกร้างในชั่วข้ามคืน หากมองที่พื้นก็ยากจะรู้ได้ว่ามันล่มสลายเพราะเหตุใจ

แต่เมื่อมองจากข้างบน ซือหยูได้เห็นภาพอันน่าตกตะลึงที่จะต้องจดจำไปจนวันตาย!

มันมีรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ฝังแน่นลงไป

“เจ้าพูดถูกแล้ว นั่นคือรอยฝ่ามือ! ฝ่ามือนั้นทำลายทุกสิ่งในสามสิบศอก”

ฝ่ามือนั่นทำลายทุกสิ่งในระยะสามสิบศอก...เป็นเถ้าถ่าน

ซือหยูตกอยู่ในภวังค์กับสิ่งที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต

เขานึกถึงวันในเทือกเขารัตติกาล และภาพเขียนที่อยู่ใต้ดิน ภาพแรกคือดัชนีสวรรค์ของชายแก่ ซือหยูได้ฎีกาสวรรค์มาจากภาพเขียนนั้น ภาพที่สองคือฝ่ามือสวรรค์ใหญ่ยักษ์ที่พุ่งลงมาจากสวรรค์ บดขยี้ภูเขาและทำลายทุกสิ่งในระยะหลายหมื่นลี้!

ซือหยูไม่เคยลืมภาพเขียนนั้น

รอยฝ่ามือสามสิบศอกที่ทำลายทุกสิ่งนี้จะต้องเป็นฝ่ามือในภาพเขียนที่สอง

“นั่นคือพลังของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ?”

ซือหยูลืมตัว

ลี่กวงหัวเราะแห้งๆ

“ราชชันย์งั้นรึ? หึหึ ราชันย์มันคือสิ่งใดกัน? เทียบกับพลังฝ่ามือนี่แล้ว...ราชันย์ก็แค่มดปลวก...ดัชนีเดียวก็สังหารข้าจนป่นปี้”

“เจ้าเห็นอีกโลกรึยัง?”

ลี่กวงถามทันที

ซือหยูใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใจเย็นลงและคิดถึงคำถามของลี่กวง

“ท่านราชันย์...จะบอกว่าระดับราชันย์ ตำนานแห่งผู้ฝึกตน...ยังมิใช่จุดสุดยอดงั้นรึ?”

“ตำนานงั้นเรอะ?”

ลี่กวงเย้ยหยันต่อตัวเอง

“บางทีโลกของเจ้าอาจจะกล่าวเชช่นนั้น แต่ในอีกโลก...ราชันย์ก็แค่ชีวิตชั้นต่ำที่สุด”

“อีกโลกนั่นอยู่ที่ใดกัน?”

ซือหยูตกตะลึง ราชันย์ในตำนานคือสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำในต่างโลก!

ลี่กวงตอบด้วยคำถาม

“เจ้าคิดว่าทวีปเฉินยี่นี้ใหญ่เพียงใดกัน?”

ซือหยูคิดอยู่ชั่วครู่ เขตเซี่ยนหยูนั้นใหญ่เท่าแผ่นดินจีน และแคว้นเฟิงหลินก็กว้างใหญ่เท่าโลกทั้งใบ พันธมิตรเก้าแคว้นก็คือโลกเก้าดวงรวมกัน

หากรวมกับดินแดนยักษ์อย่างแคว้นเฟิงหวงที่ใหญ่กว่าพันธมิตรเก้าแคว้นรวมกัน...ทั้งทวีปเฉินยี่น่าจะมีขนาดประมาณโลกยี่สิบดวง

ขนาดเช่นนี้สั่นคลอนดวงวิญญาณซือหยู

“กว้างใหญ่ไพศาล! ต่อให้เดินทางทั้งชีวิตก็มิอาจได้เห็นทุกสรรพสิ่ง”

ซือหยูตอบอย่างจริงใจ

ลี่กวงหัวเราะ

“แล้วถ้าข้าบอกเจ้าบอกทวีปเฉินยี่นี่เป็นแค่เกาะเล็กจ้อยล่ะ?”

“อะไรกัน? เกาะงั้นรึ?”

ซือหยูอ้าปากค้าง!

ลี่กวงพยักหน้าช้าๆ

“เป็นเช่นนั้น! ทวีปเฉินยี่นี่มิต่างอะไรกับเกาะในมหาสมุทรกว้างใหญ่ ดินแดนที่แท้จริงคือทวีปเฉินหลง”

“ทวีปเฉินหลงคือศูนย์กลางของโลก นั่นคือสภาพแวดล้อมของผู้ฝึกตนอย่างแท้จริง ทวีปเฉินยี่นี้ก็แค่หนึ่งในเกาะเล็กจ้อยที่มีอยู่มากมาย”

ซือหยูพูดอะไรไม่ออก ทวีปเฉินยี่อันกว้างใหญ่...เป็นแค่ธุลีในมหาสมุทร!

“ซือร่งกับข้าเป็นศิษย์สำนักหลิวเซี่ยนในแผ่นดินใหญ่ ร้อยปีก่อน พวกเราถูกส่งมายังเกาะเฉินยี่เพื่อดเฟ้นหาอัจฉริยะในเขตของสำนัก”

“ซือร่งก่อตั้งหุบเขาเฟิงหวงและสร้างแคว้นเฟิงหวง และเป็นข้าที่ก่อตั้งวิหารและควบคุมพันธมิตรเก้าแคว้น พวกเราแบ่งเกาะเฉินยี่กันครึ่งส่วน...เพื่อหาอัจฉริยะจากดินแดนนั้น”

“การต่อสู้แห่งศตวรรษในวันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อหาอัจฉริยะห้าคนไปยังแผ่นดินใหญ่”

ลี่กวงพูดเสริม

ซือหยูตกตะลึงเมื่อรู้ว่าวิหารและหุบเขาเฟิงหวงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อสำนักหลิวเซี่ยนในทวีปเฉินหลงเพื่อค้นหาอัจฉริยะ

ลี่กวงมองซือร่งและถอนหายใจ

“เจ้ารู้รึยังว่าทำไมข้าจึงหยุดเจ้า? อย่างแรก เจ้ามิอาจสังหารนางได้ พลังที่แกร่งที่สุดของเจ้าทำให้นางบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น….แม้จะเป็นวิชาวิญญาณลับของเจ้าก็มิอาจสร้างบาดแผลกับนางได้”

“อย่างที่สอง...แม้เจ้าจะสังหารนางได้...เจ้าจะรับมือกับนักรบจากทวีปเฉินหลงที่จะมาล้างแค้นให้นางได้รึ? ในบรรดาพวกนั้น บางคนสังหารข้าได้เพียงประสงค์เท่านั้น”

แค่ความคิดก็บดขยี้ราชันย์ได้อย่างงั้นรึ?

ซือหยูหน้าซีด ซือร่งกับลี่กวงมิใช่แค่ทรงพลังเท่านั้น...สถานะของพวกเขาก็มิใช่ธรรมดาอีกด้วย

“เอาล่ะ...ตอนนี้เจ้าบอกข้ามาได้แล้ว...พลังของเจ้าเติบโตอย่างรวดเร็วจากป่าอสูรได้ยังไง?”

ลี่กวงมิอาจเก็บซ่อนความสงสัย

ซือหยูพยักหน้า มาถึงขั้นนี้...เขาต้องอธิบายตอบกลับ

หัวใจเยือกแข็งของเขาเริ่มเต้น...ดูดซับพลังความเย็นจากสิ่งรอบข้าง

“วันนั้นที่ข้าติดอยู่ใต้หุบเขา ข้าสำเร็จแก่นแท้จิตน้ำแข็งระดับสูง ตามตำราแล้ว หลังจากที่ข้าสำเร็จระดบสูง หัวใจของข้าจะก่อตัวเป็นแก่นแท้จิตน้ำแข็ง หัวใจนี้จะเพิ่มพลังบ่มเพาะของข้าโดยการดูดซับพลังความเย็นจากสิ่งรอบกาย”

ลี่กวงเข้าใจทันที ตอนที่ซือหยูถูกฝังนั้นมีพลังระดับเจ็ดขั้นกลาง แต่วันนี้เขามีพลังระดับแปดขั้นสูง...ทั้งหมดต้องขอบคุณแก่นแท้จิตน้ำแข็ง

ในเฟิงหลินนั้นอยู่ในฤดูเหมันต์ พลังความเย็นอยู่ที่จุดสูงสุด และในป่าอสูรยังเต็มไปด้วยร่มเงา พลังความเย็นยิ่งมีมากในที่นั่น

ซือหยูดูดซับพลังความเย็นอย่างต่อเนื่องตลอดสิบวัน ประกอบกับโอสถวิญญาณที่เขาดื่มไปหลายขวด ผลทางยาจากทั้งพลังความเย็นและโอสถได้ทำให้เขาเพิ่มพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว

“แล้วเจ้าสำเร็จแก่นแท้จิตน้ำแข็งขั้นสูงได้ยังไงกัน? ก่อนที่เจ้าถูกฝัง เจ้าบรรลุมันแค่ระดับกลางและมันยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีก่อนที่เจ้าจะทะลวงระดับสูงได้ วิชาระดับเทพนั้นยากที่จะบรรลุเมื่อถึงระดับสูง”

“นั่นคงเป็นระดับสติปัญญาของข้า”

ซือหยูกล่าว...โดยไม่อธิบายความเปลี่ยนแปลงในร่างแบบอื่น!

การเปลี่ยนแปลงสูงสุดของเขามิใช่พลังบ่มเพาะ หรือวิชาที่เขาได้เรียนรู้ แต่...เป็นเพราะหม้อเก้ามังกร!

เมื่อถึงคราวใกล้ตาย...หม้อเก้ามังกรได้เปลี่่ยนแปลงไป

ของเหลววิญญาณหลายหยดปะทุออกมาชำระร่างกายและดวงวิญญาณของเขา เพิ่มระดับสติปัญญาของเขาอีกมาก

และพลังเร่งเวลาของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อก่อนเขาเร่งเวลาได้ห้าสิบเท่าเมื่อหยุดนิ่ง หลังการเปลี่ยนแปลง...เขาเร่งเวลาได้ถึงสองร้อยเท่า!

เขาติดอยู่ภายใต้หุบเขาครึ่งเดือน ด้วยพลังเร่งเวลานั้นเอง...มันเทียบเท่ากับสิบปี! นั่นเป็นเวลามากพอที่จะทำให้เขาสำเร็จแก่นแท้จิตน้ำแข็งอย่างหมดจด

ยิ่งไปกว่านั้น หัวมังกรสีม่วงบนหม้อเก้ามังกรที่ผ่านการชำระล้างจากของเหลววิญญาณสีแดง...ได้กลายเป็นสีแก้วส่องสว่าง

ดวงตาซือหยูพบกับการเปลี่ยนแปลงประหลาด...ในที่สุดก็กลายเป็นสีม่วง

เมื่อก่อน...เขาทำได้แค่ควบคุมเวลารอบกายเท่านั้น เนตรม่วงนี้ทำให้เขาควบคุมเวลาของโลกภายนอกได้อีกด้วย

พลังผนึกเวลาจึงถือกำเนิดขึ้นมา มันหยุดเวลาใส่เป้าหมายใดก็ได้ ในการต่อสู้เอาชีวิต...มันจะเป็นประโยชน์กับซือหยูอย่างมาก!

แต่ซือหยูก็ยังควบคุมเนตรได้ไม่ถึงขึดสุด เขาจึงหลับตาเพื่อป้องกันไม่ให้พลังเนตรเล็ดรอดออกไปทำร้ายผู้บริสุทธิ์

“ระดับสติปัญญางั้นรึ?”

ลี่กวงอ้าปากค้าง

“ระดับสติปัญญาของเจ้ามันเหลือเชื่อจริงๆ”

ซือหยูแอบหน้าบึ้ง...คนที่ไม่น่าเชื่อโดยแท้จริงคือเซี่ยจิงหยูต่างหาก

“แล้ววิชาระดับวิญญาณของเจ้ามาจากไหน?”

ลี่กวงสีหน้าหม่นหมอง นี่คือคำถามสำคัญ เขาคิดว่าเนตรเทพสีม่วงของซือหยูนั้นเป็นเพียงวิชาวิญญาณลับและทำให้ซือร่งเสียสติไปชั่วคราว...เขามิได้สนใจมันมากนัก

“วิชาระดับวิญญาณคืออะไรงั้นรึ?”

ซือหยูตกใจ

“สายฟ้าดาราม่วงนั่น”

“ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ระดับสวรรค์ ระดับเทพ ระดับเหล่านี้คือวิชาบ่มเพาะที่มนุษย์ตั้งขึ้น ส่วนวิชาระดับวิญญาณนั้นคือวิชาบ่มเพาะที่จะฝึกได้โดยคนที่มีระดับตั้งแต่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ วิชาของซือร่งที่นางใช้กับเจ้าก็เป็นวิชาระดับวิญญาณ”

สายฟ้าดาราม่วงเป็นวิชาระดับวิญญาณงั้นรึ? ซือหยูตกใจแต่เมื่อคิดย้อนกลับไปมันก็สมเหตุสมผล วิชาระดับเทพเช่นแก่นแท้จิตน้ำแข็งและภวังค์น้ำค้างมีระดับพลังเพียงสามระดับ แต่สายฟ้าดาราม่วงมีเหนือกว่านั้น

และในเรื่องของความยาก...สายฟ้าดาราม่วงทำให้ซือหยูซับซ้อนหลายต่อหลายครั้ง

เขาสำเร็จวิชาระดับเทพขั้นสูงสองวิชานั่นคือแก่นแท้จิตน้ำแข็งและเนตรอสูรนรก แต่สายฟ้าดาราม่วงนั้นก็ยังคงอยู่ในระดับหนึ่งขั้นกลาง เวลาที่เขาใช้กับสายฟ้าดาราม่วงนี้ก็หกเดือนเข้าไปแล้ว ประกอบกับพลังเร่งเวลาของเขา...เขาได้ใช้เวลาตลอดสิบปีในการบ่มเพาะวิชาแต่ก็ติดอยู่ที่ระดับหนึ่งขั้นกลาง

ความต่างกันของความยากนั้นสมเหตุสมผลเสียที

เมื่อคิดว่าสายฟ้าดาราม่วงเป็นวิชาระดับวิญญาณที่มีเพียงแต่ในทวีปเฉินหลง...และได้รับเฉพาะราชันย์เท่านั้น...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซือหยูจึงบ่มเพาะมันอย่างยากลำบาก

เมื่อก่อน เขาเคยคิดว่ามันเป็นวิชาระดับสวรรค์ จากนั้นเขาจึงตระหนักว่าพลังมันเหนือกว่าวิชาระดับเทพ ...คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นวิชาระดับวิญญาณ!

หากเป็นเช่นนี้ มันก็น่าจะมีชิ้นส่วนตำราอีกที่ไหนสักแห่ง!

“มันมาจากตำราในสำนักเซี่ยนหยู”

“เขตเซี่ยนหยูงั้นรึ?”

ลี่กวงคิดหนัก

“เทือกเขารัตติกาลในเขตเซี่ยนหยูครึ่งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรือง...แต่ก็ถูกทำลายในข้ามคืน หากข้าคิดถูกต้อง...เศษตำราวิชาระดับวิญญาณนั่นจะต้องถูกพบโดยบังเอิญในภายหลัง”

“เอาล่ะ ในหนึ่งวัน คนจากทวีปเฉินหลงจะมาที่นี่และพาพวกเรากลับเฉินหลง งานข้ากับซือร่งจบลงแล้ว”

ลี่กวงลงมาจากฟากฟ้าพร้อมซือหยู

“ซือหยูคือผู้ชนะ!”

หุ่นเชิดทมิฬประกาศ

หุ่นเชิดทมิฬอ้าปากดันเหรียญไปทางลี่กวง

“ตามกฎการต่อสู้แห่งศตวรรษ...ฝั่งที่ชนะจะได้เหรียญหลิวเซี่ยน”

ลี่กวงกำมันไว้ในมือ...เปลือกตาสั่นไหวพร้อมน้ำตา

ซือร่งมองเหรียญหลิวเซี่ยนด้วยความอิจฉา

นางข่มความริษยาในใจและฝืนประสานมือ

“ยินดีด้วยพี่ลี่ อดทนรออย่างขมขื่นมาเป็นร้อยปีและความอดทนนั้นก็ได้ตอบแทนเสียที จะได้ใช้เหรียญหลิวเซี่ยนในการร้องขอสิ่งตอบแทนจากสำนัก”

ลี่กวงหลับตา เขากำเหรียญหลิวเซี่ยนแน่นพร้อมน้ำตาที่ไหลพราก เขาเสี่ยงสั่น

“ลั่วหลาน...รอข้าก่อนเถอะ! ข้าจะต้องให้สำนักสืบสวนเรื่องในอดีตนั้น...ข้าจะต้องได้รับคำตอบ! ข้าผิดไปแล้ว!”

จ้าวกวงตกอยู่ในภวังค์ เขาคุกเข่าซือหยูอย่างนับถือ น้ำตาไหลพรากมิต่างจากราชันย์

“ศิษย์น้องซือ! ข้าจะไม่ลืมพระคุณของเจ้าเลย!”

มีเพียงจ้าวกวงเท่านั้นที่เข้าใจความเจ็บปวดของผู้เป็นอาจารย์ เขาได้ใช้เวลาร้อยปีพยายามคว้าเหรียญหลิวเซี่ยนเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี

และเป็นซือหยูที่ได้ทำให้ความปรารถนาของลี่กวงเป็นจริง!

ดวงตาลี่กวงเต็มไปด้วยความนับถือ เขามองศิษย์สวรรค์ที่เขาพามาและยิ้มอย่างโล่งใจ

“มีเพียงจ้าวกวงที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้าในอดีต ในวันนี้...ข้าจะบอกพวกเจ้าว่าทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้น”

เรื่องมีอยู่ว่าลี่กวงนั้นครั้งหนึ่งได้เป็นศิษย์หน้าใหม่แห่งสำนักหลิวเซี่ยน แต่เขาก็มีพลังเหนือกว่าศิษย์หน้าใหม่ทั่วไป

ลั่วหลานคือศิษย์น้องของเขา งดงามและบริสุทธิ์ผุดผ่อง...นางตกหลุมรักกับลี่กวง

พวกเขาทั้งสองไปกันได้ดี พวกเขาบ่มเพาะพลังร่วมกันและเติบโตไปกับสำนัก

แต่คืนหนึ่ง...ลั่วหลานก็ถูกลวนลามในที่พักของลี่กวง

เหตุการณ์ครั้งนี้มีพยานรู้เห็นเป็นศิษย์พี่หานฉี่ ศิษย์มากพรสวรรค์ที่มีคุณสมบัติน่านับถือ เขาบอกว่าลี่กวงและศิษย์น้องลั่วหลานดื่มด้วยกันในทุ่งบุพผาในค่ำคืนนั้น...ทั้งสองมัวเมาจนถึงจุดหมดสติ

เมื่อพวกเขาตื่น...ลี่กวงก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันที

ศิษย์น้องลั่วหลานโกรธเกรี้ยวและอับอาย...นางหายหน้าไปจากทุกคน

ลี่กวงถูกตราหน้าเป็นผู้ร้ายขืนใจ...และควรถูกเนรเทศ! มีเพียงลี่กวงเท่านั้นที่รู้ตัวดีว่าเขามิได้แตะต้องลั่วหลานในค่ำคืนนั้นเลย

คนที่ลงมือมิใช่ลี่กวง...แต่ควรจะเป็นพยานนั่น...หานฉี่!

จบบทที่ DND.95 - ดินแดนเฉินหลง

คัดลอกลิงก์แล้ว