เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.93 - การประลองอันรุนแรงสูงสุด

DND.93 - การประลองอันรุนแรงสูงสุด

DND.93 - การประลองอันรุนแรงสูงสุด


หลิวกวงหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว!

ในทวีปเฉินยี่แห่งนี้ มีแค่เขาที่ดูแคลนผู้อื่นได้! ไม่มีใครจะมาดูแคลนเขาได้เลย

ซือหยูนับเป็คนแรก!

“คนที่จะจบการต่อสู้แห่งศตวรรษนี้มิใช่เจ้า แต่เป็นข้า หลิวกวงผู้นี้!”

หลิวกวงยืนอย่างหยิ่งยโส

“พวกเจ้าแต่ละคนมีหนึ่งโอกาสในการโจมตี!”

เจียงซิ่นสีหน้ามืดหม่น นางยิงอาวุธลับแสงทมิฬจากชุดออกไปเก้าชิ้น!

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ--

หลิวกวงยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มบางๆ เขาใช้ปลายเท้าแตะพื้นที่เต็มไปด้วยขี้เถ้า

การแตะเบาๆนั้นทำให้เกิดการระเบิดของพลังมหาศาล!

ครืน--

ตู้ม--

ระยะสามสิบศอกรอบกายหลิวกวงระเบิด!

ฝุ่นควันลอยฟุ้ง เหล่าเศษชิ้นส่วนกระจายไปทั่วนภา วายุทรายและเศษสิ่งของรวมตัวกันเป็นคลื่นยักษ์พัดปลิวสูงขึ้นไปในอากาศ

แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง--

แสงทมิฬทั้งเก้านั้นถูกป้องกันด้วยคลื่นยักษ์

ในเวลาเดียวกัน หลิวกวงก็ยื่นนิ้วแตะหินก้อนเล็กอย่างแผ่วเบา

ฟึ่บ--

อ๊าาา---

เจียงซิ่นหลบไม่ทันและถูกหินก้อนเล็กที่มีพลังอันรุนแรง นางคำรามอย่างเจ็บปวด

หมอกแสงปรากฏขึ้นและนำพาเจียงซิ่นที่แพ้สองครั้งออกไปจากธรณีหวงห้าม

ฝุ่นกระจัดกระจายบนท้องนภา หลิวกวงยืนมือไพล่หลังท่ามกลางวายุฝุ่นราวกับว่าเขาไร้เทียมทาน!

เหมิงหลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“จุมพิตหมาป่ากระหาย!”

ฟึ่บ--

ร่างของเขาแบ่งออกยากจะแยกแยะ

หลิวกวงที่ถูกล้อมโดยภาพติดตาหัวเราะ เขายังยืนมือไพล่หลังเช่นเดิม

ตอนนั้นเองหมัดจากภาพติดตาก็พุ่งเข้ามารอบทิศทาง ราวกับน้ำท่วมใหญ่

ดูเหมือนว่าหลิวกวงกำลังจะถูกหมัดนี้กลืนกิน!

แผละ--

เกิดเสียงอันแผ่วเบา และภาพติดตาก็หายไปทันที เหลือเพียงร่างที่แท้จริงของเหมิงหลางที่ยืนห่างจากหลิวกวงไม่กี่ศอก

พลังปราณนั้นก่อเกิดเป็นรูปกระบี่และพุ่งไปจ่อหน้าคิ้วของเหมิงหลาง

เหมิงหลางพ่ายแพ้ หมอกแสงพาเขาออกไปจากธรณีหวงห้าม!

ตอนที่กระบี่พลังปราณพุ่งออกไป หลิวกวงยังคงยืนมือไพล่หลังอย่างสงบสุข มิได้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

จ้าวกวงอ้าปากค้าง

“การสร้างรูปลักษณ์จากพลังปราณ...เจ้ากำลังเจ้าสู่ระดับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์!”

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ลี่กวงครั้งหนึ่งเคยบอกว่าทวีปเฉินยี่มีทรัพยากรจำกัด และเขามิอาจฟูมฟักราชันย์ศักดิ์สิทธิ์รุ่นใหม่ได้ แต่หลิวกวงนั้นฝืนชะตาตน และกำลังเข้าสู่ระดับของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

หลิวกวงหัวเราะแต่ก็ยังคงสุขุมรอบคอบ เขามองจ้าวกวงด้วยความขบขัน เขาทำให้สถานการณ์นี้มีแสงสว่างริบหรี่ขึ่นมา...แต่ในตอนนี้มีจ้าวกวงยืนอยู่เพียงผู้เดียว

นี่เป็นการต่อสู้อันรุนแรงที่สั่นคลอนหัวใจของจ้าวกวง แต่ความตั้งใจของจ้าวกวงยังไม่หายไปไหน เขาจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ!

“ไตรเศียรฉรยางค์!”

แขนขาจ้าวกวงเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นจังหวะอันเป็นเอกลักษณ์ ราวกับว่าเขามีศีรษะเพิ่มขึ้นอีกสอง และมีแขนขาเพิ่มขึ้นอีกสี่ข้าง! ระยะโจมตีของเขาในตอนนี้นั้นปกคลุมทั่วพื้นที่! เหมิงหลางเคยแพ้วิชานี้!

“จงเพ่งมองวิชาข้า!”

จ้าวกวงคำรามดั่งสัตว์ป่า เร็วและแข็งแกร่ง

ครืน--

ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน

เสียงถล่มสั่นคลอนนภา ฝุ่นควันตลบทั่วทุกหัวระแหง เมื่อฝุ่นควันสงบลง ก็พบภาพอันน่าตกตะลึง!

หลิวกวงยกนิ้วขึ้น

จ้าวกวงยืนอยู่ห่างสิบศอก ศีรษะทั้งสามและแขนขาทั้งหกแข็งทื่อ!

พลังปราณของหลิวกวงกลายเป็นกำแพงน้ำแข็ง ป้องกันการโจมตีจากจ้าวกวง เพียงแค่นิ้วเดียวจ้าวกวงรับมือลำบาก!

จ้าวกวงกัดฟันแน่น

“สลับเงา!”

ฟึ่บ--

จ้าวหวงหายตัวไปทันที เขาไปอยู่ข้างหลังหลิวกวง แม้จะเป็นหลิวกวงก็ตามไม่ทัน

ครืน---

แขนขาทั้งหกของจ้าวกวงโจมตีเข้าไปพร้อมกัน!

ปั้ง

ความยินดีบนใบหน้าจ้าวกวงหายไป ไม่มีหมัดใดของเขาที่โจมตีถูกกล้ามเนื้อหรือตัวหลิวกวง...ในความจริงแล้วเขารู้สึกราวกับว่าโจมตีใส่อากาศว่างเปล่า และเขาก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยด้านหลังเขา

“การโจมตีภาพติดตาข้ามันน่าสนุกขนาดนั้นเชียวรึ?”

หนึ่งดัชนีแตะแผ่นหลังจ้าวกวง

พลั่ก--

จ้าวกวงราวกับถูกทุ่มด้วยภูเขา เขาพ่นโลหิตออกมาจำนวนมาก เขากระเด็นลอยไปไกลและพ่ายแพ้

“เร็วมาก!”

จ้าวกวงเบิกตากว้าง หลิวกวงเร็วยิ่งกว่าวิชาระดับเทพของเขาเสียอีก!

“เจ้ามิใช่คนเดียวที่บ่มเพาะวิชาระดับเทพสองวิชา”

หลิวกวงยิ้ม

หุ่นเชิดผู้ตัดสินประกาศ

“หลิวกวงคือผู้ชนะ!”

“ต่อไป หลิวกวง เลือกผู้ประลอง!”

หุ่นเชิดผู้ตัดสินสั่ง

หลิวกวงยืนอยู่ศูนย์เถ้าถ่าน เขามองไปยังซือหยู

“คิดว่าหลังจากที่เจ้าดูการต่อสู้ของข้าแล้ว เจ้าคงเข้าใจความต่างระดับระหว่างข้าและเจ้า แต่ก่อนที่เราจะสู้กัน ให้ข้าเอาขยะออกไปเสียก่อน”

เอี๊ยด--

หลิวกวงพลิกนิ้วโดยไม่หันไปมองด้านหลัง

อ๊าก---

จ้าวกวงมิอาจป้องกันตัวเองได้ทัน เกิดบาดแผลรูใหญ่บนแผ่นหลังของเขา

จ้าวกวงแพ้สองครั้ง หมอกแสงล้อมรอบเขาและส่งเขาไปยังด้านนอก ที่ด้านนอก...จ้าวกวงคุกเข่าลงกับพื้นและขอร้องอย่างอับอาย

“ศิษย์ของท่านช่างไร้ค่านัก โปรดลงโทษข้าเถิด ท่านอาจารย์”

ลี่กวงตกใจ ดวงตาของเขาไร้แววตา

“ลุกขึ้น...นี่อาจจะเป็นชะตาของข้า...ความปรารถนาร้อยปีของข้ามิอาจถูกเติมเต็ม...”

ถ้อยคำของลี่กวงนำพาความโศกเศร้ามาด้วย

ในตอนนี้ เขาดูเหมือนเป็นชายแก่ที่รอคอยเวลามาร้อยปี...เพื่อเสียความตั้งใจในการมีชีวิตอยู่

วิญญาณของเขาตายจากไป

ซือร่งมองอย่างเวทนา นางส่ายหัวและถอนหายใจ

“ลี่กวง เหตุใดเจ้าเศร้าใจเพียงนี้? จ้าวกวงมีความหมายต่อเจ้ามากเพียงนั้นเลยรึ?”

ลี่กวงหลับตา เปลือกตาแก่เฒ่าของเขาสั่นไหว เขาได้เก็บงำความหวังมาตลอดร้อยปี...เพียงเพื่อให้มันหายไปในพริบตา

“ท่านอาจารย์...”

ศิษย์สวรรค์รู้สึกได้ถึงความโศกเศร้าของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ละคนคุกเข่าครวญคราง

ลี่กวงฝืนยิ้ม

“ข้าไม่เป็นไร...”

จ้าวกวงเสียใจอย่างมาก มีเพียงเขาที่รู้ว่าราชันย์ศักดิ์สิทธิ์รอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งชีวิต เขาอดทนมาร้อยปีเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้...ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย

แต่จ้าวกวงทำให้ความปรารถนาของเขาพังทลาย! ความรู้สึกผิดและความเศร้าเข้าปกคลุมจ้าวกวง

ในตอนนั้น เขาก็พบแผ่นหลังของบุรุษผู้หนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

“ท่านอาจารย์...ข้าอาจจะพ่ายแพ้ แต่ที่นั่นยังมีศิษย์น้องซือ!”

จ้าวกวงประกาศกร้าว

“เขาอาจจะเป็นความหวังของพวกเรา!”

ซือหยูงั้นรึ? ลี่กวงพูดนามเขาอย่างแผ่วเบา หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ส่ายหัวและหัวเราะ

“เขาทำไม่ได้หรอก...”

ในสมรภูมิ มีบุรุษสองคนยืนอยู่เหยือเถ้าถ่าน

หนึ่งคนคือบุรุษผมสีเงินชุดม่วง ที่ก้าวขึ้นมาจากความแร้นแค้น เขาคือดาราที่ร่วงหล่นมายังทวีปนี้ ความเปล่งประกายของเขาน่าตกตะลึง

อีกคนคืออัจฉริยะในตำนาน เขาได้ฝืนชะตาและก้าวเข้าสู่ระดับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์...ยืนอยู่จุดเหนือสุดของโลก!

การต่อสู้แห่งศตวรรษขึ้นอยู่กับพวกเขา!

“เจ้ามดปลวกเล็กจ้อย ความสงสารที่มอบให้เจ้ามันหายไปหมดแล้ว นี่เป็นเวลาที่เจ้าจะได้เห็นความต่างที่แท้จริงของพลัง!”

หลิวกวงยืนมือไพล่หลัง ชุดของเขาปลิวไหว

พลังปราณของเขาสร้างกระบี่สิบเล่มหมุนวนร่างของเขา ใครก็ตามที่เข้าใกล้เขาจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ!

ฟึ่บ--

ภาพติดตาของหลิวกวงหยุดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหายไป!

ต่อมาเขาก็ปรากฏตัวอยู่ห่างจากซือหยูสิบศอก! กระบี่ปราณทั้งสิบเล่มจู่โจมซือหยูทันที!

ซือหยูยืนมือไพล่หลังอย่างเย็นชา

“แก่นแท้จิตน้ำแข็ง!”

ซือหยูพูดอย่างแผ่วเบา

ครืน ครืน--

ใกล้อกของเขา หัวใจที่ทำจากน้ำแข็งเริ่มเต้น มันคือวิชาระดับเทพขั้นสูงสุด แก่นแท้จิตน้ำแข็ง!

หัวใจของเขากลายเป็นแก่นแท้จิตน้ำแข็ง ตราบเท่าที่เขาปรารถนา...ทุกสิ่งจะเป็นน้ำแข็ง

เอี๊ยด--

ไอน้ำในอากาศเยือกแข็ง และก่อให้เกิดกำแพงน้ำแข็งตามประสงค์ของซือหยู

แกร๊ก--

กระบี่ปราณพุ่งเข้าใส่กำแพงน้ำแข็ง แต่มันถูกป้องกันเอาไว้ได้

ตอนที่หลิวกวงใจเย็นลง สิ่งที่เหลือตรงหน้าเขาก็เป็นเพียงภาพติดตาของซือหยู

“ฮื่ม! หนีเร็วนักนะ!”

หลิวกวงมองหารอบๆ เขาเบิกตากว้างและไม่พบซือหยู!

ในตอนนั้น หิมะก็ตกใส่ศีรษะเขาอย่างแผ่วเบา

“มองหาข้าอยู่รึ?”

บุรุษชุดม่วงลอยอยู่บนอากาศราวกับทวยเทพ

การลอยในอากาศ...มีแต่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ทำได้!

เงาลอยล่องระดับสูงสุด จะทำให้ผู้ใช้ลอยได้ชั่วคราว!

หลิวกวงตกใจแต่ก็เยาะเย้ยต่อไป

“เจ้าก็แค่ใช้วิชาลอยตัวธรรมดา ข้าจะให้เจ้าดูวิชาบินที่แท้จริง!”

ฟึ่บ--

พลังปราณของหลิวกวงกลายเป็นปีกบนแผ่นหลัง ทุกการกระพือของมันทำให้ร่างของเขาลอยขึ้น

กุญแจสำคัญในพลังที่ราชันย์ใช้บินก็คือการใช้พลังปราณ หลิวกวงที่ไปถึงระดับราชันย์สามารถเปลี่ยนพลังปราณให้เป็นรูปลักษณ์ก็ได้ รวมถึงการเปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นปีก

หลิวกวงมองตรงไปยังซือหยูและหัวเราะ

“วิชาของเจ้าก็ถือว่าดี แต่ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าดูว่าวิชาระดับเทพขั้นสูงของจริงเป็นยังไง!”

“กรงเล็บเทพวิหค!”

หลิวกวงคำราม

นิ้วของเขากลายลักษณ์เป็นกรงเล็บ แสงอ่อนๆล้อมรอบนิ้วและกรีดผ่านลงมาเป็นกรงเล็บวิหคคมกริบ

ครืน--

เถ้าถ่านและเศษหินบนพื้นลอยขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เกิดหลุมลึกสามศอกห้าหลุม

การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็มีพลังขนาดนั้น!

พลังของวิชาระดับเทพขั้นสูงเข้มข้นมาก!

ซือหยูยังคงสงบนิ่ง เขาปล่อยคลื่นพลังปราณมาที่ฝ่ามือและเปลี่่ยนมันกลายเป็นกระบี่น้ำแข็ง

เขาพลิกข้อมือเล็กน้อย ฟันกระบี่ไปด้านล่าง!

ครืน--

กระบี่น้ำแข็งแตกเป็นเสี่ยงๆ ระรอกคลื่นพลังได้หายไป

ซือหยูถอยหลังไปสิบก้าว ได้กลิ่นโลหิตในลำคอ!

หลิวกวงยังยืนอยู่ที่เดิม เขาปรับชุดให้เข้าที่และยิ้ม

“ทั้งสองวิชาต่างเป็นวิชาระดับเทพขั้นสูง แต่วิชาเจ้าเป็นแค่วิชาสนับสนุน เขามาเทียบกับวิชาที่ข้าใช้ได้อย่างไร?”

ซือหยูรับมือหลิวกวงไม่ไหว...มิใช่เพราะพลังของแก่นแท้จิตน้ำแข็ง...แต่เป็นเพราะความต่างของระดับการบ่มเพาะพลัง!

ซือหยูมีพลังเพียงระดับแปดขั้นสูง หลิวกวงมีพลังระดับเก้าขั้นสูง! ทั้งสองวิชาต่างเป็นวิชาระดับเทพขั้นสูง เป็นธรรมดาที่ซือหยูต้องเสียเปรียบ

“นามราชาแห่งศตวรรษเป็นของข้า หลิวกวง! หลังการต่อสู้นี้ ข้าจะเป็นมังกรทะยานฟ้า และเจ้าจะเป็นมดปลวกไปตลอดกาล!”

“สบายใจได้...ข้าจะดูแลเซี่ยนเอ๋ออย่างดี! หัวใจและร่างกายของนางเป็นของข้า หลิวกวง!!”

หลิวกวงยั่วยุต่อไป

“ข้าเกรงว่าเซี่ยนเอ๋อจะยังไม่รู้ว่าเร็วๆนี้นางจะได้เป็นผู้หญิงของข้า นางยังเรียกข้าว่าศิษย์พี่หลิวกวงอย่างน่ารักอยู่เลย วันหนึ่งนางจะกลายมาเป็นของเล่นของข้า! คนเดียวที่จะได้สายเลือดเช่นนางคือข้า! ยอมแพ้ซะ ข้าจะเก็บผู้หญิงของเจ้าไว้เอง!”

ฟึ่บ--

ทันทีที่หลิวกวงพูดจบ เขาก็หายไปอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาปรากฏตัวหน้าซือหยูในทันที

“กรงเล็บเทพวิหค!”

กรงเล็บพุ่งตรงมายังซือหยู!

ซือหยูเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น...ราวกับนภาสดใสก่อนวายุกระหน่ำ

เซี่ยนเอ๋อคือคู่หมั้นของเขา นางคือสตรีที่เขาสาบานว่าจะปกป้องตลอดกาล

ไม่มีใครจะได้รังแกนาง! แม้จะเป็นสวรรค์ ฟ้าดิน หรือเหล่าเทพ ใครที่กล้าข่มเหงนางจะต้องตายสถานเดียว!

“เจ้ามิควรดูหมิ่นนาง...”

น้ำเสียงอันเย็นชาไร้อารมณ์ส่งความเยือกเย็นไปทั้งสวรรค์

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาคลายมือที่ไพล่หลังเอาไว้

บุพผาสีม่วงอยู่ในฝ่ามือข้างขวาของเขา มันตัดกับรูปลักษณ์น้ำแข็ง กลีบบุพผาปราณีตพร้อมลายสีม่วงอ่อนช้อย

นอกจากรูปลักษณ์อันงดงามแล้ว บุพผาม่วงนั้นยังมีพลังอันแข็งแกร่ง!

หัวใจหลิวกวงหยุดเต้น เขาตระหนักได้ว่าเขาพูดคำที่ไม่ควรพูดออกไปแล้ว!

“ข้าอยากให้เจ้า...ตายไปซะ!”

ซือหยูพูดอย่างเยือกเย็น เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า

ดูเหมือนว่ามันเป็นการก้าวข้ามสวรรค์และฟ้าดิน เหมือนกับการเดินผ่านห้วงเวลา...ก้าวข้ามทุกสิ่งกีดขวางบนโลก!

สวรรค์และฟ้าดินก็มิอาจช่วยหลิวกวงไว้ได้!

จบบทที่ DND.93 - การประลองอันรุนแรงสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว