เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.79 - ความจริงอันโหดร้าย

DND.79 - ความจริงอันโหดร้าย

DND.79 - ความจริงอันโหดร้าย


แม้การโจมตีของพวกเขาจะเสมอกัน ซือหยูก็ใช้พลังไปเพียงครึ่งเดียว! เพราะหลังจากที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับเจ็ด พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่...ยี่หวู่หัวก็มิได้ใช้พลังสูงสุดเช่นกัน หากพวกเขาทั้งสองใช้พลังสูงสุดพร้อมกันซือหยูก็ยังคงรับมือกับระดับแปดได้ เมื่อซือหยูจะโจมตีอีกครั้งก็พบเซี่ยจิงหยูอันอ่อนหวานลอยอยู่ข้างเขา

“พี่หยู ข้าเอง!”

นางเข้าสู่ภาวะฎีกาสวรรค์พร้อมความโกรธในแววตา ฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์ครึ่งส่วนของนางสร้างขอบเขตแห่งธรรมชาติไปทั่วทุกพื้นที่ ทุกการเึลื่อนไหวของนางกว้างใหญ่และเป็นธรรมชาติ

ฟึ่บ--

ความไร้ขอบเขตแห่งฎีกาสวรรค์โอบล้อมพื้นที่ทุกทิศทาง ดวงตาอันงดงามของนางฉายแววการบรรลุ ซือหยูตัวแข็งทื่อ...นี่เป็นฎีกาสวรรค์แท้จริงของเซี่ยจิงหยูงั้นรึ? เมื่อคิดถึงมันแล้วข้อกังขาในใจซือหยูก็หายไปหมด เพราะยังไงเซี่ยจิงหยูก็มีระดับสติปัญญาที่เหนือกว่าเขายี่สิบห้าเท่า ซือหยูนั้นถือว่าโกงเพราะมีพลังเร่งเวลา แต่นางนั้นคือสตรีผู้มีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด

“โอ้...สาวงามอยากจะลงมือเองงั้นรึ? ท่านยี่ผู้นี้นับถือใจเจ้านัก”

แววตาอันเต็มไปด้วยตัณหาของยี่หวู่หัวจับจ้องไปยังทั่วร่างของเซี่ยจิงหยู

แม้ซือหยูจะแข็งแกร่ง...แต่การโจมตีเมื่อสักครู่น่าจะดีที่สุดที่เขาทำได้แล้ว...ยี่หวู่หัวมั่นใจว่าสาวน้อยอันงดงามคนนี้จะต้องเป็นของเล่นให้เขาในค่ำคืนนี้แน่นอน! แต่เมื่อเขาพบว่าฎีกาสวรรค์ของเซี่ยจิงหยูก็เกือบจะเป็นครึ่งทางของระดับสวรรค์...สีหน้าเขาก็มืดหม่น! ดวงตาสดใสของนางมองเขา นางยื่นมือเล็งยี่หวู่หัวจากระยะไกล

“ดัชนีบุพผา!”

ฉั่วะ--

โลหิตในอกยี่หวู่หัวไหลออกมาทันที อกของเขาฉีกออกเป็นแผลเท่าดัชนี แต่โลหิตไหลออกมาอย่างรุนแรง เขาหน้าซีดและหวาดกลัว และเซี่ยจิงหยูยังคงไม่หยุด นางโจมตียี่หวู่หัวจนมีแผลเต็มร่างกาย

ยี่หวู่หัวรู้สึกได้ว่าเซี่ยจิงหยูยังใช้วิชาของนางได้ไม่เต็มที่ หากนางพัฒนาขึ้นเมื่อไหร่...โลหิิตในกายเขาคงจะพุ่งออกมาจนหมดกายและตายทันที!

ฟึ่บ--

ยี่หวู่หัวตกอยู่ในความกลัว...เขากล้าเกิดตัณหากับเซี่ยจิงหยูได้ยังไงกัน? สำหรับจอมโจรผู้พรากความบริสุทธิ์แล้วเขามิได้เก่งในด้านต่อสู้โดยตรง...แต่เป็นวิชาเคลื่อนไหว! ความเร็วของเขานั้นเหนือจินตนาการ

ฟึ่บ--

แต่ก่อนที่เขาจะหนีไปได้...ร่างสีม่วงก็มาขวางเขาไว้ทัน!

“ประสานอัศนีเยือกแข็ง!”

ทุกการเคลื่อนไหวของซือหยูนำพาขอบเขตแห่งธรรมชาติไปด้วย พลังแห่งน้ำแข็งและอัศนีปะทุอยู่ในมือ แสงสีม่วงและสีขาวเจาะทะลุอกของยี่หวู่หัว!

อ๊ากก----

ยี่หวู่หัวตื่นตระหนก...เขาบาดเจ็บรุนแรง! เจ้าหนุ่มคนนี้มีฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์ที่ลึกลับนัก!

“ดัชนีบุพผา!”

เมื่อซือหยูโจมตีเสร็จ เสียงแผ่วเบาอันเย็นชาก็มาจากด้านหลัง!

ฉั่วะ--

โลหิตระเบิดออกมาจากร่างเขาอย่างไม่รู้สิ้น เพียงไม่นานเขาก็เสียโลหิตไปกว่าสี่ในสิบส่วน

เขาที่ต้องทนกับพลังแห่งฎีกาสวรรค์ทรุดลงไปกับพื้น! แต่มันก็ยังไม่จบ!

“เนตรอสูรนรก!”

เพียงพริบตาจิตใจยี่หวู่หัวก็เจ็บปวดยากจะทานทน! ในที่สุดแววตาของเขาก็จางไปและยืนต่อหน้าซือหยูอย่างนอบน้อม ซือหยูและเซี่ยจิงหยูมองหน้ากันอย่างโล่งใจ

หากรวมพลังกันแล้วพวกเขาสามารถจัดการกับระดับแปดขั้นต้นได้ และหากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวพวกเขาก็ยังสูสี การเติบโตของพวกเขายากเหนือจินตนาการ เมื่อไม่นานมานี้พวกเขายังต้องหนีจากระดับแปดขั้นต้นอยู่เลย

เมื่อซือหยูรับโอสถวิญญาณและใช้วิชาล่าวิญญาณกับยี่หวู่หัว...เซี่ยจิงหยูก็ได้บรรลุอะไรบางอย่าง ฎีกาสวรรค์ของนางเข้าสู่ระดับสวรรค์แล้ว การขัดเกลาฎีกาสวรรค์ครั้งนี้ยังทำให้นางเข้าใจภวังค์น้ำค้างเพิ่มขึ้นอีกขั้น

หลังจากบ่มเพาะอยู่นาน...นางค่อยๆลืมตาด้วยความดีใจ

“พี่หยู! วิชาระดับเทพของข้าสำเร็จขอบเขตกลางแล้ว!”

ซือหยูยังยินดีและอิจฉา นี่เป็นการทะลุขอบเขตที่ทัดเทียมกับเขา แต่เซี่ยจิงหยูทำมันได้ลื่นไหลราวกับวารีที่เชี่ยวกราก ความต่างของสติปัญญาพวกเขาช่างต่างกันอย่างยิ่ง! พลังที่เพิ่มขึ้นของนางทำให้ทันระดับของซือหยู

ในตอนนี้หากร่วมมือกัน แม้จะมีระดับแปดขั้นต้นสองคนเข้ามาพวกเขาก็มิต้องกลัว! ในตอนนี้พวกเขามีโอสถวิญญาณระดับสวรรค์อีกขวด….พวกเขายังต้องการอีกเจ็ดขวดก่อนจะบรรลุระดับเจ็ดขั้นกลาง

ซือหยูมองไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น

“จิงหยู โอกาสของเรามาถึงแล้ว!”

เหตุผลที่ยี่หวู่หัวหนีออกมาที่ป่าส่วนนอกก็เพราะว่ามีกลุ่มศิษย์วิหารต่อสู้กันอยู่ในแกนป่า!

พลังของสามคนนั้นสังหารและทำให้เพชรฆาตหลายคนเจ็บหนัก ไม่ต้องสงสัย...มันคือกลุ่มของหลงเสี่ยวยี่กับว่าที่ศิษย์สวรรค์ลำดับสองและสาม! พลังของพวกเขาเพียงพอจะจัดการกับเพชรฆาตกลุ่มใหญ่!

ยี่หวู่หัวโชคดีที่หนีรอดมาได้ เขาจึงหลบมาที่ป่าส่วนนอก มีเพชรฆาตอื่นที่คิดเช่นเดียวกับเขาและหนีมาซ่อนตัวที่ป่าส่วนนอกเช่นกัน ในตอนนี้หากพวกเขาเข้าไปยังป่าส่วนในลึกเข้าไปอีก พวกเขาจะได้สังหารระดับแปดอีกหลายคน!

ฟึ่บ--

พวกเขาทั้งสามคนรวยทั้งยี่หวู่หัวที่ถูกซือหยูควบคุมเดินทางตัดผ่านป่าอันเงียบเชียบและมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของป่าอสูร

ทันใดนั้นซือหยูก็ได้ยินเสียงตะโกน ซือหยูเพิ่มพลังดวงตาและมองออกไป ที่ระยะสิบห้าลี้มีศิษย์วิหารสวรรค์กำลังสู้กับระดับแปดขั้นต้นสองคน! ศิษย์วิหารผู้นั้นคือคนที่น่ากลัวและทรงพลัง หยานจื่อ...อันดับสามว่าที่ศิษย์สวรรค์ เขาอายุประมาณยี่สิบเจ็ดปี...พลังของเขาอยู่ที่ระดับแปดขั้นต้น!

หยานจื่อกำลังรับมือกับเพชรฆาตระดับแปดขั้นต้นสองคน เขาทำได้แค่หลบการโจมตีจากพวกนั้น...เขากำลังตกอยู่ในอันตราย! ซือหยูพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับเซี่ยจิงหยูและยี่หวู่หัวทันที! อกหยานจื่อมีแผล่ถูกฟันที่อกและมีโลหิตไหลออกมามาก พลังของเขาลดลงอย่างมาก

แต่เพชรฆาตสองคนนั้นที่ร่วมมือกันมิได้มีบาดแผลแม้แต่น้อย

“พี่ใหญ่! มันจะทนไม่ไหวแล้ว!”

“อย่าประมาท บดขยี้มันไปเรื่อยๆจนตายดีกว่า...เราจะได้ไม่โดนสวนกลับ!”

หยานจื่อโกรธแค้น กลุ่มของเขาได้เจอกับเพชรฆาตกลุ่มใหญ่โดยมิคาดคิดและถูกแยกออกจากกัน สามคนกระจัดกระจาย...และเหลือเขาที่ต้องรับมือกับระดับแปดขั้นต้นถึงสองคน...โอกาสรอดชีวิตของเขาเหลือเพียงน้อยนิด!

ฟึ่บ--

แต่ในตอนนี้ สามคนที่เร็วปานสายฟ้าได้พุ่งเข้าไป!

อ๊าก--

สามคนที่พุ่งเข้ามามีพลังอย่างล้นหลาม! เพชรฆาตสองคนถูกโจมตีทันที!

“เนตรอสูรนรก!”

แสงสีมรกตเข้มพุ่งตรงไปยังเพชรฆาตทั้งสอง พวกเขาถูกควบคุมอยู่ภายในจิตใจ พวกเขาดูเหมือนทรมานอยู่นาน….แต่มันเกิดขึ้นในพริบตาเดียว! หยานจื่อไม่รู้จะตอบสนองยังไง

ในบรรดาศิษย์สวรรค์ นอกจากกลุ่มของพวกเขาแล้ว...ยังมีกลุ่มอื่นที่แกร่งขนาดนี้เชียวหรือ? เมื่อมองใกล้ๆก็พบว่าเขาคือซือหยูที่ยืนหยัดต่อหน้าราชันย์! ข้างเขาคือเซี่ยจิงหยูที่วิงวอนขอร้องให้ซือหยู! อีกคนหนึ่งคึือเพชรฆาตระดับแปดขั้นต้น...ที่ดวงตาไร้แววจากการถูกควบคุม!

“พวกเจ้า!”

หยานจื่อประหลาดใจ!

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูที่เขารู้จักเป็นเพียงแค่ว่าที่ศิษย์สวรรค์รุ่นใหม่ พลังของพวกเขานับว่าแค่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น แต่ก็ไม่ห่างชั้นจากชางหมิงยี่เท่าไหร่นัก ซือหยูยิ้มตอบและรับโอสถวิญญาณสองขวดจากเพชรฆาต ตอนนี้พวกเขามีโอสถวิญญาณสามขวดแล้ว

ซือหยูยังได้หุ่นเชิดระดับแปดขั้นต้นอีกสองคนในควบคุม ตอนนี้เขามีหุ่นเชิดถึงสามคน หากพวกเขาเจอกับกลุ่มเพชรฆาตสี่คน...พวกเขาจะสังหารได้ทั้งหมด!

เซี่ยจิงหยูตาเป็นประกายอย่างมีความสุข นางดูสถานการณ์และคิดว่าอีกไม่ถึงสิบวันพวกเขาจะเก็บโอสถวิญญาณครบแปดปวดแน่นอน...จากนั้นพวกเขาจะมีพลังระดับเจ็ดขั้นกลาง!

“เดี๋ยวก่อน!”

หยานจื่อมองพวกเขารับโอสถวิญญาณและขมวดคิ้ว

ซือหยูยังคงสุขุม

“มีอะไรหรือศิษย์พี่หยาน ท่านรู้สึกว่าพวกเรามิสมควรได้รับโอสถนี้งั้นรึ?”

มิต้องมีพิธีรีตรอง เขาชินชากับมันเสียแล้ว หากหยานจื่อเจตนาไม่ดี ซือหยูก็ต้องปล่อยผ่านไป

หยานจื่อส่ายหัว เขามิได้ต้องการโอสถ

“หาใช่เช่นนั้น พวกเขาสังหารพวกมัน สมควรได้โอสถนั่นแล้ว”

“เช่นนั้นศิษย์พี่หยานจะชี้แนะสิ่งใดรึ?”

หยานจื่อมองซือหยูและหุ่นเชิดทั้งสาม จากนั้นก็หันมามองซือหยูตรงๆอีกครั้งและพยักหน้าเล็กน้อย

“จากตอนนี้ เจ้าควรฟังที่ข้าบอก...พาหุ่นเชิดทั้งสามนี่ไปรวมกลุ่มกับศิษย์พี่หลงซะ”

ตอนนั้นเขาก็หันไปเห็นเซี่ยจิงหยูและขมวดคิ้วลังเลเล็กน้อย

“นางจะไปกับเจ้าด้วยก็ได้...หากนางไม่เป็นตัวถ่วง”

“ดีล่ะ! ไปกันเถอะ!”

หยานจื่อยินดีและโบกมือไปในทางที่หลงเสี่ยวยี่หนีออกไป แต่ไม่มีใครเดินตามเขาเลย

เขามองไปข้างหลังและพบซือหยูที่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินและกำลังจะไปอีกเส้นทาง หยานจื่อตะโกนอย่างเย็นชา

“ซือหยู! เจ้าคิดว่าเจ้าทำอะไรอยู่? ไม่ได้ยินที่ข้าพูดงั้นรึ!”

ซือหยูจ้องเขาและย้อน

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? ทำไมข้าต้องทำตามคำเจ้า?”

“นี่เจ้า!”

หยานจื่ออธิบายอย่างอดทน

“หากเราเจอกับศัตรูในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้าเหมาะกว่าที่จะสั่งหุ่นเชิดพวกนี้ ทำแบบนี้เราจะใช้ประโยนช์จากพวกมันได้สูงสุด คำสั่งข้าจะต้องเป็นผลดีแน่!”

หยานจื่อรู้สึกรำคาญ เขากระแอมและพูดต่อ

“และใครๆก็อยากจะอยู่กับข้ามิห่างหายไปไหน..ตอนนี้ข้าให้โอกาสเจ้า...แต่เจ้ายังไม่รับมันไว้!”

เขาไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย เขาคือว่าที่ศิษย์สวรรค์ลำดับสาม...หลายต่อหลายคนทนอยู่ในระดับต่ำสุดมาหลายปีเพราะทนการประลองอย่างรุนแรงไม่ไหว พวกเขาต่างอยากได้คนหนุนหลังที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องและชี้แนะ...หรืออาจจะแบ่งทรัพยากรบ่มเพาะด้วยกัน

ว่าที่ศิษย์สวรรค์นับไม่ถ้วนติดตามหยานจื่อเพราะเหตุนี้ การถูกเขาสั่งนับเป็นสิ่งที่เหล่าว่าที่ศิษย์สวรรค์ใฝ่หา โชคร้ายที่ไม่มีใครเข้าตาเขานัก...ไม่ต้องพูดถึงการที่จะได้ถูกเขาสั่งเลย

สำหรับหน้าใหม่อย่างซือหยูและเซี่ยจิงหยู ด้วยระดับพลังเช่นนี้ การติดตามเขานับว่าเป็นทางเลือกที่ดีหากอยากจะไปในระดับที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หยานจื่อส่ายหัว เขาตระหนักว่าซือหยูและเซี่ยจิงหยูอายุเพียง 14 ปี พวกเขาน่าจะเข้าใจวิถีของโลกนี้เพียงน้อยนิด เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะต้องตัดสินใจอย่างประมาท

แต่หยานจื่อแอบโกรธซือหยูที่เยาะเย้ย

“หากเจ้าแข็งแกร่งนัก ก็ไปจับหุ่นเชิดมาเองเสีย...จะมาสั่งข้าอยู่ทำไมกัน?”

“โอกาสที่เจ้าหยิบยื่นให้...เอาไปให้คนอื่นซะเถอะ...พวกเราหาต้องการไม่”

ซือหยูเดินจากไปพร้อมกับเซี่ยจิงหยูอย่างไม่ลังเล

หยานจื่อโกรธเกรี้ยว

“ซือหยู! มีตาหามีแววไม่! กลับไปที่วิหารเมื่อไหร่...คำเดียวของข้าจะเปลี่ยนชีวิตเจ้า!”

ในบรรดาว่าที่ศิษย์สวรรค์จะมีใครกันที่กล้าทำให้เขาผิดหวัง?! ที่เขาต้องทำมีเพียงการแอบสั่งอย่างลับๆ จากนั้นก็จะมีศิษย์ในวิหารหลายต่อหลายคนที่พร้อมจัดการซือหยู

“หืม?...เจ้าน่ะเหรอ?”

ซือหยูเยาะเย้ย

หยานจื่อหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว

“มีหุ่นเชิดพวกนี้แล้วดูมั่นใจเหลือเกินนะ เจ้ามิรู้ที่ต่ำที่สูงหรืออย่างไร?”

“เจ้าจะลองไหมล่ะ”

ซือหยูยืนมอไพล่หลังและเดินออกมาจากเหล่าหุ่นเชิด เขากำลังจะบอกว่า...แม้จะไร้หุ่นเชิด...เขาก็จัดการหยานจื่อได้อยู่ดี

เขาเจอกับความหยาบคายของซือหยูซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยานจื่อพุ่งมาข้างหน้าด้วยพลังปราณเข้มข้นทันที

“ยอดเยี่ยม! เจ้าหน้าใหม่ที่ยังหลงระเริงอยู่กับแคว้น ศิษย์พี่จะสั่งสอนให้เจ้ารู้ถึงความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้!”

ความอดทนของซือหยูหมดลง อัตตาของหยานจื่อนั้นสูงเกินไปมาก! ซือหยูจะต้องชี้แนะเขาให้รู้ถึงความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ด้วยตนเอง!

จบบทที่ DND.79 - ความจริงอันโหดร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว