เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.76 - ประสานอัสนีเยือกแข็ง

DND.76 - ประสานอัสนีเยือกแข็ง

DND.76 - ประสานอัสนีเยือกแข็ง


คำที่อสูรเก้าพิษอุทานใส่ซือหยูนั้นทำให้เขาเข้าใจฎีกาสวรรค์ของตัวเองมากขึ้น ตอนที่เขาจับมือกับเซี่ยจิงหยูนั้นจะทำให้พลังฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์ออกมาได้ ดังนั้นหากเขาใช้พลังคนเดียว ฎีกาสวรรค์ของเขาจะมีพลังครึ่งเดียวของระดับสวรรค์

ฎีกาสวรรค์แบบเก่าของเขาเปลี่ยนไป แต่ฎีกาสวรรค์แบบใหม่ก็ยังไม่เป็นรูปร่างชัดเจน แต่ก็มีพลังเป็นครึ่งส่วนของระดับสวรรค์ ซือหยูยังไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจมันอย่างถูกต้อง แต่เขาก็กำลังจะทดลองมัน ณ ตอนนี้! ในใจเขามีแนวคิดของฎีกาสวรรค์ใหม่แล้ว ตอนนี้ในมือเขาโอบล้อมไปด้วยฎีกาสวรรค์ใหม่ที่พัฒนาขึ้น!

ทุกการเคลื่อนไหวของซือหยูลื่นไหลดุจวารี ทุกส่วนในตัวทั้งภายในและภายนอกนั้นเป็นธรรมชาติ มิได้มีส่วนในบนตัวที่เป็นมนุษย์อีกแล้ว ในใจของเขาไหลไปกับจังหวะการเรียนรู้สิ่งสำคัญของฎีกาสวรรค์

ข้าดั่งธรรมชาติ ธรรมชาติดั่งข้า! พลังฟ้าดินทั้งมวล...จงอยู่ใต้อาณัติแห่งข้า!

ฟึ่บ--

เขาบินไปทางกำแพงน้ำแข็งด้วยความเร็วปานอัศนี ตัวเขาไร้น้ำหนักราวกับขนวิหค เขาบรรลุพลังไปอีกขั้น

“น้ำแข็ง! แลอัศนี! ประสาน!”

ซือหยูคำราม ขอบเขตแห่งธรรมชาติปกคลุมทั่วทิศทางโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง!

ซือหยูได้กลายเป็นผู้ชี้ชะตาแห่งขอบเขตธรรมชาติ! เกิดมุมมองอันใหม่

ซ่า---

ดัชนีของซือหยูนำพาคลื่นน้ำแข็งและเพลิงอัศนีสีม่วง สองพลังรวมเป็นคลื่นพลังเดียว! การรวมตัวของอัศนีและน้ำแข็งบรรจบกันเป็นพลังแห่งธรรมชาติ! ประสานอัศนีสู่เยือกแข็ง! เยือกแข็งสู่อัศนี!

พลังน้ำแข็งและอัศนีไหลวนตามบัญชาจากดัชนีของซือหยูกลายเป็นลำแสงสีม่วงและขาวพิสุทธิ์ส่งตรงไปยังอสูรเก้าพิษ

อ๊ากก---

สีหน้าอสูรเก้าพิษสีหน้าเปลี่ยนทันที เขารีบป้องกันการโจมตีแต่ในการโจมตีของซือหยูมีพลังแห่งธรรมชาติ เขามิอาจต้านทานได้เลย!

ฉั่วะ--

ที่อกของเขามีรูขนาดใหญ่ที่เกิดจากเพลิงอัศนีเยือกแข็ง! พลังอันไร้ขอบเขตจากธรรมชาติส่งตัวเขากระเด็นลอยไปไกลหลายศอก เขากระแทกกับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง

เขาอ้าปากกระอักเลือดออกมาอย่างน่ากลัว เขาบาดเจ็บสาหัสและน่ากลัว!

“ครึ่งส่วนของฎีกาสวรรค์ระดับเทพ! ไม่นะ ฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์ของมันจะไปเทียบเท่ากับครึ่งเดียวของระดับเทพได้ยังไง!”

ฟึ่บ--

เส้นไหมโปร่งใสล้อมรอบลำคออสูรเก้าพิษ เขาขัดขืนไม่ได้เลยเพราะบาดเจ็บสาหัส

“ขยับ...แล้วตายไปซะ!”

ซือหยูถือแหวนหยกทมิฬไว้ในมือ เขาดึงอย่างแผ่วเบาเพื่อรัดไหมพันมังกรที่คออสูรเก้าพิษให้แน่นขึ้น ใบหน้าอสูรเก้าพิษหวาดกลัวและไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

ซือหยูพยักหน้า วัตถุดิบที่ทำไหมพันมังกรนั้นน่าทึ่งอย่างมาก โลหิตของอสูรเก้าพิษที่ร้ายแรงและมีฤทธิ์กัดกร่อนยังทำอะไรไหมพันมังกรมิได้

แต่อสูรเก้าพิษก็รอซือหยูอยู่เช่นกัน….ทันใดนั้นซือหยูรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจทันที

ผลั่ก--

ซือหยูเข่าอ่อนล้มลงกับพื้น เขากำหน้าอกแน่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ร่องรอยพิษทมิฬกำลังไหลเข้าสู่เส้นโลหิตของซือหยูและเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันกำลังพุ่งตรงไปยังหัวใจ! ซือหยูมิอาจรอดพ้นพิษในตอนต่อสู้ได้แม้จะกลั้นหายใจเอาไว้ เพราะหมอกพิษนั้นปะปนอยู่ในอากาศไปทั่ว

เซี่ยจิงหยูตื่นตระหนก นางทุบกำแพงน้ำแข็งและรีบพุ่งไปหาซือหยู มืออันงดงามราวหยกของนางถึงตัวซือหยูในพริบตาเดียว

“ภวังค์น้ำค้าง!”

โลหิตในกายซือหยูล้อมรอบมือเซี่ยจิงหยูผ่านรูขุมขน โลหิตนั้นมีสีดำและเป็นพิษ! เซี่ยจิงหยูได้ใช้ภวังค์น้ำค้างเพื่อดูดซับพิษในโลหิตผ่านไอน้ำในอากาศ เมื่อไอพิษออกจากร่างซือหยูมันก็กลายเป็นฝนพิษหล่นสู่พื้น

เมื่อโลหิตถูกชำระล้างมันก็กลับไปในกายซือหยูอีกครั้ง

อสูรเก้าพิษตกตะลึง

“วิชาระดับเทพธาตุวารี...มีวิชารักษาลับด้วยงั้นรึ?”

เซี่ยจิงหยูหายใจอย่างยากลำบาก เหงื่อไหลโทรมกายเมื่อนางใช้วิชานี้ นางค่อยๆอ่อนแอลงและหน้าซีด นางเกือบจะหมดสติไปหลายครั้ง แต่นางจะไม่หยุดจนกว่าจะเสร็จสิ้น เพราะหากนางหยุดแล้วโลหิตพิษจะไหลเข้าสู่หัวใจของซือหยู เมื่อถึงตอนนั้น...แม้แต่ทวยเทพก็มิอาจรักษาชีวิตซือหยูได้

เมื่อเซี่ยจิงหยูเกือบจะหมดแรง เส้นโลหิตของซือหยูก็ถูกชำระล้างทั้งหมด แต่ซือหยูยังไม่ได้สติ น้ำแข็งบริเวณอกกลับค่อยๆแช่แข็งซือหยู พลังชีวิตของเขาลดลงไปพร้อมกับน้ำแข็งที่มากขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นกัน?”

ดวงตาอันงดงามของเซี่ยจิงหยูเริ่มไม่พอใจ นางจ้องอสูรเก้าพิษอย่างเกลียดชัง

“เจ้าใช้พิษอะไรกับเขา!”

ไหมพันมังกรที่คออสูรเก้าพิษรัดแน่นกว่าเดิม หากเซี่ยจิงหยูดึกแหวนหยกทมิฬ ศีรษะของเขาจะหยุดออกจากบ่าทันที

“เจ้าทำอะไรพิษอสูรมิได้หรอก!”

อสูรเก้าพิษส่ายหัวอย่างหม่นหมอง

“ต้องใช้วิชาระดับเทพของเขาต่าหาก!”

“เขาที่บรรลุฎีกาสวรรค์ระดับสวรรค์จะกระตุ้นวิชาระดับเทพให้บรรลุขั้นใหม่ แต่วิชาระดับเทพนั้นอันตรายเป็นทุนเดิม ในการบรรลุระดับจะต้องมีผู้อาวุโสมาคอยดูด้วยหากชีวิตกำลังอยู่ในอันตราย และเขาในตอนนี้ก็กำลังเป็นเช่นนั้น”

เซี่ยจิงหยูหน้าซีด การบรรลุระดับของวิชาระดับเทพงั้นรึ?

“ข้าจะช่วยเขาได้ยังไง? พูดมาเร็ว!”

เซี่ยจิงหยูพูดอย่างชัดเจนและไม่พอใจ นางมิอาจคิดถึงวันที่ไม่มีซือหยูได้...นางจะหาความสุขสงบในใจจากที่ใดได้อีก?

อสูรเก้าพิษมีประสบการณ์การบ่มเพาะพลังมากกว่าเซี่ยจิงหยูหลายปี เขาดูสถานการณ์ของซือหยูและตัดสินใจอยู่ชั่วครู่

“ทางเดียวที่จะช่วยเขาคืออย่าให้ร่างกายเขาเย็นลง”

เซี่ยจิงหยูรีบเข้าไปในป่าและหาฟืนในพริบตา ทั้งตัวของนางเต็มไปด้วยดินโคลน เสื้อผ้าของนางขาดและเผยให้เห็นคราบโลหิต แต่เซี่ยจิงหยูมิได้ใส่ใจกับตัวนาง แววตาของนางขุ่นมัวและสนใจเพียงแค่ชีวิตของซือหยูเพียงเท่านั้น

เมื่อจุดไฟ น้ำแข็งที่ผิวซือหยูก็ค่อยๆละลาย ร่างกายของเขาค่อยๆกลับมาอุ่นขึ้น

“หนาว...”

ซือหยูพูดออกมาอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัวผ่านริมฝีปากสั่นระริก

น้ำแข็งที่อยู่นอกกายซือหยูที่เจอกับกองไฟได้ละลายไปแล้ว แต่ในส่วนลึกของร่างนั้นยังคงมีน้ำแข็งอยู่อีก เซี่ยจิงหยูขบริมฝีปากและย่อตัวลง นางจับตัวซือหยูมาไว้ในอ้อมอก

เซี่ยจิงหยูอ้าปากค้าง ความเย็นถึงกระดูกนั้นราวกับน้ำแข็งที่เจาะทะลุตัวนาง นางกัดฟันแน่นและอดทนกับความเย็น สีหน้าที่อ่อนแอของนางแฝงความยินดี

“กอดเจ้าให้ความอบอุ่นแก่ข้าหลายครานัก...ครั้งนี้...ให้ข้าได้มอบความอบอุ่นแก่เจ้าบ้าง”

เช้าวันถัดมา แสงอ่อนๆของยามรุ่งสางสอดแทรกเข้ามายังป่าทึบ ซือหยูอุ่นสบายทั้งตัวราวกับได้ห่มผ้าห่มหนายามเหมันต์  เขารู้สึกอบอุ่นมากที่ลำคอและได้กลิ่นอันหอมหวาน ทั้งหมดขับกล่อมเขาอย่างสบาย เขาค่อยๆลูบสิ่งที่เบาบนอกโดยไม่รู้ตัวและซุกใบหน้าเข้าไปในความอบอุ่นนั้น เขาหายใจเอากลิ่นหอมเข้าไปลึก

ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอันเขินอาย และความอบอุ่นที่ศีรษะของซือหยูก็เริ่มสั่นเบาๆ ซือหยูลืมตาและเห็นใบหน้าอันงดงามกำลังหลับตาพริ่ม ขนตายาวของนางพริ้วไหวกับสายลม นางหลับลึกอย่างเงียบเชียบ เขาอยู่ในอ้อมแขนน้องนางทั้งคืน อกของนางยังมีร่องรอยของน้ำแข็ง

พรึ่บ--

ซือหยูกระโดดขึ้นทันที เขาค่อยๆตรวจสอบร่างเซี่ยจิงหยูใกล้ๆ ทั้งร่างของนางหนาวเย็นและหน้าซีด นางกำลังทรมานอยู่กับอาการปอดบวม

เขาค่อยๆนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานเขาเข้าใจทันทีว่าทำไมนางถึงหนาว ซือหยูรีบปล่อยพลังปราณเพื่อเอาความเย็นออกจากร่างนางทันที

….

“ข้าขอโทษ”

เป็นเวลานานก่อนเซี่ยจิงหยูจะลืมตา ซือหยูทั้งรู้สึกผิดและขอบคุณอยู่ในใจ

“ข้าไม่เป็นไร”

เซี่ยจิงหยูยิ้มอย่างสงบ มันงดงามราวกับบัวคิมหันต์

ซือหยูทั้งเคารพและนับถือ เซี่ยจิงหยูช่วยชีวิตเขาอีกครั้ง เขาจะตอบแทนนางได้ยังไง?

ซือหยูมองไปยังอสูรเก้าพิษและแววตาเย็นชาทันที! เขาเดินเข้าไปและใช้วิชาคุมวิญญาณใส่อสูรเก้าพิษที่อ่อนแอลง

โชคไม่ดีที่โอสถวิญญาณในขวดหยกของอสูรเก้าพิษถูกดื่มไปแล้ว! ซือหยูก่นด่ากับโชคชะตา เขามิได้อะไรเลยจากศัตรูที่เก่งกาจเช่นนี้ เขาได้เพียงการพัฒนาพลังกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฎีกาสวรรค์ใหม่ของเขามิใช่เฉกเช่นดัชนีสวรรค์ในภาพเขียนอีกแล้ว มันเป็นแบบฉบับของซือหยูแต่เพียงผู้เดียว...มันคือการประสานอัศนีเยือกแข็ง! ที่น่ายินดีกว่าก็คือการขัดเกลาฎีกาสวรรค์ของเขาทำให้วิชาระดับเทพทั้งสองวิชาบรรลุขั้นขึ้นอย่างมาก!

แก่นแท้จิตน้ำแข็งของเขาได้บรรลุขอบเขตกลาง! แม้มันเกือบจะพรากชีวิตซือหยูไป ก็เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่มพลังมาอย่างเข้มข้น

แม้สายฟ้าดาราม่วงจะยังมิได้เลื่อนขั้นถึงขอบเขตกลาง เขาก็ถึงระดับสูงของขอบเขตต้นแล้ว เพลิงอัศนีในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมและเพิ่มพลังอย่างมาก!

สายฟ้าดาราม่วงเป็นวิชาที่เข้าใจยากยิ่งกว่าแก่นแท้จิตน้ำแข็ง ยากมากที่จะบรรลุขั้นพลัง

แน่นอนว่าเขายังได้อสูรเก้าพิษที่มีวิชาพิษอันร้ายกาจไว้ในมือราวกับหุ่นเชิด! การสังหารอันไร้ร่องรอยของเขานั้นเกิดกว่าระดับเจ็ดขั้นสูงไปมาก มันทั้งอันตรายและใช้ได้ดี แม้เขาจะมีบาดแผลร้ายแรงจากการต่อสู้ แต่พิษของเขาก็มิได้ทำร้ายร่างกายของตัวเองเลย

ที่น่าเสียดายคือซือหยูมิได้โอสถวิญญาณเพิ่ม แต่เมื่อไตร่ตรองดูอีกครั้งก็พบว่าเขาอยู่ในป่าส่วนในแล้ว เขายังมีโอกาสอีกมาก

ต่อมา เขาและเซี่ยจิงหยูต้องสำเร็จพลังขั้นเจ็ด พวกเขาแต่ละคนต้องการโอสถคนละสามขวด รวมเป็นหกขวด ซึ่งยากมากที่จะหาโอสถทั้งหกขวดได้

ซือหยูลูบคางคิดและใช้พลังล่าวิญญาณใส่อสูรเก้าพิษเพื่อตรวจดูความทรงจำของเขา อสูรเก้าพิษที่อยู่ในป่าอสูรมาหลายปีจะต้องรู้ที่ซ่อนของคนอื่นแน่ และเขาก็ได้พบกับข้อมูลสำคัญ

“การประชุมลับเหยี่ยวงั้นรึ?”

ซือหยูประหลายใจ

ก่อนหน้านั้น วิหารปล่อยศิษย์จำนวนมากมาล่าพวกเขาในป่าอสูร พวกที่อยู่ในป่าส่วนในนั้นกลัวมาก เขาได้สร้างกลุ่มเหยี่ยวขึ้นมาเพื่อโต้กลับ โดยมีเป้าหมายคือการแก้แค้นพวกศิษย์วิหาร พวกเขาจะได้ค้อนหยกมาถอนโอสถวิญญาณบนหลังของตน

อสูรเก้าพิษถูกเชิญไปด้วยเช่นกัน แต่เขามิได้เข้าร่วมกลุ่มเหยี่ยว แต่เขาก็ทำตามเป้าหมายของกลุ่มเหยี่ยวด้วยตัวคนเดียว  กลุ่มเหนี่ยวนั้นแต่แรกจะมีการเชิญหกคนที่ล้วนมีพลังระดับเจ็ดขั้นสูง แต่เพราะอสูรเก้าพิษปฏิเสธ พวกมันจึงมีห้าคน นับเป็นโอกาสแก่ซือหยูและเซี่ยจิงหยูที่จะได้โอสถอีกห้าขวด

ด้วยวิชาพิษของอสูรเก้าพิษและซือหยูที่เพิ่มพลังขึ้น พวกเขาจะจัดการได้อย่างน้อยสองคน! และโอกาสดีคือกลุ่มเหยี่ยวจะรวมตัวกันในคืนนี้...สถานที่อยู่ในหุบเขาใกล้ๆ

ซือหยูตาเป็นประกายและวางแผนร่วมกับเซี่ยจิงหยู ใบหน้าอันงดงามของนางยังคงแดงระเรื่อ นางจัดการเสื้อผ้าที่ส่วนหน้ากระเซิงออก

เมื่อได้ยินเรื่องกลุ่มเหยี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยจิงหยูก็หายไป แววตานางเต็มไปด้วยความกังวล

“มันยากสำหรับเราแน่ที่ต้องจัดการกับระดับเจ็ดขั้นสูงถึงห้าคน”

พลังของพวกเขาสามคนนั้นจัดการได้เพียงระดับเจ็ดขั้นสูงสามคน แต่พวกมันมีถึงห้าคน ชัยชนะนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะต้องเสี่ยงอย่างมาก

มีเพียงหนทางอันตรายเช่นนี้เท่านั้นที่ทำให้พวกเขาบรรลุระดับห้าขั้นกลางเป็นระดับหกขั้นสูงในไม่กี่วัน...ทั้งหมดเกิดจากความเสี่ยงที่พวกเขาต้องเผชิญ

ยิ่งเสี่ยงมากเท่าใด...สิ่งก็ได้ก็ยิ่งมากเท่านั้น!

หากเขาไม่ได้สิทธิ์ในการเป็นศิษย์สวรรค์ในการประลองวายุ เซี่ยจิงหยูจะตาย ซือหยูไม่มีทางเลือกนอกจากเสี่ยงในทุกครั้งที่มีโอกาส เขาวางแผนกับเซี่ยจิงหยู

ในความมืดยามค่ำคืน พวกเขาทั้งสามแอบเคลื่อนตัวไปยังหุบเขาเล็ก หุบเขามีทางออกเพียงทางเดียว เป็นคอขวดกับผู้บุกรุกอย่างเห็นได้ชัด มันง่ายที่จะป้องกันแต่ยากจะโจมตีเข้าไป เพชรฆาตทั้งห้ารวมตัวอยู่ ณ ที่นั่น...และระวังกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากรวมตัว

จบบทที่ DND.76 - ประสานอัสนีเยือกแข็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว