เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.73 - พลังไหมพันมังกร

DND.73 - พลังไหมพันมังกร

DND.73 - พลังไหมพันมังกร


การต่อสู้นี้มันโหดร้าย ความต่างระหว่างวันแรกในวิหารกับวันนี้ราวกับหยินหยาง เซี่ยจิงหยูรู้สึกเสียใจ...ความเสียใจที่มิได้ทันแสดงออกมา

นางรู้สึกถึงลมแรงปะทะเข้ากับศีรษะ เซี่ยจิงหยูหันไปมองซือหยูเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตราวกับว่านางอยากจะฝังภาพสุดท้ายของซือหยูเอาไว้ในใจในยามวาระสุดท้ายของชีวิต

กรงเล็บพุ่งเข้ามา! เซี่ยจิงหยูเตรียมพร้อมรับความเจ็บปวดจากความตาย แต่การโจมตีนั้นก็ผ่านศีรษะของนางไป กลายเป็นของเหลวอุ่นๆเข้ามาแทนที่ ความเจ็บปวดที่นางต้องเจอมิได้ถึงตัวนาง และนางยังไม่ตาย

นางหันกลับไปมองและเห็นภาพของร่างไร้ศีรษะหยุดอยู่ห่างสิบศอก นั่นมิใช่พี่ใหญ่ของผู้มืดมัวหรอกรึ?

นางพบว่าของที่ลอยข้ามศีรษะนางไปคือหัวของร่างนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและสงสัยเล็กน้อย ก่อนตาย เขามิได้สนใจว่าเขาจะต้องตายและสับสนว่าทำไมหัวของเขาจึงหลุดออกจากร่าง

เมื่อมองใกล้ๆจะพบเส้นไหมโปร่งใสของไหมพันมังกรที่พันล้อมกำแพงศิลาทั้งสองด้าน มันพันอยู่ในระดับลำคอพอดีด้วยสองเหตุผล

เหตุแรกเพราะส่วนสูงตรงลำคอนั้นเป็นจุดบอดของสายตามนุษย์ ยากที่จะจบเห็น และผู้มืดมัวอีกคนพุ่งเข้ามาด้วยความโกรธจนวิ่งเร็วเกินไปพร้อมกับความคมกริบของไหมพันมังกรนั้นตัดได้ทุกสิ่ง ทำให้พบกับจุดจบอันน่าเศร้า

ในความจริงตอนที่พวกเขาอยู่ห่างกันสิบห้าลี้ ซือหยูได้พบผู้มืดมัวทั้งสองคนที่วางกับดักอยู่ก่อนแล้ว หนึ่งในนั้นแสร้งบาดเจ็บและเข้าไปในถ้ำขณะที่อีกคนแอบอยู่ด้านนอกเพื่อเตรียมตลบหลัง

หลังจากคำนวน ซือหยูก็ตัดสินใจใช้โอกาสนี้เสี่ยงเข้าสู่กับดัก เมื่อเข้าไปในถ้ำเขาก็ติดไหมพันมังกรทันทีเพื่อไว้ใช้จัดการศัตรูที่มิทันระวังตัวด้านหลัง

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ผู้มีพลังระดับเจ็ดขั้นต้นสองคนตกมาอยู่ในเงื้อมมือเขาในทีเดียว เซี่ยจิงหยูทนเห็นโลหิตที่กระเซ็นไปทั่วไม่ได้ นางโกรธเกรี้ยวและอยากจะสังหารผู้มืดมัวอีกคนที่ตัวแข็งทื่อ

“เดี๋ยวก่อน ไว้ชีวิตเขา ข้าจะใช้งานเขาสักหน่อย”

ซือหยูคิดอะไรขึ้นมาได้และค้นหาในร่างของผู้มืดมัวอีกคน

ที่แผ่นหลังของพวกเขาทั้งคู่มีขวดหยกติดอยู่กับผิวหนัง ขวดหยกนี้ดูเหมือนจะติดกับหัวใจของพวกเขา หากพวกมันคิดจะเอาขวดหยกออกไป มันก็จะฉีกหัวใจจนทำให้ตาย

ซือหยูพยักหน้าในใจ การส่งพวกเขามาอยู่ในป่าอสูรนี้นับมิใช่แค่ให้พวกเขามีชีวิตอยู่เฉยๆ พวกเขาจะต้องเจ็บปวดมากในตอนที่ถูกฝังขวดหยกไว้ในตัว

ต้องขอบคุณขวดหยกด้วยที่ติดต่อกับหัวใจได้โดยตรง ศิษย์วิหารจึงมิต้องกังวลว่าพวกมันจะซ่อนโอสถหรือทำลายโอสถทิ้งไป และยังแน่ใจได้ว่าศิษย์ทุกคนจะได้โอสถหากสังหารพวกมันได้

ซือหยูหยิบค้อนหยกที่มีพลังของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาและเคาะขวดหยกออกมาจากร่างผู้มืดมัว มีของเหลวอยู่ภายในเพียงน้อยนิดแต่มีพลังงานอันเข้มข้น ราวกับความร้อนของแสงตะวัน

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูดื่มโอสถคนละขวดทันที

ความร้อนเดือดแทรกซึมไปยังแขนขาและกระดูกทั่วร่าง เกิดคลื่นพลังมหาศาลที่เพิ่มพลังบ่มเพาะของพวกเขาอย่างมาก

ปั้ง ปั้ง--

พวกเขาทั้งสองเข้าสู่ระดับหกทันที และยิ่งกว่านั้นพลังมันยังเพิ่มขึ้นอีก ในท้ายสุดก็เป็นดั่งที่ฉิวชางเจี้ยนกล่าวไว้ พวกเขาบรรลุระดับหกขั้นกลาง!

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูมองหน้ากัน แววตาพวกเขาเป็นประกายด้วยความดีใจ โอสถวิญญาณระดังสวรรค์มันยอดเยี่ยมจริงๆ!

หากพวกเขาหามันได้เพิ่มขึ้น การบรรลุพลังไปถึงระดับสูงคงไม่ใช่เรื่องหนักหนา!

แต่พวกเขาเข้าใจความเสี่ยงแล้ว คนพวกนี้บ้าคลั่ง เต็มไปด้วยจิตสังหารและอันตรายยิ่ง ผู้มืดมัวสองคนนี้เกือบจะทำให้พวกเขาตาย แต่ผู้มืดมัวมีพลังอ่อนแอสุดในบรรดาเพชรฆาต พวกเขาจะต้องเจอกับศัตรูที่โหดร้ายกว่านี้

พวกเขาทั้งสองบ่มเพาะพลังไม่หยุดหย่อน ฐานพลังบ่มเพาะนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลัง ซือหยูและเซี่ยจิงหยูจะต้องใช้ฐานพลังที่เพิ่มขึ้นในการบ่มเพาะวิชาเพื่อเพิ่มพลัง

ขณะที่เซี่ยจิงหยูได้ตกตะกอนความเข้าใจในครั้งแรกที่ใช้ภวังค์น้ำค้าง ซือหยูก็เดินไปยังผู้มืดมัวที่ตัวแข็ง

“เจ้าจะทำอะไร?”

ผู้มืดมัวหวาดกลัว ตัวของเขาเริ่มอุ่นขึ้น

ซือหยูย่อตัวลงและมองเขาผ่านดวงตาลึกเข้าไปภายใน ดวงตาเขากลายเป็นมรกตเข้มทันที ราวกับมรกตยามวิกาล...ที่ทั้งงดงามและน่ากลัว

ฟึ่บ--

เมื่อมองแววตาสีมรกตผู้มืดมัวก็จิตใจว่างเปล่า ซือหยูค่อยๆปิดตาเขาและใช้วิชาล่าวิญญาณเพื่อตรวจสอบความทรงจำของเขา

ไม่นานเขาก็ลืมตาและแอบดีใจ วิชาล่าวิญญาณนั้นใช้ได้อย่างดีเยี่ยม เขาพบความทรงจำทั้งหมดในหัวผู้มืดมน ซือหยูได้รู้ว่าผู้มืดมนทั้งสองคนนี้เคยจัดการกลุ่มตู้หลินเมื่อครึ่งวันที่ผ่านมา

เมื่อไม่ได้เจอกับศัตรูพวกเขาทั้งสองก็กลับมาวางกับดักเพื่อหลอกล่อศิษย์สวรรค์คนอื่นหมายจะชิงค้อนหยกเพื่อเอาโอสถวิญญาณมาดื่มเอง พวกเขาจะได้เพิ่มพลังขึ้น

ต่อไปซือหยูลองใช้วิชาคุมวิญญาณ ดวงตาของเขาประกายแสงมรกตเข้มออกมา

อ๊าก--

ผู้มืดมัวกรีดร้องหลาดครั้งจากความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อฟื้นตัวเขาก็ไม่สามารถหายจากจิตใจที่อ่อนแอได้

ซือหยูรู้สึกผิดเล็กน้อย วิชาคุมวิญญาณนั้นส่งผลกระทบกับวิญญาณโดยตรงและอันตราย มันน่าเศร้าที่วิญญาณที่ถูกควบคุมจะเจ็บปวด และพลังการควบคุมจะขึ้นอยู่กับพลังของวิชา

“ข้าขอทำความเคารพท่าน...ท่านอาจารย์!”

ผู้มืดมัวหมอบคลานเคารพซือหยู

นอกจากมันจะรุนแรงแล้ว วิชาคุมวิญญาณยังก้าวข้ามพลังของศัตรู มันทำให้อีกฝ่ายมิอาจขัดขืนคำสั่งใด

ผู้มืดมัวต้องเพิ่มระดับพลังเพื่อทำลายพันธะเท่านั้น เพราะวิชานี้มีผลกับคนที่มีพลังสูงกว่าหนึ่งขึ้นลงไป

ซือหยูพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

“ป้องกันทางเข้าถ้ำซะ อย่าให้ใครมารบกวนพวกข้า!”

ฟึ่บ--

ผู้มืดมัวพุ่งไปยังทางเข้าถ้ำและยืนป้องกันทันที เขามองทุกสิ่งรอบๆอย่างตั้งใจ

ซือหยูนั่งลงคิดถึงประสบการณ์จากการต่อสู้ทันที

แก่นแท้จิตน้ำแข็งถูกใช้งานครั้งแรก มันได้รวมพลังกับภวังค์น้ำค้างของเซี่ยจิงหยูและทำให้พลังเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ! ซือหยูสงสัยว่าวิชาระดับเทพที่วางอยู่ติดกันหมายถึงต้องใช้ร่วมกัน ซือหยูที่เข้าใจแก่นของแก่นแท้จิตน้ำแข็งเริ่มบ่มเพาะวิชาอื่น

ผ่านไปหนึ่งวัน ซือหยูค่อยๆลืมตา

วิชาระดับสวรรค์เงาลอยล่องเติบโตขึ้นสูงสุด เขาบรรลุระดับสองขั้นกลางหลังจากใช้เวลาหนึ่งวัน ตอนนี้ความเร็วในการบินของเขาจะเพิ่มขึ้นและร่างกายของเขาก็เบาราวกับขนวิหค หากเขาบรรลุระดับสามเขาจะทะยานขึ้นสู่ท้องนภาได้แล้ว

สายฟ้าดาราม่วงพัฒนาอย่างเชื่องช้า มันยังคงต้องบ่มเพาะต่อก่อนจะถึงระดับกลาง สายฟ้าดาราม่วงยากราวกับวิชาระดับเทพ หรืออาจจะยากกว่านั้น...ดูจากความเร็วของการบ่มเพาะ ความเร็วในการเข้าใจวิชาเงาลอยล่องของเขานั้นรวดเร็วมาก มันแปลกมากที่สายฟ้าดาราม่วงนั้นยากยิ่งกว่าวิชาแก่นแท้จิตน้ำแข็งที่เป็นวิชาระดับเทพ

ในด้านฎีกาสวรรค์ ซือหยูพัฒนาขึ้นอีก เขาเข้าใจมันลึกขึ้นเรื่อยๆ ซือหยูรู้สึกว่าภาพที่ได้เห็นคราวก่อนนั้นผิด ฎีกาสวรรค์ที่แท้จริงควรจะกำเนิดมาจากตัวผู้ใช้เอง มิใช่จากการลอกเลียนผู้อื่น ซือหยูค่อยๆห่างจากการฝึกแบบเดิมและเริ่มฝึกในแนวทางของตัวเอง

ซ่า--

กลิ่นหอมปกคลุมพื้นที่และทำให้ซือหยูหิวมาก เขามองไปด้านข้างและพบเซี่ยจิงหยูที่ตื่นแล้วกำลังปรุงอาหารเย็นอย่างพิถีพิถัน

เขามองภาพสาวสวย สง่างามราวกับมิใช่มนุษย์ ในใจซือหยูโศกเศร้า ใครก็ตามที่ได้แต่งงานกับเซี่ยจิงหยูถือว่าได้รับพรแห่งชีวิต

นางงดงามเหนือสิ่งอื่นใด อ่อนโยนและสูงส่ง ละเมียดละไมด้วยนิสัย และยังมีหัวใจที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบ...นางงดงามทั้งภายนอกและภายใน สตรีเช่นนางนับว่าหายากยิ่งในโลกใบนี้ เมื่อซือหยูนึกถึงภาพนางที่วิวาห์กับบุรุษอื่นก็เจ็บข้างในอก

เขายิ้มแห้งๆและกระซิบกับตัวเอง

“ข้ามีเซี่ยนเอ๋ออยู่แล้วและยังไม่พอใจ...ข้ามีสตรีอื่นอยู่ในใจได้ยังไง?”

เมื่อได้ยินเสียงซือหยูเคลื่อนไหว เซี่ยจิงหยูก็หันมามองด้วยรอยยิ้มราวกับดอกบัวที่บริสุทธิ์งดงาม

“เจ้าตื่นแล้วเหรอ มากินสิ”

ซือหยูมิกล้ามองใบหน้าอันบริสุทธิ์นั้น เขาเลี่ยงที่จะนั่งตรงข้ามเซี่ยจิงหยูขณะกินอาหาร

หลังจากกินเสร็จ พวกเขาทั้งสามก็ออกเดินทางไปยังป่าส่วนใน สำหรับกับดักที่ทางเข้านั้นซือหยูเก็บมันไว้ตามเดิม และเขายังเพิ่มไหมพันมังกรอีกเส้นเป็นกับดัก หากมีใครก็ตามถูกกับดักจะต้องทรมานแสนสาหัสแน่นอน!

พวกเขาเดินทางทั้งวันเป็นระยะเจ็ดสิบลี้ พวกเขาถึงเขตระหว่างส่วนในและส่วนนอก ด้านในเต็มไปด้วยมือสังหารที่มีระดับเจ็ดขั้นสูงเต็มไปหมด รวมถึงระดับแปด! หากพวกเขาได้เจอกับระดับแปดก็ยากที่จะรอดไปได้

ย๊าก--

ปั้ง--

สายลมพัดปลิวมาพร้อมกับเสียงการต่อสู้ ซือหยูมองตามทางด้วยตาสีแก้ว

“ศิษย์สวรรค์ถูกล้อมอยู่ ไกลจากเราสิบห้าลี้ เราต้องไปช่วย!”

ภาพการต่อสู้นั้นยังห่างไกล ซือหยูเห็นเพียงร่างคน...แต่ยังไม่พบใบหน้า พวกซือหยูรีบตรงเข้าไปช่วย

เมื่อห่างสามลี้ ซือหยูก็มองอย่างเย็นชา

“มันเป็นกลุ่มของตู้หลิน”

เซี่ยจิงหยูมิได้มองตู้หลินในด้านดีนัก หากนางรู้ว่าเป็นตู้หลิน นางจะไม่รีบเข้ามาช่วยเลย

ในตอนนั้น ตู้หลิน ชางหมิงยี่ ศิษย์พี่หลิว และเฟิงห่าวกำลังต่อสู้อย่างยากลำบาก พวกเขาถูกล้อมโดยมือสังหารระดับเจ็ดขั้นต้นสี่คน อันตรายมาจากทุกทิศทาง

ตู้หลินที่มีพลังระดับเจ็ดขั้นกลางรับมือกับมือสังหารสามคน ชางหมิงยี่ที่มีพลังระดับหกขั้นสูงและศิษย์พี่หลิวกับเฟิงห่าวที่มีพลังระดับหกขั้นกลางกำลังต้านมือสังหารระดับเจ็ดหนึ่งคน

ตู้หลินยังคงสบาย แต่ชางหมิงยี่และที่เหลือกำลังตกอยู่ในอันตราย!

ในปากชางหมิงยี่เต็มไปด้วยโลหิต ศิษย์พี่หลิวถูกเฉือนเต็มตัวและมีโลหิตเต็มตัวไปหมด นิ้วทั้งสามของเฟิงห่าวถูกตัดขาด ในหมัดมีโลหิตหยดออกมา

มือสังหารทั้งสี่เป็นกบฏจากแคว้นลั่วหลี่ พวกเขาสังหารคนนับไม่ถ้วนในสนามรบหลังจากข่มขื่นเหล่าสตรี ทั้งสี่เก็บงำความโศกเศร้าของหลายต่อหลายคนทุกหนแห่ง พวกมันสังหารคนธรรมดาในหมู่บ้านมากมายอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน พวกมันทั้งสี่ยังคุ้นเคยต่อกัน ออกล่าร่วมกันมานับปี สำเร็จทุกครั้งที่ลงมือ

“ซือหยู เราจะทำยังไงดี?”

เซี่ยจิงหยูถาม

ซือหยูคิดก่อนจะตอบอย่างหมดหนทาง

“เราหลับตาให้กับตู้หลินได้...แต่เราไม่มีสิ่งติดค้างกับศิษย์พี่หลิว...และนั่นยังมีโอสถระดับสวรรค์สี่ขวด เราทิ้งมันไปไม่ได้!”

“พวกเขารวมตัวกันเช่นนี้ ง่ายที่จะจับทั้งสี่คนพร้อมกัน”

เซี่ยจิงหยูพยักหน้าและพวกเขาก็พุ่งเข้าไปทันที! ผู้มืดมัวนั้นตามซือหยูเพราะถูกควบคุมจิตใจ

“ภวังค์น้ำค้าง!”

“สายฟ้าดาราม่วง!”

หลังจากบรรลุระดับหกขั้นกลาง พลังของระดับเจ็ดที่กระทบต่อพวกเขาเริ่มอ่อนแอลง สายฟ้าดาราม่วงของซือหยูมีพลังเหนือกว่า!

ย๊ากกก--

ตู้ม--

อ๊ากกก---

มือสังหารระดับเจ็ดขั้นต้นที่ล้อมตู้หลินถูกซือหยูโจมตีในพริบตาและตายทันที!!

วิชาบ่มเพาะระดับเทพของเซี่ยจิงหยูมิได้อ่อนแอไปกว่าสายฟ้าดาราม่วงเลย มันพุ่งเข้าโจมตีคนระดับเจ็ดขั้นต้นล้มลงทันทีในพริบตา!

จบบทที่ DND.73 - พลังไหมพันมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว