เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.44 - เลี่ยงพันลี้

DND.44 - เลี่ยงพันลี้

DND.44 - เลี่ยงพันลี้


“เราโดนลอบยิง!”

องครักษ์สองคนตกใจเมื่อได้ยินศรพุ่งเข้ามา พวกเขาหันไปและอ้าปากค้าง

ข้างหลังพวกเขาร้อยเมตรคือชายหนุ่มสวมชุดแดงปรากฏตัวอย่างแปลกประหลาดราวกับเขาอยู่ที่นั่นนานมาแล้ว เขาสวมมงกุฎหยกและมีรูปลักษณ์งดงามราวทวยเทพ เขายืนอย่างสง่าผ่าเผยบนต้นไม้และมองลงมายังองครักษ์ทั้งสอง

ดวงตากว้างใหญ่ที่เปล่งประกายตลอดเวลาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ในมือถือคันธนูสีชาด

เมื่อรู้สึกถึงอันตราย พรานคนซ้ายได้ชักมีดออกมาและใช้มันปักศรโลหะ

“นั่นมันซือหยู!”

นักล่าทั้งสองหน้าซีดด้วยความกลัว พวกเขามองหน้ากันและพุ่งเข้าไปหาซือหยูจากทั้งสองด้าน

“ระวังด้วย เขามีฎีกาสวรรค์ เราจะแยกกันโจมตีคนละทาง อย่าให้มันมีโอกาสสวนกลับ!”

เสื้อสีแดงของซือหยูปลิวไสว เขากระโดดลงมาจากต้นไม้และสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบาราวกับขนวิหคที่ร่วงหล่นจากต้นไม้

นักล่าทั้งสองโจมตีจากทั้งสองด้านโดยไม่ให้ซือหยูตั้งตัว

ซือหยูยืนอย่างมั่นคงและไม่คิดจะหนี เมื่อทั้งสองเข้ามาในระยะร้อยศอกซือหยูก็ค่อยๆลืมตาสีทมิฬ

“ดาบอสูร!”

ซือหยูปล่อยแสงสีทมิฬตัดผ่านหัวของนักล่าคนซ้าย

เขาเอามือกุมหัวและกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทำให้เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วหุบเขา

ซือหยูใช้โอกาสนี้เข้าถึงตัวศัตรูทันที

“ดัชนีสวรรค์!”

ซือหยูยกนิ้วขึ้นฟ้าและฟาดลงมาด้วยท่วงท่าที่สอดคล้องกับธรรมชาติ

นักล่าที่ดวงวิญญาณบาดเจ็บไม่คิดจะป้องกันตัวเองจากซือหยู เขาถูกเฉือนหน้าอกเป็นแผลกว้างและตายทันที!

นักล่าทางขวาใจเต้นอย่างบ้าคลั่ง! เขากัดฟันแน่นและเริ่มหันหนี! เขาฆ่าซือหยูด้วยตัวคนเดียวไม่ได้แน่ ถึงจะพยายามเขาก็ต้องตายเช่นกัน

“ฮื่ม!”

ซือหยูไม่ไล่ตามเขา อย่างไรเงาเมฆาก็เป็นเพียงวิชาบ่มเพาะพื้นฐาน แม้ว่าเขาจะบ่มเพาะมันจนถึงระดับสามขั้นสูงมันก็เพิ่มความเร็วเขาจนถึงระดับสี่ขั้นสูงเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ตามนักล่าอีกคน

และที่แย่กว่าคือยังมีคนอื่นอีกในป่านั้น เขาต้องรีบหนีก่อนที่จะถูกล้อมโดยพวกที่มีพลังระดับสูง

เขาหันไปหาร่างไร้วิญญาณของนักล่าอีกคนและปลดเสื้อผ้า ตำลึงเงิน อาหาร และเสื้อคลุมหนังสัตว์ เพราะในตอนที่อยู่ในตำหนักดยุคเซี่ยนหยูพวกเขารีบหนีออกมาจึงไม่มีเงินเลยสักตำลึงเดียว

เมื่อยืนยันเส้นทางไปเมืองหลวงได้แล้วซือหยูก็รีบมุ่งหน้าเข้าป่าอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งเป็นเส้นตรงทางเมืองหลวง เพราะโอกาสเดียวที่เขาจะได้แก้แค้นก็คือการเข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหลวง!

หลังครึ่งวันองครักษ์เฉินและนักล่าที่หนีก็พบดัน พวกเขาไปในจุดที่ซือหยูฆ่านักล่าอีกคน พวกเขาเจอกับไป่ชี่เซียงที่นั่น

“ลูกพี่ ตำลึงเงิน อาหาร เสื้อผ้าถูกมันเอาไป ถ้าซือหยูเข้าเมืองแล้วปลอมตัวเราจะจับตัวมันยากขึ้นอีก”

องครักษ์เฉินสีหน้าไม่สู้ดี การฆ่าผู้ที่มีบัญชาศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นความผิดร้ายแรง หากซือหยูยังไม่ตายเขาก็จะไม่มีวันสงบใจลงได้

“มันจะไปได้ซักกี่น้ำ!”

ไป่ชี่เซียงเย้ยหยัน

ไป่ชี่เซียงพาสุนัขล่าเนื้อมากับเขาด้วย เขาให้มันดมร่างไร้วิญญาณที่มีกลิ่นเดียวกับชุดที่ซือหยูเอาไป ซือหยูขุดหลุมฝังตัวเองเข้าแล้ว!

สุนัขล่าเนื้อเดินไปรอบๆก่อนจะเจอเส้นทางที่ซือหยูมุ่งหน้าไป เขาไปทางเมืองหลวง!

“ตามมันไป! มันยังไปไม่ไกล!”

ด้วยความเร็วเทียบเท่าระดับห้าขั้นสูง ซือหยูคงหนีรอดความตายไปไม่พ้น

พวกเขาเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆด้วยสุนัขล่าเนื้อ หลังจากหลบหนีและไล่ตามมาทั้งวัน ทั้งสองฝ่ายก็ได้วิ่งกันหลายลี้!

สองวันผ่านไป พวกเขายังคงหนีและไล่ตามกันมาติดๆ สุนัขล่าเนื้อเริ่มเห่าเสียงดังเพื่อบอกว่าเข้าใกล้ซือหยูขึ้นแล้ว

“ลูกพี่ ทางหนีมันซับซ้อนมาก เขาเปลี่ยนเส้นทางหลายต่อหลายครั้งราวกับว่าเขาจะไปทั้งเมืองหลวงและเขารัตติกาล เหมือนกับมันไม่ได้วางแผนเส้นทางเลย”

องครักษ์เฉินตั้งข้อสงสัย

แต่การที่ซือหยูจะหนีเข้าเทือกเขาอันห่างไกลผู้คนนั่นก็หมายความว่าเขากำลังหาเรื่องใส่ตัว

“หรือว่ามันอยากจะไปซ่อนในป่าเทือกเขา?”

ไป่ชี่เซียงสงสัย

อีกครึ่งวันผ่านไป…

สุนัขล่าเนื้อหยุดวิ่งและพุ่งเข้าไปในถ้ำศิลาใหญ่และเห่าอย่างบ้าคลั่ง ไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉินสีหน้ายินดี ในที่สุดพวกเขาก็ตามซือหยูทัน!

มีเสียงคำรามจากข้างในถ้ำ!

เขาทมิฬใหญ่พุ่งออกมาจากถ้ำและกระโจนเข้าหาไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉิน มันคือหมีดำตัวใหญ่ราวกับคนปกติ!

“ฮื่ม! หาเรื่องตายซะแล้ว!”

องครักษ์เฉินชักมีดยาวออกมาและตัดหัวหมีดำ!

หมีดำล้มลงไปกองกับพื้นเสียงดัง!

ไป่ชี่เซียงมองที่ท้องของหมีดำและตกตะลึง

“ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์!”

องครักษ์เฉินตากระตุก

“ว่าแล้ว! ไอ้นี้มันเจ้าเล่ห์ซะจริง!”

ที่ท้องของหมีดำมีเสื้อคลุมหนังสัตว์ผูกเอาไว้ มันเป็นเสื้อของนักล่าที่ตายคนนั้น!

พวกเขาคิดว่าซือหยูปลดอาหารและเอาเสื้อคลุมหนังสัตว์เปลี่ยนกับผ้าคลุมสีแดงสดเพื่อพรางตัว

แต่ใครจะไปคิดว่าเขาเจ้าเล่ห์เช่นนี้! เขาเอาเสื้อหนังสัตว์นั่นมาผูกไว้กับท้องหมีดำเพราะเดาไว้ก่อนว่าไป่ชี่เซียงจะต้องใช้สุนัขล่าเนื้อไล่ตามเขา

การผูกเสื้อคลุมไว้ที่ท้องหมีดำจะทำให้มันตื่นตระหนกและหนีลึกเข้าไปในเขารัตติกาล นั่นทำให้ไป่ชี่เซียงและองครักษ์ฉินคลาดกันซือหยูไปคนละทาง! ราวกับว่าซือหยูคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

“ข้าโดนเด็กหลอกงั้นเรอะ!”

ไป่ชี่เซียงโกรธมาก เขาหันไปและเดินทางไปยังทิศตรงข้าม

องครักษ์เฉินตามมาติดๆและพูดด้วยความกลัว

“ลูกพี่ เราจะทำยังไงกันดี? เราคลาดกับมันแล้ว”

พวกเขาจะหาซือหยูในเทือกเขากว้างใหญ่นี้ได้อย่างไร? ไป่ชี่เซียงมองรอบๆและเลือกเส้นทางเข้าสู่เมืองหลวง!

“มันหลอกเรามาตรงนี้ แสดงว่ามันจะต้องไปทางตรงข้าม!”

องครักษ์เฉินเห็นด้วย

จากนั้นเจ็ดวันเขาก็พบกับทะเลทรายที่มีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่นี่มีกองไฟที่มอดไปนานแล้วอยู่ข้างแอ่งน้ำ มีเศษก้างปลากระจายไปทั่ว

“ฟืนนี่เพิ่งมอดเมื่อวาน ที่นี่ไม่มีมนุษย์อยู่แน่ พวกพรานยังไม่มาที่นี่เลย นี่ต้องเป็นซือหยูแน่”

“ดี! ด้วยความเร็วของเขา เราตามมันทันในอีกครึ่งวันแน่!”

องครักษ์เฉินยังคงสงสัย

“ลูกพี่ ถ้าข้าจำไม่ผิด เราจะถึงเมืองหลวงถ้าผ่าภูเขาข้างหน้านั่น ถ้าพวกเราตามมันไม่ทันที่ภูเขาเราจะแตะต้องมันไม่ได้อีกแล้ว”

มีคนมากมายในเมืองหลวง เหล่าจอมยุทธแข็งแกร่งมากมายที่นั่นเทียบได้กับเมฆาบนท้องนภา ถึงไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉินลงมือในตอนกลางคืนก็มีโอกาสถูกจับได้สูงมาก

“ตามมันไปเร็ว!”

เวลาเหลืออีกน้อยนิด ไป่ชี่เซียงพักไม่ได้อีกแล้ว

ซือหยูเหนื่อยอ่อน ตลอดสิบวันมานี้เขากินและพยายามหนีอย่างเต็มที่ เขาใช้เวลาพักกินอาหารเพื่อฟื้นพลังตลอดมา แต่เขาก็เหลือแรงอีกไม่มากแล้ว เมื่อเขาคิดถึงคนที่จะมาสังหารซือหยูก็ไม่กล้าที่จะผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย

หลังจากถึงยอดเขาอย่างยากลำบาก ซือหยูมองไปรอบๆ เขาเห็นป่าทึบและที่ราบจากระยะไกล

และที่นั่นก็มีเมืองอันใหญ่โตและงดงาม มีหมอกปกคลุมที่นั่น

“เมืองหลวง!”

ซือหยูดีใจ เขามาทางเมืองหลวงตลอด 10 วัน ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย!

ต้องขอบคุณที่ชายแดนของเขตเซี่ยนหยูและเมืองหลวงไม่ไกลกันนัก

เมื่อเห็นจุดหมายตรงหน้าใจซือหยูก็ผ่อนคลายลง แต่ร่างกายอันเหนื่อยอ่อนของเขาสั่นระริก เขาแทบไม่มีแรงเหลือ ในตอนนี้ซือหยูล้มลงได้ทุกเมื่อ เขาจิกขาตัวเองให้รู้สึกเจ็บเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว

ก่อนที่เขาจะออกจากภูเขา ซือหยูซ่อนตัวและมองไปด้านหลังเพื่อมองหาคนที่ไล่ตามมา เขาเพียงมองแบบสุ่ม แต่เขาก็พบกับสิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นอย่างรุนแรง! องครักเฉินและชายหนุ่มสวมหน้ากากกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว!

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างออกไปหกลี้ ซือหยูก็มองเห็นอย่างชัดเจน ไป่ชี่เซียงใช้หน้ากากปิดหน้า แต่ถึงเขาจะไม่ปิดหน้าซือหยูก็จำเขาได้ แม้จะเป็นเพียงเถ้าถ่านของเขาก็ตาม!

หกลี้นั่นไม่ไกลนัก พวกเขาจะตามซือหยูทันในอีกไม่กี่นาที! ซือหยูรีบออกจากภูเขาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ลังเล เขาวิ่งลงพื้นที่ราบ เมื่อออกจากภูเขาได้เขาก็มองหาที่ซ่อน

ตอนนั้นเองเขาพบแม่น้ำสายใหญ่ที่มีกลุ่มคน มีคนหลายสิบคนอยู่ที่นั่น พวกเขาแบ่งกลุ่มพักในกระโจมแปดกระโจม

ซือหยูตาเป็นประกายและรีบพุ่งออกมาทันที

หลังสองนาทีซือหยูหันไปมองด้านหลัง เขาเห็นไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉินปีนถึงยอดเขาแล้ว! เขาจะมัวชักช้าไม่ได้!

ก่อนที่จะถูกะบ ซือหยูเข้าไปปนกับคนพวกนั้นและแอบเข้าไปในกระโจมที่ใกล้แม้น้ำที่สุด

ซือหยูมองผ่านช่องเล็กๆในกระโจม เมื่อเห็นว่าท่าทางของพวกเขายังปกติซือหยูก็โล่งใจ

ซือหยูที่เหนื่อยอ่อนนั่งลงกับพื้นและตรวจสอบกระโจมอย่างละเอียด กระโจมนี้ถูกตั้งชั่วคราวและมีเตียงธรรมดาสีแดง มีกลิ่มหอมอ่อนๆด้านในบ่งบองว่ามันเป็นกระโจมของสตรี

ข้าจะอยู่ที่นี่สักหน่อย ไป่ชี่เซียงกับคนของมันยังอีกไกล ซือหยูเชื่อว่าไป่ชี่เซียงไม่กล้าผลีผลามกับคนจำนวนมากเช่นนี้ มิเช่นนั้นแล้วหากเรื่องแดงออกไป แม้แต่สวรรค์ก็ช่วยชีวิตไป่ชี่เซียงไม่ได้

ซือหยูที่หนีมาหลายวันในที่สุดก็ได้พักหายใจ แต่เขาก็มิอาจฝืนร่างกายได้อีกแล้ว

ซือหยูคลานไปที่เตียงและห่มผ้า ศีรษะอันหนักอึ้งทำให้เขาหลับทันที

ข้างนอกกระโจมคือสตรีสง่างามบริสุทธิ์ ดวงตาเปล่งประกายดั่งวารี ใบหน้าถูกขัดเกลามาอย่างดีราวกับมิใช่มนุษย์ นางเหมือนกับตัวตนอันงดงามที่ถูกส่งมายังโลกใบนี้

ใบหน้าน่าทะนุถนอมสีขาวหิมะนั่นดูสงบสุข ดวงตาสดใสของนางเต็มไปด้วยความกังวลมิเสื่อมคลาย

“หยูเอ๋อ เจ้ายังห่วงเรื่องฉินเซี่ยนเอ๋อกับซือหยูอยู่รึ?”

เซี่นหลินฉวนถอนหายใจ เขาทนมองใบหน้าไม่สบายใจของลูกสาวไม่ได้อีกแล้ว

ข่าวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเขตเซี่ยนหยูแพร่กระจายไปทั่วใน 10 วัน ดยุคเซี่ยนหยูถูกจับ ลูกสาวและลูกเขยหนีไปได้ และซือหยูยังมีการคุ้มครองจากบัญชาศักดิ์สิทธิ์ ทั้งแคว้นมิอาจไล่ตามเขาไ้ แต่ฉินเซี่ยนเอ๋อนั้นยังคงถูกตามล่าและไม่มีใครรู้ชะตาของนาง

เซี่ยจิงหยูกับฉินเซี่ยนเอ๋อคือสหายที่มีสัมพันธ์แน่นเฟ้นสูงสุดนับแต่วัยเยาว์ พวกนางใกล้ชิดกันราวพี่น้อง  ซือหยูก็มิสนิทกับเซี่ยจิงหยูมิต่างกัน เซี่ยจิงหยูที่เสียสหายไปถึงสองคนจะไม่กังวลได้อย่างไร?

เซี่ยจิงหยูฝืนยิ้ม

“ดยุคเซี่ยนหยูคิดล่วงหน้าไว้แล้ว เขาจัดการให้ผู้มีพลังแข็งแกร่งช่วยให้เขาทั้งสองหนีไป เจ้าไม่ต้องกังวลเช่นนี้เลยหยูเอ๋อ”

เซี่ยหลินฉวนปลอบนาง

“ไม่มีข่าวนั่นก็หมายถึงข่าวดี บางทีพวกเขาอาจจะออกไปจากเฟิงหลินแล้วก็ได้”

ออกจากแคว้นงั้นเหรอ? นางทั้งยินดีและเป็นทุกข์ หัวใจนางว่างเปล่าและน้ำตาเริ่มคลอ ชีวิตนี้นางอาจจะไม่ได้เจอกับเซี่ยนเอ๋อและซือหยูอีกแล้ว พวกเขาจะไปกันได้ดีไหมนะ?

เซี่ยจิงหยูเช็ดน้ำตา

“ท่านพ่อ ข้าจะไปพักสักหน่อย”

เซี่ยหลินฉวนกล่าวด้วยความรัก

“เอาสิ ฟ้ามืดแล้ว พักผ่อนให้สบาย พรุ่งนี้เราจะเข้าเมืองหลวงกัน”

“ค่ะ ท่านพ่อ”

เซี่ยจิงหยูมุดเข้ากระโจม นางไม่มีกระจิตกระใจทำสิ่งใด นางเดินไปที่เตียงด้วยแสงที่เหลืออยู่น้อยนิด นางเห็นสิ่งแปลกๆบนเตียงนาง

เมื่อนางมองก็พบคนที่นอนอยู่บนนั้น นางโกรธและอับอาย ใครกันบังอาจมานอนบนเตียงนาง?

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.44 - เลี่ยงพันลี้

คัดลอกลิงก์แล้ว