เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.42 - อาดูรสูญเสีย

DND.42 - อาดูรสูญเสีย

DND.42 - อาดูรสูญเสีย


องค์ชายลำดับหนึ่งตัวสั่น

“เจ้ากล้าดียังไง! นี่เป็นเรื่องของตระกูลราชวงศ์ ลองอีกครั้งสิ! เจ้าหนีออกไปจากแคว้นเฟิงหลินอันกว้างใหญ่นี้ไม่ได้หรอก!”

แม้ว่าพลังระดับเจ็ดจะแข็งแกร่ง เขาก็ยังไงห่างไกลเกินกว่าจะต่อสู้กับทั้งแคว้น แม้ว่าเซี่ยหลินฉวนจะมีพลังระดับเจ็ดเช่นกันก็ยังกลัวที่จะแทรกแทรงเรื่องนี้

ชายแก่หัวเราะเยาะเย้ย

“ถึงข้าจะไม่ใช่คนเฟิงหลิน แล้วองค์ชายอย่างเจ้าจะไปทำอะไรได้?”

พูดจบชายแก่ก็คว้าตัวซือหยูและเซี่ยนเอ๋อและจ้องไป่ชี่เซียงอย่างเย็นชา

“ยังไม่หลบไปให้พ้นตาข้าอีกรึ?”

เพียงแค่มอง ไป่ชี่เซียงก็หน้าซีด ใจเขาหล่นไปอยู่ตาตุ่มและหยุดโจมตี

ดยุคเซี่ยนหยูถอยออกมา

“ขอบคุณผู้อาวุโสฉินที่มาช่วยพวกเรา”

ชายแก่คือผู้อาวุโสฉิน!

ผู้อาวุโสฉินมองไปรอบๆ พลังระดับเจ็ดของเขาทำให้คนรอบๆสั่นกลัวถึงกระดูก ไม่มีกล้าแม้จะกระดิกตัว!

“ดยุค หนีไปกันเถอะ แคว้นเฟิงหลินนี้ไม่ใช่ที่ของท่านอีกแล้ว”

ผู้อาวุโสฉินถอนหายใจ

ดยุคเซี่ยนหยูเสียใจมาก เขาอยู่ในเขตเซี่ยนหยูมาหลายปี มันกลายเป็นบ้านเกิดของเขา แต่ตอนนี้เขาถูกจัดฉากให้เป็นผู้ร้ายจึงไม่มีทางเลือกจำต้องลาจากที่นี่ไป

นึกถึงความผูกพันของเขตเซี่ยนหยูนี้แล้วดยุคเซี่ยนหยูก็จากไปพร้อมกับผู้อาวุโสฉิน

เมื่อเห็นดยุคเซี่ยนหยูกำลังจะออกไปกับผู้อาวุโสฉิน องค์ชายลำดับหนึ่งก็ส่งแววตาอาฆาต ขณะที่กำลังอดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลในร่างกาย

“จะหนีไปไหน!”

ปั้ง---

องค์ชายลำดับหนึ่งทุบสร้อยที่ซ่อนไว้ในคอจนแตกเป็นเสียงๆด้วยฝ่ามือ

บรรยากาศน่ากลัวโอบล้อมตำหนักจากทั่วทิศทาง เงาเพลิงปรากฏที่ด้านหลังองค์ชายทันที เงานั้นสร้างจากพลังปราณอันเข้มข้นและมีพลังมหาศาล

ผู้อาวุโสฉินหน้าถอดสี

“พลังระดับแปด! ไม่ดีแล้ว! เราต้องรีบหนี!”

เงานั้นเป็นของผู้มีพลังระดับแปดที่มีพลังปราณเข้มข้นสูง และเขากำลังเตรียมการโจมตีหมายเอาชีวิตในครั้งเดียว!

แม้จะเป็นผู้อาวุโสฉินที่มีพลังระดับเจ็ด หากโดนการโจมตีนั้นไปก็จะตายทันที สร้อยขององค์ชายนั้นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ใช้ป้องกันตัว มันมีค่าสูงสุดและใช้ได้ครั้งเดียว

“เจ้าอยากจะหนีงั้นเหรอ? สายไปแล้ว! โจมตี!”

องค์ชายลำดับหนึ่งเค้นเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

เงาเพลิงเคลื่อวไหวด้วยพลังอันน่ากลัวพุ่งเข้าโจมตี พลังที่ปลิดชีพมาแล้วหลายต่อหลายคนปกคลุมไปทั่วตำหนัก! คนรอบๆต่างนอนราบไปกับพื้นไม่ขยับตัวด้วยความหวาดกลัว

ผู้อาวุโสฉินใบหน้าหม่นหมอง เขาพยายามหนีจากตำหนักแต่เขาจะหลบการโจมตีจากระดับแปดพ้นได้อย่างไร?

ตู้ม--

มีดยาวร้อยศอกรายล้อมด้วยเปลวเพลิงปรากฏจากเงาเพลิง อากาศรอบๆถูกแผดเผา เกิดเสียงไหม้ดังไปทั่ว

คลื่นลมไหลเวียนไปทื่เปลวเพลิงทำให้คนรอบๆรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ!

ผู้อาวุโสฉินกระอักเลือดออกมาก่อนที่มีดเพลิงจะโจมตีโดนเขาซะอีก เขาเกิดแผลฉกรรจ์จากมีดเพลิงนั่น

ผู้อาวุโสฉินฝืนยิ้ม เขาคิดว่าเขากำลังจะตาย! แต่ในตอนนั้นก็มีเงามาข้างหลังผู้อาวุโสฉินและใช้ร่างป้องกันมีดเพลิง!

“ผู้อาวุโสฉิน! ข้าฝากเซี่ยนเอ๋อกับหยูเอ๋อด้วย!”

ใบหน้าดยุคเซี่ยนหยูเต็มไปด้วยความเสียใจเขาหันไปมองผู้อาวุโสอย่างสุดซึ้ง...เขาทำได้เพียงเท่านี้

“ดยุค!”

ผู้อาวุโสฉินตะโกนด้วยความตกใจ

“ไปซะ! หากเซี่ยนเอ๋อกับหยูเอ๋อยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีอะไรให้ข้าเสียใจอีกแล้ว!”

ดยุคเซี่ยนหยูหัวเราะแห้งๆ

ผู้อาวุโสทนเห็นดยุคเซี่ยนหยูสละชีวิตไม่ได้จึงได้แต่กัดฟันแน่นและพาเด็กน้อยทั้งสองหนีไป

ซือหยูแทบจะไม่มีสติหลงเหลือ เมื่อเห็นดยุคเซี่ยนหยูเอาตัวเองเข้าปกป้องการโจมตีถึงฆาตนั้นเพื่อให้พวกเขาหนีไปได้อย่างปลอดภัยก็ทำให้ดวงใจเขาเศร้าโศก น้ำตาที่กลั่นจากหัวใจไหลรินออกมา

ทำไม...เหตุใดมันจึงเป็นเช่นนี้?

“ซือหยู! ดูแลเซี่ยนเอ๋อแทนส่วนของข้าด้วย...”

ดยุคเซี่ยนหยูยิ้มอย่างอ่อนโยนด้วยน้ำตานองหน้า

รอยยิ้มนี้คือการจากลาของเขา! ก่อนที่เขาจะถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำสังหาร

นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ซือหยูได้พบดยุคเซี่ยนหยู ผู้ที่ซือหยูติดหนี้ทั้งชีวิต ดยุคเซี่ยนหยูราวกับเป็นพ่อของเขาจริงๆ เขาสละชีวิตตนเองเพื่อให้เขาและเซี่ยนเอ๋อหนีรอดปลอดภัย!

“ไม่!!!!!!!!”

ซือหยูตะโกนด้วยแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด!

ความชิงชังมิเคยได้กลืนกินหัวใจของซือหยูมาก่อน แต่ความชิงชังนี้ฝังแน่นไปในกายทนแทบจะระเบิดออกมาราวกับมันจะทลายทุกสรรพสิ่งทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์!

“องค์ชายหนึ่ง!”

ซือหยูตะโกนเสียงดังด้วยความชิงชังและจิตสังหารที่ฉีกท้องนภาให้เป็นชิ้นๆได้

“หากข้าไม่ฆ่าเจ้า ถือว่าข้ามิใช่คน!”

แม้ว่าดยุคเซี่ยนหยูจะรับความเสียหายจำนวนมากจากเปลวเพลิง แต่ก็ยังมีส่วนที่เล็ดลอดออกมาโดนผู้อาวุโสฉิน ผู้อาวุโสฉินกระอักเลือดออกมาจากการบาดเจ็บรุนแรง

แต่เขาก็ใช้แรงของเปลวเพลิงที่ระเบิดมาโดยแแผ่นหลังหนีออกไปจากตำหนักได้ เขาหนีออกจากเขตเซี่ยนหยูด้วยความเร็วปานสายฟ้า

คำสาบานของซือหยูดังก้องสะท้อนในตำหนักดยุคเซี่ยนหยูซ้ำไปซ้ำมา ความชิงชังของเขาเจาะทะลุชั้นสวรรค์แผดเผาแม่น้ำ ภูเขาและพื้นโลก ราวกับว่าเขาคือผู้นำพาจุดจบของโลก!

คนที่ได้ยินคำสาบานของซือหยูตกตะลึงและหนาวสั่นไปถึงกระดูก คำสาบานนั้งดังก้องอย่างน่ากลัว!

องค์ชายลำดับหนึ่งใจเต้นเร็วและแรงด้วยความไม่สบายใจ องค์ชายที่มีอำนาจเช่นเขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้ง่ายๆ

แขกกระจัดกระจาย เงาเพลิงเริ่มหายไปแล้วทิ้งไว้เพียงรอยเผาไหม้ยาวร้อยศอก! ที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือชายวัยกลางคน

มือขวาของเขากลายเป็นเถ้าถ่านและมีโลหิตกระจาย พลังภายในของเขาเหือดแห้งเบาบางราวเส้นไหมที่กำลังจะขาดออกจากกัน

ดยุคเซี่ยนหยูยังไม่ตาย! เขาโชคดีที่รอดจากการโจมตีนั้นที่หมายสังหารผู้อาวุโสฉิน!

“น้องสาม! นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

องค์ชายลำดับหนึ่งจ้ององค์ชายลำดับสามด้วยแววตามุ่งร้าย

ในช่วงเวลายุ่งเหยิง องค์ชายลำดับสามใช้สร้อยของตนปกป้องดยุคเซี่ยนหยู มิเช่นนั้นแล้วเขาคงจะไม่ได้เสียแค่แขนขวา เขาคงจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านทั้งตัว

องค์ชายลำดับสามยังคงมีใบหน้าเฉยเมย เขาหัวเราะและพูดอย่างอบอุ่น

“พี่ใหญ่ เรามาเพื่อพาดยุคเซี่ยนหยูกลับเมืองหลวงมิใช่รึ ถ้าเราสังหารเขาซะตรงนี้เราจะตอบคำถามฟ้าดินได้อย่างไร? หรือท่านอยากจะให้มันเป็นท่านเองที่สังหารดยุคเซี่ยนหยูตามอำเภอใจอย่างไร้ปรานี? หากเรื่องนี้รู้ถึงหูดยุคเขตอื่นเข้าจะทำให้แคว้นยุ่งเหยิง พี่ใหญ่จะตอบคำถามฟ้าดินอย่างไร?”

“เจ้า!”

แม้องค์ชายลำดับหนึ่งจะโกรธ แต่ลึกๆเขาก็รู้ว่าองค์ชายลำดับสามมีเหตุผล

“เราจะแบ่งทหารสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะพาดยุคเซี่ยนหยูกลับเมืองหลวง อีกกลุ่มจะไล่ตามจับองค์หญิงเขตเซี่ยนหยู!”

เรื่องคลี่คลายลง

ดยุคที่แขนขวากลายเป็นเถ้าถ่านกลายเป็นผู้พิการและถูกจองจำในคุก นับจากนั้นชื่อเขตเซี่ยนหยูก็ถูกลบออกไป

แต่องค์ชายลำดับหนึ่งสูญเสียมหาศาล! องค์ชายลำดับสองตาย! ตาขวาของเขาบาดเจ็บรุนแรงและใบหน้านั้นน่าเกลียดมาก! เขาต้องจ่ายสูงมากในการกำจัดเขตเซี่ยนหยู!

ที่มากกว่านั้นคือคำสัตย์ของลูกเขยดยุคเซี่ยนหยูก่อนที่มันจะหนีไป นั่นเป็นเสี้ยนหนามในใจองค์ชายลำดับหนึ่งและทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจตลอดมา หากย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่มีทางแตะต้องเขตเซี่ยนหยูเลย!

ตระกูลราชวงศ์จากไป แต่ก่อนที่องค์ชายลำดับสามจะออกจากตำหนักเซี่ยนหยูก็ถอนหายใจ

“ดยุคแห่งยุคสมัยที่ภักดีมิควรพบจุดจบเช่นนี้ ข้าช่วยอะไรไม่ได้มาก”

เมื่อคนอื่นจากไปดยุคฉินและผู้มีอำนาจหลายคนก็ตามองค์ชายลำดับหนึ่ง ผู้มีอำนาจต่างสนับสนุนองค์ชายลำดับหนึ่งให้ครองบัลลังก์ เป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องกลับเมืองหลวงกับองค์ชาย

เมื่อถึงครึ่งทางองค์ชายลำดับหนึ่งได้เชิญดยุคฉินมาพูดคุย

“ข้าได้ยินว่ามีเรื่องระหว่างซือหยูกับลูกชายเจ้า...เช่นนั้นรึ?”

ใบหน้าด้านขวาขององค์ชายถูกพันด้วยผ้าพันแผล ตาขวาบาดเจ็บรุนแรง เสียงของเขาเย็นชา

ซือหยูคือผู้ที่จะทำให้โลกลุกเป็นไฟ องค์ชายจึงอยากจะได้ข้อมูลของตัวเขา ซึ่งสำหรับองค์ชายแล้วการหาข้อมูลซือหยูไม่ใช่เรื่องยาก

ดยุคฉินมิกล้าปกปิดความจริง

“พวกเขาทะเลาะกันเพื่อแย่งสตรี”

เขาพูดไปเรื่อยๆด้วยความเสียใจ หากเขารู้ว่าซือหยูเก็บซ่อนพลังที่น่ากลัวไว้เช่นนี้ ทั้งพลังวิญญาณและฎีกาสวรรค์ เขาคงจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดลูกชายเขาไม่ให้มีเรื่องกับซือหยูเพราะสตรี

แต่มันก็สายไปแล้ว…

“งั้น...ข้าจะทิ้งหน้าที่สำคัญในการกำจัดซือหยูให้เจ้า!”

องค์ชายลำดับหนึ่งกล่าวอย่างหยาบกร้าน

ดยุคฉินหน้าซีดตัวสั่น

“เมตตาข้าด้วยเถอะองค์ชาย! ซือหยูมีเหรียญศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง หากมีคนรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะตำหนักฉิน ทั้งตระกูลของข้า ทั้งผู้อาวุโส ทั้งเหล่าเด็กน้อยจะถูกประหารกันหมด!”

ดยุคฉินเข้าใจดีใตองค์ชายลำดับหนึ่งไม่อยากจะทำด้วยตัวเองเพราะจะถูกประหารโดยราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นถ้าให้ตระกูลฉินทำแทนและเรื่องแดงขึ้นมา ตระกูลฉินก็จะต้องรับผิดชอบแทนเพราะพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับองค์ชาย

องค์ชายคำรามอย่างเย็นชา

“เจ้าคิดว่าต่อไปซือหยูจะปล่อยเจ้าไปงั้นรึ? ข้าไม่เชื่อว่าซือหยูนั่นจะลืมความชิงชังที่ลูกเจ้าไปแย่งผู้หญิงของเขามาหรอก...แล้วเขาก็จะฆ่าพ่อของมันด้วย ซึ่งก็คือเจ้า! หากเจ้าไม่กำจัดมันตอนนี้ที่มันยังไม่สยายปีก ตระกูลเจ้าก็จะล่มสลายเช่นกัน!”

ดยุคฉินเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความโกรธ เขาจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ได้ยังไงกัน?

“แผนคือแอบลอบสังหารมัน! ตำหนักฉินบ่มเพาะมือสังหารไว้บ้าง เวลานี้คือเวลาที่ข้าให้งานสำคัญแก่เจ้า หากงานนี้เสร็จโดยไม่มีปัญหา ข้าได้ครองบัลลังก์เมื่อไหร่จะตอบแทนเจ้าอย่างงาม!”

การที่ได้เห็นพลังอันน่ากลัวของซือหยูทำให้องค์ชายลำดับหนึ่งหวาดกลัวมาก

“ข้าเข้าใจแล้ว!”

ดยุคฉินทำใจยอมรับ

“แล้ว...ข้าจะทำยังไงกับเซี่ยนเอ๋อ? ฆ่านาง...หรือ...”

“อย่าฆ่านาง พานางมาให้ครบสามสิบสอง นางอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต”

ดยุคฉินเข้าใจดีว่าเขาฆ่านางหรือสัมผัสนางไม่ได้ เขาถอนหายใจ งานวิวาห์ของเจียงซื่อฉิงกับลูกชายเขาคงต้องเลื่อนออกไปจนกว่าซือหยูจะตาย…

ลึกเข้าไปในเทือกเขารัตติกาล…

ผู้อาวุโสฉินวางเด็กสองคนลงด้วยใบหน้าซีดเผือด เซี่ยนเอ๋อบาดเจ็บรุนแรงและหมดสติไปนานแล้ว

ซือหยูที่ร่างกายแข็งแรงขึ้นเพราะไอหยกเพลิงได้รับการฟื้นฟูด้วยผลของเหรียญบัญชาศักดิ์สิทธิ์ แผลฉกรรจ์ของเขาเริ่มฟื้นฟูและโลหิตจากแผลใหญ่บริเวณท้องก็หยุดไหลแล้ว

“ผลของบัญชาศักดิ์สิทธิ์ดีกจริง แต่ร่างกายเจ้าก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ถึงจะเจ็บหนักเช่นนี้บาดแผลก็เริ่มรักษาตัวเองแล้ว”

ผู้อาวุโสประหลาดใจ

ซือหยูเฉยเมยและไม่คิดจะพูดอะไร ภาพดยุคฉินก่อนตายนั้นยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเขาไม่จากไปไหน

“เฮ้อ...”

ผู้อาวุโสมองซือหยูที่จิตใจเจ็บปวดอย่างผิดหวัง

“พวกเจ้าสองคนพักไปก่อน ข้าจะไปหาวัตถุดิบทำโอสถรักษาแผลพวกเจ้า ที่นี่ปลอดภัยไร้สัตว์อสูร”

เมื่อผู้อาวุโสออกไปในถ้ำก็เงียบลง ไม่นานเซี่ยนเอ๋อก็ฟื้น

“ไม่นะ! ท่านพอ!”

นางตื่นขึ้นมาและพบภาพพ่อนางก่อนตายจนกรีดร้องออกมา

นางที่มักจะหัวเราะและทำเพลงอยู่เสมอด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาในตอนนี้เต็มไปด้วยความอาดูร ซือหยูลูบหลังนางด้วยมืออันอบอุ่น

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.42 - อาดูรสูญเสีย

คัดลอกลิงก์แล้ว