เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.39 - เหตุมิคาดคิด

DND.39 - เหตุมิคาดคิด

DND.39 - เหตุมิคาดคิด


นั่นเป็นเพียงคำอธิบายเดียวของดัชนีสวรรค์ ซือหยูยังพบอีกว่าฎีกาสวรรค์ที่ได้บรรลุใหม่นั้นต่างจากของเดิมเล็กน้อย

วิชาระดับสวรรค์สายฟ้าดาราม่วงนั้นแจ่มชัดขึ้นหลังจากได้รับระดับสติปัญญาฎีกาสวรรค์ของชายแก่

แต่ยังมีศิษย์อสูรคนอื่นที่ได้รับสติปัญญาถึงฎีกาสวรรค์เช่นกันคือเจิ่งยี่หลิน ศิษย์อสูรลำดับหนึ่งแห่งสำนัก

แต่เขาในตอนนี้ยังใช้สายฟ้าดาราม่วงได้ไม่ชำนาญ จากนี้ไปซือหยูคิดว่าการบรรลุฎีกาสวรรค์ขั้นถัดไปคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่

ฟู่ว---

จู่ๆหม้อเก้ามังกรในหัวของเขาก็เริ่มปะทุ น้ำวิญญาณหยดออกมาจากหม้อ มังกรม่วงที่สลักอยู่บนหม้อกลายเป็นสีแก้วหลังจากถูกชำระล้าง

ซือหยูพบว่าพลังเร่งเวลาของเขาแข็งแกร่งขึ้น จากแต่ก่อนเมื่อเขาหยุดนิ่งเขาจะเร่งเวลาได้ 20 เท่า ในตอนนี้เขาเร่งเวลาได้ 30 เท่าแล้ว และหากเป็นตอนต่อสู้เขาจะเร็วกว่าเดิมจาก 4 ใน 10 ส่วน เป็น 5 ใน 10 ส่วน

สายตาของเขาพัฒนาขึ้น ในตอนนี้เขาเห็นขนวิหคได้ในระยะ 5 ลี้

ซือหยูดีใจมาก การเข้าถึงฎีกาสวรรค์ทำให้หม้อเก้ามังกรของเขาพัฒนาขึ้น

ทันใดนั้นเอง ซือหยูรู้สึกถึงดวงวิญญาณที่ถูกชะล้าง ดวงวิญญาณของเขาใสสะอาดขึ้นมาก กลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้นเทียบกับแต่ก่อน

ดวงวิญญาณของซือหยูทั้งสองดวงจากสองโลกมักจะต่อสู้กันเสมอ แต่หลังจากชะล้างแล้ววิญญาณทั้งสองดวงเริ่มจะหลอมรวมกัน ความรู้สึกสดใสผุดขึ้นมาในร่าง ซือหยูเปิดตำราเนตรอสูรอีกครั้ง

เมื่อก่อนเขาเห็นเพียงเจ็ดคำในหน้าแรกเท่านั้น ในตอนนี้เขาเห็นคำที่แปด! นี่เป็นผลจากการหลอมรวมกันของวิญญาณทำให้พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้น

ซือหยูใจเย็นลงและเริ่มบ่มเพาะวิชาเนตรอสูร เขาเคยติดอยู่ที่ระดับสองขั้นสูงมานานและไม่เพิ่มระดับเลย

ในตอนนี้เขาลองบ่มเพาะอีกครั้ง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซือหยูใช้เวลาทั้งคืนบ่มเพาะพลัง

ไม่นานก็รุ่งสางพร้อมกับแสงอาทิตย์อบอุ่นและฝูงวิหคร้องรำ ซือหยูค่อยๆลืมตา ด้วยพลังวิญญาณที่สูงขึ้นทำให้เขาสำเร็จเนตรอสูรระดับสามขั้นต้นแล้ว

ในตอนนี้ดวงตาของเขาสามารถสร้างกระบี่อสูรที่ตัดดวงวิญญาณศัตรูได้ วิชาเนตรอสูรของเขาในตอนนี้ใช้สังหารได้อย่างไร้ร่องรอย

หากพลังบ่มเพาะของศัตรูไม่มากกว่าเขาสองระดับขึ้นไป ซือหยูจะฆ่ามันได้ด้วยกระบวนท่าเดียว เขาได้กลายเป็นมือสังหารที่น่ากลัวแล้ว

“เจ้าบ่าว ลองดูชุดเจ้าสาวค่ะ”

คนรับใช้ตะโกนจากนอกประตู

ซือหยูยิ้มเล็กๆ นี่คืองานหมั้นของเขาจริงๆสินะ?

เมื่อเขาสวมผ้าคลุมม่วง ซือหยูทั้งหล่อเหลาราวทวยเทพ ในตอนนี้ที่สวมผ้าคลุมแดง เขาเปล่งประกายอย่างมั่นคง

ด้วยการนำทางจากคนรับใช้ ซือหยูเจอกับเซี่ยนเอ๋อในสวน ร่างกายอ้อนแอนของเซี่ยนเอ๋อประดับด้วยชุดราตรีสีแดงราวเปลวเพลิง ดวงตาราวกับตุ๊กตาหยกของนางดูตื่นเต้นเมื่อเห็นชุดที่ตนเองสวม

“ฮ่าๆๆ พี่ซือหยู!”

เซี่ยนเอ๋อวิ่งมาหาซือหยูอย่างตื่นเต้น

“เซี่ยนเอ๋อวันนี้สวยไหม?”

ซือหยูตกตะลึงไปชั่วครู่ ใบหน้านางงามหยดย้อย ดวงตาไร้เดียงสาบริสุทธิ์ นางช่างน่าทะนุถนอมและน่าหลงใหล นี่คือคู่หมั้นของเขาจริงๆเหรอ? ข้าคู่ควรกับสิ่งนี้แล้วหรือ?

ซือหยูลูบศีรษะนางและพูดด้วยความรัก

“เซี่ยนเอ๋อจะเป็นคนที่น่ารักที่สุดสำหรับข้า”

เซี่ยนเอ๋อเงยหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ

“แหะๆ ได้ข้าเป็นภรรยาคือพรของพี่ซือหยูแล้วล่ะ”

ซือหยูไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้

“ใช่แล้ว เจ้าหญิงของข้า”

“อื้มม”

เซี่ยนเอ๋อกอดซือหยูอย่างมีความสุข

“ไปกันเถอะ ไปหมั้นกัน”

ดวงตานางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ซือหยูหัวเราะ เซี่ยนเอ๋อนั้นราวกับเด็กน้อย บางทีนางอาจจะไม่รู้ว่าพิธีหมั้นมีความหมายเช่นใดกับสตรีจึงได้ทำราวกับว่ามันเป็นการเล่นสนุก

ซือหยูส่ายหัวเดินไปที่โถงกับเซี่ยนเอ๋อ ในโถงประดับเป็นโทนสีแดง เสียงพลุดังอย่างไม่มีหยุดหย่อน ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศความยินดี

ในโถงเต็มไปด้วยแขกผู้มีอำนาจเปี่ยมล้นที่กำลังยิ้มแย้ม เหล่าแขกต่างมองมายังคู่ที่เดินเข้ามา

บุรุษช่างอ่อนโยนและรูปงามราวกับภาพเขียนเทพเจ้า เขาดูภูมิฐานราวกับขุนนาง สตรีน่ารักน่าทะนุถนอมราวกับนางในนิทาน นางไร้เดียงสาและบริสุทธิ์กว่าผู้ใด

“ฮ่าๆๆ นี่ต้องเป็นคู่ที่สวรรค์ส่งมาเป็นแน่!”

“ท่านดยุคเซี่ยนหยูเลือกลูกเขยได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าต้องให้เขาเลือกให้ข้าบ้างแล้วล่ะ”

ซือหยูและเซี่ยนเอ๋อทำพิธีหมั้นท่ามกลางเสียงหัวเราะและความสนุกสนานในห้องโถง

“ท่านพ่อตา โปรดดื่มชาถ้วยนี้”

ซือหยูและเซี่ยเอ๋อมอบชาให้กับดยุคเซี่ยนหยู

เมื่อเห็นลูกสาวอันเป็นที่รักได้แต่งงานกับมังกรเช่นซือหยูก็ทำให้ดยุคปลื่มปิติ น้ำตาของเขาไหลออกมา เสียงนั้นสั่นระริก

“ดีจริง! ลูกสาวข้าได้เจอกับคู่ครองเสียที!”

ดยุครับถ้วยชาและดื่มหมดในรวดเดียว

แขกผู้มีเกียรติต่างยิ้มแย้มและอวยพรแก่คู่บ่าวสาว

ดยุคเซี่ยนหยูร้องไห้ด้วยความดีใจ นี่เป็นเหตุการที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตของเขา

สำหรับผู้เป็นพ่อแม่แล้ว ใครกันจะไม่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุดแก่บุตรธิดา? ดยุคเซี่ยนหยูก็เช่นกัน

ดยุคเซี่ยนหยูเช็ดน้ำตาและยื่นขึ้น เขาจับมือซือหยูเขย่าและหัวเราะ

“ซือหยู ช่วยข้าดูแลเซี่ยนเอ๋อดีๆล่ะ”

ซือหยูประทับใจมาก เขาจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ดยุคมอบให้กับเขา ซือหยูโค้งคำนับด้วยความนับถือ เขาจับมือเซี่ยนเอ๋อและพูดถ้อยคำจากใจออกมา

“หากผู้คนทั้งแผ่นดินเป็นศัตรูกับเซี่ยนเอ๋อ ศัตรูของข้าก็คือผู้คนทั้งแผ่นดินเช่นกัน”

คำพูดนี้ได้เจาะทะลุดวงใจของแขกทุกคน

เซี่ยจิงหยูยิ้มด้วยความสุข นางมองเซี่ยนเอ๋อด้วยความอิจฉา

เจียงซื่อฉิงราวรู้สึกราวกับถูกทุบตีด้วยค้อน แต่นางก็ฝืนยิ้ม เมื่อก่อนพวกเขาเคยอยู่ร่วมกัน ซือหยูยังคงสัญญาด้วยว่าความรู้สึกของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแม้โลกจะถึงกาลอวสาน

เซี่ยนเอ๋อกำหมัดน้อยๆด้วยความโมโห

“ทั้งแผ่นดินสิศัตรูเจ้า ข้าไม่มีศัตรูหรอกนะ ฮื่ม!”

ดยุคเซี่ยนหยูหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ ! ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ”

“ในชั่วชีวิตข้า มีสามสิ่งที่ข้าภูมิใจยิ่งนัก”

ดยุคเซี่ยนหยูหัวเราะจากใจ

“อย่างแรกคือการที่ข้าได้แต่งงานกับแม่ของเซี่ยนเอ๋อ จากนั้นคือการกำเนิดขึ้นของเซี่ยนเอ๋อ และในตอนนี้คือการที่ได้ซือหยูมาเป็นลูกเขย!”

ซือหยูใจสั่น ดยุคเซี่ยนหยูยกย่องเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ความเอื้อเฟื้อของเขาช่างหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม

“ข้าขอประกาศอย่างเป็นทางการ นับจากวันนี้ไป ซือหยูคือคู่หมั้นของเซี่ยนเอ๋อ!”

ดยุคประกาศกับแขกทุกคน

บรรดาแขกต่างยืนขึ้นปรบมือแสดงความยินดี บรรยากาศความสนุกสนานปกคลุมไปทั่ว

แต่มีสามคนที่ไม่ได้ลุกขึ้น พวกเขายังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าหมองหม่น พวกเขานั่งที่หน้าสุดและเป็นจุดสนใจกับทุกคน ตำแหน่งของพวกเขาสูงมากจนทำให้แขกที่สนุกสนานเงียบลง

บรรยากาศความสนุกสนานกลายเป็นบรรยากาศของความเยือกเย็น เพียงพริบตาทั้งโถงก็เงียบลงด้วยบรรยากาศแปลกๆ

ซือหยูใจเต้นแรง เขารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่ได้เห็นองครักษ์ชุดเขียว บรรยากาศแปลกๆในวันนี้เกิดขึ้นเพราะองค์ชายทั้งสาม

รอยยิ้มบนใบหน้าดยุคหายใจ เขาพูดอย่างโหดเหี้ยม

“องค์ชายทั้งสาม...นี่มันหมายความว่าอะไรกัน?”

องค์ชายทั้งสามค่อยๆยืนขึ้น องค์ชายลำดับหนึ่งหน้านิ่งเขาหยิบฎีกาจากแขนเสือออกมายื่นให้ดยุคทั้งสองมือ

“ท่านดยุคเซี่ยนหยู รับฎีกา!”

แขกสีหน้าเปลี่ยนไป พวกเขาคุกเข่าทันทีเมื่อได้ยินคำว่าฎีกา

เกิดอะไรขึ้น? องค์ชายทั้งสามนำฎีกาจากราชามาด้วย เพื่ออะไรกัน?

ดยุคเซี่ยนหยู เซี่ยนเอ๋อและซือหยูต่างคุกเข่ารับฎีกา

“ในนามแห่งราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ดยุคเซี่ยนหยูได้หลอกลวงราชาศักดิ์สิทธิ์และเป็นการกบฏต่อแคว้นด้วยการร่วมมือกันแคว้นเฟิงหวง ความผิดของเขาอภัยไม่ได้ เขาจะต้องถูกพาไปยังเมืองหลวงและรอข่าวต่อไป รับฎีกาซะ!”

ดยุคเซี่ยนหยูตกใจ จากนั้นจึงโกรธ

“ข้าทรยศแคว้นงั้นรึ? ข้าอยากพบราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะไปถามเขาด้วยตัวเอง”

องค์ชายลำดับหนึ่งและสองใบหน้าเฉยเมย

“ฮื่ม! ฎีกานี้ได้รับโดยตรงจากราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ ตามพวกข้ามาที่เมืองหลวงแล้วเจ้าจะได้รับความยุติธรรม”

องค์ชายลำดับสามสุขุมเยือกเย็น เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ

ดยุคเซี่ยนหยูหัวเราะด้วยความโกรธ

“ตอนที่ข้าถูกจับเข้าคุก ความบริสุทธิ์ของข้าก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว ความยุติธรรมที่เจ้าว่ามันจะไปอยู่แห่งหนใดกัน?”

จริงๆแล้วดยุคเซี่ยนหยูกำลังจับผิดที่มาของฎีกา ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์นั้นเจ็บป่วยรุนแรง มีข่าวลือว่าเขาถูกองค์ชายลำดับหนึ่งและสองจับขังเอาไว้

แม้ว่าเขาอยากจะช่วยราชา เขาก็ยังไม่มีหลักฐานให้ทำเช่นนั้น องค์ชายทั้งสองในตอนนี้อยากจะกำจัดเขาด้วยฎีกาปลอม

นี่คล้ายกับกรณ๊ของดยุคจื่อฉวน เขาถูกสังหารล้างตระกูลด้วยเหตุผลกบฎ ทุกคนที่อายุ 10 ปีขึ้นไปต่างถูกประหาร

ดยุคเซี่ยนหยูไม่สนใจว่าเขาจะตาย แต่เซี่ยนเอ๋ออายุเพียง 14 ปี เขาจะยอมให้นางมาตายกับเขาได้อย่างไร?

องค์ชายลำดับหนึ่งตะโกน

“อวดดีนัก ดยุคเซี่ยนหยู! เจ้าไม่รับฎีกาและวางแผนก่อกบฏ องครักษ์! ล้อมดยุคเอาไว้และฆ่าทุกคนที่มาขวาง”

คำสั่งอันไร้จิตใจดังก้องไปทั่วโถง ด้านนอกห้องโถงมีเสียงก้าวเท้าระรัวเข้ามา

เป็นองครักษ์ชุดเขียวกลุ่มใหญ่ที่ดูราวกับคนธรรมดา พวกเขาเลิกปลอมตัว เข้าล้อมตำหนักอย่างรวดเร็วและค้นหาคนในตระกูลดยุค

องครักษ์เกราะทมิฬในตำหนักเริ่มต่อสู้กับศัตรู

องครักษ์ชุดเขียวแกร่งมาก พวกเขาจัดการองครักษ์เกราะทมิฬอย่างง่ายดายและเข้ามาที่ห้องโถง

หัวหน้ากลุ่มองครักษ์คือไป่ชี่เซียง คนที่มีพลังระดับหกอันน่ากลัวที่เจอในห้าวันก่อน เขาถูกสั่งให้รวบรวมองครักษ์จากนอกเมืองและปลอมตัวเป็นคนธรรมดาสามัญ พวกเขาถูกรวมมายังเขตเซี่ยนหยูและจับทุกคนในตำหนักดยุคเมื่อมีโอกาส

ในตอนนี้มีองครักษ์ระดับห้า 10  คนยืนอยู่หลังไป่ชี่เซียงและปิดทางออก

“อย่าขยับ มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นกบฏต่อแคว้นและมีโทษประหาร”

พลังระดับหกของไป่ชี่เซียงปกคลุมไปทั่ว

เหล่าแขกต่างหยุดเคลื่อนไหวทันที

“จับพวกมัน!”

องค์ชายลำดับสองสั่ง

“ดยุคเซี่ยนหยู  องค์หญิง และบุตรเขย”

เมื่อเขามองซือหยูก็ยิ้มอย่างเยือกเย็นออกมา ดวงตาของเขายินดียิ่ง

ฎีกานั้นได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่าง

นี่ควรจะเป็นพิธีหมั้นอันสนุกสนาน แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นภาพความกระหายเลือด

เซี่ยจิงหยูรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ นางอยากจะก้าวไปข้าวหน้าแต่ถูกเซี่ยหลินฉวนหยุดเอาไว้

“หยูเอ๋อ! ใจเย็นลงก่อน!”

เซี่ยหลินฉวนหดหู่

“สังเกตรอบๆไปก่อน เราขัดฎีกาโดยตรงมิได้ ทุกอย่างคือกฎ เรารีบร้อนไม่ได้”

เซี่ยจิงหยูกังวลแต่ทำได้เพียงอดทนรอดูต่อไป เซี่ยหลินฉวนแข็งแกร่งแต่ไม่แกร่งพอที่จะเป็นศัตรูกับแคว้น องค์ชายทั้งสองมีฎีกาในมือ การเคลื่อนไหวของเซี่ยหลินฉวนนั้นหมายถึงการฝืนฎีกา

ฉินเฟิงที่หดหู่มาตลอดเริ่มรู้สึกยินดี เขาหยุดหัวเราะไม่ได้

“ฮ่าๆๆๆ! ซือหยู เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้ทะยานนภาดั่งวิหคเพลิง แต่ในตอนนี้เจ้าถูกดยุคเซี่ยนหยูตบตกจากฟากฟ้าและตายเร็วกว่าเดิมซะอีก ฮ่าๆๆๆๆ”

เสียงโหยหวนขององครักษ์เกราะทมิฬที่ล้มตายดังมาจากด้านนอก พวกเขาล้วนเป็นผู้ที่ดยุคบ่มเพาะมาด้วยตัวเองจนมีพลังระดับห้า แต่ฝั่งตรงข้ามกลับฝ่าเข้ามาอย่างง่ายดายด้วยคนเพียง 10 คน

โชคดีที่ดยุคได้บ่มเพาะคนไว้เป็นจำนวนมาก มิเช่นนั้นเหตุการณ์คงจะย่ำแย่กว่านี้

ดยุครู้สึกอยู่แล้วว่าวิกฤติกำลังเข้ามาหาเขาจากตระกูลราชวงศ์ เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วเพียงนี้ เขายังไม่ได้เห็นงานวิวาห์ของลูกสาวด้วยซ้ำ  เขายังไม่เห็นหน้าค่าตาหลานของเขาเลย เขาจะไม่ได้เห็นแสงวันคืนอีก เขาจะต้องมีชะตาเช่นเดียวกับดยุคจื่อฉวน

เขาทั้งเสียใจและโกรธเกรี้ยว ดยุคเซี่ยนหยูแผ่จิตสังหารไปทั่ว เขาไม่มีวันยอมรับ!

“องค์ชายทั้งสอง พวกเจ้าทำฎีกาปลอม! ข้าจะไม่ใช้ชีวิตพวกเจ้า!”

ดยุคเซี่ยนหยูพุ่งไปหาองค์ชายลำดับหนึ่ง

องค์ชายลำดับหนึ่งยิ้มอย่างเยือกเย็น เขาถอยหลังกลับ

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.39 - เหตุมิคาดคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว