เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.35 - การมาของเหล่าองค์ชาย

DND.35 - การมาของเหล่าองค์ชาย

DND.35 - การมาของเหล่าองค์ชาย


หลังจากบ่นพึมพำกับตัวเอง ดยุคก็ยิ่งหงุดหงิด

“พวกดยุคนั่นต่างแอบหนุนหลังองค์ชายที่มีผลประโยชน์ ข้าไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น...แต่คงอีกไม่นานสินะ”

ดยุควิตกกังวล

ตั้งแต่ครั้งโบราณ ด้วยอำนาจของราชวงศ์ทำให้หลายคนจบไม่สวย ดยุคเซี่ยนหยูไม่ได้หลงระเริงในอำนาจ แต่เขตเซี่ยนหยูนั้นติดกับเมืองหลวง กองกำลังทหารจะมาถึงที่นี่ได้ใน 10 วัน

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งเช่นนี้ เหล่าองค์ชายจะไม่มองว่าเป็นเสี้ยนหนามได้อย่างไร?

ไม่นานนี้ สุขภาพขององค์จักรพรรดิเริ่มทรุดลง ทำให้สงครามการชิงอำนาจขององค์ชายทั้งสามรุนแรงขึ้น ไม่กี่เดือนก่อน ดยุคจือฉวนที่หนุนหลังองค์ชายลำดับสามได้ถูกประหารในข้อหากบฏและถูกยึดครองสินทรัพย์ทั้งหมด

ซึ่งในความจริงนั้นเป็นองค์ชายลำดับที่หนึ่งและสองที่ร่วมมือกันลดอำนาจองค์ชายลำดับสาม ในบรรดาพวกเขาองค์ชายลำดับสามนั้นเป็นที่เคารพนับถือในความสามารถและเป็นที่นิยมมาก ทั้งมันสมองเฉียบคมเหนือกว่าพี่น้อง แต่เขาเป็นบุตรของนางสนมที่ไม่มีพื้นเพ มันจึงเป็นเหตุให้องค์ชายทั้งสองร่วมมือกันต่อต้านเขา

ดยุคเซี่ยนหยูรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายโลหิตแห่งความวุ่นวาย มันยากที่จะเลี่ยงเรื่องพวกนี้ในฐานะดยุค เขาหวังเพียงแค่มันจะไม่กระทบกับเซี่ยนเอ๋อและซือหยู

ในตอนนั้นชายแก่ได้เดินเข้ามา เขาสวมหมวกกันฝน เขาคือผู้อาวุโสฉินที่แอบปกป้ององค์หญิงอย่างลับๆในครั้งที่อยู่เทือกเขารัตติกาล

“กลับมาแล้วหรือผู้อาวุโส?”

ดยุคยืนขึ้นทันที

“การสืบสวนเป็นเช่นใดบ้าง?”

“ที่ท่านดยุคคิดไว้ค่อยข้างจริงทีเดียว มีข้ารับใช้และองครักษ์เคลื่อนไหวทั่วทั้งเซี่ยนหยู อดีตขององค์หญิงอาจจะถูกเปิดเผยไปแล้วก็ได้ ข้าอยากให้ท่านดยุคเร่งมือสักหน่อย”

ดยุคสีหน้าหม่นหมองและเงียบไปชั่วครู่

“ข้ารู้ดี!”

ผู้อาวุโสฉินพยักหน้าและถอยกลับไปยังเงามืดราวกับภูติผี

ซือหยูที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวบนลานประลอง เขาใช้วิชาดัชนีตามภาพเขียนชายแก่ เขาเข้าใจวิชาสายฟ้าดาราม่วงบ้างแล้ว เขารู้แจ้งมันมากขึ้นไปอีก เหล่าอักษรที่ซับซ้อนในตำราได้กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา

“หรือว่าตั้งแต่ที่ข้าใช้ฎีกาสวรรค์ เรื่องราวซับซ้อนลึกลับจะชัดแจ้งขึ้น?”

ซือหยูรู้สึกขอบคุณภาพเขียนชายแก่

10 วันผ่านไป…..

ซือหยูลืมตาขึ้นและปล่อยหมัดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เกิดแสงสีม่วงอ่อนๆขึ้นอย่างคาดไม่ถึงจากหมัดของเขา มันมอดไหม้อากาศราวกับสายฟ้า!

หลังจากสิบวันสิบคืนในการบ่มเพาะพลัง เขาได้สำเร็จวิชาขั้นแรก! แม้จะเป็นขั้นต้น แต่หลังจากใช้ร่วมกับฎีกาสวรรค์เขาก็สร้างสายฟ้าขึ้นมาได้! สายฟ้าคือพลังจากธรรมชาติ การที่สร้างสายฟ้ามาได้นั้นน่ากลัวมาก

วิชาสายฟ้าดาราม่วง ไม่ว่าจะมีกี่ระดับก็ตามมันก็น่ากลัวยิ่ง แม้จะเป็นขั้นแรก!

ซือหยูยังบ่มเพาะวายุกระหน่ำจนถึงระดับสามขั้นต้น ขาของเขาสามารถสร้างพายุหิมะได้แล้ว มันเป็นพลังที่เหนือกว่าแต่ก่อนมาก!

และด้วยต้นไม้โอสถของดยุค ห้องบ่มเพาะพลังชั้นดีและคำชี้แนะเป็นการส่วนตัว ทำให้พลังของเขาก้าวข้ามไปถึงระดับสี่ขั้นกลางโดยไม่รู้ตัว! ตลอด 10 วันที่ผ่านมาทำให้เขาทะลุขอบเขตอย่างมาก!

ตอนนี้แม้เขาจะไม่ใช้เนตรอสูรเขาก็จัดการเจียงซื่อฉีที่มีพลังระดับสี่ขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่ารวมถึงเฉาลี่ที่เป็นหนึ่งในสิบอสูรด้วย

“หยูเอ๋อ มีแขกจากเมืองหลวง เจ้ากับเซี่ยนเอ๋อจะต้องออกไปต้อนรับพวกเขา”

ดยุคเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม เขาตรวจสอบซือหยูอย่างรวดเร็วและพบว่าพลังปราณของเขาเปลี่ยนไปแล้ว นั่นทำให้เขาพอใจมาก

ซือหยูรู้สึกอบอุ่นเมื่อถูกเรียกว่าหยูเอ๋อ ดยุคเซี่ยนหยูคิดว่าเขาเป็นลูกชายจริงๆ ใน 10 วันที่พวกเขาได้แบ่งปันประสบการณ์ ให้คำชี้แนะและให้ทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังนั้นได้ถูกมอบให้ราวกับซือหยูคือลูกจริงๆของเขา ดยุคเซี่ยนหยูไม่เคยมีลูกชายมาก่อนเลย และเห็นซือหยูเป็นผู้ที่มาเยียวยาความเศร้าโศกของเขา

ซือหยูในอดีตที่อยู่ในแวดวงธุรกิจอันโหดร้ายมาตลอด เมื่อได้มาเจอกับผู้ใหญ่เช่นดยุคเซี่ยนหยูในโลกใบนี้ที่ทั้งโดดเดี่ยวและอ้างว้าง ไร้ครอบครัวและมิตรสหาร ดยุคเซี่ยนหยูคือผู้ที่ทำให้เขารู้สึกถึงคำว่าครอบครัว

“ได้ครับ ท่านพ่อตา”

ซือหยูตอบอย่างตื่นเต้น

เมื่อถูกเรียกว่า ‘พ่อตา’ ก็ทำให้ดยุคมีความสุขและพอใจ เขามองซือหยูอยู่ห่างๆ

“หยูเอ๋อ เจ้ากับเซี่ยนเอ๋อจะต้องไปกันได้ดี...”

เมื่อมาถึงโถงก็พบองค์หญิงสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน ใบหน้าน่ารักของนางช่างน่าหลงใหล

“เฮ้! เจ้าคนชั่ว!”

องค์หญิงพูดจมูกชี้

“เจ้าพ่อบ้าให้ข้าแต่งานกับเจ้า! ข้าอยากจะหนีไปให้ไกลซะจริง!”

นางช่างงดงามอ้อนแอ้น นางสูงเพียงอกซือหยูเท่านั้น ซือหยูย่อตัวลงให้เท่าระดับสายตาขององค์หญิงและยิ้มอย่างอ่อนโยน

นี่คือการพบหน้ากันตรงๆครั้งแรกของพวกเขา ซือหยูยิ้ม

“องค์หญิง ขอบคุณในความใจดีที่เมตตาขอร้องเพื่อข้าในวันนั้น”

องค์หญิงลืมตากว้าง..เมตตาขอร้องอะไรกัน?

ซือหยูพูดด้วยรอยยิ่ม

“องค์หญิงถูกปกป้องโดยผู้คนนับพัน คนแปลกหน้าเช่นข้าจะสร้างมลทินได้อย่างไร? หากเป็นองค์หญิงคนอื่น หากจับข้าได้พวกเขาคงจะจัดการข้าทันทีเพื่อรักษาชื่อเสียงเอาไว้ แต่เจ้ากลับขอร้องดยุคเพื่อข้าถึงสองครั้ง ข้า..ซือหยู...จดจำมันได้จากใจ”

ซือหยูที่เกือบจะตายในวันนั้นถูกองค์หญิงขอร้องให้ไว้ชีวิตถึงสองครา แม้ว่านางจะหยาบคายไปบ้างแต่นางทั้งดีงามและบริสุทธิ์โดยอัธยาศัย หากเป็นองค์หญิงคนอื่นที่เติบโตมาด้วยอำนาจคงจะไม่แยแสกับชีวิตคนแปลกหน้า

ซือหยูรู้ดีว่าหากเขาช่วยองค์หญิงคนอื่นในวันนั้น พวกเขาก็คงจะสังหารซือหยูอย่างไร้ปราณี มีเพียงเซี่ยนเอ๋อเท่านั้นที่ไม่ทำเช่นนั้น

หลังจากได้ยินซือหยู องค์หญิงก็แอบพูดกับตัวเอง

“อย่างน้อยเขาก็เอาใจใส่ดี! ข้าคือฉินเซี่ยนเอ๋อ คนอื่นจะมาเทียบกับข้าได้ยังไง?”

นางใช้มือขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกไพล่หลังและเงยหน้าราวกับไก่ตัวน้อย

“ถือแก่ดาราแห่งโชคของเจ้า! องค์หญิงใจกว้างเช่นข้าจะไม่ถือโทษ! ไปกันเถอะ เราต้องไปรับองค์ชายทั้งสาม”

ซือหยูรู้สึกถึงความอ่อนโยนของนาง นางราวกับเด็กที่มีความสุขเมื่อถูกชมเชย

องค์ชายทั้งสาม? แคว้นใหญ่เช่นเฟิงหลินนี้มีองค์ชายสามคนที่มีพลังอำนาจตัดสินชะตาคนนับล้าน!

เขายืนครุ่นคิด เสื้อผ้าสะบัดตามแรงลม

เซี่ยนเอ๋อนำทาง นางเดินบ่นตลอดทางและหันกลับไปหาซือหยูตลอดเวลา

“อย่าทำข้าขายหน้าล่ะ”

นางเตือนและกำหมัด ซือหยูยิ้มและเดินไปอยู่ข้างนาง

ซือหยูรู้สึกอบอุ่นเมื่อเห็นความมีชีวิตชีวาของเซี่ยนเอ๋อ เขานึกถึงความใจกว้างของดยุค บางทีนี่อาจจะเป็นบ้านของเขาในโลกใบนี้ก็ได้

ไม่นานซือหยูกับเซี่ยนเอ๋อก็ออกมาที่นอกโถง

“องค๋ชายหนึ่ง! องค์ชายสอง! องค์ชายสาม!”

ข้ารับใช้ข้างนอกประตูประกาศเสียงดังเมื่อแขกมาถึง

องค์ชายผู้มีอำนาจทั้งสามได้มาถึงตำหนักเซี่ยนหยูแล้ว

องค์ชายลำดับหนึ่งสีหน้าไร้อารมณ์ เขาดูเหมือนคนราชวงศ์ที่สุด ดวงตาเฉียบคมทำให้หลายคนไม่กล้ามองเขาตรงๆ

องค์ชายลำดับสองตาเรียวเล็ก ริมฝีปากบาง เขายิ้มแย้มราวกับพวกขุนนาง

และแม้ว่าจะดูธรรมดา องค์ชายลำดับสามได้รับการขัดเกลามารยาทมาอย่างดี เขายิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความปราดเปรื่อง

“พวกท่านมาถึงแล้วเหรอ! เซี่ยนเอ๋อคิดถึงพวกพี่จริงๆ!”

เซี่ยนเอ๋อวิ่งไปหาพวกเขาอย่างอ่อนหวาน

องค์ชายลำดับหนึ่งยิ้ม เขาส่งสัญญาณให้องครักษ์เข้ามาใกล้

“องค์หญิง นี่คือชุดที่ข้าเตรียมให้ ปกป้องได้ทั้งวารีและเปลวเพลิง คุณค่าประเมินมิได้”

องครักษ์ยื่นให้ทั้งสองมือ เซี่ยนเอ๋อยิ้มและรับไว้

องค์ชายลำดับสองหยิบปิ่นปักผมออกมาจากอกและยิ้มกว้าง

“ปิ่นปักผมนี้เป็นของราชวงศ์ ข้าเตรียมมันเป็นพิเศษเพื่อเจ้า ถ้าเจ้าสวมมันจะเพิ่มกำลังภายในและพลังบ่มเพาะให้เจ้า”

เซี่ยนเอ๋อยื่นมืองดงามราวหยกไปรับ

ซือหยูขมวดคิ้ว เขาพบคนมาทุกรูปแบบ เขาอ่านใจคนได้จากสายตา มันมีสายตาเจ้าชู้จากองค์ชายลำดับสอง! ดูเหมือนเขาจะคิดมิดีมิร้ายกับองค์หญิง! ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้นแน่! ซือหยูจดจำเขาเอาไว้

องค์ชายลำดับสามยิ้ม

“เซี่ยนเอ๋อ อย่างที่เจ้ารู้ ข้าไม่มีสมบัติอะไรให้เจ้าได้ ข้าเลยเอานี่มาให้”

องค์ชายลำดับสามยื่นหนังสือนิยายและสร้อยคอลูกปัดให้ นางรับมันอย่างดีใจทันที นางเก็บมันไว้อย่างดี

ซือหยูประเมินนิสัยของเหล่าองค์ชายจากสิ่งของที่มอบให้เซี่ยนเอ๋อ องค์ชายลำดับหนึ่งนั้นชอบครอบครอง ฟุ่มเฟือย และของขวัญที่มอบให้คือของที่แพงที่สุด องค์ชายลำดับสองนั้นเจ้าเล่ห์ เขารู้ว่าเซี่ยนเอ่อรักสนุกและไม่ชอบบ่มเพาะพลัง เขาจึงให้ของขวัญที่จะขัดเกลาพลังได้เมื่อสวมใส่ ส่วนองค์ชายลำดับสามคือคนที่ซือหยูนับถือที่สุด แต่ก็ต้องระวังที่สุดเช่นกัน! เทียบกับองค์ชายคนอื่นเขา เขาคือคนที่หลักแหลมและละเอียดที่สุด

ของขวัญทั้งสามที่เซี่ยนเอ๋อได้รับ สองชิ้นแรกทำให้นางตอบสนองตามปกติ แต่ของขวัญธรรมดาชิ้นสุดท้ายกลับเป็นสิ่งที่นางชอบที่สุด เห็นได้ชัดว่าองค์ชายลำดับสามนั้นคว้าหัวใจผู้คนได้เก่งกว่าสองคนที่เหลืออยู่มาก

องค์ชายลำดับสองมองซือหยูที่สวมชุดสีม่วงดูดี เขามีผมสีดำ ใบหน้าได้รับการขัดเกลาอย่างดี รูปลักษณ์งดงามหมดจด ความสง่างามและสุขุมออกมาจากภายใน เขาสามารถรับมือองค์ชายทั้งสามอย่างง่ายดาย

“เจ้าคือบุตรเขยของดยุค คู่หมั้นของเซี่ยนเอ๋อสินะ?”

องค์ชายลำดับสองพูดอย่างราบเรียบ แต่กลับรู้สึกถึงความไม่เป็นมิตร

จบบทที่ DND.35 - การมาของเหล่าองค์ชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว