เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.33 - เข่นฆ่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

DND.33 - เข่นฆ่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

DND.33 - เข่นฆ่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์


ซือหยูยืนมือไพล่หลังสังเกตชายผมเงินที่อายุราว 17 ปี

เขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องตำรา ชายผมเงินคนนี้กล่าวว่าศิษย์ระดับเงินทำให้บรรยากาศเป็นพิษและออกจากห้องตำราไป แม้จะเป็นตอนนี้เขาก็ยังคิดว่าซือหยูเป็นพิษต่อสายตาเขา

แต่พลังของเขานั้นเป็นของจริง เขาจึงมีสิทธิ์พูดหยาบคายเช่นนี้ได้! เขามีพลังระดับห้าขั้นต้นและเป็นศิษย์อสูรลำดับ 4 อ่อนแอกว่าเซี่ยจิงหยูเพียงนิดเดียวเท่านั้น

“หากเจ้าคิดว่าข้าเป็นพิษต่อสายตา ใยเจ้าไม่หลับตาซะล่ะ ไม่มีใครห้ามเจ้านะ”

“เข้ามาซะ! อย่าทำให้ข้าเสียเวลากับขยะเช่นเจ้า!”

ซือหยูยิ้ม

พลังระดับห้านั้นแข็งแกร่งแน่นอน! เขาที่กล้าขึ้นมาบนลานประลองจะต้องมั่นใจว่าไม่ถูกเนตรอสูรจัดการแน่

วายุกระหน่ำของเขายังฝึกไม่ถึงระดับสาม มันอาจจะใช้ได้ดีกับพวกระดับสี่ แต่น่าจะไม่มีโอกาสกับพวกระดับห้าเลย ดูเหมือนเขาจะต้องใช้วิชานั้น

“เจ้าขยะโสโครก! ข้าให้เจ้าเข้ามาก่อนแล้วยังกล้าลังเล เจ้าไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว!”

ชายผมเงินรู้สึกว่าการอยู่บนลานประลองเดียวกับซือหยูนั้นเป็นการหมิ่นเกียรติตัวเอง เขาจึงรีบพุ่งออกไป

“ดัชนีดาราพินาศ!”

เขาใช้วิชาระดับสูง เขาวาดนิ้วเป็นวงกลมราวกับดวงดาว เคลือบมันด้วยพลังปราณอันน่ากลัว สั่นสะเทือนทุกสรรพสิ่ง

ครืน---

วิชาของเขาสร้างแรงกดดันกับสิ่งรอบข้าง ซือหยูไม่ขยับตัว เกิดคลื่นพิเศษปกคลุมทั่วร่าง

เขายังคงเป็นคนเดิม แต่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เขาเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งรอบตัว ซือหยูลบเลือนตัวตนราวกับในภาพเขียนนั้น ตอนนี้เขาดูเหมือนชายแก่ในภาพเขียน ฟางหยุนเริ่มรู้สึกหม่นหมองอีกครั้ง

เซี่ยหลินฉวนเบิกตากว้าง เย่ฉวนหายใจรุนแรงเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ดยุคเซี่ยนหยูเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เซี่ยจิงหยูเอามือปิดปาก

“นั่นมัน...”

ชายคิ้วหน้าอุทาน

“ในบรรดาสิบศิษย์อสูน มีแค่ลำดับบนเท่านั้นที่จะใช้ฎีกาสวรรค์ได้!”

ฎีกาสวรรค์เป็นสิ่งเบื้องต้นในการเข้าสู่ขอบเขตราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ มีหลายคนที่บ่มเพาะพลังถึงระดับหก เจ็ด แปด และแม้ระดับเก้า ก็มิอาจได้รับฎีกาสวรรค์ และไม่มีทางได้เข้าสู่ขอบเขตราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

ผู้คน ณ ที่นี้เช่นฟางหยุน เซี่ยหลินฉวน และแม้แต่ดยุคเซี่ยนหยูก็ยังไม่มีสติปัญญาระดับฎีกาสวรรค์ มีเพียงศิษย์อสูรที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่จะได้มีสติปัญญาระดับนี้

ใน 10 ศิษย์อสูร มีเพียงลำดับหนึ่งเท่านั้นที่รู้พื้นฐานฎีกาสวรรค์ได้ และฎีกาสวรรค์ที่เหนือกว่าวิชาระดับสูงนับหมื่นทั้งหลายในตอนนี้ถูกใช้โดยชายหนุ่มอายุเพียง 14 ปีที่มีพลังระดับสี่เท่านั้น!

ทุกคนตะลึงงัน! การใช้ฎีกาสวรรค์ได้นั่นหมายถึงการครอบครองกุญแจแห่งราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ หากซือหยูเติบโตต่อไป เขาจะมีคุณสมบัติขึ้นเป็นราชันย์รุ่นต่อไป

บนลานประลอง….

เฉาลี่ที่โจมตีด้วยนิ้วรู้สึกการเปลี่ยนแปลงของศัตรูทันที ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ไปทั่วร่าง

“ดัชนีสวรรค์!”

ซือหยูใช้วิชาเดียวกับชายแก่ในภาพเขียน เขาเคลื่อนไหวตามภาพเขียนโดยไม่ตั้งใจ

วิชาดัชนีนี้ดูธรรมดา ไม่ได้ดูน่าหลงใหลเท่าใดนัก แต่จังหวะของธรรมชาติคู่ขนานมากับนิ้วของเขาทำให้ทุกคนต้องมองตาม สติล่องลอยราวกับได้ไหลไปตามธรรมชาติ

ซือหยูวาดนิ้วผ่านอากาศ เฉาลี่อยู่ห่างออกไปสามก้าว

แต่วิชาดัชนีดาราพินาศได้ถูกสวนกลับ!

ปั้ง--

เฉาลี่โลหิตกระจายออก เกิดแผลน่ากลัวบนอกของเขาขณะที่กระเด็นไปข้างหลังและกระแทกอย่างแรงกับพื้นใต้ลานประลอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

ซือหยูดึงมือกลับ เขามองเห็นรอบข้างชัดเจนขึ้น

เขาแอบดีใจอยู่เล็กๆที่ใช้วิชาระดับสูงนี้ได้

ขณะนั้นเอง สายฟ้าดาราม่วงที่เข้าใจยากยิ่งก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น บางทีหากบ่มเพาะอีกเล็กน้อยเขาจะใช้พลังระดับแรกของวิชาได้แล้ว แต่เขายังไม่มีเวลาบ่มเพาะวิชานี้เลย

เขาเดินมือไพล่หลังไปยังขอบลานประลอง เขามองเฉาลี่ที่เต็มไปด้วยโลหิตจากที่สูงกว่า เขาส่ายหัวเบาๆ

“เจ้าเป็นหนึ่งในสิบศิษย์อสูรจริงๆงั้นรึ? เก็บคำว่า ‘ขยะระดับเงิน’ ของเจ้าไปซะเถอะ ข้าคิดว่าเจ้าจะแกร่งจริงๆ แต่เจ้ายังชนะศิษย์ระดับเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ ช่างอ่อนแอ...”

เฉาลี่กระอักเลือดด้วยความโกรธแค้นออกมาอีกครั้งก่อนจะหมดสติไป เขาที่หยิ่งยโสได้แพ้ให้กับขยะระดับเงิน ผู้ชมต่างเงียบกริบ

เฉาลี่...ที่อยู่ลำดับ 4 ของ 10 ศิษย์อสูรทนการโจมตีเดียของซือหยูไม่ได้

คนมากมายกลั้นหายใจเมื่อมองเงาร่างสีม่วงของซือหยู ราวกับได้เห็นตัวตนไร้พ่ายอยู่ตรงหน้า

เจียงซื่อฉิงตัวแข็งทื่อ จิตใจนางว่างเปล่า นางได้ทิ้งคนที่เอาชนะศิษย์อสูรได้ไปเสียแล้ว

เซี่ยจิงหยูกับชายคิ้วหนางุนงงไม่ต่างกัน

เย่ฉวนหายใจเร็วและแรง เขากำหมัดแน่นอย่างกังวล

“ท่าน! เราสูญเสียไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว! ท่านฟางหยุน เพื่อจะรักษาหน้าถึงกับต้องขับไล่อัจฉริยะที่มีคุณสมบัติเป็นราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ออกไปเชียวหรือ! เราไม่เอาผิดเขาไม่ได้รึ?”

เซี่ยหลินฉวนคิดแบบเดียวกัน

“ผู้ประเมินฟาง! คิดใหม่เถอะ! เขาไม่ได้ทำความผิดร้ายแรง เรามิต้องไล่เขาออกจากสำนักหรอก!”

เขาจะเสียอัจฉริยะที่มีสติปัญญาระดับฎีกาสวรรค์ได้อย่างไร?

ฟางหยุนชักสีหน้า ใบหน้าเขาร้อนผ่าว เขาจ้องมองลูกชายอย่างไร้ทางออก หากไม่ใช่เพราะลูกชายเขา เขาจะขับอัจฉริยะออกจากสำนักไปเพื่อสิ่งใดกัน? ในฐานะผู้ประเมิน ผลงานของสำนักเซี่ยนหยูอยู่ในความดูแลของเขา

เขาจะต้องกลายเป็นที่ขำขันกับสายตาภายนอกที่ได้ขับไล่อัจฉริยะฎีกาสวรรค์ออกไป แต่เขาประกาศขับซือหยูออกไปแล้วต่อหน้าทุกคน การถอนคำพูดนั้นก็ถือเป็นเรื่องตลกต่อสายตาทุกคนเช่นกัน

หลังจากคิดอย่างหนัก เขาตัดสินใจว่าการฆ่าซือหยูเท่านั้นที่จะรักษาชื่อเสียงเอาไว้ได้ ดยุคเซี่ยนหยูต้องการเช่นนั้นอยู่แล้ว ดยุคเซี่ยนหยูต้องไม่ปฏิเสธที่จะกำจัดซือหยูแน่

เมื่อคิดแผนเสร็จ ฟางหยุนลุกจากที่นั่ง

“อวดดีนัก! แทนที่จะยอมแพ้ เจ้ายังทำร้ายศิษย์ในสำนัก ข้าจะไม่อภัยให้เจ้า”

ครืน--

พลังปราณอันรุนแรงจากระยะไกลถูกส่งตรงไปหาซือหยู ผู้มีพลังระดับเจ็ดเท่านั้นที่สามารถปล่อยพลังปราณออกมาเช่นนี้ได้ ซือหยูไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว

ซือหยูคำราม เขาสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว

“ไม่นะ!”

เซี่ยจิงหยูน้ำตาคลอ นางรีบบินไปยังลานประลอง

องค์หญิงหน้าแดงด้วยความเป็นห่วง

“ไม่นะ! ข้าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา หยุดเถอะ….”

ผู้ที่ดูอยู่แอบถอนหายใจ อัจฉริยะที่เพิ่งแสดงพลังกำลังจะตายไปทั้งอย่างนั้น

ในช่วงวิกฤติ พลังรุนแรงถูกยิงตรงมา มันเป็นพลังปราณที่เทียบไม่ได้กับฟางหยุนและมันทำให้พลังปราณของฟางหยุนเปลี่ยนทิศไป

ครืน--

พลังปราณที่ออกมาโจมตีซือหยูได้กลายเป็นเพียงฝุ่นควัน

ถ้าหากพลังนั้นโดนซือหยู เขาจะหายไปทันที

ฟึ่บ--

ในตอนนั้นเองมีคนบินมาบนลานประลองและยืนหน้าซือหยู เขาไม่ใช่เซี่ยหลินฉวนหรือเย่ฉวน

แต่กลับเป็น...ดยุคเซี่ยนหยู! คนที่อยากจะให้ซือหยูตาย! แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่มาช่วยชีวิตซือหยูเอาไว้!

ฝูงชนสับสนอลหม่าน แม้แต่เซี่ยหลินฉวนหรือเย่ฉวนก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฟางหยุคตกตะลึงไปชั่วครู่ และถามอย่างสุภาพ

“ท่านดยุคเซี่ยนหยู ท่านทำแบบนี้เพื่อสิ่งใดกัน? ข้าช่วยท่านจับตัวมันอยู่นะ”

“ฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ...”

ดยุคหัวเราะเสียงดัง

เขาวางมือลงบนไหล่ซือหยู ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

“เป็นข้าเองที่คิดผิด ทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดเช่นนี้ ซือหยูคือคนที่ข้าหวังให้เป็นบุตรเขย การจับเขาถือเป็นความคิดที่แย่ทีเดียว”

บุตรเขย? บุตรเขยของดยุคเซี่ยนหยูน่ะเหรอ?

ทั้งโถงตกตะลึง พวกเขาตอบสนองต่อเรื่องนี้ไม่ได้อีก

ก่อนหน้านี้ดยุคเซี่ยนหยูตามล่าหาตัวซือหยูและหมายเอาชีวิต แต่ตอนนี้เขากลับประกาศว่าซือหยูเป็นลูกเขยได้ยังไง?

“บุตรสาวข้าและซือหยูถูกลิขิตให้พบกัน นางลืมเจ้าที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ไม่ลง ข้าที่เป็นพ่อนางย่อมต้องการหาตัวเจ้าไปทั้งเมือง โชคดีที่ข้าได้พบเจ้า!”

ดยุคดีใจลิงโลด เขาตบบ่าซือหยูด้วยรอยยิ้ม

“ซือหยู! อย่าทำให้นางผิดหวัง”

ซือหยูรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาเคยคิดว่าเขาคงรอดพ้นความตายไปไม่ได้อีกแล้ว กลับกลายเป็นว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น!

ไม่นาน ซือหยูก็เข้าใจ

ในขั้นแรก ดยุคอยากจะจับตัวเขาจริงๆ แต่เมื่อได้เห็นพลังของซือหยูเขาจึงใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เปลี่ยนใจ และอ้างว่าซือหยูเป็นลูกเขยเพราะจะเก็บซือหยูไว้กับตัว

ซือหยูคิดอย่างรวดเร็ว พลังที่เขาใช้ในวันนี้ช่างน่าตกตะลึง ฉินเฟิงกับฟางฉิงโจวจะต้องหาทางกำจัดเขาแน่ สำนักมิอาจปกป้องเขาได้เลย

ด้วยอำนาจของฟางหยุน แม้แต่เซี่ยหลินฉวนกับเย่ฉวนก็มิอาจต่อต้านได้แม้จะอยากทำ

มีเพียงดยุคเซี่ยนหยูผู้เดียวเท่านั้นที่จะหนุนหลังซือหยูได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แม้แต่ฟางหยุนหรือดยุคฉินก็แตะต้องเขาไม่ได้ ซือหยูไม่มีทางเลือก

“คนอยากข้าจะได้รับสิ่งนี้ได้อย่างไร?”

ซือหยูถ่อมตัว

ดยุคเซี่ยนหยูประสานมือหัวเราะ

“ฮ่าๆๆ...เจ้าได้รับฎีกาสวรรค์และมีโอกาสได้เป็นราชัยน์ มังกรในหมู่บุรุษเช่นเจ้าคู่ควรแล้วกับลูกสาวข้า”

“ดี! หากเป็นเช่นนี้ข้าจะถือว่าเจ้ายอมรับ ในอีกครึ่งเดือนข้าจะจัดงานแต่งงานของเจ้ากับลูกสาวข้า!”

ดยุคเซี่ยนหยูที่กำลังดีใจมองไปรอบๆ

“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะมาร่วมงาน!”

องค์หญิงตกตะลึง นางชี้ใบหน้าตัวเองอย่างงุนงง เกิดอะไรกัน? ข้าน่ะเหรอลืมซือหยูไม่ลง? อะไรกัน? เขากำลังจะจัดงานแต่งงานให้ข้า? เจ้าโรคจิตนั่นจะเป็นคู่หมั้นข้าเช่นนั้นหรือ?

องค์หญิงตะโกนด้วยความโกรธ

“ขะ...ข้า...”

เสี่ยวฉีที่เป็นข้ารับใช้รีบปิดปากนางทันทีและกระซิบข้างหู

“องค์หญิง อย่างทำให้เรื่องมันยากกว่านี้เลยค่ะ ท่านดยุคจะเสียหน้าเอาได้”

เสี่ยวฉีมองซือหยูที่ลานประลอง เขาเป็นหนุ่มรูปงามที่มีพลังเหลือล้น นางอิจฉาในความโชคดีขององค์หญิงมาก ชะตาที่พลิกผันทำให้นางพบกับคู่ครองที่สมน้ำสมเนื้อ...ราชันย์คนต่อไป สตรีมากมายทำได้เพียงฝันที่จะได้แต่งงานกับคนเช่นนี้ องค์หญิงยังไม่รู้ตัวว่าได้รับพรวิเศษเข้าแล้ว...

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.33 - เข่นฆ่าด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว