เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.19 - วางกับดัก

DND.19 - วางกับดัก

DND.19 - วางกับดัก


“ศิษย์พี่เซี่ย อีกครึ่งเดือนจะเป็นคืนจันทร์เต็มดวง ท่านจะไปวิหารโบราณไหม?”

ฟางฉิงโจวอยู่ห่างจากเซี่ยเพียงครึ่งก้าวและหายใจเอากลิ่นหอมอ่อนๆจากสาวสวยอย่างละโมบ

วิหารโบราณอยู่ในเทือกเขารัตติกาล ฟางฉิงโจวเคยแอบตามตื๊อจนนางยอมไปออกล่ากับเขา และพวกเขาก็ได้พบวิหารเก่านี้ด้วยกัน วิหารนี้จึงเป็นความลับระหว่างพวกเขาทั้งคู่

“หลังจากประเมินศิษย์ทองคำ สำนักจะส่งสิบศิษย์อสูรเป็นตัวแทนไปยังเมืองหลวง ก่อนหน้านั้นข้าอยากจะไปดูภาพเขียนที่นั่นอีกครั้ง”

“ข้าไปด้วยสิ”

ดวงตาของฟางฉิงโจวแสดงความต่ำทราม

นางเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“ก็ได้”

เพราะยังไงซากวิหารก็ถูกพบโดยพวกเขาทั้งคู่ เขาจะขอไปด้วยก็ไม่แปลก

อีกอย่างคือฟางฉิงโจวแข็งแกร่งและน่ากลัว นางไม่มีพลังเพียงพอจะปฏิเสธได้

ฟางฉิงโจวผู้มากตัณหามองเงานางที่จากไป เขาเลียริมฝีปากด้วยความตื่นเต้น นางจะต้องเป็นของเขาแน่นอน ไม่ว่าจะรู้สึกยังไงก็ตาม

คืนนั้น ซือหยูพาร่างอันเหนื่อยอ่อนกลับหอ ข้างในเขาพบสิ่งแปลกตามากมาย

อูซงยืนอย่างสงบเสงี่ยม เขาแทบจะไม่กล้าหายใจด้วยซ้ำ

“นี่มันอะไรกัน?”

ซือหยูถาม

หัวหน้าฝ่ายดูแลเป็นสตรีวัยกลางคนมีพลังระดับสี่ ใบหน้านางไม่สนใจใคร เมื่อเห็นซือหยูนางก็หยุดเก็บกวาดและเปลี่ยนจากใบหน้าเฉยเมยเป็นรอยยิ้มอันอบอุ่น

“เจ้าเป็นราชาแล้ว ตามปกติก็ควรจะได้ที่พักที่ดีกว่าเดิม”

เป็นที่รู้กันว่าราชาระดับเงินทุกรุ่นจะมีที่พักเป็นของตัวเองที่อยู่ใกล้กับส่วนของศิษย์ทองคำร้อยคน มันเป็นที่พักส่วนตัวที่สะอาดและสงบเหมาะแก่การฝึกฝน และสิ่งจำเป็นทุกอย่างจะถูกดูแลโดยคนรับใช้ ในบรรดาศิษย์ระดับเงิน มีเพียงผู้เป็นราชาเท่านั้นที่จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษเช่นนี้

อูซงหายใจลึกๆให้ใจเย็นลง อารมณ์ของเขาผสมปนเป ครั้งหนึ่งเขาเห็นซือหยูเป็นเพียงกระสอบทรายไร้ค่า แต่ตอนนี้เขาท่องนภาขึ้นเป็นราชาระดับเงินที่อยู่เหนือคนนับพัน!

หากเขารู้ว่าซือหยูถูกลิขิตให้เป็นราชาแล้วเขาคงจะสร้างความสัมพันธ์อันดีด้วย แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว

ซือหยูออกจากหอพักเดิมไปที่ใหม่ ท่ามกลางความอิจฉาของอูซงและสายตานับถือจากศิษย์ระดับเงินคนอื่นที่แอบมองอยู่

ซือหยูพอใจกับที่พักใหม่มาก เขามีคนรับใช้สาวสามคนคอยบริการและได้รับความเป็นส่วนตัวสูงมาก เขาไม่ต้องขึ้นเขาไปฝึกอีกต่อไปแล้ว ที่นี่เพียงแล้วสำหรับทุกอย่าง

“พลังทำให้ทุกคนปฏิบัติต่อข้าดีขึ้น นี่ช่างแตกต่างกับตอนที่คนคิดว่าข้าอ่อนแอเสียจริง”

ซือหยูพูดเบาๆ

เมื่อให้คนรับใช้ออกไปแล้วซือหยูก็เริ่มตรวจสอบร่างกายตัวเองทันที

….

แสงตะวันสาดส่องในเช้าวันถัดมา

ฮู่...ฮ่า-

หมัดและลูกเตะโจมตีติดต่อกัน

สี่ครั้ง! แปดครั้ง! สิบหกครั้ง! สิบเจ็ดครั้ง! สิบแปดครั้ง! สิบเก้าครั้ง…..

หลังจากฟื้นตัว ซือหยูตกใจมากที่พบว่าการต่อสู้เมื่อวานได้ทำให้ทลายจักรวาลเฉียบคมขึ้นมาก! ระดับของทลายจักรวาลเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงแล้ว! ตอนนี้ซือหยูโจมตีต่อเนื่องได้ไม่มีหยุด - เป็นการโจมตีแบบไร้ขีดจำกัด!

การพัฒนาทลายจักรวาลครั้งนี้มาจากการต่อสู้เมื่อวานที่เขาใช้มันหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะเจียงซื่อฉีที่เขาโจมตีใส่ก็ได้ทำให้ทลายจักรวาลเฉียบคมขึ้นอย่างมาก

“ฮ่าๆๆ! ถ้าไอ้แก่นั้นรู้ว่าข้าติดหนี้เขาที่ทำให้ข้าทะลุขอบเขตทลายจักรวาลอีกขั้นมันคงจะโมโหแน่!”

ในตอนนั้นเขาก็บังเอิญพบว่ามังกรยาวสิบนิ้วในหัวของเขาถูกชำระล้างด้วยของเหลวในหม้อเก้ามังกร ทำให้มีส่วนที่ยาวหนึ่งนิ้วกลายเป็นสีแก้วใสที่เหมือนกับดวงตาของเขา

ซือหยูที่ตื่นเต้นใช้พลังดวงตาทันที ไม่นานเขาก็พบว่าดวงตาเขาพัฒนาขึ้นอีกครั้ง! ก่อนหน้านี้เขามองสิ่งเล็กๆได้ในระยะ 600 ศอก แต่ตอนนั้นเขาเห็นขายุงที่ห่างออกไป 1,600 ศอก! หากไม่มีอะไรบดบังสายตา ซือหยูจะเห็นทุกอย่างไกลสามลี้! มันเหลือเชื่อจริงๆ!

เขาดีใจยิ่งกว่าที่พบกว่าการควบคุมเวลาของเขาได้เร็วกว่าเดิมสองเท่า!

ก่อนหน้านี้เมื่อไม่ได้สู้ หนึ่งชั่วโมงในโลกภายนอกเท่ากับสิบชั่วโมงของเขา! แต่ตอนนี้หนึ่งชั่วโมงจะเท่ากับยี่สิบชั่วโมงของเขา!

หากเป็นตอนที่ตื่นตัวเช่นตอนต่อสู้ จากที่เขาเร็วขึ้นสามเท่า ตอนนี้มันกลายเป็นสี่เท่าแล้ว!

“หากต้องสู้กับเฉินเทียนหนานอีกครั้ง ข้าชนะเขาด้วยทลายจักรวาลเพียงอย่างเดียวแน่นอน!”

ซือหยูกำหมัด

ก๊อก ก๊อก-

“น้องซือหยู พี่สาวมาหาเจ้าจ๊ะ”

ฉวนหลีเฟยอยู่ด้านนอก ใบหน้างดงามของนางมองที่พำนักของราชาด้วยความริษยา

ฉวนหลีเฟยมาหาเขาทำไมกัน?

“มีอะไร?”

ซือหยูยืนที่หน้าประตูด้วยความตั้งใจจะไม่ให้นางเข้ามา

ฉวยหลีเฟยเอ่ยปาก

“ข้ามาหาเจ้าเพราะจะชวนไปล่าสัตว์อสูรที่เทือกเขารัตติกาลน่ะ”

ล่าสัตว์อสูร? ซือหยูขบคิด

“เข้ามาสิ”

ซือหยูให้่นางเข้ามา

“ไปที่ห้องเจ้าเถอะ ข้ามีความลับจะบอก”

ฉวนหลีเฟยพูดเบาๆ

แววตาสดใสของนางมองซือหยู

ไม่นานพวกเขาก็ถึงห้องของซือหยู

มันเป็นห้องธรรมดา สะอาดสะอ้าน เงียบสงบและมีหน้าต่างที่ปล่อยให้แสงสาดเข้ามา

ฉวยหลีเฟยเก็บซ่อนความริษยาในใจไว้ไม่อยู่

“ข้าอยากจะได้แบบนี้บ้าง”

เมื่อนางพูดก็นั่งลงบนเตียง

“พูดมา ความลับอะไรของเจ้า?”

ฉวนหลีเฟยเอนหลังบนเตียงแสดงให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้า ร่างอันงดงามของนางถูกสลักขึ้นมาอย่างดี ฉวนหลีเฟยลุกขึ้นนั่งมองด้วยสายตาซุกซน นางพูดเบาๆ

“ข้าได้ยินว่ามีคนพบสัตว์อสูรในเทือกเขารัตติกาล มันกำลังป้องกันถ้ำที่มีวัตถุวิญญาณมีค่ามากมายที่ศิษย์ทองคำอย่างได้”

โอ้? สัตว์อสูรสินะ? ซือหยูดีใจเล็กน้อย สัตว์อสูรฉลาดมาก สิ่งที่มันคุ้มกันอยู่มักจะเป็นของมีค่า

แม้แต่ศิษย์ระดับเงินยังสนใจ สมบัติพวกนั้นต้องมีค่ามหาศาลแน่

“เจ้าชวนใครอีกนอกจากข้า?”

ซือหยูถาม เขาแค่สองคนทำอะไรสัตว์อสูรระดับนั้นไม่ได้แน่

ปั้ง-

“อ๊า! พวกเจ้ามาทำอะไรกัน? นี่มันที่พักของราชานะ!”

เกิดความวุ่นวายด้านล่าง มีเสียงผู้หญิงกรีดร้องเพราะมีคนพังประตูเข้ามา

“หลีกไป! เราได้รับรายงานว่าซือหยูกำลังลวงเกินศิษย์หญิง!”

ซือหยูหน้าซีด ฉวนหลีเฟยจัดฉากและถอดท่อนบนอย่างรวดเร็ว นางขยี้ผ้าให้ยับราว

จากนั้นนางใช้พริกป่นขยี้ตาให้มีน้ำตาไหลออกมาและนอนลงบนเตียง ราวกับว่านางถูกขืนใจ

ซือหยูเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว!

เขาถูกใส่ร้าย!

ซือหยูรีบพุ่งไปหาฉวนหลีเฟย

ตู้ม ตู้ม--

เสียงคนกำลังรีบขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง!

ไม่มีเวลาอีกแล้ว หากพวกเขาเข้ามาเห็นซือหยูคงพูดอะไรไม่ได้แน่!

“ทลายจักรวาล!”

ซือหยูใช้พลังสูงสุด นี่เป็นเรื่องด่วน!

ฉวนหลีเฟยเยาะเย้ย

“ข้าเตรียมตัวมาแล้วน่า!”

นางมีเกราะเงินมาด้วยทำให้ทนการโจมตีต่อเนื่องได้

สี่ครั้ง! แปดครั้ง! สิบหกครั้ง! สามสิบสองครั้ง! หกสิบสี่ครั้ง!

ฉวนหลีเฟยเหงื่อไหลเต็มหน้า สีหน้าแดงก่ำและเจ็บปวด

มันง่ายดายที่คิดว่าการโจมตีต่อเนื่องสิบหกครั้งเป็นอย่างไร

แต่น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนได้ฉันใด ชุดเกราะที่โดนโจมตีต่อเนื่องก็ถูกทำลายได้ฉันนั้น

แกร๊ก-

เกราะแตก!

ฉวนหลีเฟยร้องออกมาเมื่อกระเด็นไปถูกหัวเตียง นางลุกลี้ลุนลนด้วยความมึนหัว

ทันใดนั้นซือหยูรีบพุ่งเข้าไปหยิบเสื้อของนางบิดให้เป็นเชือกและรีบมัดนางห้อยลงมาจากหน้าต่าง สุดท้ายเขาหยิบผ้าขี้ริ้วมัดปากฉวนหลีเฟยเอาไว้

ที่นี่เป็นสถานที่เงียบๆ หากไม่ยืนใต้หน้าต่างก็ยากที่จะเห็นหญิงสาวถูกห้อยเอาไว้

ปั้ง-

ตอนนั้นเองประตูก็ถูกถีบและมีคนมากมายเข้ามา นำโดยเจียงซื่อฉีที่แผลยังไม่หายดี

“ค้นให้ทั่ว!”

เจียงซื่อฉีมองไปรอบๆอย่างเยือกเย็นด้วยจิตสังหาร

คนที่ตามเขามาเริ่มค้นก่อนที่เขาจะสั่งเสียอีก ใต้เตียง ตู้เสื้อผ้า ในกระเป๋า เขาค้นจนทั่วแต่ก็ไม่เจออะไร พวกเขามองหน้ากันไปมาและรอเจียงซื่อฉีให้พูด

“พวกท่านมาทำอะไรกันหรือ?”

ซือหยูพูดด้วยความเยือกเย็น

เจียงซือฉีจ้องเขา

“เราได้รับรายงานว่าเจ้ากำลังทำร้ายสตรีในสำนัก เจ้าเอานางไปซ่อนที่ไหน?”

เขาถามอย่างเกรี้ยวกราด

“ฮ่าๆๆ...”

ซือหยูเปลี่่ยนท่าทีจากโกรธเป็นหัวเราะ

“เอาล่ะ เอาล่ะ โอ้ ท่านเจียงซื่อฉี ถ้าจะเอาเรื่องเมื่อวานก็ทำเลย แต่การป้ายสีข้าโดยไม่มีหลักฐานเรื่องนี้ - ข้าไม่ปล่อยไว้แน่!”

“ท่านค้นให้ทั่วเลยถ้าต้องการเช่นนั้น! คนไปเลย! แต่ถ้าหาหลักฐานไม่เจอ ข้าจะไปหาอาจารย์ใหญ่เย่ทันทีและให้ท่านมอบความเป็นธรรมให้ข้า!”

ทุกคนในห้องตัวแข็งทื่อ พวกเขามาค้นที่ห้องเพราะเตรียมการไว้แล้ว และแน่ใจว่าจะได้จัดการซือหยู แต่เขาก็ไม่เจอผู้หญิง หากอาจารย์ใหญ่เย่รู้เรื่องที่เขาใส่ร้ายศิษย์สำนักคงไม่มีใครช่วยเขาจากความหยาบคายนี้ได้แน่

เจียงซื่อฉีรู้ทันทีจากนิสัยคดโกงของเขา เขาถูกอาจารย์ใหญ่จำเรื่องเมื่อวานแล้ว หากเขาถูกอาจารย์ใหญ่เย่จับอีกครั้ง เขาอาจจะไม่โดยแค่การบาดเจ็บเล็กน้อยแน่ ฉวนหลีเฟยทำแผนล้มเหลว เป็นความผิดของนางที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย!

“นี่นาจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด เราจะไปแล้ว”

เจียงซื่อฉีหันกลับ

“เดี๋ยวก่อน!”

ซือหยูตะโกนอย่างเยือกเย็น

“พวกท่านอุกอาจเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา พวกท่านคิดว่าที่นี่เข้าออกได้ตามใจอยากหรือ? ข้าจะรายงานเรื่องนี้กับอาจารย์ใหญ่เพื่อขอความยุติธรรม!”

เจียงซื่อฉีหันมามอง

“เจ้าต้องการอะไร?”

พวกเขาเฉลียวฉลาด เจียงซื่อฉีก็เช่นกัน มีหรือคนอย่างซือหยูจะไม่อยากได้ประโยชน์จากเรื่องนี้?

“ไม่ใช่ข้าอยากได้อะไร แต่พวกท่านต้องทำอะไรต่างหาก!”

ซือหยูพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

“พวกท่านทั้งหมดทำลายเกียรติของข้า พวกท่านควรจะแก้ไขยังไงกัน?”

เจียงซื่อฉีชิงชังเขา เขาไม่ได้แค่ถือไพ่เหนือกว่า แต่ยังตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย เจียงซื่อฉีโบกมือให้คนของเขาออกและโยนเหรียญให้ซือหยู

“คำสั่งไร้จำกัด เจ้าหาซื้อไม่ได้แน่! น่าจะพอนะ!”

คำสั่งไร้จำกัดงั้นเหรอ? ซือหยูเบิกตากว้าง

มันเป็นเหรียญที่มาจากห้องตำรา มีเพียงแค่สิบเหรียญเท่านั้น ตามกฎของห้องตำราแล้วจะเข้าไปยืมหนังสือได้หนึ่งครั้งในหกเดือนเท่านั้น แต่ด้วยคำสั่งไร้จำกัดจะทำให้มองข้ามกฎนี้ไปได้เลย

ยิ่งกว่านั้นผู้ถือเหรียญยังเข้าห้องตำราได้มากกว่าหนึ่งชั้น มันทำให้เข้าชั้นสองที่ศิษย์ทองคำเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ และยังชั้นสามที่มีไว้ให้ใช้เฉพาะสิบศิษย์อสูร

เหรียญนี้ถูกให้เป็นรางวัลกับคนระดับสูงในสำนัก นอกจากจะมีใครที่มีความสัมพันธ์ชิดเชื้อกับผู้ถือเหรียญ แต่ศิษย์ในสำนักไม่มีทางได้มันเลย มันเป็นของที่มีค่ามากแน่นอน

เจียงซื่อฉีไม่มีทางเลือก เขาพยายามใส่ร้ายซือหยูและถ้าหากอาจารย์ใหญ่รู้เข้าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ เขาจึงใช้มันติดสินบนซือหยูไม่ให้ปริปากเรื่องนี้

ซือหยูได้กำไรอย่างงดงามจากเรื่องครั้งนี้

เจียงซื่อฉีรีบออกไป ซือหยูรอให้ทุกคนออกไปก่อนจะไปดึงฉวนหลีเฟยขึ้นมาจากหน้าต่าง และโยนนางลงบนพื้น

ฉวนหลีเฟยที่หวาดกลัวหน้าซีดราวกับกระดาษ นางคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่กับพื้น

Banshee

จบบทที่ DND.19 - วางกับดัก

คัดลอกลิงก์แล้ว