เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.11 - ประเมินศิษย์ระดับเงิน

DND.11 - ประเมินศิษย์ระดับเงิน

DND.11 - ประเมินศิษย์ระดับเงิน


เมื่อมองธนูยาวอันใหม่ของนางก็ทำให้ซือหยูคิดว่านางจะต้องมั่งคั่งหรือไม่ก็มีอำนาจมาก

ผมของนางเปียกราวชื้นราวกับเพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ กลิ่นหอมอ่อนๆฟุ้งกระจายไปทั่ว นางราวกับดอกบัวอันงดงามอ่อนช้อยที่บานหลังฝนตก

“เข้ามาสิ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในนั้น”

นางโบกมือเบาๆและเชิญซือหยูเข้าไปด้วยแววตาสดใส

ซือหยูตกใจ

“ศิษย์ระดับเงินเช่นข้าไม่มีสิทธิ์เข้าไปในนั้นหรอก แต่ข้าขอขอบคุณในความเอื้อเฟื้อ”

“ไม่เป็นไร ข้าอนุญาต”

นางยิ้มและเดินเข้าไป

ซือหยูไม่ใช่คนโง่ เขาจึงขอบคุณและรีบเข้าไป กลางห้องฝึกมีสระน้ำสีหยกเล็กๆที่มีควันสีขาวลอยออกมา

กลิ่นหอมของนางลอยฟุ้งในอากาศ ซือหยูพร้อมจะถอดเสื้อและเข้าไปในสระแล้ว

ทันใดนั้นก็เกิดลมรุนแรงมาพุ่งมาจากด้านหลัง มันเร็วจนซือหยูตั้งตัวไม่ทัน

เขารู้สึกตาพร่า ดูเหมือนใครจะหยิบอะไรไปจากข้างสระ ในตอนนั้นซือหยูใช้พลังดวงตาและเร่งเวลาเพื่อให้เห็นอย่างชัดเจน

นางนั่นเอง!

ใบหน้านางแดงและเขินอายเล็กน้อย นางขบริมฝีปากเบาๆและรีบไปคว้ากระโปรงที่ข้างสระ นางลืมกระโปรงทิ้งไว้นั่นเอง

นางเข้าและออกเพียงชั่วพริบตา คนธรรมดาไม่มีทางมองเห็นแน่ คงรู้สึกได้แต่สายลมอันรุนแรง

ซือหยูรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องเข้าไปใกล้ประตูหินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากถอดเสื้อและลงสระแล้วเขาก็ยังคงตกใจ นางแข็งแกร่งมาก ความเร็วของนางเร็วจนเขาเทียบไม่ติด! นอกจากตัวตนเหนือผู้อื่นแล้วระดับพลังของนางยังสูงอีกเหรอ?

ซือหยูฝึกด้วยความระคายใจ

ซือหยูจุ่มทั้งตัวลงในสระมรกตและรู้สึกถึงความผ่อนคลายในกล้ามเนื้อทุกส่วน เขารู้สึกว่าร่างกายเขาค่อยๆพัฒนาอย่างช้าๆ

“ไม่แปลกใจเลยว่านี่คือห้องฝึกชั้นสูง! มันเพิ่มพลังได้ดีจริงๆ!”

ซือหยูคิดกับตัวเอง เขารีบหยิบโอสถวิญญาณมาใช้ร่วมกับสระวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังอย่างเข้มข้น!

อีกสามวันเท่านั้นจะถึงวันประเมินศิษย์ระดับเงิน เขาต้องรีบเพิ่มพลังเพื่อที่จะได้ถูกจัดอันดับสูงๆ

หนึ่งวันผ่านไป ห้องลับนั้นเงียบสนิท

สองวันผ่านไป มีเสียงหมัดออกมาเป็นครั้งคราว

สามวันผ่านไป มีลมเล็ดลอดออกมาจากห้องราวกับว่ามีเงาบินไปรอบๆพร้อมเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า

ยอดเยี่ยม! ผลของห้องฝึกชั้นสูงช่างน่าอัศจรรย์! ซือหยูพอใจมากและรู้สึกถึงโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง

เขาใช้โอสถวิญญาณระดับต่ำไปสามขวดพร้อมกับระดับกลางอีกหนึ่งขวด ร่วมกับผลของสระวิญญาณทำให้เขาได้สำเร็จระดับสองขั้นสูงแล้ว! เขาห่างจากระดับสามเพียงคืบเดียวเท่านั้น!

ในตอนนั้นทลายจักรวาลก็บรรลุระดับสามขั้นสูงและหมัดของเขาสามารถปล่อยได้ต่อเนื่อง 16 ครั้ง! มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะป้องกันมันได้

เมื่อเขาบรรลุระดับสามอย่างหมดจดเขาจะปล่อยหมัดได้อย่างต่อเนื่องไร้ขีดจำกัด ใครกันจะป้องกันเขาได้?

เงาเมฆาพัฒนาขึ้นมากในระดับหนึ่ง ซือหยูสามารถกระโดดไกลสามเมตรอย่างง่ายดาย ร่างกายของเขาเบาและสง่างามราวกับนกนางแอ่น ความคล่องแคล่วและความเร็วของเขาเทียบได้กับจอมยุทธระดับสามแล้ว!

“พี่เฟิง พรุ่งนี้จะถึงวันประเมินแล้ว ข้าอยากจะเข้าห้องฝึกชั้นสูงจังเลย”

คู่รักกำลังเดินมาที่ห้องฝึก

ผู้หญิงที่เดินมาคือธิดาจิ้งจอกเจียงซื่อฉิง นางพูดออดอ้อนชายหน้าตาหล่อเหลาข้างๆ

ฉินเฟิงพอใจที่นางอยากจะพึ่งพาเขาแต่เขาก็ละอายใจ สำนักนี้วิเศษมากแต่แม้จะเป็นเขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยังห้องฝึกชั้นสูง

“ฉิงเอ๋อ รอก่อน ห้องนี้มีแสงลอดออกมา นั่นหมายความว่าข้างในมีคนอยู่ หากเขาฝึกเสร็จแล้วข้าจะขอเขาดู ดีไหม?”

ฉินเฟิงพูดโดยเชื่อว่าดยุคน้อยเช่นเขาน่าจะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้

เจียงซื่อฉิงดีใจ นางรู้สึกว่าอะไรก็เป็นไปได้หากอยู่กับฉินเฟิง เมื่อคิดถึงชีวิตที่อยู่กับซือหยูแล้วนางก็ส่ายหัว หากเพียงนางเจอฉินเฟิงก่อนและได้เงินกับอำนาจของเขาสนับสนุนนางก็น่าจะได้เป็นศิษย์ทองคำแล้ว

ข้าในอดีตช่างโง่เขลา เจียงซื่อฉิงถอนหายใจ

เอี๊ยด-

ประตูเปิดออกและชายหนุ่มที่มีไอน้ำรอบตัวก็ก้ามออกมา ฉินเฟิงยิ้มเล็กน้อยและผายมืออย่างสุภาพ

“ท่านครับ ข้าฉินเฟิง บิดาข้าเป็นดยุค ข้าอยากจะขอท่านยืมใช้ห้องลับได้หรือไม่?”

ซือหยูที่เพิ่งออกมาหันไปฟังเสียงด้วยความประหลาดใจ

“โอ๊ะโอ...นี่เป็นของเพื่อนข้าน่ะ ข้าไม่มีสิทธิ์ให้เจ้ายืมหรอก”

ซือหยูตอบ เขาปิดประตูหินและเดินผ่านพวกเขาไป

เขาพยักหน้าเบาๆให้เจียงซื่อฉิงและเดินผ่านอย่างไร้อารมณ์ เขาไม่ได้มองตานางเลย แม้ว่าเขาจะมองนาง เขาก็ไม่แสดงท่าทีว่ารู้จักกันมาก่อน...ราวกับนางเป็นคนแปลกหน้า

คู่รักตกตะลึง

ฉินเฟิงทั้งตกใจและโกรธ เขาตกใจที่เจ้าเด็กยาจกนั่นเข้าห้องฝึกชั้นสูงที่แม้กระทั่งเขาก็ยังห้ามเข้าได้ และโกรธที่เขาขอร้องเจ้ายาจกนั่น!

เจียงซื่อฉิงยังคงตกใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ซือหยูมีสิทธิ์เข้าห้องฝึกชั้นสูง?

“เฮ๊อะ! ฉินเอ๋อ เจ้ามิต้องกังวล มันจะไปได้ซักกี่น้ำ! วันประเมินพรุ่งนี้ข้าจะทำอะไรให้มันดู!”

ฉินเฟิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

การพูดถึงวันประเมินทำให้เจียงซื่อฉิงดึงสติกลับมา ด้วยความสนับสนุนของฉินเฟิง นางได้สำเร็จระดับสามแล้วและหวังว่าจะได้สู้กับอันดับหนึ่งของศิษย์ระดับเงินเฉินเทียนหนาน!

อีกไม่กี่เดือนถัดจากนี้นางจะเป็นศิษย์ทองคำและเป็นที่สุดของที่สุด!

ซือหยูก็แค่สำเร็จระดับสองด้วยโชค อย่างมากเขาก็กลับบ้านและเป็นครูฝึกจอมยุทธไม่ก็นักล่า ใช้ชีวิตเฉกเช่นสามัญชน

เทียบกับนางที่ถูกลิขิตให้เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งแล้วช่างต่างกันเสียจริง

ซือหยู...ไม่ใช่ข้าที่ใจร้าย แต่เจ้ามันไร้ประโยชน์ เจ้าให้สิ่งที่ข้าต้องการไม่ได้ เจียงซื่อฉิงทำใจให้เย็นและคิดว่าสิ่งที่นางเลือกจะต้องไม่ผิด

ซือหยูกลับมาที่ห้องและอูซงก็เดินตามเขาราวกับสุนัข เขาแทบจะจำซือหยูตอนนี้ไม่ได้!

“ศิษย์พี่หยู ท่านกลับมาแล้ว ฮ่าๆๆ นี่เป็นสารท้าประลองที่ข้ารวบรวมมาทั้งแปดวัน!”

อูซงพูดอย่างเคารพและยกสารท้าประลองห้าฉบับขึ้นมา

ซือหยูที่อยู่ดีๆก็ชนะเฉินเฟิงและก้าวเข้าสู่หนึ่งในร้อยของศิษย์ระดับเงินได้สร้างความไม่พอใจแก่ศิษย์ระดับเงิน ทำให้พวกเขาอยากจะประลองด้วย ซือหยูไม่ได้สนใจเลย...ยกเว้นฉบับหนึ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง มันเป็นสารท้าประลองที่เขียนด้วยเลือด! มีเพียงไม่กี่ประโยคบนนั้น

‘วันประเมินศิษย์ระดับเงิน เจ้าจงมารับความตายซะ! จากราชาระดับเงิน  เฉินเทียนหนาน!’

เฉินเทียนหนานงั้นเหรอ? ซือหยูตัวแข็งทื่อ

เฉินเทียนหนานคือศิษย์ระดับเงินที่แกร่งที่สุด ราชาระดับเงินเป็นพี่ชายของเฉินเฟิง เขาจะต้องมาล้างแค้นให้กับเฉินเฟิงแน่

อูซงที่มองซือหยูอยู่พูดกับเขา

“ศิษย์พี่หยู ท่านจะลาสำนักเพื่อเลี่ยงราชาระดับเงินไหม?”

“ไม่จำเป็น!”

ซือหยูเขียนตอบกลับด้วยหมึกในสารท้าประลอง

‘ราชาระดับเงิน พรุ่งนี้ เจ้าเตรียมรักษาชื่อเอาไว้ให้ดี!’

อูซงอ้าปากค้าง ซือหยูกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน!

....

และแล้ววันที่ศิษย์ระดับเงินต่างไม่สบายใจก็มาถึง

การประเมินนี้จะคัดศิษย์ระดับเงินออกไปครึ่งส่วน จะมีห้าพันคนที่ต้องกลับบ้าน นั่นหมายความว่าเส้นทางจอมยุทธของพวกเขาจะพบจุดจบเช่นสามัญชน คือเป็นนักล่าในหมู่บ้านอันห่างไกลหรือเป็นครูฝึกจอมยุทธที่ใช้ชีวิตอย่างธรรมดา

ซือหยูมาถึงที่ประเมินเร็วกว่าปกติและนั่งเงียบๆตรงที่นั่งคนดู

มีคนรู้จักเขาไม่มากนักและไม่มีใครสนใจเขา

“ดูนั่นสิ! ลำดับสองกับสามอยู่นั่น!”

ดูจากสายตาแล้วศิษย์ระดับเงินจำนวนมากให้ความเคารพและตื่นเต้นมาก

ศิษย์ระดับเงินสองคนชายหนึ่งและสตรีอีกหนึ่งดึงดูดความสนใจจากสายตานับพันคู่ราวกับเป็นดวงดารา

ซือหยูเคยเห็นลำดับสามมาก่อน ซูเซินนั่นเอง

แปดวันก่อนตอนที่เขาสู้กับหลีหมิงห่าว เขาล้มไปกองกับพื้น คนรักตั้งแต่วัยเด็กชื่อหลีเฉียนได้ทิ้งความรักและซูเซินไป นางกลายเป็นของเล่นของหลีหมิงห่าวเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีกว่า

ซูเซินที่พบเจอกับความยากลำบากมาสภาพไม่ค่อยพร้อมและรู้สึกถึงความไม่สบายใจได้จากเขา

ข้างเขาคืออันดับสอง ฉวนหลีเฟยที่สำเร็จระดับสามแล้ว นางหน้าหวานและยิ้มแย้มแต่ก็มีเล่ห์เหลี่ยมในแววตาซุกซนของนาง นางมีเสน่ห์ยั่วยวนแม้จะอายุเพียง 14 ปี

“ฉวนหลีเฟยอาจจะได้เป็นราชาระดับเงินก็ได้! ปีที่แล้วนางแพ้เฉินเทียนหนานแค่ก้าวเดียว ปีนี้นางฝึกหนักมากจนสำเร็จระดับสามไปแล้ว”

“โอกาสคงไม่เยอะเช่นนั้นแน่ พลัง’เงาอสูร’ของเฉินเทียนหนานทั้งลึกลับและคาดเดามิได้ เขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ คนที่สู้กับพลังนี้ได้ต่างหากถึงเป็นศัตรูที่แท้จริงของเขา!”

การเข้ามาของคนอีกสองคนทำให้เกิดเสียงฮือฮาอีกครั้งหลังจากเงียบอยู่ชั่วครู่

“ดูนั่น! สาวงามแห่งสำนักเจียงซื่อฉิง!”

“ฉินเฟิงก็มากับนางด้วย!”

ซือหยูมองไปยังพวกเขาทั้งสองโดยไม่คิดอะไร

Banshee

กลุ่มลับเปิดแล้ว รายละเอียดในเพจเลยจ้า

จบบทที่ DND.11 - ประเมินศิษย์ระดับเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว