เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่10 ตัวตนของเธอ

บทที่10 ตัวตนของเธอ

บทที่10 ตัวตนของเธอ


บทที่10 – ตัวตนของเธอ

หยื่อ ตงเหม่ยเงียบ เธอขมวดคิ้วราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ยุ่นหลิงก็ไม่เซ้าซี้เธอและรอคำตอบจากเธอ เขากำลังให้เธอทำความเข้าใจซึ่งเธอก็ไม่ได้ไปไหนอย่างน้อยเขาก็อาจจะได้คำตอบจากเธอ

เขารอมาสองสัปดาห์แล้วมันคงไม่ยากนักที่จะรออีกสักสองสามนาที

“ทำไมเจ้าถึงอยากรู้” แทนที่จะบอกคำตอบกับเขาโดยตรง หยื่อ ตงเหม่ยกลับถามเขากลับ

ยุ่นหลิงทำได้เพียง เย้ยหยัน

“ข้าต้องมีเหตุผลที่จะรู้ว่าแม่ของลูกคือใคร”

“ก็พอมีเหตุผล”

หยื่อ ตงเหม่ยพยักหน้าหงึกๆ

แม้ว่าคำตอบของ ยุ่นหลิงอาจจะดูหยาบคายหรือประชดประชัน แต่หยื่อ ตงเหม่ย ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เธอเพียงแค่พยักหน้าและเข้าใจว่าคำถามของเขาค่อนข้างงี่เง่า

“ตอนนี้บอกข้าทีว่าเป็นใคร” ยุ่นหลิงถามอีกครั้งขณะที่เขาดันเธอชิดกำแพง เขาไม่เปิดช่องให้เธอใช้เพื่อหลบหนีจากสถานการณ์ใจตอนนี้ของเธอ

ถ้าคนอื่นเห็นพวกเขาในตอนนี้ก็จะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ร่างกายของพวกเขาแทบจะแนบชิดกันในขณะที่ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ถ้ามีคนเห็นพวกเขาก็ยากที่จะไม่เข้าใจผิด พวกเขาเหมือนคู่รักที่กำลังจะแสดงท่าทีสนิทสนมกัน

แน่นอนว่าทั้งสองคนไม่ได้คิดแบบนั้น พวกเขากำลังพูดถึงบางสิ่งที่จริงจังและหมกมุ่นอยู่กับสิ่งอื่น ยุ่นหลิงมุ่งมั่นที่จะรู้ว่าแม่ของยุ่นเซี่ยคือใครและหยื่อ ตงเหม่ยก็ครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามเขาอย่างไร

หลังจากไม่กี่นาทีผ่านไปหยื่อ ตงเหม่ยก็ตอบในที่สุด

“ข้าบอกเจ้าไม่ได้”

ยุ่นหลิงหรี่ตา

หยื่อ ตงเหม่ยส่ายหัว

“ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้”

ยุ่นหลิงไม่แปลกใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะง่ายในความเป็นจริงเขาคาดไว้แล้วว่ามันจะค่อนข้างยากที่จะได้รับคำตอบจากเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อของเขาถามเธอไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อะไร ถึงกระนั้นยุ่นหลิงก็สามารถยืนยันบางสิ่งได้หลังจากทั้งหมดนี้

แม่ของ ยุ่นเซี่ยไม่ได้เป็นโสเภณีหรือคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแน่นอน

พ่อของเขาส่งคนของเขาไปตรวจสอบภูมิหลังของ ยุ่นเซี่ยและ หยื่อ ตงเหม่ยโดยหวังว่าจะพบตัวตนของแม่ของ ยุ่นเซี่ยจากประวัตินี้ พ่อของเขานั้นอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดเมื่อไปไตร่สวนใคร แต่เขาก็ยังพยายามอย่างที่สุด ถึงแม้จะทำขนาดนั้นแต่พวกเขาก็ไม่ทราบเรื่องใดๆเลย

หยื่อ ตงเหม่ยเป็นผู้ดูแล ยุ่นเซี่ยแต่เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา ยุ่นหลิงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังที่อยู่เหนือขอบเขตการก่อตัวหลัก การเข้าถึงการก่อตัวหลักก่อนอายุ 30 ปีก็เพียงพอแล้วที่จะถือว่าเป็นอัจฉริยะในจักรวรรดินี้ เมื่อมองไปที่หยื่อ ตงเหม่ยเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะมีอายุมากกว่าเขาได้ บางทีเธออาจจะอายุ23 ปีเท่าเขา

อย่างมากที่สุดก็คืออายุ 23 ปี แต่เธอก็อยู่เหนือขอบเขตการก่อตัวหลักแล้วเมื่อพูดถึงขอบเขตการฝึกตนเพียงอย่างเดียวเธอก็มีมากกว่าอัจฉริยะหลายคนในจักรวรรดิแล้ว

คนที่สามารถทำให้อัจฉริยะอย่างเธอกลายเป็นเพียงผู้ดูแลได้นั้นไม่ธรรมดาเลย นอกจากนี้การที่คนของพ่อเขาไม่พบอะไรเลยหลังจากการไตร่สวนมีเพียงอย่างเดียวคือ

แม่ของยุ่นเซี่ยเป็นคนที่มีพลังหรือมีอำนาจมาก

มีใครบางคนที่มีอำนาจมากพอที่จะทำให้อัจฉริยะอย่างหยื่อตงเหม่ยกลายเป็นผู้ดูแลของยุ่นเซี่ยคนที่มีอำนาจมากซึ่งมีเป็นคนที่พิเศษอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเธอที่สามารถลบภูมิหลังประวัติทุกอย่างของยุ่นเซี่ยและหยื่อตงเหม่ยทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขาได้จนเกือบหมด แม้แต่พ่อของเขาก็ยากที่จะตาบสืบเรื่องของพวกเขา

นั่นคือสถานะของแม่ของ ยุ่นเซี่ย

“แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้น” ยุ่นหลิงถามราวกับว่าเขาไม่รู้อะไรเลย

“เพราะข้าไม่เชื่อใจเจ้า” หยื่อ ตงเหม่ยตอบ

“ข้าเป็นพ่อของยุ่นเซี่ย ข้าสมควรที่จะรู้”

“ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” หยื่อ ตงเหม่ยพูดอย่างเรียบๆขณะที่เธอหรี่ตามองเขา “เจ้าอาจจะเป็นพ่อของ นายน้อยหญิงแต่ถึงอย่างนั้นเจ้าก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเรา ความผิดอาจอยู่ที่แม่ของนายน้อยหญิง ที่ไม่ได้แจ้งว่าเจ้ามีลูกสาว แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเจ้าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับข้าและ นายน้อยหญิง”

ยุ่นหลิงเงียบไปขณะที่เขามองเธออย่างจริงจัง

“ข้าไม่มีอะไรต่อเถียงกับเจ้าหรือครอบครัวขอองเจ้าในเรื่องนั้น อย่างไรก็ตามถ้าข้าบอกเจ้าและข้อมูลนี้แพร่กระจายออกไปมันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของนายน้อยหญิง แม่ของเธออยู่ในสถานะที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง แม้เธอจะกลับมาก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน นั่นคือเหตุผลที่ข้าจะไม่บอกเจ้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าสามารถเชื่อใจเจ้าหรือครอบครัวของเจ้าได้” หยื่อ ตงเหม่ยอธิบาย

ยุ่นหลิงนิ่งเงียบเป็นเวลานานขณะที่เขานึกถึงคำพูดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท้ายที่สุดเขาก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด หากเขาอยู่ในสถานะของเธอเขาก็จะไม่เต็มใจที่จะเชื่อใจใครก็ตามด้วยคำพูดเพียงเล็กน้อยกับคนที่พึ่งเจอหน้ากันไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม

มีแต่คนโง่ที่จะทำแบบนั้น

“เอาล่ะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ ยุ่นเซี่ยข้าก็จะไม่ถามอีกแล้ว ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะเชื่อใจข้าและบอกข้าด้วยความเต็มใจของเจ้าเอง” ยุ่นหลิงกล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ก็อย่างที่เจ้าพูดแม้จะเป็นพ่อลูกกัน แต่ยุ่นเซี่ยและข้าก็เป็นคนแปลกหน้า อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นตั้งแต่ข้าได้รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของข้าความเป็นอยู่ที่ดีของเธอเป็นสิ่งที่ข้ากังวลเสมอ นั่นคือหน้าที่ของข้าในฐานะพ่อ”

“จุดประสงค์หลักของเจ้าคืออะไร” หยื่อตงเหม่ยถามอย่างเย็นชา

ยุ่นหลิงยิ้มออกมา มือขวาของเขาจับไปที่ใบหน้าของเธอจากนั้นเขาก็ยกคางขึ้นเพื่อให้พวกเขามองตรงหากัน หากมองใกล้ๆ เขาจะเห็นสีแดงจางๆ บนใบหน้าของ หยื่อตงเหม่ย

“จุดประสงค์หลักของข้าคือข้าในฐานะพ่อของเธอจะไม่ยอมให้มีอันตรายเกิดขึ้นกับยุ่นเซี่ย ข้าจะฆ่าใครก็ตามที่กล้าทำร้ายเธอไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครก็ตาม” ยุ่นหลิงกล่าว“ไม่ว่าจะเป็นองค์ชาย เหล่าอัจฉริยะ สาวกนิกาย ผู้อาวุโส จักรพรรดิ หรือแม้แต่ปรมาจารย์ในนิกายข้าจะฆ่าพวกเขาโดยไม่นึกถึงสถานะของคนพวกนี้”

หยื่อ ตงเหม่ยขมวดคิ้ว

“ผู้อาวุโส? จักรพรรดิ? ปรมาจารย์ของนิกาย? เจ้านี่มั่นใจจริงๆ”

ยุ่นหลิงเพิกเฉยต่อคำพูดของเธอและกล่าวว่า “ยังไงก็ตามเจ้าควรไปแต่งตัว ยุ่นเซี่ยและข้ากำลังจะไปงานเลี้ยงคืนนี้เจ้าเองก็ต้องมาด้วยเช่นกัน”

เขาไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เธอพูดถูกเพราะสุดท้ายเขาหยิ่งผยองและเขาก็ไม่ปฎิเสธว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ

หยื่อ ตงเหม่ยไม่ได้ขัดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หน้าที่ของเธอคือดูแลและปกป้องยุ่นเซี่ยหากพวกเขากำลังจะออกไปจากที่ตั้งของตระกูลเธอก็ต้องไปด้วย

“อ๊า!”

ก่อนที่หยื่อ ตงเหม่ยจะพูดอะไรบางอย่างทั้งสองก็ได้ยินเสียงใครบางคนร้องดัง พวกเขาหันไปทางต้นเสีนงในเวลาเดียวกันและเห็นใบหน้าที่ตื่นตระหนกของหญิงวัยกลางคน เธอเป็นหนึ่งในคนรับใช้ของตระกูลยุ่น

ผู้หญิงคนนั้นมองพวกเขาด้วยความกลัวและรีบพูดว่า “นายน้อยข้าไม่เห็นอะไรเลย!”

ยุ่นหลิงและหยื่อ ตงเหม่ยต่างก็สงสัยว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่แล้วพวกเขาก็ตระหนักถึงตำแหน่งที่เขาชี้มา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพวกเขาเธออาจคิดว่าทั้งสองคนกำลังจะมีอะไรกันอย่างไม่แยแสใคร เพราะการที่ทั้งสองอยู่อย่างใกล้ชิดกันในห้องโถงซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นคิด

ยุ่นหลิงนิ่งไปชั่ววินาที แต่กลับมามีสติได้อย่างรวดเร็ว

เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ”

“ข้าเข้าใจนายน้อยข้าไม่เห็นอะไรเลย!” หญิงสาวก้มลงอย่างเร่งรีบและจากไปอย่างรีบร้อนโดยไม่ทันฟังว่าพวกเขาจะพูดอะไร

จบบทที่ บทที่10 ตัวตนของเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว