เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271: ผลพวงแห่งชัยชนะ และการพัฒนา

บทที่ 271: ผลพวงแห่งชัยชนะ และการพัฒนา

บทที่ 271: ผลพวงแห่งชัยชนะ และการพัฒนา


แต่...จะให้อพยพคนออกจากเมืองทั้งเมืองภายในคืนเดียว!?

มันไม่ใช่แค่เรื่องยาก—แต่มันแทบเป็นไปไม่ได้!

โดยเฉพาะเมื่อคิดว่า—สำหรับหนิงฟาน เมืองเล็กๆ อย่างปั๋วอัน ก็แค่หมากตัวหนึ่งในกลยุทธ์

แต่สำหรับราษฎรที่อาศัยอยู่ที่นั่น—ที่นั่นคือบ้าน!

ถ้าเกิดสงครามแล้วเมืองถูกทำลาย—บ้านพัง ชีวิตสิ้นแม้สงครามจะจบ พวกเขาจะอยู่กันต่ออย่างไร?

“ท่านผู้ตรวจการ!”

“จะให้ชาวเมืองย้ายออกทั้งหมดในคืนนี้ ข้าน้อยเกรงว่า...”

หวงจือลังเล ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หนิงฟานกลับเพียงยิ้มบางๆ โบกมือ

“ข้ารู้ว่าท่านกังวลเรื่องอะไร บอกพวกเขาไว้—หากสงครามทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ข้าหนิงฟาน...จะชดใช้ให้ทุกคน!”

“เมื่อเพ่ยเซื่อจี๋นำทัพเข้ามาในอวิ๋นโจวให้เหลือเพียง ค่ายทลวงศ฿ก, ทหารม้าเหยียนอวิ๋น, และ ทหารม้ามังกรหิมะ อยู่แนวหน้า”

“ที่เหลือ—ถอยไปประจำการหลังแนวรบ ปิดเส้นทางล่าถอยของศัตรู!”

แม้ตอนนี้อวิ๋นโจวจะเหลือเพียงกองทัพไม่กี่หมื่นแต่แต่ละคนล้วนเป็นผู้ช่ำชองจากสงครามใหญ่—โดยเฉพาะกองกำลังที่ยึดมาได้จากศึกเยว่เกอ

“แต่ให้พวกเขาเข้าเมืองแบบนี้...มันจะไม่อันตรายไปหน่อยหรือ?”ชิงอิ๋งเอ่ยแย้ง น้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความไม่สบายใจคนอื่นก็พยักหน้าเห็นด้วย—จะยกเมืองให้ศัตรูยึด มันฟังยังไงก็ไม่เข้าท่า

หนิงฟานยังคงยิ้ม

“ปั๋วอันเป็นแค่เมืองเล็กๆ จุคนได้เต็มที่ไม่เกินไม่กี่พัน”

“ทัพเพ่ยเซื่อจี๋มีเป็นแสน จะเข้ามาได้สักเท่าไหร่?”

“คนที่เข้าเมืองได้จริงๆ...มีแค่พวกแม่ทัพอย่างเพ่ยเซื่อจี๋เท่านั้น”

“ถึงตอนนั้น ทัพอยู่ข้างนอกแม่ทัพอยู่ข้างใน”

“ข้าเพียงแค่ฟันลงกลางระหว่างพวกมัน...ขาดการสื่อสาร!”

“แถม ข้าจะส่ง ‘ทัพเมฆาดำลมคำราม’ สามพันนาย กับทหารอีกพัน—ปลอมตัวเป็นชาวเมืองแฝงตัวในปั๋วอัน”

“อย่าลืม ต้าโจวตอนนี้...ฟ้าหนุน ดินเอื้อ มนุษย์พร้อม”

“แค่พวกมันเข้ามาในเขตอวิ๋นโจว...ก็เท่ากับโดนปิดตาแล้ว!”

“พรุ่งนี้...รอดูละครดีๆ ได้เลย”

หนิงฟานหัวเราะเบาๆ

เขาไม่อวดอ้างว่าเป็นแม่ทัพผู้มากด้วยกลศึกสิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้ คือ กองทัพแกร่งกล้าภายใต้บัญชา ของตน

ตราบใดที่เขาไม่โง่ ไม่ตายเอง—ต่อให้เป็นเพ่ยเซื่อจี๋...เขาก็ไม่กลัว!

คำสั่งออก

สามทัพเคลื่อนไหว!

ในเวลาเพียงคืนเดียว

ปั๋วอัน ก็ถูกเปลี่ยนสภาพโดยสิ้นเชิง

ประชาชนทั้งเมืองย้ายออกไปอย่างเร่งด่วน

แม้จะมีคนไม่พอใจ พยายามต่อต้าน

แต่ภายใต้คำปลอบและคำขู่อย่างนุ่มนวลของหวงจือและสวี่เม่อ

คนกลุ่มนั้นก็ยอมอพยพออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

และ...ความวุ่นวายยามอพยพ—หนิงฟานกลับไม่ให้ใครไปเก็บกวาดเลย

เพราะยิ่งวุ่น ยิ่งดูจริง

รุ่งเช้า

เพ่ยเซื่อจี๋ นำทัพเคลื่อนพลด้วยความห้าวหาญ สู่เขตแดนของอวิ๋นโจว

เมื่อถึงระยะสิบลี้จากชายแดน

เขาสวมเกราะมังกรทอง ยกมือสั่งหยุดทัพ

“เตรียมรบ!”

ตึง! ตึง! ตึง!

แผ่นดินสะเทือนด้วยเสียงเท้าของทหารนับแสน

บรรยากาศตึงเครียดราวพายุโหมกระหน่ำ

“รายงาน! ด้านหน้าไม่พบกองทัพอวิ๋นโจวตั้งรับ!”เสียงของทหารสอดแนมดังขึ้น

เพ่ยเซื่อจี๋และขุนพลที่ร่วมขบวนถึงกับผงะ!

ไม่มีการตั้งรับ!?

“ว่าไงนะ!?” เพ่ยเซื่อจี๋ตาเบิกกว้าง

เขตชายแดนนี้เคยถูกดัดแปลงให้เหมาะกับการตั้งรับถ้ามีทัพประจำอยู่—ฝ่ายรุกจะเสียเปรียบอย่างหนัก

แต่นี่...ไม่มี!?

“กราบทูลท่านอ๋อง พื้นที่ชายแดน ไม่พบกองทัพอวิ๋นโจวแม้แต่คนเดียว!”

...

นิ่งงัน!

แม้แต่ ฟ่านซานหู่ ยังเบิกตากว้าง—นี่มันเรื่องอะไรกัน!?

“ไปดูให้แน่ชัด!”เพ่ยเซื่อจี๋สั่ง พญายมขาว ที่มีพลังระดับแปดขั้นต่อให้เจอซุ่มโจมตี เขาก็ยังหนีรอดได้แน่นอน

พญายมขาว พยักหน้า ก่อนจะพุ่งตัวออกไปดั่งลม

เพ่ยเซื่อจี๋ขมวดคิ้ว

“เจ้าเวรหนิงฟาน คิดอะไรอยู่? ไม่ตั้งรับตรงชายแดน คิดจะทำบ้าอะไร?”

ผ่านไปครู่เดียว

พญายมขาว ก็กลับมา

“เรียนท่านอ๋อง ไม่มีแม้แต่เงาทหารอวิ๋นโจวในระยะห้าลี้!”

ฮึ่ยยย!!

ไม่มีใครอยู่จริง!?

เพ่ยเซื่อจี๋เริ่มหันมามองหน้าขุนพลคนอื่น—เขาไม่เคยออกรบเองมาก่อน

เลยอดคิดไม่ได้ว่า...มีธรรมเนียมอะไรรึเปล่าที่เขาไม่รู้?

ขุนพลทั้งหลายก็ทำหน้ามึน—พวกเขาเองก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน

“หรือว่า...ศึกด่านหยู่เหมิน หนิงฟานเสียหายหนักจริง?”ฝานซานหู่เสนอแง่มุมหนึ่ง

“ยังไงก็ต้องรุกต่อ!”

“ศึกเริ่มแล้ว ถ้าถอยตอนนี้—ขวัญกำลังใจ จะพังยับเยิน!”

เพ่ยเซื่อจี๋กัดฟัน

“สอดแนมต่อ แล้วทัพใหญ่บุก—มุ่งหน้าสู่ปั๋วอัน!”

สิบลี้ ยี่สิบลี้ สามสิบลี้...

ทางโล่งเป็นปล้องไผ่ ไม่เห็นแม้แต่เงาแมว

เพ่ยเซื่อจี๋เริ่มงง—นี่มันอะไรกันแน่?อวิ๋นโจว...แตกไปแล้วหรือไง!?

จนกระทั่งขบวนทัพไปถึงใกล้เมืองปั๋วอัน

สอดแนมกลับมารายงานอีกครั้ง

“รายงาน!”

“ไม่มีทหารเฝ้าเมือง...ภายในเมืองวุ่นวาย แต่บนถนนกลับไม่มีแม้แต่เงาคน!”

ข่าวนี้...เกือบทำเอาเพ่ยเซื่อจี๋ตกม้าตาย!

ไม่มีทหาร? เมืองวุ่นวาย? เงียบราวเมืองร้าง?

ข้าจะยกทัพมารบ! ไม่ใช่มาไล่จับวิญญาณ!!

“เมืองวุ่นวายยังไง?”

“สืบต่อไป ขอรายละเอียด!!”

ฟ่านซานหู่ หน้าดำ มีกลิ่นแปลกๆ ชัดเจนในอากาศ

ครั้งนี้ เขาส่งหน่วยสอดแนมพร้อมทหารร้อยนาย เข้าไปด้วยตัวเอง

ไม่นาน...กลับมาพร้อมข้อมูลที่ทำให้เพ่ยเซื่อจี๋พูดไม่ออก

ตามถนนเต็มไปด้วยสัมภาระทิ้งไว้กระจัดกระจาย

บ้านช่องถูกเปิด พบราษฎรจำนวนหนึ่งตัวสั่นเทาอยู่ในบ้าน

พวกเขาเล่าว่าเมื่อวานมีข่าวศึกใหญ่กระจายออกไป

คนส่วนใหญ่ในเมืองรีบหนีออกมาตั้งแต่กลางคืน เหลือแค่คนที่ไม่มีที่ไปเท่านั้นที่ยังอยู่

และตอนนี้...เมืองทั้งเมือง ราวกับถูกทิ้ง

------------------------------

ทัพเมฆาดำลมคำราม คือ กองกำลังสายลมและเมฆ

จริงๆได้มานานแล้วผมลืมอัปเดท

จบบทที่ บทที่ 271: ผลพวงแห่งชัยชนะ และการพัฒนา

คัดลอกลิงก์แล้ว