เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.1067 - ควบคุมเลือด

Ep.1067 - ควบคุมเลือด

Ep.1067 - ควบคุมเลือด


Ep.1067 - ควบคุมเลือด

ณ จุดนี้ จ้าวเหนือหัวแห่งมิติธารโลหิตยังรู้สึกได้ถึงการโจมตีอันทรงพลังแบบเดียวกับตนจากฉินเฟิง

ความแข็งแกร่งของจ้าวเหนือหัว คือการผสมผสานระหว่างร่างกายและพลังงานเข้าด้วยกัน ก่อกำเนิดเป็นพลังให้ตัวเองเป็นอมตะไม่แก่ไม่ตาย ในเวลาเดียวกัน ทุกการโจมตีมักเหลือร่องรอยหรือเศษเสี้ยวของพลังงานสุดท้ายทิ้งเอาไว้ แต่อำนาจทำลายล้างของจ้าวเหนือหัว ไม่มีลดทอนลง

ก็เหมือนกับในหลายๆเกมจากมิติที่สงบสุข ที่ต่อให้เลือดตัวละครจะเหลือแค่ขีดแดงเล็กๆในหลอดยาว แต่มันก็ยังสามารถสำแดงประสิทธิภาพการต่อสู้ออกมาได้ 100% อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่เหมือนกัน เขาใช้พลังงานบริสุทธิ์ที่สั่งสมมา ต่อกรกับจ้าวเหนือหัว

นี่ถือเป็นการท้าทายข้ามขั้นอย่างแท้จริง

แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ในการโจมตีครั้งเดียว เสาโลหิตถูกกลืนกินอย่างต่อเนื่อง มิติธารโลหิตดูเหมือนจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ สวรรค์และปฐพีเลือนลั่น เสียงคำรามดังสะท้อนมืดฟ้ามัวดิน เลือดเจิ่งนองไปทั้งมิติ กลบกลืนแผ่นดิน พืช และซากศพนับไม่ถ้วน

ภายใต้การท่วมทับนี้ ทุกสรรพสิ่งยกเว้นเลือด ล้วนละลายหายไปสิ้น

มิติธารโลหิตหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ส่วนกลางของแผ่นดินยกสูงขึ้น ค่อยๆก่อตัวเป็นร่างอสูรโลหิตที่ลอยล่องอยู่ท่ามกลางจักรวาล

อสูรโลหิต อันที่จริงแล้วก็เป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งเหมือนกับมนุษย์

“จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิต!”

ฉินเฟิงตื่นตกใจ

อธิบายกันสักเล็กน้อย ว่าในพันธมิตรมนุษย์และพันธมิตรองค์กรมืด มีจ้าวเหนือหัวอยู่ทั้งสิ้น 8 คน

พันธมิตรมนุษย์ได้แก่  : จ้าวเหนือหัวอันผิง , จ้าวเหนือหัวเซินซู , จ้าวเหนือหัวไลท์ และ จ้าวเหนือหัวยักษ์วิญญาณ

ส่วนพันธมิตรองค์กรมืด : จ้าวเหนือหัวเฉียนมู่ , จ้าวเหนือหัวปีศาจเสพวิญญาณ , จ้าวเหนือหัวไซเร็น และจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิต

ในบรรดาพวกเขา จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตน่ากลัวที่สุด เพราะเขาสังหารเผ่าพันธุ์มนุษย์มาแล้วนับไม่ถ้วน เล่าขานกันว่าเขาออกรวบรวมตัวตนทรงอำนาจมากมาย ไล่ล่าคนทั้งในฝั่งพันธมิตรมนุษย์และองค์กรมืด จับมาเป็นทรัพยากรฝึกฝนให้แก่ตนเอง

แต่ในท้ายที่สุด แผนการนี้ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

พันธมิตรองค์กรมืดยังต้องการมนุษย์ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าเผ่าพันธุ์ที่จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตกำลังสังหารในตอนนั้น หลายเผ่ามีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับจ้าวเหนือหัวแห่งองค์กรมืดคนอื่นๆ ดังนั้นฝั่งพันธมิตรมนุษย์และองค์กรมืดจึงจับมือกันร่วมตามล่าเขา

สามจ้าวเหนือหัวอันได้แก่ ยักษ์วิญญาณ , เฉียนมู่ และไซเร็น สามารถทำร้ายจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สุดท้ายอสูรโลหิตสามารถหลบหนีไปได้

หลังจากนั้นพันธมิตรองค์กรมืดก็ได้ออกคำสั่งให้ขับไล่จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตออกจากพันธมิตรองค์กรมืด

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนในพันธมิตรองค์กรมืดที่ยังคงถือว่าจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตเป็นหนึ่งใน จ้าวเหนือหัวฝ่ายตนอยู่ดี และเกรงว่าจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตก็ยังคงคิดเช่นนั้น

เพราะการสังหารมนุษย์ เป็นสัญชาตญาณขององค์กรมืด นอกจากนี้ยังเป็นกลวิธีที่เร็วที่สุดแล้วสำหรับการฝึกฝน หากเกิดการต่อสู้ระหว่างจ้าวเหนือหัวของสองพันธมิตร อสูรโลหิตจะมีความสุขมาก เพราะสามารถคอยสูบเลือดท่ามกลางสมรภูมิได้

แต่ฉินเฟิงคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าตัวตนที่อันตรายเช่นนี้ จะปรากฏขึ้นในรอยแยกมิติที่เชื่อมต่อกับโลกบลูสตาร์ โชคดีที่บลูสตาร์อ่อนแอเกินไป วิธีการฝึกฝนของจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตยังคงเป็นพลังที่ได้จากเลือด ฉะนั้นเลยเพิกเฉยต่อสิ่งมีชีวิตกระจ้อยร่อยของบลูสตาร์

ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตหายตัวไปหลายปีแล้ว ฉะนั้นเวลานี้เขาก็น่าจะยังคงจำศีลอยู่ ข่าวล่าสุดที่ฉินเฟิงเคยอ่านเจอหลังสามารถเข้าถึงข้อมูลระดับสูง คือเมื่อ 30 ปีก่อน

แต่ 30 ปี สำหรับคนที่เป็นอมตะไม่แก่ไม่ตาย เวลาแค่นี้ไม่นับเป็นสิ่งใด

ช่วงเวลานี้ จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตได้ลืมตาตื่นจากนิทราแล้ว!

เพราะอย่างไรเสีย ฉินเฟิงเล่นกัดกินพลังชีวิตของเขาในคำเดียว และพลังงานที่ถูกสูบไป เกรงว่าอาจต้องใช้เวลาเป็นปีในการฟื้นตัว หรือเท่ากับว่าความพยายามกว่า 1 ใน 3 ของเขาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา มันถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์

แล้วแบบนี้จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตจะไม่โกรธได้อย่างไร?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตตื่นจากนิทรา สิ่งที่เขาเห็นมิใช่จ้าวเหนือหัวคนอื่นๆ แต่เป็นผู้ใช้พลังเลเวล SSS กำลังสูบกลืนพลังจากเขา

“เจ้ามดปลวก!”

แม้แก่นอบิลิตี้ของฉินเฟิงจะทำให้อสูรโลหิตรู้สึกหวาดกลัวมาก แต่ลักษณะทางชีวภาพแตกต่างกัน ซึ่ง ณ จุดนี้ลิขิตมาแล้วว่าความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองย่อมไม่เท่าเทียม

ซึ่งความแข็งแกร่งของอสูรโลหิต ทรงพลังยิ่งกว่าของเต่ายักษ์จ้าวเหนือหัว

อย่างไรก็ตาม อบิลิตี้มืดของฉินเฟิง ปัจจุบันได้พัฒนาจนสามารถกลืนกินพลังงานในขณะที่มีชีวิตอยู่ได้แล้ว  ฉะนั้นความแข็งแกร่งของฉินเฟิงในวันนี้ มันก้าวกระโดดจากเดิม มิใช่แบบเดียวกับในตอนเผชิญหน้าเต่ายักษ์จ้าวเหนือหัวอีกต่อไป

“ตัวฉันในตอนนี้ จะสามารถฆ่าจ้าวเหนือหัวได้รึเปล่านะ?”

หัวใจของฉินเฟิงเต้นระทึก ตั้งท่าเตรียมรับมือ

หากสามารถสังหารจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตได้ นั่นเท่ากับว่าเขาครอบครองพลังที่สามารถท้าทายจ้าวเหนือหัวคนอื่นๆได้เช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็ไม่ต้องหวาดกลัวอันผิง หรือยอมยกสินสงครามมากมายที่ได้มาให้แก่จ้าวเหนือหัวอีกต่อไป เหตุการณ์เช่นเมื่อครั้งเต่ายักษ์จะไม่มีทางเกิดขึ้น

“ฆ่า!”

ฉินเฟิงระเบิดเสียงคำราม พลังงานแห่งความมืดแพร่กระจายตัว ภายในโคตรดาวเคราะห์ทมิฬ งูเหลือมหน้าคนคืบคลานออกมา และมีทั้งสิ้นถึง 9 ตัว

เงาทั้งเก้าพุ่งเข้าฉกจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตจากทุกทิศทาง

“ทั้งๆที่ข้าบอกแล้วว่าเจ้ามันเป็นแค่มดปลวก แต่เจ้าก็ยังไม่เชื่อ!”

จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที เขาสะบัดมือออก ชี้ไปทางฉินเฟิง

“เทคนิคสังเวยโลหิต : เซ่นสังเวยสวรรค์!”

ชั่วพริบตานั้นเอง ฉินเฟิงรู้สึกได้ถึงพลังสมาธิอันทรงพลัง กวาดพรึบ!ปกคลุมไปทั้งจักรวาล เป็นอำนาจที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

“โล่ปราณกำลังภายใน!”

ฉินเฟิงกางโล่ดารากำลังภายในของเขาทันทีเพื่อปกป้องตัวเอง แต่พลังสมาธิที่กวาดเข้ามานี้ มหาศาลอย่างน่าเหลือเชื่อ มันพุ่งผ่านโล่ปราณ ปะทะเข้ากับร่างของฉินเฟิงโดยตรง

เสี้ยววินาทีต่อมา เลือดจากทั่วร่างกายของฉินเฟิง เดือดปุดๆราวกับถูกต้ม

ตูม!

เลือดของฉินเฟิงคล้ายอัดแน่นไปด้วยพลังงานอันโหดร้าย เกิดการระเบิดออกมา

ในพริบตา ดวงตาของฉินเฟิงก็กลายเป็นแดงก่ำ ทั่วตัวเขาถูกแทรกซึมไปด้วยเลือด กระทั่งตำแหน่งคอ หลอดเลือดใหญ่ยังฉีกขาด

“อ๊อก!”

ฉินเฟิงกระอักเลือดออกมา ทำให้โล่ปราณกำลังภายในถูกย้อมไปด้วยสีแดง

ฉินเฟิงได้รับบาดเจ็บสาหัส!

นับตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้รับบาดเจ็บร้ายแรงถึงขนาดนี้! บาดเจ็บชนิดที่ว่ามาถึงในจุดที่สามารถคุกคามชีวิต

ขณะเดียวกัน จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตบังเกิดความสับสน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่นึกฝัน ว่าฉินเฟิงจะยังไม่ตาย

ด้วยอำนาจของอสูรโลหิต ตราบใดที่โจมตีใส่เผ่าพันธุ์ที่ยังมีเลือดเนื้อ ย่อมไม่อาจเล็ดลอดจากเงื้อมมือเขาไปได้

มีเพียงระดับจ้าวเหนือหัวเท่านั้น ที่สามารถรับมือ

ความสามารถของฉินเฟิงร้ายกาจจริงๆ ฉินเฟิงสามารถกลืนกินเลือดของจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตได้ ทว่านั่นไม่มากพอให้อสูรโลหิตหวาดกลัว เพราะในสายตาของเขา ฉินเฟิงเป็นเพียงมดปลวก

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ลักษณะทางชีวภาพของร่างกายระหว่างทั้งสอง มันไม่เหมือนกัน

ด้วยเหตุผลข้อนี้ ทำให้จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตสามารถกุมความเป็นความตายของฉินเฟิงไว้ในกำมือได้ เขาจึงเรียกฉินเฟิงว่ามดปลวก

แต่ในเวลานี้ อสูรโลหิตค้นพบว่า ร่างของฉินเฟิงกำลังฟื้นฟูด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ฉินเฟิงเอามือกุมหน้าอก เลือดที่เพิ่งแตกตัวจากในร่างกาย เกือบทำลายหัวใจเขา แต่ในขณะเดียวกัน หนึ่งในงูเหลือมหน้าคนสามารถกัดลงบนชายเสื้อของจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตได้ และสูบกลืนพลังงานชีวิตจากอีกฝ่ายมา

ฉินเฟิงที่เวลานี้ไม่ต่างจากไม้ผุใกล้ตาย จึงรู้สึกราวกับได้รับฝนแรกในฤดูใบไม้ผลิ ร่างกายเริ่มถูกฟื้นฟู พลังชีวิตของเขาถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บทั้งหมดได้รับการรักษา

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิง ยังค่อยๆถูกสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

ฉินเฟิงรู้ดี ว่าจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตมิใช่สิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับเต่ายักษ์จ้าวเหนือหัว  ศัตรูตรงหน้าเขาเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นหากฉินเฟิงอยากรอดไปได้ มีเพียงวิธีเดียวคือกลืนกินพลังชีวิตของจ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

ซึ่งเรื่องนี้ จ้าวเหนือหัวอสูรโลหิตก็เหมือนจะเข้าใจเช่นกัน!

จบบทที่ Ep.1067 - ควบคุมเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว