- หน้าแรก
- ฉันมีระบบผู้รักษาประตูสุดเทพ
- 37 ดูดี แต่ไม่ดูจะดีกว่า
37 ดูดี แต่ไม่ดูจะดีกว่า
37 ดูดี แต่ไม่ดูจะดีกว่า
37 ดูดี แต่ไม่ดูจะดีกว่า
“และแล้วเสียงนกหวีดก็ดังขึ้นเพื่อบอกว่าครึ่งแรกได้จบลงแล้ว” จิมพูดทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีด
“ยูนิค เอฟซีเล่นได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด จากการครองบอลและรูปแบบการเล่น แต่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาตามหลังอยู่ 1 ประตู” สตีฟเสริม
สถิติการแข่งขันที่แสดงบนจอขนาดใหญ่เผยให้เห็นว่ายูนิค เอฟซีครองบอลได้ถึง 60% ในครึ่งแรก ขณะที่โรนิโน่ เอฟซีครองบอลได้ 40%
ยูนิค เอฟซีมีโอกาสยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง ส่วนโรนิโน่ เอฟซีมี 5 ครั้งและเข้ากรอบ 2 ครั้งเช่นกัน
แม้ว่าทีมเจ้าบ้านจะเหนือกว่าในจำนวนการผ่านบอลและความแม่นยำในการจ่าย แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่มีค่าอะไร เพราะพวกเขายังคงตามหลัง 1 ประตู
ผู้เล่นทั้งสองทีมกำลังทยอยเดินเข้าสู่อุโมงค์
เดฟหยุดที่ข้างสนามแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเอ็มม่า ทั้งคู่สบตากันทันทีก่อนที่เธอจะยิ้มให้และพยักหน้าอย่างให้กำลังใจ
ผู้รักษาประตูเดินเข้าห้องแต่งตัว พบเพื่อนร่วมทีมกำลังนั่งประจำที่ พร้อมกับจ้องมองโค้ชนอร์แมนซึ่งกำลังให้คำปลุกใจและอธิบายการปรับแท็กติกบางอย่าง
“เฟร็ด คาร์ลอส ฉันไม่รู้สึกถึงพลังจากพวกนายเลยนะ” โค้ชนอร์แมนพูด
“กองกลางต้องเป็นฝ่ายแบกทีมเพื่อพยายามหาทางเจาะตาข่ายฝ่ายตรงข้าม”
สิ่งที่โค้ชพูดไม่เกินจริง 3 ใน 7 ครั้งของการยิงมาจากเฟอร์ราน โดย 2 ครั้งที่เข้ากรอบก็มาจากเขาเช่นกัน แม้แต่ลูกที่ไม่เข้ากรอบก็ยังใกล้เคียงจะเป็นประตูมากกว่าลูกยิงที่เหลือ ซึ่งเป็นการยิงพลาดของคาร์ลอส 2 ครั้ง เอ็ดเวิร์ด 1 ครั้ง และมินิโนที่ยิงแรงเกินไป 1 ครั้ง
เฟร็ดเงียบเชียบในครึ่งแรก แผงรับของคู่แข่งไม่ปล่อยให้เขาทำอะไรได้ง่ายๆ เฟอร์รานจ่ายทะลุช่องให้ 2 ครั้งแต่เขากลับไม่สามารถเข้าถึงบอลได้ก่อนกองหลังฝ่ายตรงข้าม
นอกจากนี้เขายังพลาดการเข้าทำจากการเปิดบอลของคาร์ลอสหลายครั้ง เขาเข้าจังหวะผิดไป 3 ครั้ง และครั้งหนึ่งไม่ขยับเข้ารับบอลเพราะคิดว่าคาร์ลอสจะไม่ส่ง ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจกัน
“ทั้งสองคนยังไม่เข้าใจกันดีพอ ฉันอยากให้พวกนายสื่อสารกันในสนาม ใช้สายตาสบกัน รู้ว่าอีกฝ่ายจะไปตรงไหนและเมื่อไหร่” โค้ชนอร์แมนพูดพลางหันไปมองคาร์ลอสตรงๆ
“ฉันต้องการการประสานงานแบบเดียวกับที่มาเตโอกับเฟอร์รานทำได้”
“ถ้าอยากได้การประสานงานแบบนั้น ก็น่าจะส่งมาเตโอลงตั้งแต่แรกแล้วสิครับ” มินิโนพูดแทรกขึ้นมา
โค้ชนอร์แมนหันมามองเขาด้วยสายตาคมกริบ
“ผมก็แค่พูดตามตรงนะ” มิดฟิลด์ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้
“แล้วโจนาส ฉันคาดหวังจากนายมากกว่านี้” โค้ชหันไปมองอีกฝั่ง
“ฉันต้องการให้นายสร้างปัญหาจากด้านริมเส้น”
“ผมพยายามเต็มที่แล้วครับโค้ช การเจาะแนวรับฝั่งนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ” โจนาสตอบ
“ฉันเข้าใจ และนั่นคือเหตุผลที่ฉันคิดแผนใหม่ขึ้นมา” โค้ชพูดก่อนจะหันไปที่กระดานอธิบายแท็กติก
หลังจากเขาอธิบายแผนใหม่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่ผู้เล่นจะกลับลงสนามเพื่อเริ่มครึ่งหลัง
“เดฟ” อดอล์ฟเรียกเขาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมกับมาเตโอ
“ครับ” เดฟตอบพลางหันไปหาเขา
“โค้ชไม่ได้บอกนายเรื่องนี้ แต่ฉันว่ามันสำคัญที่นายต้องรู้” กัปตันทีมพูด
“โอเคครับ” เดฟพยายามเดาในใจว่าเขากำลังจะพูดอะไร
“ถ้าเราทำพลาดอีกแบบเมื่อครู่ นายห้ามออกมาตัดบอลตอนที่ลูกยังติดอยู่กับเท้าฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด” อดอล์ฟอธิบาย
“นายควรออกมาตัดเฉพาะตอนที่บอลหลุดออกห่างจากเท้า และเขากำลังจะวิ่งเข้าหาบอลเพื่อยิงเท่านั้น”
“ครับ ขอบคุณที่บอก” เดฟพยักหน้ารับ
<ฉันก็บอกนายไปแล้วเหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ ก็ไม่เป็นไรหรอก>
“อย่าด่วนออกจากเส้นเร็วเกินไปนัก เข้าใจไหม”
“ครับ” เดฟตอบก่อนที่อดอล์ฟจะตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเดินออกจากห้อง
“พักครึ่งได้สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ผู้เล่นกำลังเดินกลับเข้าสู่สนาม” จิมพูด
“เหลือเวลาอีก 45 นาทีให้ยูนิค เอฟซีตามตีเสมอ”
“พวกเขาเล่นได้ดีและมีโอกาสมากมายในการตีเสมอ แต่ถ้ายังหาทางเจาะแนวรับของโรนิโน่ เอฟซีไม่ได้ ครึ่งหลังก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ไร้ประตูสำหรับพวกเขา” สตีฟเสริม
เฟอร์รานเดินเข้าไปหาโค้ชเพื่อถามคำถามก่อนจะก้าวเข้าสนาม
“เมื่อไหร่คุณจะส่งมาเตโอลงครับ?” เพลย์เมกเกอร์ถามพลางเหลือบมองไปทางมาเตโอบนม้านั่งสำรองก่อนจะหันกลับมามองเขา
“ฉันวางแผนจะส่งเขาลงก่อนนาทีที่ 70 แต่ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการจบสกอร์ ฉันคงต้องส่งเขาลงเร็วกว่านั้น” โค้ชนอร์แมนตอบ
“โอเคครับ” เฟอร์รานตอบก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ลงสนาม
นักเตะทั้งสองทีมอยู่บนสนามเรียบร้อย โดยซานโดรยืนประจำตำแหน่งกลางสนามรอเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินเพื่อเริ่มเกมครึ่งหลัง
เสียงนกหวีดดังขึ้นในเวลาไม่นาน สัญญาณเริ่มต้นครึ่งหลัง
“ครึ่งหลังเริ่มขึ้นแล้วครับ” จิมพูดหลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีด
โรนิโน่ เอฟซีเริ่มต่อบอลกันในแดนตัวเองเพื่อพยายามล่อให้ผู้เล่นยูนิค เอฟซีวิ่งไล่ และพวกเขาก็ครองบอลได้อยู่อย่างนั้นราว 3 นาทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เจ้าบ้านแย่งได้เลย
เอ็ดเวิร์ดพยายามแย่งบอลจากกองกลางของโรนิโน่ เอฟซีที่จ่ายพลาดจังหวะและเกือบเสียการครองบอล แต่สุดท้ายมิดฟิลด์คนนั้นก็เอาตัวรอดด้วยการหมุนตัวพลิกบอลหนีอย่างคล่องแคล่วก่อนจะส่งต่อให้ซานโดร
ซานโดรไม่ได้หันมองข้างหลังในตอนที่บอลถูกส่งมาให้ นั่นจึงทำให้อดอล์ฟพุ่งเข้ามาจากด้านหลังแล้วฉกบอลไปได้อย่างเฉียบคม
“โอ้ นั่นเป็นการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมจากอดอล์ฟ และตอนนี้เขากำลังพาบอลขึ้นไปข้างหน้าเพื่อสร้างสรรค์โอกาสแล้วครับ” จิมบรรยาย
อดอล์ฟเลี้ยงบอลทะลุเข้ามาทางกลางสนามตรงไปยังแดนคู่แข่ง และก่อนจะลึกไปกว่านั้น เขาเลือกจ่ายให้เอ็ดเวิร์ด
“เอ็ดเวิร์ด ตรงนี้!” คาร์ลอสตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งสปีดไปทางฝั่งขวา
เอ็ดเวิร์ดทำตามทันที เขาส่งบอลไปให้คาร์ลอสอย่างรวดเร็ว
คาร์ลอสเร่งสปีดขึ้นทางริมเส้น ขณะที่กองหลังสองคนพยายามเข้ามาปิดทางไม่ให้เขาเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่กองหน้ารายนี้ยังหาช่องได้ และทำทีเหมือนจะเปิดบอลก่อนจะหลอกด้วยการหมุนตัวแล้วไหลบอลเรียดกลับไปให้เฟอร์รานที่ยืนรออยู่บริเวณกรอบเขตโทษ
“อืม ผมนึกว่าเขาจะเปิดบอลเข้ากรอบแล้วเสียอีก” สตีฟพูด
เฟอร์รานมีทางเลือกที่จะยิงตรง แต่เส้นทางถูกบล็อกโดยกองหลังโรนิโน่ เอฟซีสองคน และอีกสองคนกำลังวิ่งเข้ามาปิดจังหวะ เขาจึงเลือกทำสิ่งเดียวที่พอจะทำได้ตอนนั้น คือดีดบอลคืนให้เอ็ดเวิร์ดด้วยลูกจ่ายส้น แล้วรีบวิ่งสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษ
เอ็ดเวิร์ดรับบอลแล้วดันเข้าไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งบอลกลับมาให้เฟอร์รานทันทีในจังหวะที่ตัวเองกำลังถูกชนล้มลงในกรอบโทษ
เพื่อนร่วมทีมบางคนยกมือเรียกร้องฟาวล์ แต่เฟอร์รานไม่สนใจ รีบคว้าบอลแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบเต็มๆ หลุดพ้นการประกบอย่างงดงาม
“โอ้ พระเจ้า! นั่นคือการหมุนตัวที่ยอดเยี่ยมจากเฟอร์ราน และตอนนี้เขาหลุดไปเจอประตูโล่งๆ แล้ว!” จิมตะโกนลั่น
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ขวางอยู่ตรงหน้ามิดฟิลด์รายนี้ก็คือผู้รักษาประตู แต่ก่อนที่เขาจะได้ยิง ก็ถูกสกัดจากด้านหลังล้มลงไปในลักษณะที่รุนแรงและอันตรายอย่างมาก
เฟอร์รานร่วงลงไปกุมขาขวา พลางขดตัวด้วยความเจ็บปวดจากแรงปะทะ
“โอ้ ไม่นะ! นั่นคือการเข้าบอลที่อันตรายสุดๆ จากซิเลเวนในกรอบเขตโทษ!” จิมอุทานออกมา
เสียงนกหวีดดังขึ้นอีกครั้ง ผู้ตัดสินวิ่งตรงเข้าไปหาซิเลเวนแล้วชูใบแดงทันที
“และเขาถูกไล่ออกจากสนามด้วยใบแดงตรงครับ” จิมประกาศ
“แฟนบอลและผู้เล่นสำรองเกือบลุกขึ้นเฮแล้ว เพราะพวกเขารู้ว่าเฟอร์รานกำลังจะยิงประตูแน่นอน แต่กลับถูกสกัดรุนแรงแบบนั้น ผมคิดว่าใบแดงนี่สมควรแล้ว” สตีฟให้ความเห็น
นักเตะโรนิโน่ เอฟซีรีบกรูกันไปล้อมผู้ตัดสินเพื่อประท้วง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เปลี่ยนใจ เพราะซิเลเวนเดินออกจากสนามไปแล้ว
“นี่เป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลที่ซิเลเวนโดนไล่ออกด้วยใบแดงตรง กองหลังคนนี้มีชื่อเสียงเรื่องความดุดันชัดเจนครับ” จิมเสริม
“พูดได้เต็มปากเลยครับ” สตีฟตอบ
ทีมแพทย์รีบวิ่งลงสนามมาพร้อมชุดปฐมพยาบาล เพื่อนร่วมทีมยูนิค เอฟซีหลายคนยืนล้อมรอบเฟอร์รานที่นอนกุมหน้าอยู่อย่างเจ็บปวด
“ผมคิดว่านี่เริ่มจะเป็นโอกาสของยูนิค เอฟซีแล้วครับ การที่โรนิโน่ เอฟซีเหลือสิบคนทำให้แนวรับอ่อนลง และพวกเขายังได้จุดโทษเพื่อตามตีเสมออีกด้วย” จิมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่ครับ แต่เฟอร์รานยังนอนอยู่ตรงนั้น ถ้าเขาต้องเจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ได้ มันจะเป็นข่าวร้ายของยูนิค เอฟซี โดยเฉพาะกับช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้” สตีฟพูดด้วยความกังวล
……