เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1 - ในคืนนั้น

1 - ในคืนนั้น

1 - ในคืนนั้น


เมืองแห่งหนึ่งซึ่งมีประชากรส่วนมาก ที่ให้ความสำคัญและการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลเป็นหลัก ผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สนาม บางส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงสนามจะได้ยินเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องออกมาจากภายในสนาม

ขณะที่ผู้เล่นยูนีค เอฟซี เดินเข้าสู่สนามกลับมีเสียงโห่แทรกเข้ามาในเสียงปรบมือ เสียงโห่นั้นมุ่งตรงไปที่คนๆ เดียว

"เขามีประโยชน์กับทีมเราหรือเปล่า? ไม่ชัดเจนเหรอว่าเขาคือคนที่ทำให้ทีมแพ้ เขาเป็นตัวถ่วงของทีม" แฟนบอลคนหนึ่งที่โกรธแค้นและส่งเสียงโห่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แฟนบอลคนอื่นๆ เห็นด้วยกับเขา

“ให้เขาพักบ้างเถอะ เขากำลังทำให้ทีมของเราแย่ลง” ภรรยาของเขาตะโกนเสริม

ทีมยูนีค เอฟซี รั้งอันดับที่ 10 โดยลงเล่นไป 25 นัด วันนี้พวกเขาจะพบกับทีมจ่าฝูงอย่างทีมซูพรีม ยูไนเต็ด

นี่เป็นแมตช์ที่สำคัญมากสำหรับทีมยูนีค เอฟซี เพราะการชนะนัดนี้จะพาพวกเขาขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 9 ทำให้พวกเขายังพอมีโอกาสต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งพื้นที่ยุโรป

นักเตะทั้งสองทีมเข้าแถวที่กลางสนาม และเดินสัมผัสมือ หลังจากนั้นกัปตันของทั้งสองทีมเดินไปหาผู้ตัดสินเพื่อโยนเหรียญหาทีมที่จะได้เริ่มเล่นก่อน

หลังจากการโยนเหรียญทีมยูนีค เอฟซี ลงไปอยู่ฝั่งซ้ายของสนาม

การแข่งขันนัดนี้ จะแข่งที่สนามของ ทีมยูนีค เอฟซี และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการชัยชนะ แฟนๆส่วนใหญ่หวังเพียงเสมอและแบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

การหวังที่จะชนะทีมจ่าฝูงนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร แฟนบอลหลายคนจึงหวังเพียงแค่เสมอ

เดฟผู้รักษาประตูทีมยูนีค เอฟซี เขาเดินไปที่ตำแหน่ง เขาพยายามทำสมาธิเพื่อเรียกความมั่นใจ เพราะเสียงโห่ที่เขาได้รับจากแฟนๆ ทีมตัวเองทำให้เขาเสียความมั่นใจไปมาก

ทีมยูนีค เอฟซี สวมชุดสีเขียวและผู้รักษาประตูสวมชุดสีดำ ในขณะที่ผู้เล่นทีมซูพรีม ยูไนเต็ด สวมเสื้อสีแดงล้วนที่มีตราสโมสรเป็นสัญญาลักษณ์ซูพรีมอยู่ที่หน้าอกเสื้อ

ส่วนทีมยูนีค เอฟซี มีตราสโมสรที่เขียนเป็นตัวหนังสือว่าเว็ปโนเวล คือผู้สนับสนุนหลักของทีมอยู่ที่หน้าอกฝั่งซ้ายของเสื้อ

หลังจากที่เดฟเดินถึงตำแหน่งของตัวเอง ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าให้สัญญานเริ่มเกม เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเดฟ

“อย่าให้เสียงโห่ของแฟนบอลส่วนน้อยทำอะไรนายได้นะ เดฟ” เพื่อนร่วมทีมคนนี้เขามีร่างกายสูงใหญ่และมีร่างกายที่หนา เขาไว้ผมยาว เขาพูดกับเดฟพร้อมกับแตะไปที่ไหล่และกล่าวต่อว่า “แค่พยายามให้ดีที่สุด”

เขาคนนั้นมีปลอกแขนกัปตันทีมที่แขนซ้าย การมีผู้นำที่แข็งแกร่ง มีภาวะความเป็นผู้นำสูงและเสียสละเพื่อทีม จะส่งผลดีต่อทีมเป็นอย่างมาก เขามีอิทธิพลเป็นอย่างมากภายในทีม

กัปตันทีมต้องรับผิดชอบลูกทีมทุกกรณี ร่วมรับฟังคำชี้แจงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเกมการแข่งขัน

“จะพยายามทำให่ดีที่สุด” เดฟกล่าวและสูดลมหายใจ กัปตันพยักหน้าและหันไปเผชิญหน้ากับทีมตรงข้าม เผยให้เห็นหลังเสื้อของเขาซึ่งเขาสวมเสื้อหมายเลข 3 เหนือหมายเลขเขียนชื่อของเขา อดอล์ฟ

ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้สัญญานเริ่มเกมการแข่งขันทีมยูนีค เอฟซี เป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน(เขี่ย)

จุดเด่นของทีมยูนีค เอฟซี คือการครองบอลและพวกเขากำลังทำสิ่งที่พวกเขาถนัด การส่งบอลไปรอบๆ ทำให้ผู้เล่นทีมซูพรีม ยูไนเต็ด ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อไล่แย่งบอลมาครองให้ได้

แต่นักเตะทีมยูนีค เอฟซี ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขายังคงครอบครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น

การจ่ายบอลที่แม่นยำและการครอบครองบอลที่เหนียวแน่นจะส่งผลดีต่อทีมเป็นอย่างมาก ตราบใดที่ทีมครอบครองบอลอยู่พวกเขาสามารถสร้างโอกาสลุ้นประตูได้

ในโลกของฟุตบอลการครองบอลเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นข้อพึงปฏิบัติที่ทุกทีมต้องพยายามทำให้ดีที่สุด

เมื่อบอลมาถึงนอร์แมน โคล แบ็คขวาของทีมยูนีค เอฟซี เขาโยนบอลข้ามไปยัง ยันต์ ผู้เล่นตำแหน่งปีกซ้าย ยันต์จึงส่งต่อให้มาเตโอ ผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้าโดยไม่ให้บอลหยุดนิ่งด้วยการเล่นจังหวะเดียว

แต่แบ็กขวาของทีมซูพรีม ยูไนเต็ด ตัดบอลได้ เขาจึงพาบอลขึ้นมาทางริมเส้น เมื่อถึงบริเวณเส้นกลางสนาม เขาจึงโยนบอลโค้งเข้าไปในกรอบ 18 หลา

“เขาพยายามผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ตราบใดที่ผู้เล่นในเกมรับอยู่ตรงนั้น” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าว

จอร์จ เนวิล เซ็นเตอร์แบ็คของทีมยูนีค เอฟซี อยู่ตรงนั้นและกระโดดสูงกว่าผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในกรอบ 18 หลา

เนวิลใช้อกพักบอล ทันทีที่บอลอยู่ในการครอบครองของเขา เขาโยนบอลยาวออกไปให้ยันต์ทางปีกซ้าย ยันต์โยนบอลเข้าไปในกรอบ 18 หลาของทีมซูพรีม ยูไนเต็ด แต่ยังไม่เป็นผลเมื่อผู้รักษาประตูของทีมซูพรีม ยูไนเต็ด พุ่งออกมาตัดลูกกลางอากาศและคว้าบอลเข้าซองได้

“นั่นเป็นการโยนที่ดีนะ แต่คาร์ลยังยอดเยี่ยมเหมือนเคย” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าว

คาร์ลลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและออกบอลยาวไปที่ผู้เล่นในแนวรุก ในขณะที่ผู้เล่นเกมรับของทีมยูนีค เอฟซี เหลือเพียงไม่กี่คน

ทันทีที่ผู้เล่นแนวรุกคนหนึ่งของทีมซูพรีม ยูไนเต็ด พักบอลลงด้วยหน้าอก เขาเลี้ยงจี้เข้าหาแนวรับโดยตรง เมื่อเข้าใกล้ระยะอันตราย เขาโยกหลบอดอล์ฟได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวสุดท้ายในขณะนั้น

เขาหลุดเดี่ยวและกำลังจะได้ดวลตัวต่อตัวกับเดฟ ขณะเดียวกันอดอล์ฟกลับตัววิ่งไล่กดดันอยู่ด้านหลัง

“โรแลนด์แนวรุกของทีมซูพรีม กำลังจะลุ้นทำประตูที่ 20 ครับ ส่วนอดอล์ฟที่อยู่ด้านหลังส่งสัญญาณมือเรียกเดฟออกมาป้องกันเป็นการรับช่วงต่อจากเขา อดอล์ฟที่วิ่งตามหลังโรแลนด์ เขาอยู่ห่างประมาณ 2-3 เมตรได้” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าว

เดฟรู้สึกสับสนว่าควรทำอย่างไร เมื่อโรแลนด์เข้ามาใกล้พื้นที่อันตราย แน่นอนว่าหากเขาไม่วิ่งออกไปขว้าง จะทำให้โรแลนด์ลุ้นทำประตูได้ง่ายและมีโอกาสสูงที่จะเป็นประตู ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจวิ่งเข้าหาโรแลนด์โดยตรงเพื่อบีบให้วิสัยทัศน์หรือมุมในการยิงประตูลดน้อยลง

หลังจากโรแลนด์จะเข้าไปในกรอบ 18 หลา เดฟพยายามย่อตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เสียประตูในช่วงต้นเกม ทำให้โรแลนด์เหลือทางเลือกเดียวคือต้องกระดกบอลข้ามศีรษะ

เดฟพยายามเอื้อมมือขึ้นไปที่ลูกบอลแต่เขาสัมผัสได้เพียงปลายนิ้ว ทำให้บอลยังมีทิศทางที่จะเข้าประตู

“บอลกำลังจะลอยข้ามเส้น 1-0 ครับ ยังครับยัง!! ยังคง 0-0 เซฟสุดสวยของอดอล์ฟครับ” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

อดอล์ฟกองหลังตัวสุดท้ายซึ่งเป็นกัปตันทีม เขาคือคนที่วิ่งตามโรแลนด์มาในขณะที่เดฟออกไปขว้างเพื่อซื้อเวลาเพียงเสี้ยววิ

การยกบอลหรือกระดกบอลทำให้บอลขาดน้ำหนักและเคลื่อนที่ช้า เวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่เดฟยื้อไว้นั้น ส่งผลให้อดอล์ฟไปถึงเส้นประตูก่อนที่ลูกบอลจะข้ามเส้น ลูกบอลจึงถูกสกัดโดยอดอล์ฟข้ามคานออกไป

“ว้าว! อดอล์ฟกัปตันของเรา เขาคือทุกอย่างของทีมอย่างแท้จริง” จิมผู้บรรยายรองกล่าวด้วยความประหลาดใจ

โรแลนด์เอามือปิดปากไม่อยากเชื่อที่บอลไม่เข้าประตู การสัมผัสบอลแค่ปลายนิ้วของเดฟมีส่วนทำให้บอลช้าลง และนั่นทำให้อดอล์ฟมีเวลามากพอที่จะไปถึงเส้นก่อนลูกบอล

กองหลังทุกคนเข้ามากอดอดอล์ฟเพราะรู้ว่าการสกัดครั้งนี้ส่งผลต่อเกมการแข่งขันเป็นอย่างมาก

แต่ยังไม่พ้นอันตราย ขณะนี้พวกเขาต้องป้องกันลูกเตะมุมในจังหวะต่อไป เพราะบอลสัมผัสผู้เล่นทีมยูนีค เอฟซี เป็นคนสุดท้าย ผู้เล่นทีมซูพรีม ยูไนเต็ด ที่ได้รับหน้าที่เล่นลูกเตะมุมกำลังเดินไปที่มุมธง

“ตั้งโซนป้องกัน เข้าคู่ประกบ 1-1 ให้เร็ว” อดอล์ฟออกคำสั่งขณะที่เขายืนเฝ้าอยู่บนเส้นประตู คล้ายกับมีผู้รักษาประตู

ผู้ตัดสินให้สัญญานเริ่มเล่น บอลลอยออกจากมุมธง มีผู้เล่นคนหนึ่งของทีมซูพรีม ยูไนเต็ด วิ่งไปที่เสาแรกเพื่อเปลี่ยนจังหวะของบอลให้คาดเดาได้ยากขึ้น เพียงสัมผัสที่ลูกบอลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เขากระโดดขึ้นใช้ศีรษะสัมผัสบอลเพียงเล็กน้อย ทำให้ลูกบอลเปลี่ยนทิศทางไปที่เสาสอง และตำแหน่งเสาสองมีอดอล์ฟยืนเฝ้าเส้นอยู่ตรงนั้น อดอล์ฟใช้ศีรษะสกัดบอลอีกครั้ง

“เป็นการเซฟที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งของกัปตัน” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าวชื่นชมอดอล์ฟอีกครั้ง

เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้องจากแฟนบอลหลายหมื่นคน แต่นั่นยังไม่พ้นเขตอันตรายเมื่อวิถีของบอลไปตกที่โรแลนด์ ซึ่งยืนอยู่บริเวณนอกกรอบ 18 หลา

โรแลนด์หลอกจะยิงและหมุนตัว ในจังหวะหมุนตัวของเขานั้นสามารถหลบผู้เล่น 3 คนของทีมยูนีค เอฟซี แล้วยิงทันทีบอลพุ่งไปทางโคนเสา

“โกล!!!! โรแลนด์ เขาทำประตูที่ 20 ให้ตัวเองได้แล้วครับ!” สตีฟผู้บรรยายหลักร้องลั่นด้วยความดีใจ

เสียงแฟนบอลหลายหมื่นดังกึกก้องทั่วสนาม โรแลนด์วิ่งไปที่มุมธงเพื่อฉลองการทำประตู เขาสไลด์เข่าลงบนพื้นหญ้าพร้อมเพื่อนๆ ร่วมทีมของเขา

เดฟซึ่งยืนอยู่กลางประตูเอามือปิดหน้า เขารู้สึกเสียใจเพราะไม่สามารถป้องกันได้

“โอ้ เป็นอีกหนึ่งจังหวะที่เดฟทำได้เพียงแค่ยืนมอง” สตีฟผู้บรรยายหลักกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ผมรู้ว่าเดฟกำลังอยู่ในฟอร์มที่ไม่ดีนัก แล้วเขาต้องมาเจอลูกยิงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ น่าเห็นใจเขาเหมือนกันนะครับ ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นมันเร็วมากและจังหวะที่โรแลนด์ยิงอยู่ในระยะที่ใกล้พอสมควร ตรงกันข้ามโรแลนด์ยังคงรักษาฟอร์มอันร้อนแรงของเขาไว้ได้” จิมผู้บรรยายรองกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกล่าวต่อว่า

“แน่นอนว่ามันเป็นอีกหนึ่งคืนที่เลวร้ายสำหรับเดฟและทีมยูนีค แต่โดยรวมยังพอมีเวลาให้พวกเขาแก้ตัวครับ”

…………..

จบบทที่ 1 - ในคืนนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว