เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.993 - เทพบุปผา

Ep.993 - เทพบุปผา

Ep.993 - เทพบุปผา


Ep.993 - เทพบุปผา

เมื่อเรื่องราวดำเนินถึงจุดนี้ ฉินเฟิงไม่ต้องการเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายเพียงลำพังอีกต่อไป

“จอมพลเย่ฮุน ถึงตาคุณลงมือบ้างแล้ว! มัวยืนบื้ออะไรอยู่?” ฉินเฟิงตะโกน

เย่ฮุนพอได้ยิน ต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในฐานะผู้รับผิดชอบ ต่อให้ยากลำบากเขาก็ต้องแบกรับมันไว้

“เตรียมรับมือศัตรู!”เย่ฮุนประกาศเสียงดัง

“จอมพลเย่ฮุน เรื่องพวกลูกน้องสัตว์ร้ายตัวอื่นๆปล่อยให้ผมรับมือเอง เชื่อใจได้เลย จะไม่มีแมลงตัวไหนมารบกวนการต่อสู้ระหว่างคุณกับแม่แมลง!” ฉินเฟิงกล่าว

“ถ้าได้อย่างนั้นจริงๆฉันก็ขอบคุณ!” พลังสมาธิของเย่ฮุน ถ่ายทอดน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยอารมณ์ของเขา

ฉินเฟิงไม่สนใจอีกฝ่าย ภายใต้แรงสั่นสะเทือนของพลังสมาธิ น้ำแข็งที่แช่แข็งพรมเชื้อราไกลออกไปเป็นพันไมล์ แตกเป็นเสี่ยงๆทันที เก็บเกี่ยวชีวิตสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนในพรมเชื้อรา

ท่ามกลางเขตแดนแห่งความตาย สัตว์ร้ายเลเวล S เริ่มดิ้นรนเอาชีวิตรอด พยายามขัดขืนเป็นครั้งสุดท้าย

เทคนิคแห่งความมืดของฉินเฟิง ดูดซับพลังงานจากทุกชีวิต หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของเขา วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

ปังงงง!

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิง ในที่สุดก็สามารถยกระดับไปอีกขั้น

ก้าวขึ้นสู่เลเวล A6 !

แต่นี่เป็นแค่น้ำจิ้มในงานเลี้ยงอาหารเลิศรสของฉินเฟิงเท่านั้น

ณ ขณะนี้ แม่แมลงถูกเย่ฮุนเข้าพัวพัน พรมเชื้อราซึ่งเป็นพาหะของกองทัพแมลงสัตว์ร้าย โถมโอบล้อมกองทัพมนุษย์คนอื่นๆ

ฉินเฟิงหยิบมีดกษัตริย์คราม ถอดมันออกจากฝักอาวุธระดับสุดยอดเทวะ ปลดปล่อยอำนาจที่โลกต้องสะพรึงออกมา

“สะบั้น!”

วิญญาณนับล้านส่งเสียงคำรามหวิว ฉินเฟิงสับลงเพียงมีดเดียว พรมเชื้อราที่ยืดยาวออกไปไม่รู้กี่หมื่นไมล์ ถูกเปิดรูแหวกเป็นทางยาว กระแสกำลังภายในอันทรงพลังได้ผ่าแยกพรมเชื้อรา ออกเป็นสองซีก เป้าหมายเพื่อตัดขาด แยกสนามรบของพวกเขาออกจากการสู้รบระหว่างเย่ฮุนกับแม่แมลง

ฉินเฟิงทำในสิ่งที่เขากล่าว เจ้าแมลงพวกนี้ เขาจะไม่ยอมให้พวกมันแทรกแซงการต่อสู้ระหว่างทั้งสองเด็ดขาด

ฉินเฟิงไล่สังหารดุเดือดบ้าคลั่ง ทั้งเทคนิคเงาหมื่นอสูรและเทคนิคยุคเยือกแข็ง ล้วนถูกปลดปล่อยออกมาเต็มกำลัง

แมลงจำนวนมหาศาลถูกฆ่าตาย เขาเพียงคนเดียว เทียบเท่ากับกำลังรบหลายพันนาย

ในขณะที่คนอื่นๆต่างหวาดกลัว แต่ฉินเฟิงเฝ้าเก็บเกี่ยว ได้รับผลประโยชน์มากมาย!

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาถูกเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง พลังงานเพิ่มพูน จนสุดท้ายตัดผ่านไปอีกขั้น

ก้าวขึ้นสู่เลเวล A7!

สู่เลเวล A8!

A9 ..!

ฉินเฟิงจำไม่ได้แล้วว่าเขาสังหารตะขาบกระหายเลือดไปกี่ตัว แต่ไม่ต้องสงสัยเลย พลังงานจากเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ กระทั่งแก่นสัตว์ร้าย ทั้งหมดถูกดูดซับโดยฉินเฟิง

ขีดสุดอายุขัยของฉินเฟิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกรงว่ามันไปถึงจุดที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากการสังหารหมู่อย่างบ้าคลั่ง กองทัพตะขาบกระหายเลือด ก็มิใช่กองทัพอันเกรียงไกรอีกต่อไป แต่เหลือเพียงพวกทหารกุ้งปูปลาเท่านั้น

ฉินเฟิงสังหารเลเวล S ไปหลายพันตัว แมลงเลเวล A อีกนับหมื่นตัว กองทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่นำทัพโดยแม่แมลง ล้วนถูกสังหารสิ้น

แต่มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นฉินเฟิงจะยกระดับได้รวดเร็วถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?

ส่วนที่เหลือ เป็นฝูงแมลงจำนวนแสนตัว และพยุหะแมลงเลเวล C อีกนับล้านตัว

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีจำนวนมหาศาลก็จริง แต่พวกมันไม่ถึงขั้นเป็นภัยคุกคามต่อผู้ใช้พลังเลเวล A ที่อยู่เบื้องหน้า

ฉินเฟิงไม่คิดเก็บเกี่ยวพลังงานจากสัตว์ร้ายเหล่านั้น เพราะพลังงานที่เขาต้องใช้ในการยกระดับสู่เลเวล S มันมหาศาลเกินไป เกรงว่าต่อให้สังหารแมลงที่เหลือทั้งหมดคงไม่เพียงพอ!

แต่ตอนนี้ มีอยู่เป้าหมายนึงที่ควรค่าแก่การล่า

มิใช่อื่นใด เป็นแม่แมลงตะขาบกระหายเลือด!

การสังหารหมู่ของฉินเฟิงกินเวลาแค่สามชั่วโมง ส่วนทางฝั่งเย่ฮุน เขาไม่สามารถยื้อไหวอีกต่อไป!

อันที่จริงแล้วระหว่างสามชั่วโมงนี้ มีกำลังเสริมระลอกสองมาถึง เย่ฮุนไม่ใช่ผู้ใช้พลังเลเวล SS คนเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีอีก 7 - 8 คนเข้าร่วม มิฉะนั้นเย่ฮุนคงตายไปตั้งนานแล้ว

ช่วงเวลานี้ เถาวัลย์นับไม่ถ้วนงอกเงยขึ้นกลางอวกาศ แม่แมลงอาละวาดชนไปทั่ว ยานอวกาศหลายลำโดนลูกหลง ปลิดชีวิตผู้ใช้พลังเลเวล S ที่หนีไม่ทันไปหลายคน

การต่อสู้ดำเนินมาถึงจุดนี้ กองทัพมนุษย์ได้สูญเสียสมาชิกไปแล้วมากกว่า 300 คน แม้ยอดจะฟังดูน้อย แต่ในหมู่พวกเขามีผู้ใช้พลังเลเวล S รวมอยู่ด้วยมากถึง 50 คน!!

การบาดเจ็บล้มตายนี้ นับว่าสร้างความเสียหายร้ายแรง

“ดูเหมือนพวกเราต้องเข้าไปช่วยแล้ว” ฉินเฟิงกล่าว

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงกับไป๋หลีเป็นแค่เลเวล S เท่านั้น ในอดีตตอนอยู่เลเวล B ฉินเฟิงเคยท้าทายสัตว์ยักษ์เลเวล A มาแล้วก็จริง แต่ในเวลานั้น ไป๋หลีข้างกายเขาได้ไปหยุดอยู่ในเลเวล A แล้ว ฉะนั้นการต่อสู้ในปัจจุบัน ถือว่าแตกต่างจากในครั้งก่อน

“เทคนิคหนึ่งดรรชนีแห่งความตาย!”

ฉินเฟิงปลดปล่อยอบิลิตี้เลเวล S อักษรรูนมืดของดรรชนีแห่งความตาย ยิงลงบนเปลือกนอกของแม่แมลงทันที พริบตานั้นเอง เปลือกนอกของแม่แมลงกลายเป็นสีดำสนิท สูญสิ้นชีวิตชีวาของมันไป แต่สภาวะดังกล่าว เกิดขึ้นกับปล้องเดียวเท่านั้น

ขณะที่ร่างของแม่แมลงตะขาบกระหายเลือด มีมากมายหลายหมื่นปล้อง เว้นเสียแต่ว่าฉินเฟิงจะปลดปล่อยการโจมตีได้นับหมื่นครั้ง มิฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารแม่แมลงตะขาบกระหายเลือด!

อย่างไรก็ตาม ในใจของฉินเฟิงทราบดี ตัวเขาไม่มีทางปลดปล่อยทักษะเดียวโจมตีนับหมื่นครั้งในได้ --แต่เขาสามารถสลับกับท่าอื่นแล้วค่อยๆทยอยโจมตีได้!

วิธีการนี้ของฉินเฟิง แม้ดูฮาร์ทคอร์เกินไปแน่ก็น่าติดตามชม!

“ไปเลย!”

เทคนิคเสียงเพรียกแห่งความตายและหัวใจเพลิงมรณะ ถูกปลดปล่อยออกมาทีละอบิลิตี้ ระหว่างอบิลิตี้เหล่านั้นทำงาน อักษรรูนสำหรับใช้ปลดปล่อยเทคนิคหนึ่งดรรชนีสู่ความตายก็กลับมา ฉินเฟิงยิงมันไปอีกครั้ง ใช้เทคนิคเลเวล S ท่าต่างๆ สลับกันโจมตี ทำให้สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างต่อเนื่อง

หากกระบวนการนี้เกิดขึ้นเพียงสองหรือสามระลอก มันก็คงไม่ส่งผลอะไรมากมาย แต่นี่ฉินเฟิงเล่นใช้กลยุทธ์ดังกล่าว วนมาจนถึงระลอกที่สิบ ร่างของแม่แมลงตะขาบกระหายเลือด ถูกทำลายไปหลายสิบปล้อง สร้างความเจ็บปวดแต่ขณะเดียวกันเกิดความรู้สึกพิสดารไม่เหมือนใคร

มองไปยังร่างอันใหญ่ยักษ์ของมัน เวลานี้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง , น้ำแข็ง และความมืด มองไกลๆเหมือนลูกโป่งหลากสีที่วางเรียงกันในงานวัด ความโกรธในใจมันลุกโชนทันที

แม่แมลงตะขาบกระหายเลือด พุ่งเข้าหาฉินเฟิง

เกรงว่านี่จะเป็นการโจมตีที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมากที่สุดที่ฉินเฟิงเคยประสบมา ท่ามกลางจักรวาล ร่างใหญ่โตของแม่แมลงตะขาบกระหายเลือดน่าหวาดกลัวมาก หากโถมทั้งตัวเข้าโจมตี ย่อมไม่มีใครสามารถหลบพ้น

นี่เองเป็นสาเหตุให้หลายคนเสียชีวิต

สำหรับผู้ใช้วรยุทธโบราณที่ครอบครองวิชาตัวเบาล้ำเลิศก็รอดไป ทว่าหากเป็นผู้ใช้อบิลิตี้หรือมือปืนที่ถูกโจมตี คงได้แต่รอความตาย

และแน่นอนว่าฉินเฟิงไม่ได้อยู่ในคนกลุ่มนั้น

ไป๋หลีที่นับแต่ต้นไม่ได้เข้าร่วมสนุกใดๆเลย เวลานี้นำตัวฉินเฟิงเทเลพอร์ตห่างออกมาพันเมตรทันที ทว่าระยะทางเท่านี้ สำหรับแม่แมลงตะขาบแล้ว แค่ขยับเท้าข้างเดียวก็ถึง

ระยะเพียงเท่านี้ นับว่าเพียงพอแล้ว!

ฉินเฟิงสามารถหลบเลี่ยงภัยคุกคามร้ายแรง และทำการโจมตีต่อไป

ขณะนี้เองฉินเฟิงได้ดึงดูดความสนใจของแม่แมลง แม่แมลงไม่สนใจเย่ฮุนอีกต่อไป นั่นช่วยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาพักหายใจบ้าง

การที่เย่ฮุนสามารถรับหน้าที่เป็นจอมพลแห่งดาวทะเลดอกไม้ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ผู้ใช้พลังธรรมดา เจ้าตัวเกือบจะเป็นการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งในระดับเดียวกับจักรพรรดิ มิฉะนั้น เขาคงไม่สามารถถ่วงเวลาแม่แมลงเลเวล SS ได้นานถึงขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม เย่ฮุนทำได้เพียงสกัดกั้นเท่านั้น เขากำลังเฝ้ารอความช่วยเหลือ แต่ด้วยการแทรกแซงของฉินเฟิง ทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป

ฉินเฟิงปลดปล่อยอบิลิตี้เลเวล S ของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ต่อให้เป็นเย่ฮุนก็คาดเดาไม่ได้ ว่าอีกฝ่ายครอบครองพลังสมาธิมากมายขนาดไหน เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป แม่แมลงก็ค่อยๆได้รับบาดเจ็บมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

นับตั้งแต่เริ่มสงครามกับเผ่าแมลง เวลาได้ล่วงเลยไปกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว

ณ จุดนี้ บนดาวทะเลดอกไม้ ทันใดนั้นวัตถุทรงดอกไม้ได้โบยบินออกมา มองไปคล้ายกับเป็นฐานดอกบัว แต่ไม่ใช่ดอกบัวธรรมดา เป็นดอกบัวห้ากลีบ แม้มันจะมีขนาดปกติ ทว่ากลิ่นอายที่แฝงมากับมัน ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แผ่กระจายปกคลุมไปทั้งผืนฟ้า

เจ้าสิ่งนี้เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ในที่สุดผู้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับแก่นอบิลิตี้ของจ้าวเหนือหัวได้ปรากฏกายแล้ว กลิ่นอายแม้ไม่ค่อยรุนแรงอะไร แต่เมื่อมองจากระยะไกล เสมือนดั่งดาราขนาดยักษ์!

“เทพบุปผามาถึงแล้ว!” ทุกคนสั่นสะท้าน มองไปยังตำแหน่งฐานดอกบัว ในแววตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

ผู้มาเยือนเป็นผู้หญิงแต่งกายในชุดสีชมพู รูปลักษณ์งดงามเป็นพิเศษ ด้อยกว่าไป๋หลีเพียงเล็กน้อย

ยิ่งไปกว่านั้น เทพบุปผามิได้ปิดบังรูปลักษณ์ของเธอ จึงดึงดูดสายตาของผู้คนมากมาย

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงเหลือบมองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนหันกลับมาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้าดังเดิม จังหวะนี้เป็นช่วงชี้เป็นชี้ตาย เขาจะประมาทไม่ได้!

จบบทที่ Ep.993 - เทพบุปผา

คัดลอกลิงก์แล้ว