เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.963 - เหมือนกับคนๆนั้น

Ep.963 - เหมือนกับคนๆนั้น

Ep.963 - เหมือนกับคนๆนั้น


Ep.963 - เหมือนกับคนๆนั้น

อย่างไรก็ตาม เทพไร้ลักษณ์ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง อีกฝ่ายปิดซ่อนกลิ่นอายเอาไว้ เทพไร้ลักษ์จึงคิดได้เพียงว่า คู่ต่อสู้อาจเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล A ที่เชี่ยวชาญวิชาตัวเบาเลเวล S

อย่างไรก็ตาม แม้จะเดาถูก แต่ก็ถูกเพียงครึ่งเดียว

ในเรื่องเลเวลน่ะใช่ แต่ความแข็งแกร่งที่ฉินเฟิงสามารถปลดปล่อยออกมา บวกกับมุมโจมตีของกริซ ทั้งหมดนี้เธอเดาผิดไป

ประกายคมกริซสว่างวาบ ทั้งคนทั้งร่างของทั้งสองโฉบผ่านกันและกัน มาปรากฏกายในอีกตำแหน่งหนึ่ง หันหลังให้กัน สลับตำแหน่งในพริบตา

แคว่กกก!

คล้ายเสียงวัสดุผ้าที่ถูกตัดออก ดังแว่วแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งสองพุ่งผ่านกันและกัน ฉินเฟิงร่อนลงจากฟ้าสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ขณะที่เทพไร้ลักษณ์ดั่งว่าวสายป่านขาด ร่วงกระแทกลงกับพื้น ชุดคลุมที่ปกคลุมร่างของเธอลอยออกไป เผยให้เห็นศีรษะและลำตัว … ที่แยกจากกันเป็นสองส่วน!

ฟัฟฟฟฟฟ!

ณ ตำแหน่งที่ร่างอีกฝ่ายตกลง เกิดเสียงไม่น่าฟังบางอย่าง เลือดจำนวนมากทะลักออกมา ศีรษะสวมหน้ากากกลิ้งไปตามพื้น มาหยุดอยู่ที่เท้าของฉินเฟิง

กำลังภายในผุดขึ้นในมือของฉินเฟิง เขาวาดแขนออก ทำลายหน้ากากของเทพไร้ลักษณ์ เปิดเผยรูปลักษณ์ข้างใน ใบหน้าข้างในดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาเปิดครึ่งไม่เปิดครึ่ง คล้ายแสดงออกถึงความรวดร้าวและไม่ยินยอมพร้อมใจ หากลองเพ่งมองอย่างใกล้ชิด จะพบว่าเป็นใบหน้าของผู้หญิงธรรมดา ฉินเฟิงไม่รู้จักเช่นกัน

แต่โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ นี่คือผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S อย่างแน่นอน

ฉินเฟิงเดินไปที่ศพของเทพไร้ลักษณ์ ปลดปล่อยทักษะลับกลืนดาราอย่างเงียบๆ  ดารากำลังภายในในร่างศัตรูพังครืนลงทันที ม้วนเป็นวังวนเข้ามาหลอมรวมกับตันเถียนของฉินเฟิง ช่วยเพิ่มขนาดดวงดาราของเขา

จากนั้น ฉินเฟิงเก็บอุปกรณ์รูนมิติของอีกฝ่าย กล่าวเสียงเย็นว่า “เปลื้องผ้ามัน ของทุกอย่างจะถูกส่งเข้าบ้านประมูล ส่วนศพนำไปแขวนไว้ประจาน!”

นี่คือกฏเก่าแก่ของเมืองหลวงแห่งความมืด ผู้ใดสร้างปัญหา จุดจบลงเอยด้วยประการฉะนี้

ผู้ใช้พลังเลเวล B ทั้งห้าไม่คาดฝันเลยว่าจะมีผู้แข็งแกร่งก้าวเข้ามาช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถสังหารผู้บุกรุกได้ในคราวเดียว แม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพียงพริบตา แต่คนที่ฝ่าด่านเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่อมเป็นผู้ใช้พลังเลเวล A ขึ้นไปอย่างแน่นอน

เอาจริงๆ พวกเขาไม่กล้าคิดว่าผู้บุกรุกคือเลเวล S เพราะหากอีกฝ่ายถูกฆ่าตายในไม่กี่วินาทีเช่นนี้ เช่นนั้นแล้วชายชุดดำตรงหน้าพวกเขา จะมีความแข็งแกร่งในระดับใดกัน?

คำตอบคงไม่พ้นเป็นอะไรที่น่าหวาดกลัวมากๆ

กลุ่มคนเฝ้าประตู ทำได้เพียงชื่นชมยินดีในใจ คนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน มิใช่ศัตรูของพวกเขา

“ขอรับท่านผู้ใหญ่!”

แม้ยังไม่ทราบสถานะที่แน่ชัดของฉินเฟิง แต่น้ำเสียงของเขาเหมือนกับคนที่มาจากเมืองหลวงแห่งความมืด ผู้ใช้พลังเลเวล B ที่รับผิดชอบสะพานลดศีรษะลงทันที เริ่มจัดการกับคนตาย

บนสะพาน เหล่าผู้ใช้พลังที่เดิมส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย บัดนี้เงียบสงบราวกับจักจั่นยามหลับใหล ไม่กล้าขยับตัว หรือเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม

ฉินเฟิงยืนอยู่เหนือกำแพงด่าน แม้จะมีหน้ากากบดบังใบหน้าเขา แต่การรับรู้ของฉินเฟิงกวาดไปมองรอบๆ  ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ามีชายคนนี้ยืนมองอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา ทั้งหมดก้มหน้าลง เพราะกลัวว่าอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน

ฉินเฟิงยกยิ้มเย็นชา กล่าวว่า “เทพวูดูผู้ยิ่งใหญ่มาเยือน ทำไมไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้า ฉันจะได้ต้อนรับอย่างดีที่สุดในฐานะเจ้าบ้าน!”

ฉินเฟิงล็อคพลังสมาธิลงบนร่างของเทพวูดู ด้วยการรับรู้นี้ ต่อให้เทพวูดูหนีขึ้นฟ้า หรือมุดลงดิน ฉินเฟิงจะรู้สึกได้ เอาง่ายๆไม่มีที่ให้ซ่อนอีกแล้ว

ขณะนี้ เช่าไท่ที่อยู่ข้างกายเขา รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ในสมองเขาคล้ายถูกน้ำท่วมทับ

เขาไม่น่าประมาทเลย คนที่สามารถสังหารเหอเทียนสิงได้ จะอ่อนแอได้อย่างไรกัน?

รู้หรือไม่ว่าเทพไร้ลักษณ์ทรงพลังเพียงใด? แต่เธอกลับเสียชีวิตในพริบตา ทั้งทัศนคติที่ชายผู้นี้แสดงออกมา ราวกับว่าการสังหารเลเวล S เป็นเหมือนการบี้มด ไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย

เหตุการณ์ฉุกละหุกตรงหน้า เกรงว่าคนอื่นๆคงคาดเดาว่าผู้ตายเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล A เท่านั้น!

และในตอนนี้ ตัวอันตรายที่ว่า กำลังจ้องมองมาที่เทพวูดู เช่าไท่ปรารถนาที่จะหันหลังกลับและจากไป แสดงเจตนาว่าเขาไม่รู้จักเทพวูดู!

“โอ้ ยังไม่หมดนี่ เหมือนจะมีสหายอีกคน คุณก็สนใจเข้าร่วมงานประมูลคลับมังกรดำของฉันด้วยใช่ไหม? ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง!”

การรับรู้ของฉินเฟิง แหวกกลุ่มฝูงชน คนอื่นๆแยกซ้ายป่ายขวา เปิดเส้นทางทันที เช่าไท่ไม่มีทางเลือกอื่น ก้าวออกมาเปิดเผยตัวพร้อมกับเทพวูดู

คนอื่นๆรู้สึกแล้วเช่นกัน ถึงความแข็งแกร่งของสองคนนี้ น่ากลัวว่าพวกเขาจะเป็นเลเวล S !

ช่วงเวลานี้ ผู้คนยิ่งไม่กล้าเอ่ยคำใด

“ฮี่ฮี่ ดูเหมือนความแข็งแกร่งของจอมมารซวนเฟิงจะได้รับการขัดเกลาไปอีกขั้น ขอแสดงความยินดีด้วย อันที่จริงพวกเราไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ใช่ว่าคลับมังกรดำไม่มีการตรวจเรื่องสถานะของผู้ร่วมงานหรอกหรือ? ดังนั้นฉันเลยยินดีปฏิบัติตามธรรมเนียม ไม่คิดทำตัวแปลกแยกกับคนอื่นๆ”

เทพวูดูตอบกลับอย่างรวดเร็วผ่านพลังสมาธิ พยายามคาดเดา และเรียงลำดับการตอบคำถามให้สอดรับกับฉินเฟิงมากที่สุด อีกฝ่ายจะได้ไม่พูดมาก

ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา กล่าวว่า “ในเมื่อคุณอยากปฏิบัติตามธรรมเนียม เช่นนั้นเหตุใดจึงบุกเข้ามา ไม่ใช่ว่าคนก่อนหน้านี้มาด้วยกันกับพวกคุณหรือ?”

สิ้นประโยคนี้ บริเวณโดยรอบคล้ายถูกระเบิดลง

“เทพวูดู? นั่นไม่ใช่ฉายาของผู้ยิ่งใหญ่ในกลุ่มเลเวล S หรอกหรือ?”

“มาด้วยกัน ... ไม่จริงน่า! อย่าบอกนะว่าคนที่ตายไปเป็นตัวตนทรงอำนาจเลเวล S !!!”

“เช่นนั้นชายในชุดคลุมดำเป็นใครกัน? เขาถึงขั้นสามารถสังหารเลเวล S ได้ในการโจมตีเดียว! ความแข็งแกร่งในระดับนั้น ฉันจินตนาการไม่ออกเลย”

ตอนนี้เทพวูดูเหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

เพียงแต่ว่า ในเวลานั้นเอง เช่าไท่ฉุกคิดได้ถึงบางอย่าง กล่าวออกมา “เทพไร้ลักษณ์ก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ติดนิสัยนักฆ่า หุนหันพลันแล่น ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำลายกฏของจอมมารซวนเฟิง แต่ได้โปรดปล่อยวางเถอะ ไหนๆเธอก็ตายไปแล้ว ที่พวกเรามาที่นี่ เพราะคาดเดาว่าจอมมารซวนเฟิงเพิ่งออกสู่โลกภายนอก ดังนั้นน่าจะยังมิได้เข้าร่วมกับพันธมิตรองค์กรมืด--”

“--พวกเราได้ยินมาว่าจอมมารซวนเฟิงเก่งกาจในอบิลิตี้มืด ดังนั้นเลยอยากขอเชิญคุณไปยังทวีปบาฮามุท!”

เช่าไท่เอ่ยภาษาจีน โดยไม่ถ่ายทอดผ่านพลังสมาธิ ฉินเฟิงเหลือบมองอีกฝ่ายแว่บหนึ่ง พบว่าชายคนนั้นสวมหน้ากาก มิได้เปิดเผยหน้าตา

“ไม่ทราบสหายผู้นี้คือ ..?”

“เขาคือราชาเรือเดินสมุทร เช่าไท่!”

นามนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ในแถบชายฝั่ง เขาคือกองกำลังพันธมิตรองค์กรมืดที่ใหญ่ที่สุด เป็นบรรพบุรุษของเหล่าโจรสลัด

ฝูงชนบนสะพานเกิดความปั่นป่วนอีกครั้ง บางคนลอบถอยออกมา บังเกิดความหวาดกลัวในจิตใจ คนที่กำลังกล่าวถึงนี้ ในความเป็นจริงพวกเขาคือพันธมิตรมนุษย์ที่แฝงตัวเข้ามา ปิดซ่อนสถานะเอาไว้

ฉินเฟิงเองก็ไม่คาดคิดเลย ว่าครั้งนี้เทพวูดูจะนำบุคลเช่นนี้มา

เขากวาดสายตามองเทพวูดู เหงื่อบนหน้าผากเทพวูดูผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง

“ที่แท้ก็เป็นท่านราชาเรือเดินสมุทรเช่า ขอแสดงความนับถือ นับถือ!”

ฉินเฟิงเอ่ยปากพูด ขณะเดียวกันในสมองเริ่มปั่นความคิดเร็วจี๋

นั่นเพราะทวีปบาฮามุทที่เช่าไท่เอ่ยขาน มันเป็นมิติเดียวกันกับที่มารกระดูกเคยพูดถึง

มิติแห่งนั้นถูกยึดครองโดยสมาชิกพันธมิตรองค์กรมืดมานานแล้ว ถ้าคุณอยากไป แน่นอนต้องปะทะกับพันธมิตรองค์กรมืด

ทว่าหากไปในฐานะสมาชิกองค์กรมืด จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานั้นได้

แน่นอน ว่าอาจมีการทรยศกันในภายหลังแน่ๆ แต่ฉินเฟิงไม่กลัว

เมื่อได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมัน ฉินเฟิงแสดงออกถึงความสนใจทันที

“ในเมื่อพวกเรามีเรื่องต่างๆต้องหารือ ฉะนั้นเชิญท่านทั้งสองเข้ามาข้างใน!” ฉินเฟิงผายมือ แสดงท่าทีเชื้อเชิญ ในตอนนี้หวูหยวนและฟีนิกซ์เพลิงทราบข่าวแล้ว ทั้งคู่ตามออกมาดูสถานการณ์ หลังจากได้ยินคำเชิญของฉินเฟิง ทั้งสองคนรีบเรียกรถล่องเวหา ขับออกไปต้อนรับเทพวูดูและเช่าไท่ทันที

ส่วนสหายอีกหนึ่งผู้โชคร้าย บัดนี้ถูกนำร่างไร้วิญญาณไปแขวนบนกำแพง ข่มขวัญผู้คน

เทพไร้ลักษณ์เป็นนักฆ่าเลเวล S ตัวตนที่น่ายำเกรงผู้นั้น กลับถูกจอมมารซวนเฟิงสังหารจนพบจุดจบเช่นนี้

ผู้คนนับไม่ถ้วนแหงนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น คาดว่าข่าวในวันนี้ จะเสมือนนกติดปีก โผบินไปบอกกล่าวแก่คนทั้งโลก!

“เจ้าของเมืองหลวงแห่งความมืดถูกเปลี่ยนมือแล้ว เจ้าเมืองคนใหม่ชื่อว่าจอมมารซวนเฟิง หากมีผู้ใดคัดค้าน ก็จะมีสภาพเหมือนคนๆนี้!”

หวูหยวนชี้ขึ้นไปยังศพของเทพไร้ลักษณ์!!

จบบทที่ Ep.963 - เหมือนกับคนๆนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว