เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน

Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน

Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน


Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน

“ไม่ทันไรคิดโกหกกันอีกแล้ว? ที่บอกมานั่นมันตัวแกในอดีต เลยยังพอสามารถไปรับศิลานรกได้ แต่ตัวแกในตอนนี้ …” ฉินเฟิงไม่ต้องพูดต่อ ก็เปิดโปงมารกระดูกจนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของอีกฝ่าย ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องเก็บกู้ศิลานรก เกรงว่ากระทั่งทวีปนั้นก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้!

อย่างไรก็ตาม ถือว่าฉินเฟิงได้รับคำตอบแล้วเช่นกัน ดาวแห่งความมืดของจ้าวเหนือหัวตนนี้ ฉินเฟิงยังไม่มีความคิดที่จะไปทันที อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ใช่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน

“เก็บมันกลับไป”

“อื้ม!”

ไป๋หลีกรีดมือผ่านอากาศ เก็บมารกระดูกกลับเข้ามิติของเธอ

“เอาไว้ค่อยไปตรวจสอบเรื่องนี้กันทีหลังเถอะ มรดกของจ้าวเหนือหัวตนนี้ ฉันกลัวว่ามันจะอันตรายกว่ามรดกของหญิงหิมะที่คุณเจอหลายเท่า ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตเผ่ามังกรปีศาจหุบเหว มีสัญชาตญาณดุร้ายแต่กำเนิด พวกมันไม่มีทางปล่อยให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับศพตัวเองแน่นอน”

“อืม เอาไว้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉันไปถึงเลเวล S ค่อยว่ากันอีกที ทวีปนั้นอันตรายมาก ไม่มีทางเข้าไปง่ายๆ ระหว่างนี้คงไม่มีใครตัดหน้าพวกเราหรอก” ฉินเฟิงกล่าว

ในบรรดาเผ่าพันธุ์จากมิตินับไม่ถ้วน เผ่าพันธุ์มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้มากที่สุด เชี่ยวชาญในการฉกฉวยผลกำไรมากที่สุด นี่เองคือเหตุผลที่พวกเขาชอบเข้าไปสำรวจวัตถุหรือซากปรักหักพังที่จ้าวเหนือทิ้งเอาไว้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คู่แข่งของฉินเฟิง คงไม่พ้นเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง

สิ่งนี้ทำให้ฉินเฟิงไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป

หลังจากต่อสู้ในมิติของพระเจ้าเป็นเวลากว่าสามเดือน ฉินเฟิงก็กลับไปเฟิงหลี การกลับมาช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายความตึงเครียดในสนามรบ ขณะเดียวกันรวดดำเนินการประชาสัมพันธ์นิดๆหน่อย เพื่อหวังว่ากลุ่มเฟิงหลีจะเติบโตอย่างแข็งขัน สามารถดึงดูดผู้ใช้พลังเลเวล B ให้มาเข้าร่วมได้มากขึ้น

แน่นอน ระหว่างนี้ฉินเฟิงกำลังเฝ้ารอ รอข่าวใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ วันที่ 3 มิถุนายน ปี 220 บนท้องฟ้าคราม ชั้นอากาศเกือบถูกฉีกกระชากออกจากกัน

ฉินเฟิงกำลังตรวจสอบสถานชุมชนรอบเมืองเฟิงหลี พริบตาที่สภาวะนี้ปรากฏขึ้น ฉินเฟิงตระหนักถึงมันได้ทันที

ไป๋หลีเองก็หันไปมองทางทิศตะวันตกพร้อมกัน

บังเกิดคลื่นความผันผวนของมิติอันน่าหวาดกลัว ราวกับกำลังมีบางสิ่งที่ไม่รู้จักและน่าสะพรึงถือกำเนิดขึ้น

หลังจากนั้น ท้องฟ้าสีครามคล้ายถล่มลงมา ชั้นอากาศถูกกรีดเป็นทางยาว รอยแยกมิติปรากฏขึ้น มันค่อยๆอ้าออกเหมือนปากใหญ่ ก่อตัวเป็นหลุมดำขนาดยักษ์

คู่ดวงตาของฉินเฟิงหดลีบอย่างรุนแรง

รอยแยกมิติ--

--มาแล้ว!

ดวงตาจิ้งจอกของไป๋หลีเพ่งมอง เอ่ยปากว่า “ที่บุกเข้ามา … เป็นสัตว์ยักษ์มิติ!”

“ว่ายังไงนะ!?” ฉินเฟิงหันขวับมามองไป๋หลีด้วยความตกใจ แม้เขาจะทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ในปี 220 ในชีวิตก่อนของฉินเฟิง เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล D เท่านั้น มีส่วนร่วมเพียงกวาดล้างสัตว์ร้ายอ่อนแอที่เล็ดลอดจากรอยแยกมิติ และตำแหน่งที่เขาประจำการ เป็นแค่สถานชุมชนขนาดเล็ก สำหรับเรื่องที่ว่าสัตว์ร้ายตนใดเป็นตัวเปิดรอยแยกมิติ ฉินเฟิงไม่รู้เรื่องอะไรเลย

แต่ตอนนี้ ไป๋หลีบอกว่ามันเป็นสัตว์ยักษ์มิติ!

“ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันกับเธอรึเปล่า?” ฉินเฟิงถาม

“ไม่ใช่นะ สัตว์ยักษ์มิติเป็นแค่คำเรียกโดยรวมทั่วๆไป ถ้าให้อธิบายแบบมนุษย์เข้าใจ ก็เหมือนแมวกับเสือ สองตัวนี้เอาจริงๆมีสายพันธุ์เดียวกัน แต่พวกมันไม่เหมือนกัน!” ไป๋หลีอธิบาย “แต่พวกมันยังไม่ปรากฏตัว ฉันเลยไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน”

“งั้นไปตรวจสอบกันก่อนเถอะ” ฉินเฟิงกล่าว

“อื้ม”

ไป๋หลีเห็นด้วย เมื่อเหยียบย่างสู่เลเวล S รัศมีพลังสมาธิของไป๋หลี ทรงพลังกว่าฉินเฟิงมากนัก บัดนี้เธอคือการดำรงอยู่ระดับสัตว์เทวะเลเวล S อย่างแท้จริง หากในตอนแรกตาปีศาจสามารถแหวกมิติโจมตีฉินเฟิงได้ พลังสมาธิของไป๋หลีในปัจจุบัน ก็สามารถขยายกว้างจนเธอล่วงรู้พิกัดมิติที่อยู่ห่างไกลออกไปได้เช่นกัน

ต่อมา ช่องว่างมิติพลันเปิดออก ฉินเฟิงกับไป๋หลีก้าวเข้าไป

ปรากฏตัวขึ้นอีกที ทั้งสองก็มาถึงชายแดนของพันธมิตรหัวเซี่ยแล้ว

เงยหน้ามองขึ้นไป พบเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่เกือบจะแหวกผืนฟ้า เทียบกับฉากที่เคยเห็นในเมืองเฟิงหลีในอดีต มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง น่าหวาดกลัวกว่ามาก

ห่างออกไปไม่ไกลเป็นสถานชุมชนขนาดเล็ก ปรากฏเสียงกรีดร้องตื่นตระหนกดังมากจากข้างใน เสียงไซเรนดังขึ้น กระทั่งอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงที่ปิดไม่ให้เชื่อมต่อแบบสาธารณะเอาไว้ ยังถูกเรียกตัวจากภารกิจฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าว ด้วยสถานะในปัจจุบันของฉินเฟิง เขาย่อมสามารถปฏิเสธมันได้

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงดังขึ้น แต่คราวนี้ มิใช่คำร้องเชื่อมต่อสาธารณะอีกต่อไป

แต่เป็นสายจากหลงถิง

ฉินเฟิงตอบรับสายสื่อสาร จากนั้นหน้าจอเสมือจริงผุดขึ้นมา หน้าของหลงถิงอยู่ตรงมุมบนซ้าย ส่วนตำแหน่งอื่นๆบนจอ เริ่มทยอยกันปรากฏภาพของเลเวล S คนอื่นๆขึ้น

คาดว่าหลงถิงคงโทรแบบประชุมสาย

“ทุกท่านน่าจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว รอยแยกมิติขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น อ้างอิงตามบันทึก มันเทียบได้เลยกับภัยพิบัติเมื่อ 200 ปีก่อน เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ฉะนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกเมื่อ!”

ภัยพิบัติเมื่อ 200 ปีก่อน เป็นปฐมบทของรอยแยกมิติครั้งใหญ่ ภัยพิบัตินั้น ส่งผลให้ประชากรโลก ลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึง 1%

แน่นอน ในช่วงเวลานั้นมนุษย์ไร้กำลังจะตอบโต้ แต่ช่วงเวลานี้ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ตอนนี้ ขอให้ทุกท่านมุ่งหน้าไปยังชายแดนหัวเซี่ย ประจำการที่นั่น เตรียมพร้อมสู้และรับภารกิจทุกเมื่อ”

สิ้นเสียง บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง กราฟิกบางอย่างปรากฏขึ้น ดูเหมือนว่านี่จะเป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตแดน

หลงถิงทำเครื่องหมายมากกว่าสิบแห่งในลมหายใจเดียว และคนที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งเหล่านั้นมากที่สุดคือฉินเฟิง ห่างกันเพียง 30 กิโลมเตรเท่านั้น

ตำแหน่งต่างๆล้วนเป็นเมืองใหญ่ที่มีสถานชุมชนตั้งอยู่รอบๆ เพราะที่เหล่านั้นต้องการกำลังคนคอยปกป้อง รวมไปถึงการอพยพ

ฉินเฟิงกดยอรับทันที

บนอุปกรณ์สื่อสาร คนอื่นๆเริ่มเอ่ยปาก

“ฉันจะไปดูแลที่นั่น!”

“ฉันขอเฝ้าตรงนี้!”

“วิกฤติครั้งนี้ร้ายแรงเป็นประวัติการณ์ ฉันจะเรียกสหายซักสองสามคนกลับมา ร่วมมือกันปกป้องหัวเซี่ยเป็นอันดับแรก!”

“รอยแยกบนท้องฟ้า ดูเหมือนว่าจะเป็นในพื้นที่ของพันธมิตรวู้ดแลนด์ แต่เลเวล S ในประเทศของพวกเขาดูเหมือนจะมีแค่ตาปีศาจคนเดียวเท่านั้น!”

“ตาปีศาจไม่มีความจำเป็นต้องปกป้องพันธมิตรวู้ดแลนด์ เกรงว่าเขาอาจยอมแพ้ ละทิ้งประเทศเลยด้วยซ้ำ ประชาชนของพันธมิตรวู้ดแลนด์ช่างน่าสงสารนัก!”

แต่แน่นอน แม้ฝั่งหัวเซี่ยจะมีเลเวล S หลายคน แต่อำนาจการดูแลใช่จะครอบคลุมถึงขนาดนั้น แค่ปกป้องประชาชนของตัวเองก็เต็มกลืนแล้ว

กลุ่มเลเวล S ทั้งหมดของหัวเซี่ยเริ่มเคลื่อนไหว ผู้ที่เลือกรับภารกิจตำแหน่งเดียวกับฉินเฟิง เป็นเลเวล S ที่ชื่อว่าฟางโจว

ฉินเฟิงไม่เคยได้ยินชื่ออีกฝ่ายมาก่อน เลยไม่รู้ว่าคนๆนี้เป็นใคร ไม่ได้ติดต่อนัดแนะกันเขาปล่อยให้ไป๋หลีจัดการอีกครั้ง สร้างประตูมิติมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่ชายแดนหัวเซี่ย

ณ เมืองฉิงเฟิง

เมืองฉิงเฟิงตั้งอยู่บนเขาสูงตระหง่าน ภูเขาเป็นทำเลที่ง่ายต่อการป้องกันและยากต่อการโจมตี นับเป็นภูมิประเทศที่ดี สถานชุมชนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่รอบๆก็ถูกสร้างขึ้นตามเนินเขา สามารถให้การสนับสนุนกันและกันได้ตลอดเวลา ทว่าในภูเขาลึกเช่นนี้ก็มีอันตรายแฝงตัวอยู่มากมายเช่นกัน แม้จะได้รับการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง แต่ความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายก็ยังมากกว่าปกติทั่วไป

ดังนั้น หวูฉิงเฟิง เทศมนตรีของเมืองฉิงเฟิง มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล B และลูกน้องเลเวล C จำนวนมากของเขา เมื่อตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว เลยยังพอทำใจเย็นได้ อย่างน้อยก็ชั่วคราว

ทันทีที่ฉินเฟิงมาถึง เป็นเพราะเขาเจาะผ่านอุปกรณ์ป้องกันเสถียรภาพมิติโดยตรง เดินทางด้วยช่องว่างมิติ ทำให้คนในที่นี้ตกใจกลัวเล็กน้อย แต่ไม่ช้าเมื่อตระหนักว่าเป็นคน เทศมนตรีก็ก้าวออกมาต้อนรับพวกเขา อีกฝ่ายเห็นตราบนอกฉินเฟิง ก็สามารถระบุตัวตนได้อย่างรวดเร็ว

“จอมพลฉิน! ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ”

“ด้วยความยินดี แต่ยังไงซะนี่เป็นคำสั่งของหลงถิง คงต้องขอบคุณเธอมากกว่า” ฉินเฟิงกล่าว

“จอมพลฉินถ่อมตัวเกินไปแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า จู่ๆก็เกิดรอยแยกมิติขึ้น คลื่นความผันผวนของมันทำให้สัตว์ร้ายรอบๆแตกตื่น ฉันได้เสริมกำลังป้องกันเมืองเอาไว้แล้ว …”

หวูฉิงเฟิงอธิบายอย่างสงบ แต่นี่มิได้หมายความว่าเขาไม่ร้อนรนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จบบทที่ Ep.949 - ภัยพิบัติระดับเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว