เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.943 - แค่คนเดียว?

Ep.943 - แค่คนเดียว?

Ep.943 - แค่คนเดียว?


Ep.943 - แค่คนเดียว?

หากไม่นับชูฟ่านที่อยู่ในมิติธารโลหิต ผู้บริหารหลักอีกสองคนเข้าประชุมด้วยตัวเอง และอีกครึ่งหนึ่งของผู้บริหารที่เหลือใช้ภาพฉายเสมือนจริงเข้าร่วม

“วันนี้ ผมได้รับข้อเสนอร่วมพัฒนามิติใหม่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ใช้พลังเลเวล S  ดังนั้นจำเป็นต้องแยกกำลังคนส่วนหนึ่งออกมา รวมไปถึงการสนับสนุนทางการเงินและช่างเทคนิคบางส่วน”

ฉินเฟิงเอ่ยปาก น้ำเสียงรายเรียบ แต่สำหรับผู้คนในห้องประชุม เสียงนี้ดั่งกระหึ่มดั่งสายฟ้าฟาด

แม้คนเหล่านี้จะทราบว่าฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก แต่ปัจจุบัน ฉินเฟิงยังเป็นแค่ผู้ใช้พลังเลเวล A เท่านั้น!

แต่เพราะด้วยความแข็งแกร่งของฉินเฟิงเช่นกัน ทำให้ทุกครั้งที่เขาเข้าต่อสู้กับผู้ใช้พลังคนอื่นๆ ไม่เคยพ่ายแพ้เลย ส่งผลให้สถานะของกลุ่มเฟิงหลี ยอดเยี่ยมเสมอมา

ในมิติธารโลหิต ฉินเฟิงสามารถต้านทานกำปั้นของหมัดเทพเจ้า สุดท้ายได้รับพื้นที่มหาศาลในมิติธารโลหิต แต่นั่นเป็นเพียงส่วนแบ่งที่ต้องช่วงชิงกับผู้ใช้พลังเลเวล A เท่านั้น

ทว่าครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างเลเวล S จริงๆ สถานการณ์ดังกล่าว มันน่าตกใจมากเกินไป

ฉินเฟิงบอกเล่าถึงสถานการณ์บนเกาะมังกรอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมที่นั่นเลวร้ายมาก อย่างไรก็ตาม มันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังงานธาตุ มหาศาลเกินกว่ามิตินี้จะเทียบเปรียบได้

หลังจากว่าจบ ผู้บริหารในห้องนี้ ก็เริ่มเกิดความกังวลขึ้นทันที

ประธานของพวกเขายกระดับเร็วเกินไป จนไม่มีใครสามารถไล่ตามทัน!

หากเป็นมิติธารโลหิตก็ว่าไปอย่าง แต่สำหรับมิติของพระเจ้านี้ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิสัตว์ร้ายของจริง มันอันตรายเกินไป

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ในหมู่พวกเขา ไม่แม้จะสามารถส่งตัวแทนไปได้ด้วยซ้ำ เพราะในระดับผู้บริหาร ไม่มีผู้ใช้พลังเลเวล A อยู่เลย

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ฉุกละหุกนัก ต่อให้เร่งติดต่อจ้างวานเลเวล A เป็นการชั่วคราว เกรงว่าจะไม่ทันการอยู่ดี

“จริงอยู่หากให้จัดการเรื่องเงินมันคงไม่มีปัญหาอะไร แต่พวกเราไม่มีเลเวล A ถ้าท่านประธานและเลเวล S คนอื่นๆตกลงกันแล้ว พวกเขาคงไม่คิดเล่นตุกติกใดๆ แต่กลัวว่าลูกน้องของเลเวล S คนอื่นๆจะไม่พอใจ …”

“ถูกต้อง ต่อให้ร่วมมือกัน แต่กำปั้นใครใหญ่สุด คนที่เหลือต้องปฏิบัติตาม ในแง่ของกำลังคน พวกเราไม่มีผู้ใช้พลังเลเวล A และประเด็นก็คือ ต่อให้เป็นเลเวล B พวกเราก็ยังยากที่จะส่งออกไป!”

“ธุรกิจก็คือธุรกิจ แม้ตกลงร่วมมือ แต่ไม่มีใครยินยอมตัดชุดเจ้าสาวเพื่อไปให้ผู้อื่นสวมใส่หรอก!”

ทุกคนถกเถียงกัน ผู้คนมักคิดในแง่เลวร้ายที่สุดก่อนเสมอ แม้ผู้ใช้พลังเลเวล S เหล่านั้นจะมีชื่อเสียง และหากทุกคนในที่นี้หากได้พบเจอพวกเขาข้างนอก คงเกิดความชื่นชมและเคารพนับถืออย่างสุดแสน แต่ในกรณีที่อยู่ในจุดนี้ ในจุดที่เป็นหุ้นส่วนกัน จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

“อย่าพึ่งวิตกไป ผมก็จะอยู่ในมิติของพระเจ้าด้วยอีกสักพักหนึ่ง ช่วงเวลานั้น พวกคุณต้องรีบตักตวงผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด!”

ฉินเฟิงเหลือบมองดูซูซิงฝู

สิบปีให้หลัง แม้ซูซิงฝูจะครอบครองทรัพยากรกองพะเนิน และสามารถก้าวขึ้นเป็นเลเวล A แต่ปัจจุบันเขาเป็นแค่เลเวล C5 เท่านั้น ความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้ ฉินเฟิงไม่พอใจมาก

คงเป็นเพราะฉินเฟิงไม่สั่งการเด็ดขาด และซูซิงฝูมิได้ทุ่มเทฝึกฝนให้หนักพอใช่หรือไม่?

ซูซิงฝูปั่นความคิดเร็วจี๋ สุดท้ายปิ๊งไอเดียหนึ่ง เขาหัวเราะออกมา กล่าวว่า “อันที่จริงปัญหานี้แก้ง่ายมาก อา! พวกคุณคงลืมนึกถึงสิ่งที่ชูฟ่านกำลังค้นคว้าในเร็วๆนี้ไปแล้วกระมัง?”

ฉินเฟิงเลิกคิ้ว มองไปทางชูฟ่าน

บนโต๊ะทำงานของชูฟ่าน หมาจักรกลกระโดดปราดขึ้นมา อ้าปากกล่าว “ฉันพยายามอย่างหนักในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา จนในที่สุดสามารถผลิตจักรกลชุดแรกที่ควบคุมโดยมนุษย์ได้แล้ว ตราบใดที่ผู้ควบคุมมีพลังสมาธิอยู่ในเลเวล C ก็ผ่านเงื่อนไขเปิดใช้งานหุ่นยนต์ที่มีพลังเทียบเท่ากับผู้ใช้พลังเลเวล A ได้!”

หมาจักรกลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ชูฟ่านพยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องเช่นนั้นจริงๆ แต่แทบจะในทันที เขากล่าวขัดว่า “แต่ผลลัพธ์งานวิจัยมีแค่เครื่องเดียว ยังไม่มีวิธีการผลิตในปริมาณมาก วัสดุค่อนข้างขาดแคลนและหายาก สำหรับหุ่นรบที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล A อย่างน้อยต้องใช้วัสดุจากทั้งร่างของจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล A ที่สำคัญก็คือ ประสิทธิภาพการรบของมันจะมากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับผู้ควบคุม บางคนอาจทำให้มันสามารถปลดปล่อยอำนาจถึงขั้นระดับสัตว์เทวะ แต่บางคน … กระทั่งปลดปล่อยพลังระดับนายพลสัตว์ร้าย เกรงว่าจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

ในความคิดเห็นของชูฟ่าน การทดลองนี้ ไม่ต่างอะไรจากความล้มเหลว

“แค่อันเดียว? นั่นก็เพียงพอแล้ว!”

สายตาของฉินเฟิงกวาดไปรอบๆ สมองพลางขบคิด ‘ตอนนี้ชูฟ่านกำลังปกป้องมิติธารโลหิต , ซูซิงฝูจำเป็นต้องรั้งอยู่ในเมืองเฟิงหลีอย่างไม่ต้องสงสัย , ส่วนโจวฮ่าวยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนไหวตอนนี้ ’

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ สถานที่ที่จะไปครั้งนี้ จำเป็นต้องรับมือกับผู้ใช้พลังเลเวล A คนอื่นๆ หากปล่อยให้คนที่ไม่เหมาะสมไป เกรงว่าจะผลลัพธ์จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

อันที่จริง โกวก๋วนกับโกวซ่งที่ติดตามฉินเฟิงมาตั้งแต่เมืองหวังก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว แต่ทั้งสองเป็นคนจากพันธมิตรองค์กรมืด แม้ได้รับการชำระล้างมลทินแล้วก็ตาม แต่พอได้ลองขบคิดดู ฉินเฟิงก็ยังไม่อยากส่งพวกเขาไปอยู่ดี เพราะหากตายขึ้นมา ฉินเฟิงคงไม่สามารถหาลูกน้องที่มีความสามารถเช่นนี้ได้อีก

“วังเฉิน คุณไปกับผม!”

วังเฉินในตอนนี้เป็นมือปืนเลเวล C7 ฉินเฟิงเชื่อว่าขอแค่ใช้เวลาไม่กี่เดือนในมิติที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานวิญญาณ อีกฝ่ายน่าจะสามารถตัดผ่านขึ้นสู่เลเวล B ได้ในไม่ช้า

“อา! รับทราบแล้ว” วังเฉินตอบตกลง

จากนั้น ซูซิงฝูก็วุ่นอยู่กับการระดมทุน เตรียมสนับสนุนการก่อสร้าง , จัดแจงปืนใหญ่พลังงาน ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะถูกเตรียมมอบให้วังเฉินดูแล ฉินเฟิงมอบหมายเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาจัดการ

ห้าวันต่อมา ฉินเฟิงพาวังเฉินไปกับเขาแค่คนเดียว มุ่งหน้าสู่รัฐที่ราบหิมะ

ในทุ่งล่าของรัฐที่ราบหิมะ หากไม่ใช่เพราะหูซานบอกตำแหน่งแก่เขา ฉินเฟิงคงไม่ทันคาดคิดด้วยซ้ำ ว่าที่พักของหูซาน จะอยู่ในสถานที่แบบนี้จริงๆ

คาดว่าคงเป็นเพราะรอยแยกที่นี่นำไปสู่เกาะมังกร ควบคู่กับตรงทางเข้าอุดมไปด้วยพลังงานทางจิตวิญญาณฟ้าดิน หลังจากหูซานได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาเลยหลับใหลอยู่ที่นี่

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเรื่องในอดีตแล้ว ปัจจุบันหลังจากหูซานได้สัมผัสกับมรดกของจ้าวเหนือหัว ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หากคิดก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ใช่จะเป็นไปไม่ได้ จากนี้ไป อนาคตของชายชราผู้นี้ จะพลิกผันไปอีกทิศทางหนึ่ง

เมื่อฉินเฟิงมาถึงพร้อมกับวังเฉิน อีกสามกองกำลังก็มาถึงแล้ว ทั้งยังมีจำนวนถึงหลักพัน

พลังสมาธิของฉินเฟิงกวาดออกไป เห็นได้ชัดว่าในบรรดาคนเหล่านี้ มีเลเวล A อยู่มากถึง 14 คน , เลเวล มากกว่า 300 คน , เลเวล C มากถึง 700 คน

แต่เกรงว่าเลเวล B และ C เหล่านี้ ทั้งหมดคงได้แค่ทำงานภายในป้อมปราการ สำหรับเรื่องการออกไปล่าสัตว์ร้าย ไม่มีทางเป็นไปได้

เป่ยถังเฉียนเห็นฉินเฟิงปรากฏตัว ต่อมาสายตาเขาเบนตกลงบนร่างของวังเฉิน รู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย

“ฉินเฟิง คุณพากำลังคนมาที่นี่แค่คนเดียวหรือ? หรือว่าเขาแข็งแกร่งมาก …”

เป่ยถังพูดไม่ทันจบก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะเบื้องหน้าเขามันผู้ใช้พลังเลเวล C ชัดๆ ถ้าเป็นเลเวล B ยังว่าไปอย่าง โอ้นี่มัน ..!

“แค่คนเดียวก็พอแล้ว” ฉินเฟิงกล่าว

“เอาเถอะ คุณวางใจได้ ถึงจะแค่คนเดียว แต่พวกเราจะไม่ปฏิบัติต่อคุณอย่างไม่เป็นธรรม” เป่ยถังเฉียนกล่าว

ท้ายที่สุดแล้ว ฉินเฟิงเคยช่วยชีวิตพวกเขา ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกที่แท้จริงของพันธมิตรมนุษย์ อนาคตไร้ซึ่งขีดจำกัด ดังนั้นจำนวนคนที่เขาพามาจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“ครับ” ฉินเฟิงไม่คิดอธิบายมากความ วังเฉินเวลานี้ประหม่ามาก เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าสยดสยองจากกายของเป่ยถังเฉียน ทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่กล้าแม้จะมองปลายเท้าของอีกฝ่าย เพราะเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง

เวลานี้ ตามร่างกายของวังเฉิน ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของคนอื่นๆมองเข้ามา

สายตาของกลุ่มเลเวล C B ค่อนข้างสับสนงงงวย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเลเวล A พวกเขาทราบถึงข้อตกลงระหว่างท่านผู้ใหญ่ทั้งสามและฉินเฟิง

“ฉินเฟิงทำแบบนี้ ใช่เป็นการเอาเปรียบกันเกินไปรึเปล่า? แค่คนๆเดียวจะช่วยอะไรพวกเราได้?”

“ต่อให้เขาแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นความแข็งแกร่งในส่วนที่สามารถไล่ล่าสัตว์ร้ายเท่านั้น!”

“ฉันคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าทำไมท่านผู้ใหญ่หูซานถึงยอมร่วมมือกับอีกฝ่าย”

บางคนไม่ทราบถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง บางคนแค่ได้ยินจากปากคนอื่นเท่านั้น ส่วนมากเลยคิดว่าฉินเฟิงแค่โชคดี แต่หากพวกเขาได้เห็นฉินเฟิงสู้กับตาจริงๆ พวกเขาจะต้องไม่มีความคิดแบบนี้แน่นอน

คนเหล่านี้มองมายังฉินเฟิงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนสลับไปมองวังเฉิน

สายตาทิ่มแทงเหล่านี้ เพิ่มแรงกดดันแก่วังเฉินอย่างใหญ่หลวง!

**เรื่องนี้จะจบที่ตอน 10xx

จบบทที่ Ep.943 - แค่คนเดียว?

คัดลอกลิงก์แล้ว